มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 729: สมบูรณ์
“อิงจี๋ หลังจากนี้ให้เจ้าอยู่ในป่าแห่งนี้ ที่นี่มีม่านพลังที่มารดาร่าย
ไว้ คนนอกไม่สามารถเข้ามาได้”
จำได้ว่าครั้งนั้นมารดาพูดกับเธอ ซวนหยวนอิงจี๋เชื่อฟังมารดาตน
อย่างมาก เพราะว่าท่านคือกุ่ยซุน นอกจากบิดาแล้ว ไม่มีใครแข็งแกร่ง
ไปกว่าท่าน
ดังนั้น ซวนหยวนอิงจี๋จึงอาศัยอยู่ในป่าแห่งนี้นับแต่นั้นมา สัตว์ทุก
ตัวในป่าแห่งนี้อาศัยอยู่ด้วยกัน นอกจากเธอแล้ว ไม่มีใครเข้ามาอีก
ซวนหยวนอิงจี๋รู้ว่าเธอไม่สามารถออกจากป่าแห่งนี้ เพราะว่าเธอ
เป็นอันตรายอย่างมาก ทุกคนที่ใกล้ชิดเธอ ต่างประสบกับหายนะที่
ยากลำบาก บิดามารดา ต่างมาพบเธอได้เพียงปีละครั้ง
ทุกวันเธอต้องทำแต่กิจกรรมซ˺าๆ อาบน˺าในทะเลสาบ เล่นกับปลา
จนกระทั่งวันหนึ่ง มีคนแปลกหน้าได้เข้ามาทำลายความสงบของ
เธอ
“ไม่คิดเลยว่าในภูเขาที่แห้งแล้งและหุบเขาที่ป่าเถื่อนแห่งนี้ จะมี
หญิงงามอย่างนี้อาศัยอยู่”
ไม่รู้ว่าชายคนนี้มาจากไหน เขาสวมชุดสีดำ ยืนอยู่ริมฝั่ง กะพริบ
ตาจ้องมองมา
ซวนหยวนอิงจี๋เป็นครั้งแรกที่รู้สึกถึงคำที่เรียกว่าอาย
เธอไปหลบอยู่หลังก้อนหินในทะเลสาบ มองไปที่ชายคนนั้นพร้อม
กับถามว่า
“เจ้าเป็นใคร ทำไมถึงเข้ามาที่นี่?”
“ข้า? ข้าชื่ออิงเทียน” ชายคนนั้นยิ้ม “ตัวข้าอยากจะไปไหนก็ได้”
เขาพูดจบก็ยกเท้า เดินตรงมาที่ทะเลสาบ
ซวนหยวนอิงจี๋ตกใจ เธอตกใจอย่างมาก เหมือนกับลูกกวางที่ตื่น
กลัว อยากจะวิ่งหนีไปจากทะเลสาบนี้
แต่พลังของชายคนนั้นร้ายกาจมาก เพียงแค่โบกมือเบาๆ ร่างของ
ตนก็ไปปรากฏตรงหน้าเขาแล้ว
ชายคนนั้นจูบซวนหยวนอิงจี๋
ทันใดนั้น สมองของซวนหยวนอิงจี๋ก็กลายเป็นว่างเปล่า
คนคนนี้ เป็นผู้ชายคนที่สองที่ซวนหยวนอิงจี๋ได้เจอ
เขาถือวิสาสะ กอดตัวเธออย่างเอาแต่ใจ
ในจังหวะนี้ ซวนหยวนอิงจี๋ก็รู้สึกสงบอย่างประหลาด เพราะว่าเธอ
คิดว่าหลังจากนี้ ในที่สุดก็ไม่ต้องเหงาอีกต่อไป เพราะว่าชายคนนี้ได้
ประทับอยู่ในส่วนลึกของชีวิตเธอ
ผนึกที่ทำไว้ถูกทำลาย ป่าแห่งนี้พลันกลายเป็นทะเลทรายใน
พริบตา
ต้นไม้ใบหญ้าเริ่มเหี่ยวแห้ง เพียงพริบตา ทุกที่ก็กลายเป็นทรายสี
เหลือง
แต่สิ่งมีชีวิตทุกชนิดในป่าแห่งนี้ ในจังหวะนี้ก็เริ่มวิวัฒนาการ
กลายเป็นสิ่งที่ร้ายกาจที่เรียกว่าสัตว์อสูร
เผชิญหน้ากับคำตำหนิของกุ่ยซุน (ราชาผี) และเหรินซุน
(จักรพรรดิฟ้า) อิงเทียนไม่แม้แต่จะใส่ใจ เขาเพียงจับมือของซวนหยวน
อิงจี๋ พร้อมกับนำเธอขึ้นไปยังแดนสวรรค์ และสร้างแดนมายา ทำให้ทั้ง
สองคนใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน
ซวนหยวนอิงจี๋คิดว่าช่วงเวลานั้น เป็นวันที่ทั้งสองมีความสุขที่สุด
เขาอยู่เป็นเพื่อนเธอทุกวัน สอนให้เธอเขียนอักษร วาดภาพ พร้อม
กับสิ่งต่างๆ มากมาย
จนกระทั่งวันหนึ่ง เขาบอกว่าต้องไปงานฉลองวันเกิดของ
จักรพรรดิสวรรค์ จึงได้จากแดนมายาไป
แต่หลังจากวันนั้น เขาก็ไม่เคยกลับมาอีกเลย
ซวนหยวนอิงจี๋ตกใจอย่างมาก เธอหวาดกลัว เพราะว่าเธอคุ้นเคย
ที่จะมีอิงเทียนอยู่ด้วยในทุกวัน
ปราศจากอิงเทียน เธอก็คิดว่าชีวิตนี้ไร้ความหมาย
ดังนั้น เธอจึงไม่คิดหน้าคิดหลัง ออกจากแดนมายา พร้อมกับพายุ
ทราย ไปถึงตรงหน้าอิงเทียน
ขณะนั้น เธอก็ได้เห็นอิงเทียนได้จับมือถือแขนอยู่กับหญิงสาวคน
อื่น เธอเหมือนกับได้ยินเสียงหัวใจแตกสลาย
“ข้าต้องการให้หญิงคนนี้ตาย”
ในจังหวะนี้ ซวนหยวนอิงจี๋รู้เพียงว่าต้องการฆ่ายัยผู้หญิงน่าตายนี้
ต่อให้ต้องทุ่มสุดตัว เธอก็ไม่เสียใจ!
เธอเป็นราชินีของเหล่าสัตว์อสูร เมื่อผนึกถูกทำลาย ก็แทบจะไม่มี
ใครขัดขวางเธอได้
ยิ่งกว่านั้น บิดามารดาของเธอยังเป็นถึงเหรินซุนและกุ่ยซุน ต่อให้
เป็นจักรพรรดิเซียนก็ไม่กล้าลงมือกับเธอ
แต่อิงเทียนแฟนหนุ่มที่เธอรักที่สุดกลับกำจัดเธอ
เขาสละพื้นฐานฝึกตนทั้งหมด สร้างสุสานซานไห่ขึ้นมา พร้อมด้วย
พลังของกำไลเก้ามังกร ผนึกตัวเธอไว้นับหมื่นปี
ดังนั้นตัวเขาจึงต้องตกอยู่ในสภาพอ่อนแอ อย่างรวดเร็วก็เข้าสู่
วัฏสงสาร
“แล้วข้าจะกลับมา!”
อิงเทียนพูดกับซวนหยวนอิงจี๋ที่ถูกกำแพงเก้ามังกรขวางกั้น
“ข้ารู้ว่าไม่ยุติธรรมต่อเจ้า ดังนั้น ข้าจึงใช้พื้นฐานฝึกตนครึ่งหนึ่ง
มอบเป็นของขวัญแด่เจ้า”
อิงเทียนยืนอยู่ต่อหน้าสุสานแห่งความตาย พูดกับซวนหยวนอิงจี๋
ว่า “เมื่อเจ้าออกมาจากสุสานเมื่อไหร่ เจ้าก็จะได้รู้ว่าของขวัญที่ข้ามอบ
ให้คืออะไร”
เขามอบอะไรให้ข้ากัน?
ซวนหยวนอิงจี๋นั่งอยู่บนสุสานของตน มองขึ้นไปบนฟ้าที่มืดครึ้ม
“องค์ราชินี ไป๋เจ๋อส่งข่าวมา เขาบอกว่าโฮ่วกำลังสู้กับอิงเทียนที่
กลับชาติมาเกิดใหม่”
เทาเที่ยคุกเข่าตรงหน้าซวนหยวนอิงจี๋แล้วพูดขึ้น
“เขาไปหาอิงเทียนอย่างงั้นเหรอ?”
ซวนหยวนอิงจี๋สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง “ไป๋เจ๋อบอกอะไรอีก?”
“เขาบอกให้ส่งคนไปช่วย” เทาเที่ยยิ้มอย่างดูถูก “แต่ข้าดูแล้วไม่
จำเป็น อิงเทียนไม่ได้ไร้เทียมทานอย่างในอดีต เขาในตอนนี้เป็นเพียงผู้
ฝึกตนตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ในหมู่อสูรโบราณของเรา โฮ่วนับได้ว่าทรงพลัง
เป็นอันดับต้นๆ เพียงแค่ชี้นิ้ว ก็ทำให้อิงเทียนในตอนนี้ตายได้แล้ว”
“เจ้าส่งคนไปช่วยโฮ่ว”
ซวนหยวนอิงจี๋ไม่ได้หันหน้ามา ยังคงมองไปบนท้องฟ้า เพียงเอ่ย
คำพูดออกมาเท่านั้น
“ทำไมกัน?”
“เพราะเขาคืออิงเทียน”
ไม่รู้ทำไม ซวนหยวนอิงจี๋คิดว่าโฮ่วไม่สามารถสู้อิงเทียนได้ บางที
อาจเพราะเธอไม่อาจพูดได้ว่าเขาคืออิงเทียน ต่อให้เขาเกิดใหม่ เขาก็
ยังคงเป็นดั่งอดีต เป็นอิงเทียนเซียนซุนผู้ถือดี
เทาเที่ยทำอะไรไม่ได้ ได้แต่กลายร่างเป็นอสูรยักษ์สีดำ พริบตาก็
หายไปในอากาศ
………………..
ตูม!
โฮ่วร่างมหึมาสะบัดหัว ชนใส่ร่างฉินเฉาจนปลิวขึ้นไป
ฉินเฉารู้สึกเหมือนโดนรถไฟความเร็วสูงชนใส่ หลังจากที่ชนเข้ากับ
ห้องปราชุมในตึกสำนักงาน บันไดของอาคารแห่งนั้นก็พลันพังทลายลง
เป็นชิ้นใหญ่
“อ๊ากกก!”
โฮ่วอ้าปากขนาดใหญ่ของเขา พ่นไฟไปตรงตำแหน่งที่ฉินเฉาอยู่
ไฟชนเข้ากับห้องห้องหนึ่ง ทันใดนั้น ตึกสี่ชั้นก็พลันหายไปชั้นหนึ่ง
แต่ฉินเฉาได้เคลื่อนตัวหลบ ปรากฏตัวอยู่ด้านหลังของโฮ่ว
เหมือนกับมองเห็นฉินเฉาก็ไม่ปาน โฮ่วเหวี่ยงหางของเขาใส่ฉินเฉา
ฉินเฉารีบกลายเป็นควันสีดำหนีไปทันที
พลังระดับเซียนอมตะนี้ ดูท่าโฮ่วจะยังไม่ได้แสดงออกมาอย่าง
เต็มที่ แต่ถึงอย่างนั้น ฉินเฉาก็ไม่สามารถสู้กับเขาตรงๆ ได้ ถ้าโดนเข้า
สักที ตัวเขาคงสาหัสแล้ว
“ฉินเฉา เรามาช่วยแล้ว”
ในตอนนี้เอง ลำแสงหกสายก็ได้ปรากฏขึ้นในสนามแห่งนี้
ฉินเฉาจ้องมองดู ทันใดนั้น บนหัวก็เต็มไปด้วยเหงื่อ
เขาเห็นซูจี จ้าวจิงจิง เสี่ยวไป๋ ชิโยะ หลิวอิง และอ้ายเสี่ยวเสวี่ย
หญิงสาวทั้งหก ยืนอยู่คนละตำแหน่ง ล้อมอสูรโบราณไว้
ขณะเดียวกัน บนตัวพวกเธอก็เปล่งแสงต่างสีออกมา
“กองทัพสังหาร!”
ฉินเฉาสัมผัสได้ถึงพลังทำลายล้างที่ส่งออกมาจากหญิงสาว
ทั้งหลาย ทันใดนั้นก็ให้ตกใจ
กองทัพสังหารนี้แม้ว่าจะมีพลังทำลายล้างมหาศาล แต่ก็เผาผลาญ
พลังชีวิตไปเยอะมาก!
ไอ้เรื่องที่ต้องให้หญิงสาวของตนต้องมาเจ็บตัว ฉินเฉาไม่ทำ
แน่นอน
“หยุด!”
ฉินเฉาตะโกนเสียงดัง “ฉันฆ่ามันได้!”
“ไม่ต้องพูดเลย!”
ซูจีเงยหน้าขึ้น พูดกับฉินเฉาว่า “ฉินเฉา พวกเรารู้ว่านายอยากจะ
ปกป้องเรา แต่ตอนนี้ให้พวกเราปกป้องนายเถอะ”
“ยัยพวกโง่”
ฉินเฉารู้สึกมีกำลัง ความคิดของซูจีนี้ ทำให้เขารู้สึกรำคาญจริงๆ
“จิตก่อเกิดอนุญาตให้ฉันเข้าสู่ขั้นเซียนอมตะได้อย่างรวดเร็ว ทุก
วิชาสามารถใช้ได้อย่างสมบูรณ์”
ฉินเฉารู้ว่าไม่สามารถรอได้ เขายื่นมือทั้งสองข้างออกมา ร่ายวิชา
กินรวบกับจิตก่อเกิดขึ้นพร้อมกัน
ฟันเฟืองแห่งชะตากรรมได้เริ่มหมุนอย่างเงียบงัน
ในจังหวะนี้ ร่างของฉินเฉาก็เผยให้เห็นถึงแสงเก้าสีสว่างไสว
จากนั้น เมฆสายฟ้าก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าที่ว่างเปล่า สายฟ้าบางสายที่
พิเศษได้ผ่าลงมาที่เหนือสนามแห่งนี้ไม่หยุด
“นี่ นี่มันอะไรกัน?”
ซูจีและพวกเห็นสิ่งนี้ก็พากันร้องออกมา
แสงเก้าสี เมฆสายฟ้า ทำไมถึงปรากฏสิ่งนี้ขึ้น…..
อย่างรวดเร็ว พวกเธอก็เข้าใจ เพราะว่าในเวลานี้ ร่างของฉินเฉาได้
เปล่งแสงสีทองออกมา นี่คือช่วงเวลาที่เซียนอมตะได้ถือกำเนิดขึ้นโดย
สมบูรณ์
“โฮ่ว มารับความตายซะ!”
ฉินเฉายืนอยู่ในอากาศ ร่างกายมีม่านพลังที่มีตัวอักษรสันสกฤตวิ่ง
วนอยู่ ขณะเดียวกัน เปลวเพลิงเก้าชนิดก็ได้โคจรรอบร่างเขาไม่หยุด
“อิงเทียน มารับความตายซะ!”
แม้ว่าโฮ่วจะสูญเสียเหตุผลไป แต่สติของเขาก็ยังจำเป้าหมายของ
ตนได้ นั่นก็คือการสังหารเจ้าสารเลวอิงเทียน
ดังนั้น เมื่อถูกฉินเฉายั่วยุ เขาก็ไม่สนใจกลุ่มหญิงสาวพวกนั้น แต่
กระโจนขึ้นมาในอากาศ เหยียบย่างบนเมฆเพลิงอสูร ร่างกายลุกท่วม
ไปด้วยเปลวเพลิง มุ่งตรงมาทางฉินเฉาอย่างรวดเร็ว
“เข้ามาเลย!”
ดวงตาของฉินเฉาเปล่งประกายสว่างไสว มองดูร่างอสูรขนาด
มหึมาชนเข้ากับร่างของตน
สัตว์อสูรที่สูงกว่า 30 เมตร คาดไม่ถึงว่าจะถูกม่านพลังสีทองเล็กๆ
ป้องกันจนร่างชะงักกลางอากาศ
โฮ่วร้องเสียงแปลกๆ ออกมาซ˺าๆ ยังไงก็ตาม เป็นไปไม่ได้ที่จะคว้า
บอลแสงสีทองนี้โดยปราศจาก จากเล็บของเขา
“สามพันภูตผีหลัวซา”
ฉินเฉาที่ยืนอยู่นั่น ปล่อยควันสีดำออกมา ทำให้ร่างของโฮ่วยิ่งบ้า
คลั่งขึ้นไปอีก
เกล็ดที่แข็งของโฮ่วหลุดลอกออกมาด้วยพลังของภูตผีหลัวซาพวก
นี้ เลือดไหลย้อมร่างของโฮ่วอย่างรวดเร็ว
“ค่ายกลกระบี่ทำลายล้าง”
ฉินเฉาชี้นิ้วไปที่ร่างของโฮ่ว
ทันใดนั้น กระบี่ปทุมพิสุทธิ์หลายพันเล่มก็ลอยออกมาจากร่างของ
เขา ส่งเสียงวิ้งๆ พร้อมกับลำแสงสีขาว แทงเข้าไปในร่างมหึมาของโฮ่ว
ทำให้เลือดของเขาพุ่งออกมา จากนั้นก็สลายไปในอากาศ
การโจมตีเป็นชุดแบบนี้ ทำให้โฮ่วรู้สึกกลัว เหมือนว่าเขาจะฟื้นคืน
สติกลับมา จากอาการบาดเจ็บหลายแห่งบนร่าง ต้องการจะหนีไป
แต่ฉินเฉากลับฉุดร่างของเขาเอาไว้ด้วยพลังจิต ทำให้เขาไม่
สามารถหนีไปได้
“ในเมื่อนายออกมาหาที่ตาย ทำไมฉันจะต้องปล่อยให้นายผิดหวัง
กลับไปด้วยเล่า” ฉินเฉาพูด มืออีกข้างก็กลายเป็นควันสีดำ ฝ่ามือปีศาจ
เก้าเร้นลับที่แข็งแกร่งที่สุดได้แสดงออกมาแล้ว
ตราบเท่าที่มือข้างนี้ของเขาแทงเข้าไปในหน้าอกของโฮ่วได้ มันก็
จะจัดการบีบหัวใจของโฮ่วจนระเบิดออก
“ออมมือด้วย!”
แต่ในตอนนี้เอง เสียงที่ดิบเถื่อนและค่อนข้างคุ้นเคยได้ดังมา
จากนั้น ค้อนสีดำก็ได้ทะยานมาจากฟากฟ้าตรงมาที่ฉินเฉา