มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 764: กลุ่มพันธมิตรชิงหงผู้โชคร้าย
“โคตรอ่อน”
ฉินเฉามองไปที่โม่เทียนหยาที่นอนอยู่บนพื้นอย่างน่าสมเพช แล้ว
พูดคำนี้ออกมา “อยากจะจัดการข้า กลับไปฝึกใหม่ 3,000 ปี”
“บัดซบ!”
โม่เทียนหยาจากอับอายกลายเป็นโกรธ เขาไม่คิดเลยว่าเขาจะไม่
สามารถรับการโจมตีฉินเฉาได้แม้แต่ครั้งเดียว
เขาทุบหมัดลงพื้นข้างๆ ตัวอย่างแรง
ทันใดนั้น คลื่นกระบี่ที่อยู่ในตัวก็แยกพื้นนี้ออกเป็นร่อง
“ยังหนุ่ม แต่ก็มีพื้นฐานฝึกตนขนาดนี้…..”
กลุ่มคนฝ่ายธรรมะคุยกัน “ความสำเร็จในอนาคต ไร้ขีดจำกัด”
“โอ้…..”
นายน้อยจากตระกูลเป่ยถังเห็นฉินเฉาแล้ว ไม่รู้ทำไม เขากลับแอบ
แสยะยิ้ม
“เจ้าคิดว่าพื้นฐานฝึกตนของเจ้าเพิ่มขึ้นเร็วมากแล้วจะดีอย่างงั้น
เหรอ? สักวันเจ้าจะรู้ ว่าเจ้านั้นโง่แค่ไหน”
เป่ยถังป้าเทียนเอ่ยพึมพำออกมา มีเพียงเขาคนเดียวที่ได้ยิน
“ทำไม ทำไมกายทองคำชั้นที่แปดของข้าถึงได้แพ้…..”
สีหน้าของโม่เทียนหยาซีดเซียวไม่น่าดู
เขาไม่เข้าใจ ครั้งก่อนที่สู้กับฉินเฉาที่เขาซูซาน ยังผ่านมาไม่ถึงปี
เลย ในตอนนั้น ฉินเฉาเพิ่งไปถึงขั้นกายทองคำชั้นที่หกได้อย่าง
กล้อมแกล้ม
แต่ทำไมตอนนี้เขาถึงจัดการกับขั้นกายทองคำชั้นที่แปดได้ล่ะ?
นี่ นี่เป็นเรื่องที่ไม่อาจเข้าใจได้จริงๆ
“ไม่รู้เหรอ?”
ร่างของฉินเฉาพลันปรากฏตรงหน้าของโม่เทียนหยา
เขายื่นมือออกไป ทำท่าคว้าจับไปที่ร่างของโม่เทียนหยา ทำให้ร่าง
ของโม่เทียนหยาลอยขึ้นไปบนอากาศ
พลังจิต เมื่อใช้กับผู้ฝึกตนที่มีพื้นฐานฝึกตนอ่อนแอกว่าผู้ใช้ย่อมมี
ผล
แม้ว่าโม่เทียนหยาจะเป็นที่รักของพระเจ้าของเขาซูซาน ก็ไม่มี
ข้อยกเว้น
“เพราะว่าประมุขคนนี้ เมื่อเทียบกับเจ้าแล้ว แข็งแกร่งกว่าเจ้า
ยังไงล่ะ!”
บนหมัดของฉินเฉามีแสงสีดำอัดแน่นอยู่
“ไป จันทร์เต็มดวง!”
ตูม!
หมัดนี้ต่อยใส่ร่างของโม่เทียนหยา
ตูม ตูม ตูม!
เสียงระเบิดรัวๆ ดังมา ร่างของโม่เทียนหยาเป็นราวกับว่าวสาย
ป่านขาด ลอยไป ขณะเดียวกัน ร่างของเขาก็มีแสงสีดำระเบิดออกไม่
หยุด
ตูม!
สุดท้าย ขณะที่ร่างของเขาจะตกถึงพื้น จันทร์เต็มดวงสีดำขนาด
มหึมาที่อัดแน่นไปด้วยพลัง พริบตาก่อนที่จะถึงพื้นนั้น ก็ได้กดพื้นจน
เป็นหลุม
โม่เทียนหยานอนอยู่ในหลุมไม่ขยับตัว
ไม่รู้ว่าชายคนนี้สลบไปแล้ว หรือว่าอายเกินกว่าที่จะลุกขึ้น
“ต่อไปใคร!”
ฉินเฉากลับมาที่ป้ายสำนักอีกครั้ง พร้อมกับแสดงท่าทางดูถูกต่อ
เหล่าผู้กล้า
“ท่านประมุขร้ายกาจมาก!”
“ไม่เสียทีที่เป็นถึงประมุขของพวกเรา!”
“ในที่สุด พวกเราก็มีหน้ามีตากับเขาสักที!”
ศิษย์ในนิกายหลัวซาเห็นพลังที่ไร้เทียมทานที่ฉินเฉาแสดงออกมา
ในหัวใจของแต่ละคนล้วนแต่เลื่อมใส
ฝ่ายธรรมะแต่ละสำนัก ต่างมองหน้ากันด้วยสีหน้าว่างเปล่า
ในที่สุด ถานไห่ก็พยักหน้า ยืนขึ้น แล้วโบกมือไปทางร่างของศิษย์
ตนที่อยู่ห่างออกไป
ร่างกระบี่หมดฤทธิ์ กระบี่ลอยออกมาจากร่างของโม่เทียนหยา
“พวกเราได้เห็นถึงความสามารถของประมุขฉินแล้ว”
หลังจากที่ถานไห่รับร่างของโม่เทียนหยากลับมาแล้ว เขาก็เปิด
ปากพูดขึ้นว่า “การก่อตั้งนิกายของประมุขฉินถือว่าเหมาะสม ดังนั้น
ตัวข้าขอประกาศว่า…”
“ช้าก่อน!”
ขณะที่ชายชราคนนี้กำลังจะประกาศ เสียงที่ไม่น่าฟังก็ดังเสียดมา
จากอีกฝั่ง
ผู้คนพากันหันไปมองอย่างประหลาดใจ พระเจ้า มีคนกลุ่มหนึ่งมา
จากทางทิศตะวันออกเฉียงใต้
คนพวกนี้แต่ละคนสวมชุดสีน˺าเงินเข้ม เหยียบย่างมาด้วยท่าเท้า
มังกร มีอาร์ติแฟครอบกาย
ดูจากท่าทางแล้ว เหมือนจะมารวมตัวที่นี่!
“ในฐานะหนึ่งในแปดสำนักใหญ่ พวกเราพันธมิตรชิงหงยังไม่เปิด
ปาก ไม่ทราบว่าเจ้าสำนักถานจะรับหน้าที่แทนพวกเราเหรอ?”
คนที่พูดนั้น ฉินเฉาจำได้ดี
ในวันนั้น เขาได้ถูกฉินเฉาจัดการอย่างสาหัส คนคนนั้นก็คือ มู่ข่าน
ด้วยอายุที่มากขนาดนี้ แต่พื้นฐานฝึกตนยังอยู่แค่ขั้นวิญญาณแรก
ก่อตั้ง ไม่คาดว่าตาแก่นี่ยังมีหน้ามาที่นี่อีก
“มู่ข่าน ไม่ได้เจอกันนานเลย”
ฉินเฉาหัวเราะออกมา หลังจากนั้นก็เก็บรอยยิ้มแล้วพูดอย่างเย็น
ชาว่า “วันนี้เจ้ามาทำอะไร?”
“ฮึ่ม!”
มู่ข่านมีสีหน้าเย็นชา พูดว่า “เจ้าเด็กแซ่ฉิน อย่าได้คิดว่าจัดการข้า
ได้แล้วจะไร้เทียมทานในโลก! จะบอกอะไรให้ ในพันธมิตรชิงหง มีคนที่
แข็งแกร่งกว่าข้ามากมาย! วันนี้ ข้ามีคนมาสั่งสอนเจ้า! นิกายหลัวซา
สำนักของพวกเส้นทางปีศาจ ไม่มีทางอยู่ร่วมกับฝ่ายธรรมะของข้า! ทุก
คนที่อยู่ที่นี่ ถ้าพวกเจ้าเป็นฝ่ายธรรมะ ก็มาร่วมมือกันจัดการพวกปีศาจ
นี่ด้วยกันเถอะ!”
มู่ข่านชูแขนขึ้น เขาคิดว่าจะมีเสียงโห่ร้องของคนนับร้อยดังมา
แต่ไม่คิดว่าแม้จะชูแขนอยู่นาน แต่ก็ไม่มีฝ่ายธรรมะคนไหนตอบ
รับเขา
นี่ ไม่ได้การแล้ว เขาต้องหนีจากสถานการณ์อึดอัดนี้
“ดูท่าแล้ว ทุกคนที่อยู่ที่นี่คงจะอยากร่วมมือกับพวกเส้นทางปีศาจ
อย่างงั้นสินะ?”
ชายในชุดสีเขียวที่ไว้เคราแพะออกหน้า มองดูสถานการณ์แล้วพูด
ขึ้น “ตั้งแต่อดีตกาล แปดสำนักใหญ่ล้วนแต่เป็นมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้
นต่อกัน ไม่คิดเลยว่าวันนี้พวกเจ้าจะยอมอยู่ภายใต้การกดขี่จาก
เส้นทางปีศาจ?”
“ชิงเจินเหรินพูดอย่างนี้ก็ไม่ถูก”
ถานไห่มองไปที่ชายเคราแพะในชุดเขียวแล้วพูดขึ้นว่า “วันนี้พวก
เรามาที่นี่เพื่อเป็นสักขีพยานในการก่อตั้งนิกายหลัวซา ในเมื่อประมุข
ฉินของนิกายหลัวซาชนะพวกเรา แน่นอนว่าย่อมมีคุณสมบัติที่จะก่อตั้ง
นิกายหลัวซาขึ้น ข้ากำลังรออยู่พอดี รอคอยให้ฝ่ายธรรมะออกมาพูด
ถ้ามีคำที่อยากจะพูดก็พูดออกมา”
“หึหึ…..”
แต่ชายในชุดแดงที่ร่างไม่สูงนักเดินออกมา บนหน้าของเขามีรอย
แผล ยามพูดมีน˺าเสียงแปลกๆ สีหน้าดุร้าย
“เจ้าสำนักถาน ไม่คิดเลยว่าท่านที่เป็นเจ้าสำนักเขาซูซานจะออก
ปากเพื่อพวกปีศาจ แปลก ช่างเป็นเรื่องที่แปลกจริงๆ!”
“หงเจินเหริน อย่าได้พูดชี้นำด้วยคำพูด”
ถานไห่รู้ดีว่าชายคนนี้หมายความว่าอะไร เขาพลันชักกระบี่ออก
มาแล้วพูดว่า “ถ้าเจ้าอยากจะหาเรื่องนิกายหลัวซา เจ้าสำนักคนนี้ก็จะ
ไม่ยุ่งเกี่ยว เรื่องนี้ เป็นเรื่องบุญคุณความแค้นของเจ้าและนิกายหลัวซา
ข้าจะรอดู เพียงแค่ดู แต่จะไม่ลงมือเด็ดขาด”
“ด้วยคำพูดประโยคนี้ ข้าจะเชื่อเจ้าสำนักถานสักครั้ง”
“รักษาคำพูดด้วยล่ะ”
ชายชุดเขียวที่อยู่ใกล้ๆ พูดออกมา
สองคนนี้เป็นระดับปรมาจารย์ของพันธมิตรชิงหง
คนชื่อชิงเฉิงใส่ชุดสีเขียว ขณะที่คนชื่อหงเหลียงใส่ชุดสีแดง
ทั้งสองคนล้วนแต่อยู่ในขั้นกายทองคำชั้นที่หก
วันนี้พวกเขาและมู่ข่านต้องการมาสร้างความอับอายให้กับนิกาย
หลัวซา จากนั้นก็ทำลายสำนักของพวกเขา
แปดสำนักใหญ่ตั้งแต่อดีตกาล ล้วนแต่เป็นสำนักที่แข็งแกร่ง แต่
พันธมิตรชิงหงมักจะอยู่รั้งท้ายเสมอ พูดอีกอย่างก็คือ พวกเขาคือสำนัก
ที่อ่อนแอที่สุดในแปดสำนักใหญ่
นี่ทำให้คนของพันธมิตรชิงหงไม่พอใจ
วันนี้ พวกเขาต้องการแสดงพลังของพวกเขาด้วยการจัดการกับ
นิกายหลัวซาต่อหน้าฝ่ายธรรมะทั้งหมดที่มารวมตัวกันที่นี่!
“ดูเหมือนว่าวันนี้พวกเจ้าจะมาก่อปัญหางั้นสินะ”
ฉินเฉาก้าวขึ้นไปสองก้าว ข้างหลังเขา มีศิษย์ของนิกายหลัวซาทุก
คนที่อยู่รอบๆ รวมตัวกัน
ที่ตามติดฉินเฉาที่สุดก็คือสาวงามหุ่นเชิดปีศาจทั้งหลายของเขา
เสี่ยวไป๋ ชิโยะ จ้าวจิงจิง อ้ายเสี่ยวเสวี่ย หลิวอิง ทั้งหมดห้าคน
ตามหลังมาด้วยโม่หลิงที่พาศิษย์ในนิกายมาอีกกว่า 30 คน
“ฮ่าๆ ๆ!”
ชิงเฉิงมองไปที่ฉินเฉาและพวก พร้อมกับหัวเราะออกมา
“กับพวกกุ้งฝอยพวกนี้ คิดจะท้าทายพวกเราพันธมิตรชิงหง? มู่
ข่าน ทำให้พวกมันรู้สิว่าอะไรที่เรียกว่าแปดสำนักใหญ่!”
“ครับ!”
มู่ข่านรับคำ จากนั้นก็เป่าปากออกมา
“พี่น้องพันธมิตรชิงหง ออกมาได้!”
เสียงเป่าปากที่ไม่สลักสำคัญของเขา ทำให้บริเวณป่ารอบๆ มีร่าง
ของผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์หลายร้อยคนเดินออกมา
ผู้ฝึกตนพวกนี้ต่างนำอาร์ติแฟคของตนมา ในคฤหาสน์หลังนี้ ถูก
ล้อมไว้หมดแล้ว
“หึหึ เจ้าคงคิดว่าพวกข้าใช้คนมากรังแกคนน้อยสินะ กับปีศาจ
อย่างพวกเจ้า ไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงเรื่องคนมากรังแกคนน้อย ตราบ
เท่าที่สังหารปีศาจ พิฆาตอสูรได้ ไม่ว่าจะใช้วิธีอะไร ล้วนแต่เป็นวิธีที่ดี
ทั้งนั้น!”
มู่ข่านหัวเราะ “วันนี้ที่นี่ มีศิษย์จากพันธมิตรชิงหงทั้งห้าร้อยคน
ของข้า นอกจากเจ้าจะยอมแพ้ดีๆ แล้วคุกเข่าต่อหน้าพวกเรา พร้อมทั้ง
ประกาศว่าจะยุบนิกายหลัวซา ไม่อย่างนั้น เจ้าก็รอให้นิกายของเจ้าถูก
ล้างบางได้เลย!”
“ผายลม!”
โม่หลิงโมโหขึ้นมา แม้ว่าตอนที่เธอเป็นประมุขจะพาศิษย์ในนิกาย
ไปซ่อนตัว
ยังไงก็ตาม เมื่อมีโอกาสกู้หน้าฟื้นคืนความยิ่งใหญ่ที่หาได้ยากอย่าง
นี้ เธอจะไปยอมแพ้ได้ยังไง!
ฉินเฉาห้ามเธอไว้ โบกมือให้เธอ จากนั้นก็หันไปพูดกับชิโยะ
“ฆ่ามู่ข่านซะ”
“ค่ะ”
ชิโยะรับคำ มองไปที่มู่ข่านที่อยู่ฝั่งตรงข้าม จากนั้นก็ค่อยๆ ชักดาบ
ดำออกมาช้าๆ
“ฮ่าๆ ๆ ฮ่าๆ ๆ! ดูพวกมันพูดเข้า”
มู่ข่านหัวเราะแทบขาดอากาศหายใจ ชิงเฉิงและหงเหลียงทั้งสอง
คนก็เช่นกัน
ต่อหน้าผู้เชี่ยวชาญมากขนาดนี้ อยากจะสังหารมู่ข่าน?
ไม่ต้องเอ่ยถึงตัวมู่ข่านที่มีพลังอยู่ในขั้นวิญญาณแรกก่อตั้ง แค่ชิง
เฉิงและหงเหลียงระดับปรมาจารย์ทั้งสองที่ยืนอยู่ที่นี่แล้ว ใครจะกล้าลง
มือโดยไม่สนใจพวกเขากัน!
แต่พวกเขากลับคิดไม่ถึงว่าชิโยะจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลอบ
สังหาร
“ฆ่า!”
ชิโยะเชื่อฟังคำพูดของฉินเฉาอย่างมาก กราชับดาบยาวในมือของ
เธอ กระโจนเข้าใส่มู่ข่าน
“หาที่ตาย!”
ชิงเฉิงถลึงตาออกมา พลันยื่นมือออกไปทางชิโยะ
“กรงเล็บคร่ามังกร!”
กรงเล็บคร่ามังกรที่ชิงเฉิงคนนี้แสดงออกมา ทรงพลังเป็นอย่าง
มาก ในอากาศปรากฏเสียงคำรามของมังกรดังมา
เสียงเย็นเยียบสีเขียวแตกออกเป็นฟอง เหมือนต้องการบดขยี้ทุก
อย่างที่อยู่ตรงหน้า
ถึงยังไงก็เป็นถึงปรมาจารย์ขั้นกายทองคำชั้นที่หก ชิโยะรู้สึก
เหมือนกับร่างหยุดนิ่ง ทันใดนั้นก็ถูกกรงเล็บคร่ามังกรนั้นคว้าหมับเข้า
ให้
“ตายซะ!”
ชิงเฉิงยิ้มอย่างมั่นใจ เพิ่มแรงที่มือ จากนั้น ร่างของชิโยะก็
กลายเป็นชิ้นๆ
เปรี้ยง!
แต่ที่ทำให้ชิงเฉิงประหลาดใจก็คือ เขารู้สึกเหมือนกับว่าไม่ได้ฆ่า
คน
เหมือนกับจับร่างของศพพังๆ พริบตา ก็กลายเป็นควันสีดำ
“มู่ข่าน ยอมรับชะตาของเจ้าซะ”
ขณะที่เขากำลังประหลาดใจ มู่ข่านที่อยู่ข้างหลังกลุ่มศิษย์
พันธมิตรชิงหง ก็พลันได้ยินน˺าเสียงเย็นชาดังมา
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ร่างของหญิงสาวชุดดำปรากฏขึ้นข้างหลังเขา
ขณะเดียวกัน มือของเธอวาดลำแสงสีดำออกมา จากนั้น หัวของมู่
ข่านก็หลุดจากคอ
หญิงสาวคว้าหัวมู่ข่านเอาไว้ จากนั้นก็หลบอย่างต่อเนื่อง พุ่ง
กลับไปหาฉินเฉา
“มารดามันเถอะ จะหนีไปไหน!”
ต่อหน้าชิงเฉิง และหงเหลียงทั้งสองคน ถึงกับฆ่ามู่ข่านได้ นี่สร้าง
ความอับอายให้กับพันธมิตรชิงหงอย่างใหญ่หลวง!
ดังนั้น ทั้งสองคนจึงได้ระเบิดพลังไล่ตาม ต้องการจับตัวชิโยะ
แต่ร่างของชิโยะพลันกลายมาเป็นหลายร้อยร่าง ในขณะเดียวกัน
ร่างของหญิงสาวชุดดำหลายร้อยร่างนั้น ก็ปรากฏตรงหน้าชิงเฉิงและ
หงเหลียงทั้งสองคน ทำให้พวกเขาสับสน