มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 956: ฮัวเหนียงพบนางงูขาว
“ขอแสดงความยินดีกับซ่างเหรินที่ออกจากการจําศีล!” ณ ยอดเขาหมอก ควันสีฟ้าค่อย ๆ ลอยตัวขึ ้ นมาอย่างช้า ๆ เหนือควันสีฟ้ามีชายชราหลังค่อมดูอนาถาคนหนึ่งยืนอยู่ ชายชราผู้นี้สวมใส่ชุดสีดําที่ดูหรูหรา แต่คนอื่น ๆ ก็ไม่กล้าที่จะ กล่าวคําเยินยอ ชายที่ดูอนาถาผู้นี้ทําให้ผู้อื่นคิดไปถึงชายที่แสน แข็งแกร่งในเรื่องหุ่นยนต์แมว แต่เขาผู้นี้เป็นคนยิ่ งใหญ่มาก ศิษยานุศิษย์แห่งยอดเขาหมอก นั่ งคุกเข่าเรียงรายอยู่ด้านหน้า ใบหน้าของแต่ละคนดูเคารพนอบน้อม พวกเขากําลังต้อนรับผู้อาวุโสไท่ซ่างแห่งยอดเขาหมอก ตงฟางอิ๋ งคุกเข่าอยู่ด้านหน้าพร้อมกับคนในตระกูลตงฟางที่ มาร่วมคํานับจู่หลงซ่างเหรินด้วยกัน “หึ ๆ เวลาแห่งการจําศีลล่วงเลยมาเพียงพอแล้ว” จู่หลงซ่างเหรินมองศิษย์จํานวนนับไม่ถ้วนตรงหน้าด้วยรอยยิ้ ม “อิ๋ งเอ๋อ เรื่องที่ชายชราผู้นี้บอกให้เจ้าเตรียมการเป็นยังไงบ้าง?” “รายงานผู้อาวุโส!” ตงฟางอิ๋ งก้าวขึ ้นไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วและกล่าวว่า “เกือบ เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ นายหญิงเข้าไปอยู่ในตําหนักบูรพาเพื่อรอคอย ความโปรดปรานจากซ่างเหรินแล้ว” “ดี ทําได้ดี” จู่หลงซ่างเหรินจับเคราน้อย ๆ ของเขา นัยน์ตาเป็นประกายฉาย แววลามก ว่ากันว่ามังกรเป็นสัตว์ที่มักมากในกาม จู่หลงซ่างเหรินผู้นี้ก็ไม่ใช่ ข้อยกเว้น หากได้แหวกฟ้าคว้าฝนกับฮัวเหนียงสักคืน ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่จะ ได้รับพลังเซียนมาปกป้องร่างกาย เพียงแค่พูดว่าฮัวเหนียงงดงามราว กับดอกไม้ก็เพียงกับอารมณ์ที่ท่วมท้นนี้แล้ว “หึ ๆ ดีมาก ชายชราผู้นี้เองก็ต้องไปเตรียมตัวให้พร้อมสําหรับงาน แต่งงานที่จะมีขึ้นในอีกสองวันข้างหน้า เจ้าเตรียมงานแต่งไปถึงไหน แล้ว?” “ใกล้จะเสร็จเรียบร้อยแล้วเช่นกันค่ะ ข้าส่งคําเชิญไปทั่ วโลก อิ๋ งเอ๋อคิดว่าผู้ฝึกตนทั ้ งหมดจะต้องมีชื่นชอบงานแต่งงานของซ่างเหริน อย่างแน่นอน” “ดีมาก หลังจากนั ้ นอีกสองวัน ชายชราผู้นี้จะได้เจอเจ้าสาวเสียที ฮ่า ๆ วันนี้ชายชราผู้นี้มีความสุขมาก อิ๋ งเอ๋อ เจ้าจงมาด้วยกันกับข้า ชายชราผู้นี้จะสอนเคล็ดวิชาใหม่ในกวนจงให้เจ้าเอง” “ค่ะ!” ตงฟางอิ๋ งมีความสุขมาก ศิษยานุศิษย์คนอื่น ๆ ได้แต่มองด้วย ความอิจฉา แต่ไม่มีใครรู้ว่าตงฟางอิ๋ งผู้นี้กําลังเล่นละครฉากหน้า เธอเยาะเย้ย อยู่ในใจ มังกรมักมากผู้นี้มองหาเธอเพื่อที่จะสอนเคล็ดวิชาที่ไหนกัน เห็น ได้ชัดว่าเขาอยากมีความสุขอยู่บนเตียงกับเธออีกครั้ ง ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาตงฟางอิ๋ งกลายเป็นที่โปรดปรานของจู่หลง ซ่างเหริน และได้ร�าเรียนเคล็ดวิชาบางส่วนมา แต่ความโปรดปรานเหล่านั้ นมักจะอยู่บนเตียงเสียมากกว่า เรื่องนี้นับว่าเป็นประโยชน์ต่อกันและกัน ที่ตงฟางอิ๋ งก้าวหน้าไปได้อย่างรวดเร็วอาจเป็นเพราะว่าเธอกลืน กินน�าเชื้อมังกรเข้าไป ในแต่ละครั้ งชายชราผู้นี้ช่างเป็นคนที่เข้มงวด เขาไม่ยอมให้น�าเชื้อ มังกรกับเธอ เขาเป็นคนฉลาด พลังงานหยวนจิงที่สูญเสียออกไปนั้ นนับว่าเป็นพลังงานที่มีค่ามาก ที่สุด แต่ตงฟางอิ๋ งไม่โง่ ในแต่ละครั้ งเธอได้ใช้ทุกวิถีทางที่จะทําให้ชาย ชราผู้นี้ปลดปล่อยมันออกมาในที่สุด คราวนี้น่ากลัวว่าเธอคงได้ต่อสู้อย่างดุเดือดอีกครั้ ง ท่ามกลางสายตาอันเป็นประกายของผู้คนในตําหนักบูรพา ตง ฟางอิ๋ งเดินเคียงคู่กับจู่หลงซ่างเหรินไปยังตําหนัก ตําหนักบูรพาแห่งนี้คือที่อยู่อาศัยของตระกูลตงฟาง และนอกจาก ตระกูลตงฟางแล้ว ตําหนักที่หรูหรามากที่สุดของที่นี่ก็คือที่พํานักของจู่ หลงซ่างเหริน ตงฟางอิ๋ งไม่รู้ว่าเธอมาที่นี่กี่ครั้ งกี่หนแล้ว และในทุกครั้ งที่มาเธอ จะต้องทนกล�ากลืนฝืนอาการคลื่นไส้ในยามที่ต้องมีความสัมพันธ์กับ ชายชราอัปลักษณ์ผู้นี้ เธอไม่มีความรู้สึกใด ๆ กับชายชราอัปลักษณ์ผู้นี้เลยแม้แต่น้อย เธอจะต้องเล่นละครทุกครั ้ งในยามที่เธอถูกกดลงกับโต๊ะแปดเซียน ตงฟางอิ๋ งตัวสั่ น ในขณะที่กําลังคิดอยู่นั้ นหัวใจของเธอก็เหมือนถูก ไฟฟ้าช็อต ไม่รู้ว่าทําไมในหัวของเธอกลับคิดถึงชายอีกคนหนึ่งขึ ้ นมา ชายผู้ทรงพลังคนนั ้ นถือกระบี่สีดํา สวมใส่เสื้อโค้ตกันลมสีดํา บน ใบหน้าของเขาประดับรอยยิ้ มเอาไว้ เขาคือประมุขนิกายหลัวซาอย่างนั ้ นเหรอ? ปีศาจร้ายผู้นั ้ นก็ยังคงเป็นผู้ชาย แต่น่าเสียดายที่พลังของเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของจู่หลงซ่างเหริน ฮัวเหนียงถูกลิขิตให้เป็นผู้หญิงของจู่หลงซ่างเหรินแล้ว ตัวเธอเองก็เหมือนกัน….. บนโลกนี้ไม่มีใครที่จะมาช่วยได้อีกแล้ว! ตงฟางอิ๋ งอยากจะให้มันจบไปเสียที เธอลงทุนลงแรงต่อสู้อย่าง ดุเดือดและเริ่ มใช้กลวิธีเพื่อทําให้ชายชราปลดปล่อยออกมาไว ๆ และ เธอเองก็จะได้จบเรื่องที่น่ารังเกียจนี้ไว ๆ ด้วย ในเวลาเดียวกัน ณ อีกด้านหนึ่งในตําหนักบูรพา ฮัวเหนียงนั่ งอยู่ข้างหน้าต่างพร้อมมองออกไปยังท้องฟ้าด้านนอก บนท้องฟ้ามีนกกําลังโผบิน บนยอดเขาหมอกแห่งนี้หนาวเย็นหา ใดเปรียบไม่ได้ นกเหล่านั้ นไม่หนาวกันบ้างเหรอ ฮัวเหนียงอดมีความรู้สึกเช่นนั ้ นไม่ได้ เป็นนกช่างดีเหลือเกิน ไม่ว่าอากาศจะหนาวเย็นขนาดไหนก็ตาม มันก็ยังโผบินได้อย่างอิสระ ท่านอาจารย์… การที่ท่านสั่ งเสียให้รวมยอดเขาหมอกเข้ากับหวง หลงในอดีตมันถูกหรือผิดกันแน่….. ท่านจะรู้หรือเปล่าว่าศิษย์ของท่านต้องพบกับหายนะ? แต่หากศิษย์จะต้องรับภัยพิบัตินี้ก็ไม่เป็นไร อย่าให้ฉินเฉาต้องมารับภัยพิบัตินี้ด้วยกันก็พอ….. ในขณะที่หัวใจของฮัวเหนียงกําลังเป็นทุกข์ นกตัวหนึ่งก็กระพือปีก บินเข้ามาเกาะอยู่ใกล้ ๆ กับหน้าต่างทันที “หืม?” เมื่อนกบินลงมา ฮัวเหนียงก็รู้สึกว่ามีบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง ร่างกายของนกเปล่งแสงสีขาว และทันใดนั้ นมันก็กลายเป็นงูสีขาว ขนาดเล็กทันที “เจี่ยวเจียว!” ฮัวเหนียงตกใจ เธอรีบปิดหน้าต่างและกอดงูน้อยตัวนั้ นเอาไว้อย่าง รวดเร็ว “ฮิ ๆ ศิษย์พี่ ไม่ต้องห่วง นี่คือร่างจําแลงของฉัน” งูน้อยเลื้อยขึ้นไปอยู่บนไหล่ของฮัวเหนียงอย่างคล่องแคล่วและยิ้ ม ออกมา “เจี่ยวเจียว เจ้าสร้างปัญหาเข้าแล้ว! ร่างจําแลงนี้จะทําให้เจ้า สูญเสียพื้นฐานการฝึกตนไปถึง 100 ปี! เจ้ามีพื้นฐานการฝึกตนอยู่เพียง 500 ปีเท่านั ้ น เจ้ามาเสีย 1 ใน 5 ไปเช่นนี้ได้ยังไง!” “ฮิ ๆ ศิษย์พี่ 100 ปี ฝึกตนอีกรอบก็จบแล้ว” งูน้อยแลบลิ้ นสีแดงออกมา เธอกล่าวว่า “ใครให้ฝ่าเซียงที่น่าตาย จับฉันขังเอาไว้ล่ะ ไม่อย่างนั้ นฉันคงมาหาศิษย์พี่ด้วยตัวเองแล้ว หึ ฉัน จะไม่ยุ่งกับเขาสามวัน ให้เขารู้ซะบ้างว่าคราวนี้เขาทําผิดไปขนาด ไหน!” “เจ้าควรที่จะเชื่อฟังฝ่าเซียง” ฮัวเหนียงถอนหายใจ “ข้าอยู่ที่นี่ ไม่มีอะไรทั้ งนั ้ น” “ไม่มีอะไร!” ไป๋เจี่ยวเจียวกรีดร้อง “ศิษย์พี่ต้องแต่งงานกับคนตาเฒ่าที่ไม่มี อะไรดีคนนั้ น จะเรียกว่าไม่มีอะไรได้ยังไง!” “นี่คือชีวิต นี่คือการชดใช้” ฮัวเหนียงลูบหัวงูน้อยสีขาว “ในอดีตข้าสังหารเขา ตอนนี้ข้าจึงต้อง เอาตัวมาชดใช้ พระพุทธเจ้าตรัสเอาไว้ว่า ทุก ๆ การดื่ม ทุก ๆ การกัด ไม่มีสิ่ งใดที่ไม่ได้เตรียมเอาไว้ล่วงหน้า เมื่อก่อนข้าเคยสังหารเขา ตอนนี้ ถึงคราวต้องชดใช้แล้ว” “เหอะ!” งูน้อยตะโกนออกมา “คนผู้นั ้ นชอบศิษย์พี่น่ะสิ มีความสัมพันธ์ อะไรกับศิษย์พี่กันถึงได้มาลากตัวศิษย์พี่ไปแบบนี้! เมื่อก่อนฉันเป็นงู ขาวที่อยู่กับศิษย์พี่มาตลอด ฉันเลยเห็นมันอย่างชัดเจนมากที่สุด!” “เจี่ยวเจียว… เจ้าไม่เข้าใจ… ในอดีตศิษย์พี่เคยชอบเขา” ฮัวเหนียงถอนหายใจ “ไม่เข้าใจอะไรกัน เรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ฉันได้ลิ้ มลองมันแล้ว” ไป๋เจี่ยวเจียวพูดด้วยความมั่ นใจว่า “มันไม่ใช่สิ่ งที่ทําให้รู้สึกดีหรือ ไง มีอะไรที่เลวร้ายกัน” “เจ้า เจ้าอย่าพูดอะไรไร้สาระ!” ใบหน้าของฮัวเหนียงกลายเป็นสีแดงในทันใด “พื้นฐานการฝึกตน ของเจ้ายังตื้นเขินเกินไป เจ้าอย่าได้ไปสับสนกับความรักและความหลง ข้ากับเขาไม่ได้ทําเรื่องแบบนั้ นกันเสียหน่อย” “โอ้ ฉันรู้แล้วว่าศิษย์พี่ยังไม่เคยทําเรื่องแบบนั้ น ศิษย์พี่ ถ้าเป็น คําพูดในยุคปัจจุบัน ศิษย์พี่ก็คือสาวพันปี” “ไปให้พ้นเลย!” ฮัวเหนียงดีดนิ้ วใส่หัวงูขาวเบา ๆ “เจ้าไปเรียนรู้คําพวกนี้มาจาก ไหนกัน” “ออนไลน์!” ไป๋เจี่ยวเจียวตอบอย่างตื่นเต้นว่า “ตอนนี้ฉันเข้าอินเทอร์เน็ตเป็น แล้วก็เลยได้รู้เรื่องราวเยอะแยะมากมายเต็มไปหมด! เรื่องไหนที่ไม่รู้ก็ ได้รู้! ถ้าหากศิษย์พี่ไม่เข้าใจเรื่องอะไร บอกฉันได้เลย ฉันจะค้นหาให้ ศิษย์พี่เอง ตอนนี้ฝ่าเซียงไม่ให้ฉันออกไปข้างนอก ฉันเลยทําได้แค่เข้า อินเทอร์เน็ตฆ่าเวลาเท่านั้ น หากศิษย์พี่อยากรู้เรื่องอะไรก็ถาม Baidu หากเป็นเรื่องในต่างประเทศก็ถาม Google หากเป็นเรื่องเซ็กส์ละก็ให้ ถาม Tianya…” “เจ้าอายุยังน้อยอย่าได้มาเรียนรู้เรื่องนี้ จงไปฝึกฝน ไม่ใช่มีเซ็กส์ มากจนเกินไป ความก้าวหน้าในการฝึกตนของเจ้ายังน้อยนัก หากเจ้า สนใจในเรื่องนี้มากเกินไปมันจะไม่ดีต่อทั้ งตัวเจ้าและฝ่าเซียง” “โอ้ ฉันรู้แล้วศิษย์พี่” ไป๋เจี่ยวเจียวสะบัดหางและกล่าวว่า “พวกเราจะทํากันวันละครั ้ ง เท่านั ้ น” “วันละครั ้ งนี่น้อยแล้วเหรอ!” ฮัวเหนียงตกใจมาก “นี่นับว่าไม่ดีนัก มันจะทําให้ร่างกายของเจ้า บาดเจ็บจนเกินไป!” “ฮิ ๆ ศิษย์พี่ ไม่หรอกน่า…” ไป๋เจี่ยวเจียวถูแก้มของฮัวเหนียง “มันมีความสุขจริง ๆ นะ งั ้ นแค่ เดือนละครั ้ งก็ได้….. ครั้ งอื่น ๆ … ผู้อื่นจะใช้ปาก…..” “……” ฮัวเหนียงมีความคิดขึ ้นมาว่าจะขว้างงูขาวตัวน้อยออกไป “โอ้ ศิษย์พี่ นี่มันศตวรรษที่ 21 แล้ว พวกเราต้องทําตัวเป็นจิต วิญญาณที่ข้ามกาลเวลาสิ” ไป๋เจี่ยวเจียวรีบพูดออกมา “ลืมมันไปซะ นี่เป็นเรื่องในห้องหอของเจ้าและฝ่าเซียง ศิษย์พี่ไม่ สะดวกใจที่จะถามเรื่องที่เจ้าไม่สะดวกใจจะพูดเช่นกัน” “ฮิ ๆ ศิษย์พี่เองก็หลีกเลี่ยงมันไม่ได้หรอก ถ้าฉินเฉามาพาตัวศิษย์ พี่ไปเมื่อไหร่ ศิษย์พี่เองก็ต้องทํางานหนักเหมือนกันนั่ นแหละ” ไป๋เจี่ยวเจียวกล่าวว่า “ข้างกายของฉินเฉามีสาวงามอยู่นับไม่ถ้วน ศิษย์พี่ควรเรียนรู้เรื่องนี้เอาไว้ให้มาก แล้วใช้ร่างกายของศิษย์พี่คว้า หัวใจของฉินเฉาเอาไว้” “เจ้า เจ้าพูดว่าอะไรนะ!” ใบหน้าของฮัวเหนียงร้อนแล้วร้อนอีก ทันใดนั้ นเธอก็เข้าใจทุก อย่าง เธอมองงูน้อยตาโตแล้วเอ่ยถาม “เมื่อกี้เจ้าพูดอะไร เจ้าพูดมาอีกครั้ งซิ!” “ศิษย์พี่กังวลเกินไปแล้ว” งูขาวตัวน้อยกล่าวพร้อมรอยยิ้ ม “ฉันบอกว่าศิษย์พี่ต้องใช้ร่างกาย …..” “ไม่ใช่เรื่องนี้!” ฮัวเหนียงรีบกล่าวขัด “ประโยคก่อนหน้านี้ต่างหาก! เจ้าบอกว่าฉิน เฉาจะมาพาตัวข้าไปเหรอ?” “ใช่!” “เจ้าพูดจริงหรือเปล่า?” ฮัวเหนียงเป็นกังวล “เจ้าไม่ได้แค่เดาเอาเองใช่มั้ ย?” “ฉันจะเดาเอาเองได้ยังไง มันเป็นเรื่องจริง” งูขาวม้วนหางพันรอบข้อมือของฮัวเหนียง “นี่เป็นสิ่ งที่ตระกูลของ สามีของฉันได้บอกฉันเอาไว้ ก่อนที่เขาจะออกเดินทาง เขาได้ให้เพลิง โพธิสัตว์เป็นของขวัญเพื่อช่วยสนับสนุนคู่ของเราด้วย” “อะ อะไรกัน…” ฮัวเหนียงรู้สึกหน้ามืดไปหมด ร่างทั้ งร่างพลันอ่อนแรงจนต้องพิง เก้าอี้ “คราวนี้พวกเจ้า… จะฆ่าฉินเฉา…..” “จะไปทําได้ยังไงล่ะ!” งูขาวตัวน้อยเลื้อยขึ้นมาอยู่ที่ไหล่ของศิษย์พี่ “ศิษย์พี่ดูถูกฉินเฉา เกินไปแล้ว ตอนนี้เขาเป็นประมุขนิกายหลัวซา พลังของเขาแข็งแกร่ง มาก ครั ้ งก่อนที่เปิดนิกายเขาก็ขับไล่แปดสํานักออกไปจนกระเจิง” “โอ้ แปดสํานักที่ว่ายังไม่ส่งปรมาจารย์ที่แท้จริงออกมาน่ะสิ” ฮัวเหนียงถอนหายใจ เพียงแค่คิดในใจก็พลันว่างเปล่า “บนยอด เขาหมอกแห่งนี้มีจู่หลงซ่างเหรินอยู่ หากฉินเฉามาชิงตัวข้าไป จู่หลง ซ่างเหรินจะต้องไม่ปล่อยเอาไว้แน่” “ฉันอยากจะซัดจู่หลงซ่างเหรินสักครั ้ งก่อนจริง ๆ” ไป๋เจี่ยวเจียวกล่าวว่า “ใครให้ตาเฒ่าตัวเหม็นคนนี้มาแต่งงานกับ ศิษย์พี่ของฉันกัน” “เจ้าก็พูดไป” ฮัวเหนียงขมวดคิ้ วสีดําสนิทของเธอ “จู่หลงซ่างเหรินเป็น ปรมาจารย์ใหญ่ขั้ นประกายแสง ส่วนฉินเฉา ถึงแม้ว่าเขาจะมีพรสวรรค์ ที่ยอดเยี่ยมและถือครองแก่นปีศาจ แต่ก็ยังอยู่ห่างชั้ นกับขั ้ นประกาย แสงนัก หากเขามาชิงตัวข้าที่นี่ เขาจะต้องหมอบอยู่ที่ยอดเขาหมอก แห่งนี้แน่นอน โอ้ ข้าได้ทําบาปลงไปแล้ว…..” “ศิษย์พี่ ไม่เป็นไร ไม่ต้องกังวล” งูขาวกล่าวแนะนําว่า “ฉินเฉาแข็งแกร่งมาก ศิษย์พี่เชื่อมั่ นในตัว เขาบ้างเถอะ” “ไม่ใช่ว่าข้าไม่เชื่อมั่ นในตัวเขา แต่จู่หลงซ่างเหรินนั ้ นแข็งแกร่ง เกินไป” ฮัวเหนียงส่ายหน้า “จู่หลงซ่างเหรินเป็นผู้นําของผู้อาวุโสทั้ งสี่ พลัง ของเขาไม่ใช่สิ่ งที่คนธรรมดาจะจินตนาการได้ คราวนี้ฉินเฉาจะต้อง เผชิญกับหายนะแล้ว… ไม่ดีแน่ เจ้ารีบลงจากเขาไปขวางทางเขาเร็ว เข้า! อย่าให้เขาขึ ้นมาที่นี่ได้เด็ดขาด!” ฮัวเหนียงกล่าว พลางทําท่าจะเปิดหน้าต่าง “เฮ้ ศิษย์พี่ อย่าโยนฉันออกไป” งูขาวเลื้อยมาพันข้อมือของฮัวเหนียงให้แน่นขึ้ น “ตอนนี้มันสาย เกินไปแล้ว หากลองคํานวณวันดู ฉินเฉาคงจะขึ้ นเขามาแล้ว! และบางที ตอนนี้เขาอาจจะอยู่บนยอดเขาหมอกแล้วก็ได้!”