มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 866: เจดีย์คัดสรรดารา
“โล่หิน!”
ฉินเฉาปลดปล่อยพลังออกมา
วิชาอัญเชิญเก้าเร้นลับภายในร่างกายของเขาเปลี่ยนรูปแบบไป
ทันที
ตูม!
กระบี่เพลิงหลายเล่มระเบิดขึ้นมาอย่างรุนแรง แรงระเบิดและ
เปลวไฟขนาดใหญ่ส่งผลให้พื้นดินสั่นสะเทือนจนทำให้ผู้คนที่อยู่
ห่างไกลคิดว่ามีแผ่นดินไหวเกิดขึ้น
ฉินอี้มองไปยังควันหนาทึบที่ปกคลุมไปทั่วก็อดที่จะรู้สึกกังวลไม่ได้
“หม่าม๊า ปะป๊า…จะตายมั้ย…..”
“ถ้าตายไปแบบนี้ เขาก็ไม่คู่ควรที่จะเป็นผู้ชายของเฉินชิง”
เฉินชิงยืนอยู่ที่เดิม ใบหน้ายังคงนิ่งสงบ กระบี่เพลิงหลายเล่มยังคง
ลอยอยู่รอบกาย
“หือ!”
ในขณะนั้นเองสายลมก็พัดผ่านให้ควันหนาลอยออกไป
เฉินชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ในแววตาปรากฏความโล่งใจออกมา
ฉินอี้ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
แต่ซู่เฟิงเหรินผู้ยืนมองการต่อสู้อยู่ไกลๆโกรธมาก คนผู้นี้เป็น
แมลงสาบหรือไง! แม้แต่อาจารย์อาที่มีความสามารถถึงเพียงนั้นยังไม่มี
ทางจัดการเขาได้เลยเหรอ?
โล่หินทรงครึ่งวงกลมถูกดึงขึ้นมาจากพื้นดินเพื่อปกป้องร่างของ
ฉินเฉา
เมื่อควันหนาถูกพัดหายไป โล่หินก็คล้ายกับดอกไม้ที่เหี่ยวเฉา
ค่อยๆกลับคืนสู่พื้นดินอีกครั้ง
ฉินเฉาที่ร่างกายครึ่งหนึ่งถูกห่อหุ้มไปด้วยหมวกหินสีขาวปรากฏตัว
ต่อหน้าเฉินชิง
แขนทั้งสองข้างของเขาก็มีโล่หินอยู่เช่นกัน
กลิ่นอายแห่งพลังของขั้นกายทองคำชั้นที่สี่ลอยอยู่รอบตัวฉินเฉา
ตอนนี้เขารวมร่างเข้ากับกระทิงปีศาจเก้าเร้นลับ และเกือบจะพ่าย
แพ้ต่อเฉินชิง
หากเป็นการต่อสู้ในระดับเดียวกัน เฉินชิงนับว่าเป็นอัจฉริยะใน
การต่อสู้
หากไม่ใช่เพราะวิชาอัญเชิญเก้าเร้นลับ ความสามารถที่แปลก
ประหลาดจนไม่ปกตินั้นคงทำให้เขาต้องพ่ายแพ้อย่างน่าสมเพช
แน่นอน
“เฉินชิง มันจบลงแล้ว”
ฉินเฉาไม่ต้องการที่จะต่อสู้เช่นนี้อีกแล้ว เขากล่าวว่า “ฉันจะจบ
การต่อสู้ครั้งนี้”
“ไม่ ข้าต่างหากที่จะทำให้เจ้าต้องจบ”
เฉินชิงโบกมือ จากนั้นกระบี่เพลิงที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นก็พุ่งเข้าใส่ฉิน
เฉา
กระบี่เพลิงพวกนี้ช่างน่ารำคาญเสียจริง
แต่ละเล่มก็ราวกับขีปนาวุธ เพียงแค่แตะก็ระเบิดแล้ว!
ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากระเบิดแล้ว เพลิงของฟินิกส์ทมิฬยังมี
ความสามารถในการเผาผลาญวิญญาณ ซึ่งพระสูตรหัวใจเพชรของฉิน
เฉาไม่สามารถต้านทานได้ หากเขาไม่สามารถขึ้นไปสู่พระสูตรหัวใจ
เพชรขั้นที่สี่ เพชรทะลวงภูผา หรือเลื่อนระดับเข้าสู่ขั้นกายทองคำ การ
อยู่ในขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งที่คล้ายกับขั้นกายทองคำแบบนี้ย่อมต้อง
กังวลกับกระบี่เพลิงนรกนี่
น่าเสียดายที่ยังไม่สามารถบรรลุทั้งสองอย่างได้ในตอนนี้
แต่โชคดีที่ฉินเฉายังได้เรียนรู้วิชาอัญเชิญเก้าเร้นลับ ที่ยังมีอีกหนึ่ง
การอัญเชิญที่เขาไม่ได้สัมผัสมาเป็นเวลานาน นั่นคือกระทิงปีศาจเก้า
เร้นลับ
กระทิงปีศาจเก้าเร้นลับมีพลังในการป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุด
ไม่ว่าจะเป็นคาถาหรือการโจมตีใดๆ หากมีพลังเพียงพอก็จะ
สามารถป้องกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ดังนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับกระบี่เพลิงที่บินเข้ามา ฉินเฉาไม่เพียงแต่
จะไม่หนีเท่านั้น แต่เขายังยินดีที่จะวิ่งเข้าไปหาพร้อมรอยยิ้มบนมุมปาก
ตูม! ตูม! ตูม!
เขาใช้โล่ที่แขนปัดกระบี่เพลิงออกไปอย่างต่อเนื่อง เปลวไฟจาก
การระเบิดที่เกิดขึ้นถูกป้องกันด้วยโล่และหมวกหินบนร่างกายของเขา
ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยพลังอันร้ายกาจของกระทิงปีศาจเก้าเร้นลับ ทำ
ให้ฉินเฉาวิ่งตรงต่อไปข้างหน้าโดยไม่หยุดฝีเท้าแม้แต่เสี้ยวนาที
“ไปพร้อมกันให้หมด!”
เฉินชิงรู้ว่าตอนนี้ฉินเฉามีพลังป้องกันที่ไม่ธรรมดา เธอรวบรวม
กระบี่สิบเล่มที่เหลืออยู่เข้าด้วยกันแล้วโจมตีไปที่ฉินเฉาทันที
ตูม!
กระบี่นับสิบเล่มระเบิดขึ้นมาพร้อมกัน แรงระเบิดที่เกิดขึ้นทำให้
ทุกอย่างสั่นสะเทือน
แต่ทันใดนั้นเอง ในเปลวเพลิงที่ลุกโชนกลับมีผู้ชายสวมหมวกหิน
พุ่งออกมา ทุกย่างก้าวของเขาเกิดรอยเท้าลึกบนพื้นดิน
บนหน้าผากของเขาปรากฏเขาของวัวและกระบืออยู่คู่หนึ่ง
เฉินชิงประหลาดใจและสร้างปีกเพลิงคู่หนึ่งมาบดบังร่างของเธอ
เอาไว้ แต่เฉินชิงรู้ดีว่าพลังป้องกันของเธอนั้นต่างออกไปจากปกติ หาก
ถูกโจมตีขึ้นมา ถ้าไม่ตายก็คงกลายเป็นคนพิการ
“ราชันย์พุ่งชน!”
ฉินเฉาปลดปล่อยพลังออกมา เขาวัวและกระบือปรากฏลำแสงสี
ดำพุ่งเข้าโจมตีร่างของเฉินชิง
“วิชาอัญเชิญเก้าเร้นลับ รวมร่าง!”
แต่ในขณะนั้นเองร่างเล็กๆก็พลันปรากฏขึ้นต่อหน้าฉินเฉาทันที
บนมือของเขาสวมถุงมือสีขาวอยู่คู่หนึ่ง เข้ามาขวางเขาวัวและ
กระบือของฉินเฉาเอาไว้
“อย่ามารังแกหม่าม๊านะ!”
ฉินอี้อ้าปาก มือทั้งสองข้างมีลำแสงสีขาวพุ่งออกมาอย่างต่อเนื่อง
เข้าขัดขวางการโจมตีของบิดา
ดวงตาของฉินเฉาเผยออกมาให้เห็นจากหมวกหิน เขาหันศีรษะ
และกระแทกลูกชายจนลอยไปตกอีกด้านหนึ่งทันที
ในขณะเดียวกัน หมวกหินกลับแตกและร่วงลงมาชิ้นหนึ่ง
“เจ้าเด็กเหลือขอคนนี้ ไม่รู้จักรักพ่อซะบ้าง เอาแต่รักแม่!”
ฉินเฉากล่าวด้วยความอิจฉาเล็กน้อย
เฉินชิงสลายกระบี่ของตนออกไป เปลวไฟที่แข็งแกร่งหายไปใน
อากาศ เผยให้เห็นความงามของเทพธิดาอย่างที่ไม่น่าจะมีอยู่บนโลกใบ
นี้
“เจ้าชนะแล้ว”
เฉินชิงมองไปยังฉินเฉา ในแววตาปรากฏอารมณ์ที่ซับซ้อนออกมา
ซึ่งไม่อาจคาดเดาได้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่
“เจ้าฉินอี้เด็กเหลือขอนี่ ฉันจะไม่ยุ่งเรื่องของเขาก็แล้วกัน”
ฉินเฉาสอดมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกันลม มองไปยังลูกชายที่ลุก
ขึ้นมาจากพื้นและกล่าวว่า “มันจะเป็นโชคดีหรือหายนะก็ให้เป็นเรื่อง
ของเขาเอง แต่ก่อนที่งานประลองหงเหมินจะเริ่ม ฉันควรจะมาอยู่ต่อ
หน้าพวกเธอแม่ลูก”
“นั่นดีที่สุดแล้ว”
เฉินชิงพยักหน้า “พวกเราควรจะทำตามข้อตกลงไม่ใช่เหรอ?”
“เอาเถอะ ฉันไม่อยากพูดอะไรอีกแล้ว เฉินชิง เธอก็ทำตัวเธอเอง
ให้ดีๆล่ะ ฉันไม่รู้หรอกว่าเธอกลายเป็นผู้หญิงแกร่งแบบนี้เมื่อไหร่ แต่
ฉันบอกเธอได้แค่ว่าถึงฉันจะไม่ทำให้เธอกลายเป็นหุ่นเชิดปีศาจ เธอก็
ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉันอยู่ดี ถ้าหากวันหนึ่งเขาซูซานยั่วโมโหฉันขึ้นมา
จริงๆ ฉันจะทำลายที่นี่ให้ย่อยยับ ทำให้ที่นี่กลายเป็นเศษซากของ
ประวัติศาสตร์ไปซะ!”
“หากเจ้ามีความสามารถพอล่ะก็นะ”
เฉินชิงคิดไปคนละทางกับคำพูดของฉินเฉา
ฉินเฉาไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก จากนั้นร่างของเขาก็ส่องประกาย
เขาใช้พลังเคลื่อนย้ายของแมงมุมพิษเก้าเร้นลับเพื่อออกไปจากเมือง
เล็กๆแห่งนี้
เฉินชิงมองฉินเฉาที่หายลับไป ทันใดนั้นแววตาก็ฉายชัดถึงความ
โศกเศร้า
แต่เธอซ่อนความโศกเศร้านี้เอาไว้อย่างรวดเร็ว แววตาแปรเปลี่ยน
เป็นความเย็นชาและเฉยเมย ก่อนหันไปพูดกับฉินอี้ที่อยู่ใกล้ๆ ว่า
“ฉินอี้ กลับกันเถอะ”
“อื้อ”
ฉินอี้สลายพลังคชสารเก้าเร้นลับ ก่อนจะปัดฝุ่นตามตัวและเข้าไป
จับมือเฉินชิง
เฉินชิงสร้างกระบี่น˺าแข็งขึ้นมา ก่อนที่ทั้งสองคนจะท่องกระบี่
กลับไปยังเขาซูซานอย่างรวดเร็วจนเห็นเพียงแสงที่ดูคล้ายกับดาวตก ซู่
เหรินเฟิงเห็นดังนั้นจึงรีบท่องกระบี่ตามไปด้วย
“คราวหลังเจ้าห้ามลงจากเขาอีก หน้าที่ของเจ้าคือหมั่นฝึกฝนให้ดี
และพยายามให้สำเร็จเพื่อแม่”
เฉินชิงส่งลูกชายกลับไปที่ห้องของเขาก่อนจะพูดกับเขาอยู่หลาย
คำ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าฉินอี้ได้ฟังหรือไม่
“ข้ารู้แล้ว หม่าม๊าไม่ต้องกังวล ข้าจะไม่แพ้น้องสาวแน่นอน”
ฉินอี้ปลอบแม่ของตน “วันนี้พลังอัญเชิญเก้าเร้นลับของข้าถูกปลุก
ให้ตื่นขึ้นแล้ว ด้วยพลังนี้ การเอาชนะน้องสาวก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร”
เฉินชิงมองไปยังฉินอี้ที่กำลังภูมิใจในตัวเอง ก็ได้แต่ถอนหายใจอยู่
ในใจ
วิชาอัญเชิญเก้าเร้นลับเป็นพลังที่สืบทอดมาจากพ่อของเจ้า
แล้วสิ่งนี้เกี่ยวข้องกับการสั่งสอนของเธอยังไงกัน?
“ไปอาบน˺าเถอะ แม่จะไปฝึกฝนที่หน้าผาด้านหลัง”
เฉินชิงเดินออกจากประตู แล้วถอนหายใจออกมา
“กังวลเรื่องการฝึกฝนของฉินอี้อยู่เหรอ?”
เสียงที่ฟังดูสงบและเต็มไปด้วยพลังดังขึ้นมาจากด้านข้างของเธอ
เฉินชิงรีบหันไปอย่างรวดเร็ว แล้วโค้งคำนับ
“อาจารย์!”
“เพียงแค่มอง ข้าก็เห็นความกังวลบนใบหน้าของเจ้า”
ถานไห่ผู้ที่กำลังยืนอยู่ ณ ที่นั้น ร่างกายฉายชัดถึงความไม่ธรรมดา
และความเป็นอมตะ เขามองไปยังศิษย์รักของตน “ฉินอี้ยังเป็นเด็ก การ
ให้เขาฝึกฝนทั้งวันทั้งคืนนั้นคงยากสำหรับเขาจริงๆ”
“อาจารย์อย่าโอ๋เขาเกินไปนัก”
เฉินชิงส่ายหัวพูดว่า “นิสัยของเขาไม่ค่อยดีนัก หากเขารู้ว่ามีคนรัก
เขา เขาจะยิ่งได้ใจ”
“พูดราวกับว่าเจ้าไม่รักเขาเหมือนกัน”
ถานไห่ถอนหายใจออกมา “ข้าเห็นเขาบาดเจ็บจากการฝึกฝนมา
แต่ละครั้ง ก็ไม่ใช่เจ้าที่แอบหลั่งน˺าตางั้นเหรอ? ศิษย์เอ๋ย เจ้าจะทำอะไร
กันแน่ อาจารย์ไม่เข้าใจเลยจริงๆ”
“ข้าไม่ต้องการก้มหัวต่อหน้าฉินเฉา!”
เฉินชิงกล่าวว่า “ข้าเคยลังเลต่อเส้นทางของข้า แต่เป็นเพียงใน
ตอนนั้นเท่านั้น ในตอนนี้ข้าต้องยึดมั่นในคุณธรรมของข้า ยึดมั่นใน
คุณธรรมของเขาซูซาน! หากข้าก้มหัวต่อหน้าฉินเฉา นั่นเท่ากับว่าข้า
ยอมรับว่าความยุติธรรมของเขาซูซานเป็นเรื่องที่ผิด หากเป็นเช่นนั้นคง
ไม่ยุติธรรมต่ออาจารย์และเขาซูซาน”
“ไหล่ของเจ้าแบกภาระเอาไว้หนักเกินไปแล้ว”
ถานไห่กล่าวว่า “สิ่งที่เรียกว่าความยุติธรรมไม่ใช่เรื่องที่เจ้าจะต้อง
มาตกปากรับคำกับอาจารย์ ความยุติธรรมนั้นอยู่ในใจของผู้คน ศิษย์
เอ๋ย มันไม่ได้อยู่บนกระบี่ของเจ้า”
“อาจารย์ จะอย่างไรข้าก็ไม่อยากพ่ายแพ้ต่อฉินเฉา”
เฉินชิงยังคงยืนยันอย่างหนักแน่น
“ในท้ายที่สุดความพยายามของเจ้าจะสร้างปัญหาให้ตัวเจ้าเอง”
ถานไห่ส่ายหัว “เอาล่ะ ตามข้ามาสิ”
“ค่ะ”
เฉินชิงไม่รู้ว่าอาจารย์ของเธอกำลังจะทำอะไร ได้แต่ตามเขาไป
ทันที
ทั้งสองเดินตามทางที่ทอดยาวผ่านห้องโถงหลักแห่งเขาซูซาน จน
มาถึงเจดีย์ที่อยู่ด้านหลังภูเขา
เจดีย์แห่งนี้คือสถานที่ต้องห้ามของเขาซูซาน หากไม่ใช่เจ้าสำนัก
คนอื่นไม่สามารถเข้าไปข้างในได้
“เจดีย์คัดสรรดารา”
เฉินชิงไม่รู้ว่าอาจารย์ของเธอตั้งใจพาเธอมาทำอะไรที่นี่
เอี๊ยด!
ถามไห่โบกแขน ก่อนที่ประตูหนาหน้าเจดีย์จะเปิดออก
“เข้ามาเถอะ”
“แต่อาจารย์ ที่นี่คือสถานที่ต้องห้ามของเขาซูซาน!”
เฉินชิงค่อนข้างลังเล
“อย่ากังวลไป จะอย่างไรเจ้าก็จะได้เป็นเจ้าสำนักแห่งเขาซูซานอยู่
แล้ว เจ้าจะมาที่นี่เร็วหรือช้านั้นไม่สำคัญ เข้ามาเถอะ”
ถานไห่ยิ้ม พร้อมกับก้าวเท้าเข้าไปในเจดีย์คัดสรรดาราแห่งนี้
เมื่อเฉินชิงได้ยินอาจารย์พูดเช่นนี้ จึงก้าวตามเข้าไปในเจดีย์
หลังจากที่เข้าไป ประตูเจดีย์ก็ปิดลงอย่างช้าๆ
เมื่อเข้าไปด้านใน เฉินชิงก็พบว่าเจดีย์แห่งนี้มีเพียงชั้นเดียว และ
พอเงยหน้าขึ้นไปจะเห็นยอดเจดีย์เป็นทรงแหลม
ที่ด้านบนของเจดีย์มีวัตถุทรงกลมสีขาวลอยอยู่อย่างช้าๆ และมี
แสงเปล่งออกมาจางๆ ราวกับว่ามันคือดวงดาวจริงๆ
รอบๆเจดีย์มีรูปปั้นคนวางเอาไว้
เฉินชิงจำได้ว่ารูปปั้นเหล่านี้ ครั้งหนึ่งเคยเป็นเจ้าสำนักแห่งเขาซู
ซานมาก่อน
“รูปปั้นที่วางอยู่ที่นี่คือเหล่าเจ้าสำนักแห่งเขาซูซานในแต่ละรุ่น
ที่นี่คือสถานที่แห่งการสังเวย”
ถานไห่ยืนอยู่ด้านหน้าของรูปปั้นผู้หญิงคนหนึ่ง ใบหน้าของเธอดู
ค่อนข้างอ้างว้าง
“นี่คืออาจารย์ของข้าเอง”
“คารวะท่านอาจารย์ของอาจารย์”
เฉินชิงหันไปโค้งคำนับหน้ารูปปั้นนั้นทันที แล้วจึงหันไปโค้งคำนับ
รูปปั้นทั้งหมด “คารวะท่านเจ้าสำนัก”
“ที่นี่มีเพียงข้าและศิษย์เท่านั้น เหตุใดจึงต้องสุภาพให้มากนัก”
ถานไห่ส่ายหัว “นี่เป็นเพียงรูปปั้น หาใช่คนที่มีเกียรติจริงๆไม่
หลังจากนี้ถานไห่ผู้นี้ก็จะทิ้งรูปปั้นเอาไว้ด้านหลัง และมันก็จะคงอยู่ที่นี่
ต่อไปอย่างเหน็บหนาว”
เฉินชิงรู้สึกได้ว่าในเวลานี้ อาจารย์ของเธอดูเหงาอย่างที่ไม่
สามารถบรรยายออกมาได้