มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 959: คู่รักแอบนัดพบกันยามดึก
ฉินเฉาขี้เกียจเกินกว่าจะมาดักฟังสงครามของพวกเขาแล้ว
แต่ดูเหมือนว่าเขาก็ยังได้รู้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อยู่บ้าง
ท่านเซียนฉื่อ เม็ดยาเก้าสิบเก้าดิน…..
มันคืออะไรกันแน่? เป็นไปได้มั้ยว่าตระกูลตงฟางกำลังวางแผนจะ
ทำอะไรสักอย่างอยู่?
สองคนนั้นไม่พูดอะไรออกมาอีกแล้ว พวกเขากำลังมีสมาธิจดจ่อ
อยู่กับการทำสงครามระหว่างกัน
ฉินเฉารู้แล้วว่าถึงอยู่ที่นี่ไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา เขาหันหลังออกจาก
ห้องไปเงียบ ๆ ก่อนจะลอยขึ้นไปบนฟ้าเหนือตำหนักบูรพาเพื่อดูว่าฮัว
เหนียงอยู่ที่ไหน
แต่ตำหนักบูรพาแห่งนี้มีขนาดใหญ่มาก ดูเหมือนว่ามันไม่ง่ายเลย
ที่จะมองหาเธอ
ฉินเฉามองซ้ายมองขวา ทันใดนั้นเขาก็พบกับผู้คุ้มกันของตระกูล
ตงฟางที่กำลังลาดตระเวนอยู่บนท้องถนน
เขานึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้กะทันหัน จึงปลดปล่อยภูตผีหลัวซา
ให้เปลี่ยนร่างกลายเป็นตงฟางอิ๋งและลงไปอยู่บนพื้น
เมื่อยามลาดตระเวนสังเกตเห็นตงฟางอิ๋งเดินออกมาจากตรอกข้าง
ๆ เขาก็ตกใจและรีบคำนับอย่างรวดเร็ว
“ศิษย์พี่หญิงตงฟาง”
“อืม”
ตงฟางอิ๋งพยักหน้าและพูดด้วยน˺าเสียงนิ่งสงบว่า “พาข้าไปพบฮัว
เหนียงที”
“ครับ”
ผู้คุ้มกันจะกล้าลังเลได้ยังไง เขารีบพาศิษย์พี่ตงฟางตรงไปยังบ้าน
ของฮัวเหนียงทันที
ในไม่ช้า ทั้งคู่ก็มาถึงหน้าบ้านหลังหนึ่ง
ตงฟางอิ๋งโบกมือ “ข้ามีเรื่องจะคุยกับฮัวเหนียงเป็นการส่วนตัว เจ้า
ไปได้แล้ว”
“ครับ”
ผู้คุ้มกันรีบออกไปอย่างรวดเร็ว
ในเวลานี้ ประตูถูกเปิดออกมา
ด้านหลังของบานประตูมีหญิงสาวคนหนึ่งก้าวออกมา เธอสวม
อาภรณ์มีสีสัน ใบหน้านั้นงดงามอย่างน่าประทับใจ
“ศิษย์พี่หญิงตงฟาง ไม่ทราบว่าท่านมีเรื่องอะไรถึงมาหาข้าดึกถึง
เพียงนี้?”
“หึ ๆ …”
ตงฟางอิ๋งผู้นี้ยิ้มบาง ๆ ที่มุมปากทันที
“ศิษย์พี่หญิงหัวเราะทำไม?”
ฮัวเหนียงสะบัดปลายแขนเสื้อด้วยใบหน้านิ่งสนิท “ศิษย์พี่หญิง
กำลังหัวเราะเยาะข้าที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเรื่องเหล่านี้ได้ใช่มั้ย?
หากท่านมาเพื่อดูเรื่องตลก เช่นนั้นก็ได้โปรดกลับไปเถิด”
“ดูเธอพูดเข้าสิ ฉันจะไปหัวเราะเยาะเธอได้ยังไง”
น˺าเสียงจากปากของตงฟางอิ๋งค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเสียงของผู้ชาย
ทันใดนั้นดวงตาที่งดงามของฮัวเหนียงก็พลันเบิกกว้าง เธอมองคน
ตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“คุณ คุณ…..”
“ใช่แล้ว เป็นฉันเอง”
ตงฟางอิ๋งจับมือของฮัวเหนียงเอาไว้ทันที “ที่นี่ไม่เหมาะสมที่จะพูด
อะไร เข้าไปในบ้านเถอะ”
เมื่อพูดดังนั้น ตงฟางอิ๋งก็พาฮัวเหนียงเข้าไปด้านในโดยไม่สนว่า
เธอจะกำลังตกใจอยู่
หลังจากนั้น เธอจึงโบกมือและบานประตูก็ปิดลง
“คุณชายฉิน… เป็นคุณชาย…”
ฮัวเหนียงมองศิษย์พี่หญิงตงฟางของเธอด้วยน˺าตาที่หลั่งริน
“ไม่ใช่ว่าศิษย์พี่หญิงกำลังแกล้งหลอกข้าอยู่ใช่มั้ย…..”
“ตอนนี้ศิษย์พี่หญิงตงฟางของเธอมาแกล้งหลอกเธอไม่ได้หรอก”
ตงฟางอิ๋งผู้นี้หันกลับมาและกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ตอนนี้เธอกำลัง
ยุ่งอยู่กับการดูแลจู่หลงซ่างเหรินบนเตียง”
เมื่อพูดดังนั้น ร่างกายของตงฟางอิ๋งก็พลันกลายเป็นควันดำ ก่อน
จะรวมตัวกันอย่างช้า ๆ
และร่างของชายคนหนึ่งก็เดินออกมาจากความว่างเปล่า พร้อมกับ
สูดควันดำเหล่านั้นเข้าไปในร่างกาย
“คุณชายฉิน…..”
ฮัวเหนียงรู้สึกได้ว่าร่างกายของเธอกำลังสั่น
เธอกำลังรอคอยผู้ชายคนนี้อยู่ แต่เธอก็ไม่อยากพบเจอเขา
เพราะว่าเธอรู้ดีว่าหากเธอได้เจอเขาขึ้นมา มันจะหมายความว่า
อะไร
เขามาที่นี่จริง ๆ …..
“นางเซียนฮัวเหนียงของฉัน ฉันเดินทางฝ่าฟันปัญหาเพื่อมาพบ
เธอแล้ว”
“คุณชายไม่ควรมาที่นี่…..”
ดวงตาของฮัวเหนียงเต็มไปด้วยหยาดน˺าตา ความไม่พอใจ
มากมายหลั่งไหลเข้ามาจนเธอควบคุมไม่ได้แล้ว
“ไร้สาระ ถ้าหากฉันไม่มาแล้วใครจะมาช่วยเธอได้! เธอจะไปพึ่งพิง
ไป๋เจี่ยวเจียว สาวน้อยไม่มีเหตุผลคนนั้นน่ะเหรอ ถ้าเป็นแบบนั้นเธอไป
หาเชือกมาแขวนคอตัวเองยังดีซะกว่า”
“อย่า อย่าว่าเจี่ยวเจียวแบบนั้น…..”
ฮัวเหนียงอดไม่ได้ที่จะลอบมองตู้เก็บของใกล้ ๆ ตัวเธอ
ร่างแปลงของเจี่ยวเจียวซ่อนตัวอยู่ในนั้น
ทางด้านไป๋เจี่ยวเจียวกำลังขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน หากไม่ใช่เพราะว่าถ้า
เธอออกไปตอนนี้แล้วจะทำให้เสียบรรยากาศ เธอจะต้องกัดหมอนั่นให้
จมเขี้ยว! ฆ่าเขาให้ตายด้วยพิษของเธอแน่นอน!
“อะแฮ่ม ฉันพูดเรื่องจริง ฉันเป็นคนซื่อสัตย์อยู่แล้ว”
แน่นอนว่าฉินเฉารู้อยู่แล้วว่าไป๋เจี่ยวเจียวอยู่ที่นี่ ภายใต้ดวงตา
ปีศาจของเขา ไม่ว่าจะเป็นปีศาจหรืออสูรที่ไหนก็ไม่อาจซ่อนตัวได้
“คุณชายฉิน… คุณชายมาถึงที่นี่มีใครทำร้ายคุณชายบ้างหรือ
เปล่า”
ฮัวเหนียงก้าวเข้าไปตรวจหาอาการบาดเจ็บของฉินเฉาอย่างอด
ไม่ได้
“เฮ้ ฉันสบายดี ฉันล่องหนมาที่นี่”
“แต่ข้าแอบออกไปกับคุณชายไม่ได้…”
ฮัวเหนียงส่ายหน้า เธอยื่นแขนออกมาและดึงแขนเสื้อสีสันสดใส
ขึ้นไปเพื่อเผยให้เห็นข้อมือขาวเนียน
บนข้อมือของเธอสวมใส่กำไลรูปมังกรขนาดเล็กเอาไว้
“นี่คือลายมังกรดำที่ศิษย์พี่หญิงตงฟางให้ข้าเอาไว้ หากข้าออก
จากยอดเขาหมอกเมื่อไหร่ ลายมังกรดำจะกลายเป็นมังกรที่บินขึ้นฟ้า
และร้องคำรามแผดเสียงเตือนทันที”
“ใครบอกว่าพวกเราจะแอบออกไปกันล่ะ?”
ฉินเฉายิ้ม “ในเมื่อจู่หลงซ่างเหรินเป็นคนใจกว้างและจัดงาน
แต่งงานกับเธออย่างยิ่งใหญ่ ถ้าอย่างนั้นฉันก็มองข้ามมันไปไม่ได้ ฉัน
เองก็ต้องขโมยตัวเธอมาอย่างยิ่งใหญ่เหมือนกัน”
“ได้ยังไงกัน!”
ฮัวเหนียงส่ายหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า “คุณชายคงไม่รู้ว่าจู่หลงซ่างเห
รินเป็นปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ในขั้นประกายแสง แต่ยังไม่ต้องพูดถึงเขา
บนยอดเขาหมอกแห่งนี้มีปรมาจารย์จำนวนมากมายนับไม่ถ้วน ไหนจะ
มีคนที่อยู่ในขั้นกายทองคำอีกจำนวนมาก จู่หลงซ่างเหรินแต่งงานกับ
ข้าเช่นนี้จะต้องมีปรมาจารย์มาที่นี่มากมายอยู่แล้ว หากคุณชายจะพา
ข้าออกไปจะต้องลำบากเป็นแน่…”
“ฉันจะจัดการกับมันด้วยความยากลำบากเอง!”
ฉินเฉายืนขึ้นและกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ “ฉันเป็นผู้ฝึกตนใน
เส้นทางปีศาจ หากเจอกับสถานที่อันตราย ฉันก็ยิ่งชอบไปที่นั่น! หากมี
เรื่องอันตราย ฉันก็ยิ่งชอบเข้าไปหา! หากคนทั้งโลกจะมาหยุดฉัน ฉันก็
ไม่สนใจว่าจะต้องเป็นศัตรูกับคนทั้งโลก! ฮัวเหนียง เธอจงเชื่อมั่นในสิ่ง
ที่ฉันเป็นแล้วอย่าปฏิเสธที่จะไปกับฉันเลย”
“คุณชาย… ฮัวเหนียง ฮัวเหนียงจะไม่ไปกับคุณ!”
ฮัวเหนียงกัดปากและกล่าวด้วยใบหน้าซีดขาว
เพื่อชีวิตของเขา เธอต้องไม่ทำตามใจ
“หยุดพูดอะไรไร้สาระได้แล้ว พรุ่งนี้ฉันจะมารับเธอ! เมื่อเวลานั้น
มาถึงฉันเองก็อยากจะรู้เหมือนกัน ว่าจะมีใครกล้าเข้ามาแย่งตัวฮัว
เหนียงต่อหน้าฉัน ฉันจะเอาหน้าของมันมากวาดพื้นเอง! ใครที่กล้ามา
แตะต้องตัวเธอ ฉันจะทำให้มันกลับไปตายในครรภ์มารดา!”
ถึงแม้ว่าคำพูดของฉินเฉาจะฟังดูหยาบคาย แต่ฮัวเหนียงก็ยังยืน
มองคล้ายจะเป็นใบ้อยู่ที่เดิม
ความทรงจำของเธอได้ล่องลอยไปในอดีต
ร่างสีดำยืนอยู่ตรงหน้าเธอและพูดออกมาเสียงดังด้วยความ
ภาคภูมิใจ
“ฮัวเหนียง เจ้าวางใจได้เลย ถ้าหากมีข้าอยู่จะไม่มีผู้ฝึกตนคนไหน
กล้ามาทำร้ายเจ้าแน่นอน!”
ร่างของคนสองคนได้ทับซ้อนกัน ก่อนจะแยกออกจากกัน
เขาคือฉินเฉา เขาไม่ใช่คนคนนั้น
“เธอรอฉันก่อนนะ ฉันออกมานานเกินไปสมควรจะกลับไปได้
แล้ว”
ฉินเฉายิ้ม “คราวนี้ฉันมาที่นี่ด้วยตัวตนของผู้ฝึกตนพเนจรจาก
ภูเขา ฮัวเหนียง คืนนี้ฉันต้องทำงานอย่างหนักเพื่อเธอ และวันพรุ่งนี้ฉัน
จะช่วยเธอออกมาจากสถานที่บัดซบแห่งนี้เอง”
จากนั้นร่างของฉินเฉาก็กลายเป็นควันสีดำและลอยออกไปผ่าน
ช่องประตูโดยไม่มีการร˹าลา
“คุณชาย ข้าจะไม่ไปกับคุณชาย…..”
ฮัวเหนียงยังคงกล่าวยืนยัน แต่ฉินเฉาไม่ได้ตอบอะไรและหาย
ออกไปจากประตูแล้ว
“คุณชาย… คุณ…ทำไมถึงต้องมายุ่งด้วย…..”
น˺าตาของฮัวเหนียงไหลอาบหน้า เธอนั่งลงบนเตียงอย่างอ่อนแรง
“ศิษย์พี่”
ไป๋เจี่ยวเจียวกระโจนออกมาจากตู้เก็บของและร่วงลงบนตักของ
ศิษย์พี่หญิงของเธอ
“ทำไมศิษย์พี่พูดแบบนั้นล่ะ เขาอุตส่าห์เดินทางฝ่าฟันอันตรายมา
ตั้งไกลเพื่อมารับศิษย์พี่ ศิษย์พี่พูดแบบนั้นออกไป เขาอาจจะเสียใจก็
ได้”
“เสียใจก็ดีกว่าต้องเสียชีวิต”
ฮัวเหนียงถอนหายใจออกมา “เจี่ยวเจียว เจ้าเองก็รู้ดีว่าบนยอด
เขาหมอกแห่งนี้มีปรมาจารย์อยู่มากมายขนาดไหน หากเขามาช่วยข้า
เขาก็จะต้องกลายเป็นศัตรูกับคนทั้งยอดเขาหมอก เมื่อถึงเวลานั้นเทพ
อสูรทั้งสี่ที่คอยปกปักยอดเขาหมอกก็จะโจมตีใส่เขาพร้อมกัน ข้ากลัว
ว่าเขา…จะพบโชคร้ายมากกว่าโชคดี”
“ศิษย์พี่ควรจะมั่นใจในตัวเขามากกว่านี้”
ไป๋เจี่ยวเจียวแนะนำ “ศิษย์พี่ไม่รู้จักเขาซะแล้ว เขาคือเสี่ยวเฉียง
(แมลงสาบ) เชียวนะ ถึงจะมีภัยพิบัติเข้ามามากมายแต่ก็ยังผ่านมาได้
ทุกครั้ง”
“นั่นเป็นเรื่องเมื่อก่อน ถึงแม้ว่าจะตกอยู่ในอันตรายแต่เขาก็ยังมี
ชีวิตรอดมาได้”
ฮัวเหนียงส่ายหัว “แต่ครั้งนี้มันเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเกินไป”
“ศิษย์พี่พูดว่าเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย นั่นแปลว่าเขายังมีโอกาสที่จะ
รอดชีวิตอยู่”
ไป๋เจี่ยวเจียวยังคงกล่าวต่อไปว่า “เขาจะสร้างปาฏิหาริย์ให้ศิษย์พี่
เห็นเอง ศิษย์พี่รอคอยอย่างสงบใจเถอะ”
“ข้าจะไปสงบใจได้ยังไง…”
ฮัวเหนียงกล่าวออกมาด้วยความกระวนกระวายใจ “ข้าหวังว่าวัน
พรุ่งนี้เขาจะเข้าใจขึ้นมาได้บ้าง… อย่าได้พยายามมาช่วยข้าเลย ข้าไม่
ต้องการ….. คุณชาย…ตัวข้าไม่คุ้มกับสิ่งที่คุณชายกำลังจะทำหรอก…..”
ท่ามกลางความมืดมิดในยามราตรี ฉินเฉาลอยออกไปอย่างรวดเร็ว
เขาต่อต้านความทุกข์ในหัวใจและบินผ่านช่องประตูตำหนักบูรพา
ออกไปทางหนานกง
ในใจของเขาเข้าใจดีว่าที่ฮัวเหนียงพูดแบบนั้นก็เพื่อที่จะกระตุ้นให้
เขาออกไปจากยอดเขาหมอก
แต่ยิ่งฮัวเหนียงทำแบบนี้ เขาก็ยิ่งอยากทำให้ฮัวเหนียงได้รู้ว่าเขา
สามารถช่วยเธอได้อย่างแน่นอน
มีเพียงเขาเท่านั้นที่สามารถช่วยฮัวเหนียงได้
“อาหลี ใช้เวลานานหรือเปล่า?”
“เร็วมาก นายท่าน เร็วมากทีเดียว”
เสียงของอาหลีดังกังวานอยู่ในหูของฉินเฉา “นายท่านมั่นใจได้เลย
ว่านายท่านจะต้องสร้างความประหลาดใจครั้งใหญ่ให้กับยอดเขาหมอก
แห่งนี้อย่างแน่นอน ทำให้พวกมันได้รู้ซึ้งว่าอิงเทียนเซียนซุนในอดีตอยู่
ยงคงกระพันเช่นไร”
“ใช่ ฉันจะทำให้ไอ้หมูตัวนั้นได้รู้ซึ้ง”
บนมุมปากของฉินเฉาปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยัน
เมื่อเขาบินกลับไปยังตำหนักหมอก เขาก็พบคนสองคนที่ดูคุ้นตา
อยู่ด้วยกันที่ข้างสระน˺าด้านล่าง
ความอยากรู้อยากเห็นของฉินเฉากลับมาอีกครั้ง เขาอดใจไม่ได้ที่
จะชะลอความเร็วและลงไปอยู่บนยอดรูปปั้นชายหนุ่มในสระน˺า และ
มองดูคนรู้จักทั้งสองคนที่อยู่ริมสระอย่างเงียบ ๆ
“พี่ใหญ่เป่ยถัง ไม่ได้พบกันนานเลย…”
“พี่คิดถึงน้องไป๋แทบแย่…..”
ร่างสองร่างโอบกอดกันอย่างแนบชิด
ฉินเฉาเบ้ปากอย่างอดไม่ได้ ดูเหมือนว่าเป่ยถังป้าเทียนผู้นี้จะเป็นผี
ที่ไม่ซื่อสัตย์
ในขณะที่ออกไปทำดีกับหยวนเมิ่งจากสำนักง๊อไบ๊ อีกด้านก็มาจูบ
กับไป๋เย่จากสำนักเซียนทองคำ
ถ้าไป๋เจิ้งรู้ว่าน้องสาวที่แสนดีของเขามาแอบนัดพบกับคุณชาย
จากตระกูลเป่ยถังค˹า ๆ มืด ๆ เขาจะต้องอาเจียนออกมาเป็นเลือดอย่าง
แน่นอน
สำนักเล็ก ๆ อย่างสำนักเซียนทองคำเองก็ไม่สงบสุข
“น้องไป๋ ไม่ได้พบกันนาน เจ้าก็ยังงดงามไม่เปลี่ยน”
ใบหน้าของเป่ยถังป้าเซียนยิ้มแย้มในขณะที่วางมืออยู่บนเอวบาง
ของไป๋เย่
“ไม่ใช่สักหน่อย… แต่อย่างไรก็ตาม พี่ใหญ่เป่ยถังได้มุ่งมั่นฝึกตน
อย่างแท้จริง”
ไป๋เย่หน้าแดงไปทั่วใบหน้า มืออีกข้างของเธอก็ถูกเป่ยถังป้าเทียน
กุมเอาไว้เช่นกัน
“ฮ่า ๆ ไม่ใช่เพราะเพลงกระบี่ราชสีห์ทองคำของน้องไป๋หรือไง”
เป่ยถังป้าเทียนหัวเราะออกมาและกล่าวว่า “หากไม่ใช่เพราะน้อง
ไป๋ผ่านเพลงกระบี่ราชสีห์ทองคำชั้นที่หนึ่งมาได้ พี่ก็คงไม่ได้ก้าวหน้าไป
เช่นนี้…”
“พี่ใหญ่เป่ยถังอย่าได้พูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาอีกเลย…..”
ไป๋เย่ค่อนข้างกลัว เธอเอามือของเธอปิดปากเป่ยถังเอาไว้เบา ๆ
“ครั้งก่อนหน้านั้นเป็นข้าที่ใจอ่อน ทำผิดกฎของสำนักด้วยการแอบสอน
เคล็ดวิชาชั้นแรกให้ท่าน หากพี่ใหญ่ของข้ารู้เข้าล่ะก็ ข้าคงถูกริบวิชาไป
แน่…”
“ได้ พี่จะไม่พูดถึงมันอีก”
เป่ยถังกลอกตาไปมาแล้วกล่าวว่า “น้องหญิงคนดี เจ้าเดินทางมา
ไกลคงเหนื่อยเป็นแน่”
“ข้าได้เจอกับพวกชายชุดดำจนแทบจะเอาชีวิตไม่รอด พี่ใหญ่เป่ย
ถัง ชายชุดดำพวกนั้นมันเป็นใครกันแน่!”
“พี่เองก็กำลังตรวจสอบเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน!”
เป่ยถังป้าเทียนกำหมัดแน่น “พวกมันกล้าเข้ามาทำร้ายน้องหญิง
ของพี่ พี่จะไม่มีวันให้อภัยพวกมันอย่างแน่นอน! โอ้ แต่ผู้หญิงที่เป็น
หัวหน้าคนนั้นมีพื้นฐานการฝึกตนที่ค่อนข้างสูงทีเดียว เมื่อวานนี้พี่ได้
พบเธอเข้าและต่อสู้กัน พี่ยังบาดเจ็บอยู่เลย”
“โอ้? พี่ใหญ่เป่ยถังบาดเจ็บงั้นเหรอ?”
ไป๋เย่ตกใจ เธอรีบยื่นมือเข้ามาจับตัวเป่ยถังป้าเทียนทันที “มี
บาดแผลอยู่ตรงไหน ข้าจะช่วยดูให้พี่ใหญ่เป่ยถังเอง”