มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 758: งานเปิดนิกายของนิกายหลัวซา
ในโลกฝึกตนปัจจุบันนี้มีเรื่องสำคัญกำลังเกิดขึ้น
นิกายหลัวซาจากเส้นทางปีศาจที่เงียบอยู่นานก็ได้ซื้อที่ดินขนาด
ใหญ่ใกล้กับทะเลสาบในเมืองซู่หนานเพื่อก่อสร้างอาคาร จากนั้น ที่นี่ก็
ได้ทำการเปิดสำนักอย่างเป็นทางการพร้อมให้ศิษย์รับงานจากทั่วโลก
เมื่อรู้ข่าวนี้ โลกฝึกตนก็สั่นสะเทือนอย่างไม่ต้องสงสัย
ทั้งฝ่ายธรรมะและเส้นทางปีศาจ ทุกคนต่างพากันตกใจ
เพราะการที่เส้นทางปีศาจเปิดสำนักในตอนนี้ ไม่เท่ากับเป็นการยั่ว
ยุฝ่ายธรรมะอย่างงั้นเหรอ
โดยเฉพาะนี่เป็นนิกายหลัวซาที่เมื่อพันปีก่อนถูกจัดการจนราบ
คาบ
ถ้าเดาไม่ผิดล่ะก็ นี่จะต้องมีฉินเฉาเป็นผู้บัญชาการอย่างแน่นอน
ฉินเฉาคนนี้กำลังเล่นอะไร
เพื่อให้คนได้รับรู้ หลายสำนักต่างได้รับบัตรเชิญที่ซุนเจ่อของ
นิกายหลัวซาที่เรียกว่าเสี่ยวไป๋เป็นคนไปส่ง สถานที่คือใกล้ทะเลสาบ
เพื่อร่วมงานฉลองเปิดนิกายหลัวซา
เมื่อตอนนั้น นิกายหลัวซามีภาพทรงจำว่าเป็นผู้นำของเส้นทาง
ปีศาจ
แต่หลังจากถูกทอดทิ้งก็ไม่มีข่าวคราวอีกเลย
ตอนนี้ตกอยู่ในมือของฉินเฉา มันจะมีสภาพยังไงกัน?
“อาจารย์ พี่ใหญ่ฉิน ทำไมเขาถึงส่งคำเชิญเปิดสำนักมาล่ะ?”
หยวนเมิ่งที่ถือกระบี่ของชิงซิ่วซือไท่พร้อมด้วยลูกศิษย์ของ
สำนักง๊อไบ๊ติดตามอาจารย์ของตน ถามอย่างอดไม่ได้
“เพราะงานประลองหงเหมินกำลังใกล้เข้ามา”
ชิงซิ่วซือไท่คิดไปถึงเรื่องนี้ เธอเปิดปากพูดว่า “ที่จริงแล้ว แต่
แรกเริ่มนั้น งานประลองหงเหมิน เป็นงานประลองของฝ่ายธรรมะกับ
เส้นทางปีศาจ เป็นที่ที่ไว้ใช้สะสางความแค้นระหว่างกัน ดังนั้น ครั้งนี้ที่
งานประลองหงเหมินเชิญฉินเฉา เจ้าเด็กนั่นเข้าร่วม นับว่าถูกต้องแล้ว
แต่ว่าความแข็งแกร่งของฉินเฉา เจ้าเด็กนั่นแข็งแกร่งได้รวดเร็วเกินไป
โดดเด่นเกินหน้าเกินตา การตั้งนิกายขึ้นมาถือว่าเป็นเรื่องที่สมควร”
“แต่ว่าเรื่องนี้ไม่เท่ากับตกเป็นเป้าของฝ่ายธรรมะเหรอคะ
อาจารย์?”
แม้ว่าหยวนเมิ่งจะซื่อ แต่เธอไม่โง่ “แน่นอนว่าจะต้องมีคนหลาย
คนไปสร้างปัญหาให้กับพี่ใหญ่ฉิน”
“นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว”
ชิงซิ่วพยักหน้า “ตั้งแต่ที่เจ้าหนูฉินเฉานั่นกล้าที่จะตั้งนิกาย กล้าที่
จะเชิญคน นั่นก็เท่ากับว่าเจ้าหนูนั่นไม่กลัวปัญหาที่จะเข้ามา เอาเถอะ
วันนี้พวกเราไปดูกัน ว่าพี่ใหญ่ฉินของเจ้าจะจัดการปัญหานี้ยังไง!”
“อะ อาจารย์…..”
เมื่อได้ยินคำพูดสุดท้ายของอาจารย์ ใบหน้าของหยวนเมิ่งก็แดง
สดใส
ชิงซิ่วมองดู พร้อมกับส่ายหัวเบาๆ
ถ้าจะพูดให้ชัดล่ะก็ การที่ศิษย์ของตนมีความรัก นี่ถือว่าเป็นเรื่องดี
แม้ว่าง๊อไบ๊จะรับแต่ศิษย์ผู้หญิง แต่ก็ไม่ได้ห้ามแต่งงาน
กับฉินเฉานั้น ชิงซิ่วไม่ได้รังเกียจอะไร
แม้ว่าเจ้าหนูนี่จะเป็นคนจากเส้นทางปีศาจ แต่ก็ดีกว่าฝ่ายธรรมะ
หลายคน แต่ว่าข้างกายเจ้าหนูนั่น เหมือนจะมีผู้หญิงอยู่มากมาย ที่โผ
เข้าอ้อมแขนเขาไม่ขาด ลูกศิษย์ของตนซื่อออกอย่างนี้ ถ้าไปอยู่ข้าง
กายเจ้าหนูนั่น ไม่เท่ากับส่งผลไม้เข้าปากหรือยังไง?
ยิ่งกว่านั้น เจ้าหนูของตระกูลเป่ยถังของยอดเขาหมอก ยังคิดอ่าน
กับลูกศิษย์คนนี้ของตน เจ้าหนูจากตระกูลเป่ยถังนั่น พื้นหลังครอบครัว
ดูแล้ว ออกจะแข็งแกร่งกว่าเจ้าหนูฉินเฉานั่น
แต่ลูกศิษย์ของตนไม่รู้ว่าถูกปีศาจอะไรเข้าสิง ถึงได้ไปชอบเจ้าหนู
ฉินนั่นเข้า
ครั้งนี้ คนของตระกูลเป่ยถังจะต้องมาร่วมงานฉลองนิกายหลัวซา
อย่างแน่นอน เมื่อถึงตอนนั้น คงครึกครื้นน่าดู
แต่ว่าน่าเสียดายที่ชิงซิ่วไม่ใช่พวกชอบชมเรื่องสนุก ดังนั้นจึงได้
เอาแต่ส่ายหัวไปมา
แขกจากสำนักง๊อไบ๊เร่งความเร็วบินไปที่ทะเลสาบในเมืองซู่หนาน
“อาจารย์ ดูนั่น!”
ศิษย์สาวคนหนึ่งชี้ไปที่ทะเลสาบที่ซ่อนอยู่ในป่า พร้อมกับร้อง
ออกมา “ช่างเป็นคฤหาสน์ที่งดงามจริงๆ!”
เหล่าศิษย์สาวจากสำนักง๊อไบ๊เมื่อเห็นคฤหาสน์กลางป่าก็ร้อง
อุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ
พวกเธอคงไม่รู้ว่าที่นี่นั้น ฉินเฉาต้องจ่ายเงินไปมากกว่าพันล้าน
พร้อมกับเชิญเหล่าดีไซเนอร์จำนวนนับไม่ถ้วนมาออกแบบนิกาย
ไม่เพียงเท่านั้น บรรยากาศและธรรมชาติรอบๆ ยังให้ความรู้สึก
เข้ากันได้อย่างลงตัว
“พวกเราลงไปกันเถอะ”
สิ่งนี้สำหรับชิงซิ่วแล้ว เธอไม่เห็นมันอยู่ในสายตา
เธอโบกมือพร้อมกับพาเหล่าลูกศิษย์บินลงไปที่ใกล้ๆ ทะเลสาบ
ในทะเลสาบ เต็มไปด้วยเหล่าลูกศิษย์นิกายหลัวซาที่กำลังยุ่งอยู่กับ
งานทั้งในและนอก
หญิงสาวงดงามในชุดจอมยุทธ์สีดำเมื่อเห็นชิงซิ่วกับพวก ก็รีบเดิน
เข้าไปทักทายอย่างมีชีวิตชีวา
“ที่แท้ก็เป็นนางเซียนจากง๊อไบ๊ที่ให้เกียรติมาเยือน ต้องขอโทษ
จริงๆ ที่ให้มาเห็นภาพการเตรียมงานที่วุ่นวายนี้”
“ไป๋ซุนเจ่อไม่ต้องเกรงใจ”
ชิงซิ่วเมื่อเห็นผู้หญิงคนนี้ ทันใดนั้นก็จำได้ว่าเป็นเธอที่เป็นคนไป
ส่งบัตรเชิญ ซุนเจ่อของนิกาย เสี่ยวไป๋
นางชีเฒ่าคนนี้ไม่สนใจเรื่องมารยาทพวกนี้ เธอโบกมือและพูดว่า
“ได้ยินมาว่าประมุขฉินเปิดนิกาย ตั้งธงนิกายหลัวซาขึ้นมา พวกเรา
สำนักง๊อไบ๊ 1 ใน 8 สำนักใหญ่ฝ่ายธรรมะ แน่นอนว่าต้องมาเยี่ยมตาม
คำเชิญอยู่แล้ว”
“นับว่าเป็นเกียรติของนิกายหลัวซาของเราจริงๆ ที่ท่านมาเยือน
ต้องขอโทษพวกท่านด้วยที่นิกายของเราออกจะด้อยไปหน่อย!”
เสี่ยวไป๋ก็ตอบกลับอย่างไม่ด้อยไปกว่ากัน “นางเซียนทุกท่าน เชิญ
ค่ะ”
ตามมือของเสี่ยวไป๋ ทุกคนต่างมองดู
เห็นรอบๆ ทะเลสาบตอนนี้จัดแต่งเฟอร์นิเจอร์เรียบร้อยแล้ว
และในที่หนึ่ง มีสัญลักษณ์บอกว่าเป็นที่ของสำนักง๊อไบ๊
หุบเขาเฟินม๋อตั้งอยู่อย่างน่าประทับใจ
“ดูเหมือนประมุขฉินจะใส่ใจจริงๆ ถึงกับเตรียมที่ไว้ให้พวกเรา”
ชิงซิ่วหัวเราะและพูดขึ้น
“ท่านประมุขบอกว่าวันนี้เป็นงานเปิดนิกาย คนที่คิดจะเข้าร่วม
สนุก แน่นอนว่าต้องมีมาก ที่นั่งของ 8 สำนักใหญ่ แน่นอนว่าต้อง
จัดเตรียมไว้ ไม่อย่างนั้น พวกเราคงถูกหัวเราะว่าไม่มีมารยาท”
“งั้นคงต้องรบกวนประมุขฉินแล้ว”
หลังจากปั้นหน้าทักทายกันแล้ว ชิงซิ่วก็ไม่พูดอะไรอีก โบกมือ ไม่
ต้องให้เสี่ยวไป๋นำทาง พาลูกศิษย์ของตนไปนั่งที่
แต่พวกเธอไม่ใช่พวกแรกที่มา ใกล้ๆ กันนั้น มีคนของเขาฮัวซาน
บู๊ตึ๊ง และเขาซงซานอยู่
แปดสำนักใหญ่มาถึงแล้วสี่ สี่สำนักนี้ ในตอนนี้ไม่ถือว่าฉินเฉาเป็น
ศัตรูที่ต้องกำจัด แต่อีกสี่สำนักที่เหลือยังไม่รู้
คุนหลุนดีหน่อย พวกเขามักจะไม่ยุ่งเกี่ยวเรื่องทางโลก แต่เรื่องใน
โรงเรียนกวงหยวนเมื่อคราวก่อน คุนหลุนกับฉินเฉาถือว่ามีเรื่องต่อกัน
แน่นอนว่าต้องเป็นศัตรู
เหลือยอดเขาหมอก เขาซูซาน และพันธมิตรชิงหง แต่ละสำนัก
ต่างก็มีเรื่องขุ่นเคืองใจกับฉินเฉาไม่ใช่น้อยๆ
ยอดเขาหมอกนั้น สามารถพูดได้ว่าอสูรงู ฮัวเหนียงที่มีกายเซียน
นั้น เป็นเพื่อนสาวของฉินเฉา ตอนนี้ฮัวเหนียงถูกกักบริเวณบนยอดเขา
หมอก รอให้จู่หลงซ่างเหรินมาแต่งงาน
บัญชีนี้ต้องคิด
เขาซูซานนั้นไม่มีอะไรต้องพูด ฉินเฉาได้ไปสร้างเรื่องใหญ่ไว้ ตัด
ยอดเขาของสำนักซะเสียหาย ตอนนี้ ศิษย์คนโตรุ่นที่ 36 เฉินชิงได้
ลักลอบได้เสียกันกับประมุขฉินคนนี้ ทั้งยังมีลูกด้วยกัน 2 คน ทำให้
นิยามของสำนักที่คร่าอสูรสังหารปีศาจต้องมัวหมอง บัญชีนี้ต้องคิด
พันธมิตรชิงหงนั้น เหมือนจะแค่แวะมาซื้อซีอิ๊วเท่านั้น (ประมาณ
รอชมเรื่องสนุกอยู่เงียบๆ) ในกลุ่มพวกเขามีกฎและผู้นำหลายกลุ่ม ครั้ง
ก่อนที่หมู่บ้านซานฮัว มู่ข่านถูกโจมตีจนหน้าเขียวคล˺า กลายเป็น
เหมือนตัวตลก แน่นอนว่าต้องเป็นศัตรู สำหรับพวกเขาพันธมิตรชิงหง
นั้น งานฉลองเปิดนิกายในวันนี้ พวกเขาต้องไม่ยอมแพ้อย่างแน่นอน
แล้วยังมีหกนิกายของเส้นทางปีศาจอีก
ฉินเฉามีกะใจถึงกับจัดที่นั่งไว้ให้นิกายปีศาจแต่ละสำนัก
แต่ว่าเวลานี้มันยังคงว่างเปล่า
ต่อหน้าฝ่ายธรรมะมากมาย คนของเส้นทางปีศาจนอกจากฉินเฉา
ที่มีความกล้าแล้ว จะมีใครกล้ามามั้ย?
ขณะที่ชิงซิ่วซือไท่กำลังคาดเดา ก็เห็นว่าทางทิศตะวันตก มีคน
กลุ่มหนึ่งได้มาถึง
คนพวกนี้มีปราณของปีศาจ
“พระเจ้า ถึงกับมาจริงๆ”
“หู่ชิงนำลูกศิษย์ในพันธมิตรปีศาจมาแสดงความยินดีกับประมุข
ฉิน!”
คนที่นำมา แน่นอนว่าต้องเป็นประมุขพันธมิตรปีศาจ หู่ชิง
ผู้หญิงที่ยั่วยวนคนนี้ ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ ถึงได้กล้ามาร่วมงานที่นี่
ในที่ที่เต็มไปด้วยแปดสำนักใหญ่ ถึงกับกล้ามาแสดงความยินดีกับฉิน
เฉา
“โอ้ คุณหู่ชิง ไม่คิดเลยว่าคุณจะมา”
ขณะที่เสียงลอยมา ตาของหยวนเมิ่งก็เป็นประกาย
เพราะในกลุ่มคนนั้น มีร่างของคนคนหนึ่งก้าวออกมา
คิ้วหนาตาคมกับมุมปากที่ประดับด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย
พร้อมโค้ตสีดำ ปรากฏตัวออกมาราวกับราชา
ถ้านี่ไม่ใช่ฉินเฉาแล้วจะเป็นใคร?
“ประมุขฉินหัวเราะแล้ว”
หู่ชิงมองไปที่จิ้งจอกน้อยที่นอนอยู่บนไหล่ฉินเฉา จากนั้นก็พูดด้วย
รอยยิ้มว่า “กับคนอื่นฉันอาจจะไม่ไว้หน้า แต่กับประมุขฉินจะให้เสีย
หน้าได้ยังไง วันนี้ต่อให้ต้องตายที่นี่ ฉัน หู่ชิงก็ต้องมาแสดงความยินดีให้
ได้”
“ตายเหรอ? คำนี้ออกจะหยาบคายเกินไปแล้ว”
ฉินเฉาโบกมือ แล้วพูดว่า “วันนี้มีฉันอยู่ ฉันก็อยากจะเห็นนัก ว่า
ใครจะกล้าลงมือกับคนของเส้นทางปีศาจ ถ้ามีคนกล้าลงมือ ถือว่าเป็น
ศัตรูกับนิกายหลัวซาของฉัน เมื่อเป็นศัตรู ต่อให้ต้องสู้จนตาย นิกาย
หลัวซาของฉันก็ต้องปกป้องความปลอดภัยของพันธมิตรปีศาจให้ได้”
“มีคำพูดนี้ของประมุขฉิน ฉันก็วางใจ”
หู่ชิงยิ้มให้ฉินเฉา จากนั้นก็พาคนของนิกายอู๋จี๋ ซิ่วหลัว ฮวงจี๋ ไปนั่ง
ที่ที่เตรียมไว้
“อามิตตาพุทธ”
ในตอนนี้เอง ที่ที่นั่งของวัดเป่าไต้เขาซงซาน หลวงจีนที่มี
ภาพลักษณ์น่าเลื่อมใสก็พลันเปิดปากพูด “ไม่รู้เลยว่าประมุขฉินจะมี
พลังขนาดไหน ถึงได้กล้าพูดจาใหญ่โตอย่างนั้น”
“ไต้ซือชิฝ่า ไม่เจอกันนาน”
ฉินเฉามองไปทางหลวงจีนเฒ่าด้วยสายตาราบเรียบ แล้วพูดว่า
“ในเมื่อฉันกล้าเปิดนิกาย แน่นอนว่าต้องเต็มไปด้วยความมั่นใจ ไต้ซือชิ
ฝ่า ถ้าท่านไม่ยอมรับ ทำไมไม่ลองมาประลองกันสักท่าสองท่าดูล่ะ?”
ไต้ซือชิฝ่าลังเลเล็กน้อย
เขาไม่ได้อยากประลอง เพียงแต่ทนไม่ได้ที่เห็นท่าทางอวดดีของ
ฉินเฉา
ดูจากกลิ่นอายที่ปล่อยออกมา ฉินเฉามีพื้นฐานฝึกตนอยู่ที่ขั้น
ความสามารถเทวะเล็กๆ เท่านั้น
แต่ไต้ซือชิฝ่าไม่ใช่คนโง่ เขารู้ว่าฝั่งตรงข้ามต้องมีวิชาอะไรสัก
อย่างที่ช่วยปกปิดพลังที่แท้จริงไว้
ดังนั้น มันจึงเป็นกับดัก
ในตอนนี้เอง หลวงจีนที่ดูท่าทางจะมีฐานะสูงมากได้เอ่ยปากขึ้น
“ศิษย์น้อง ในเมื่อมานี่ ก็ปล่อยวางจิตมารของเจ้าลงเถอะ”
คำพูดของหลวงจีนรูปนี้ เต็มไปด้วยพลังพุทธะที่อบอุ่น สาด
กระจายไปทั่วทั้งทะเลสาบแห่งนี้
ฉินเฉาแอบตกใจ หลวงจีนรูปนี้ แน่นอนว่าต้องมีพลังเหนือกว่าขั้น
กายทองคำชั้นที่เจ็ด
“พวกเราวัดเป่าไต้เขาซงซาน ฝึกฝนแนวทางพุทธ ต้องมีจิตใจดี
ถ้าเจ้าปล่อยให้จิตมารครอบงำ เจ้าก็ถือว่าเป็นคนชั่วร้าย แม้ว่าประมุข
ฉินจะมีกลิ่นอายปีศาจ แต่อาตมาก็ไม่เห็นจิตมารในใจของเขา นับว่า
เป็นบุคคลที่จิตใจดีคนหนึ่ง”
“ไม่ทราบว่านามทางธรรมของไต้ซือคืออะไร?”
ฉินเฉาคิดว่าหลวงจีนอาวุโสรูปนี้ดูลึกลับ จึงได้ถามขึ้น
“อาตมามีชื่อทางธรรมว่าชิเหรียน เป็นอาจารย์ของศิษย์ไม่ได้เรื่อง
ฝ่าเซียง”
“โอ้!” ตาของฉินเฉาพลันเบิกกว้างด้วยความตกใจ