มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 989: หลิวจางผู้จนปัญญา
“ฉินเฉา ฉันจะฆ่านาย!”
“พี่ พี่สาว ใจเย็น ๆ ก่อน!”
ในอาคารสองชั้นในเมืองซู่หนานของหลิวจาง หลิวจางสวมชุดนอน
สะอาดสะอ้าน ดูสวยสะกดสายตา แต่ในเวลานี้สาวสวยคนนี้กลับถือมีด
ทำครัวเอาไว้ในมือ และวิ่งไล่ฉินเฉาอยู่ในห้องอย่างโหดร้าย โดยไม่
สนใจภาพลักษณ์ใด ๆ ทั้งสิ้น
ตราบใดที่หลิวจางสามารถหยิบจับอะไรขึ้นมาได้ ของสิ่งนั้นจะพุ่ง
เข้าไปหาฉินเฉาที่กำลังหนีอยู่ด้านหน้าทันที
“ฉินเฉา มายอมรับชะตากรรมของนายซะ!”
หลิวจางคว้ากระปุกออมสินรูปหมูที่อยู่ข้าง ๆ ตัวขึ้นมาขว้างใส่ฉิน
เฉา
ขวับ!
ฉินเฉาหันกลับมาอย่างคล่องแคล่ว พร้อมทั้งใช้สองมือรับกระปุก
ออมสินเอาไว้ได้อย่างสวยงาม จากนั้นจึงหันหลังกลับไปวิ่งหนีต่อ “หลิว
จาง เธอ เธอใจเย็น ๆ ก่อน ฉันไม่ได้จะพาน้องสาวของเธอไปตาย!”
“จะต่างอะไรกันล่ะ!”
หลิวจางวิ่งไล่จนเหนื่อย ท้ายที่สุดแล้วเธอก็ไม่ได้เป็นผู้ฝึกตนอย่าง
ฉินเฉา เธอวิ่งขึ้นวิ่งลงบันไดมามากกว่าสิบรอบจนตอนนี้แทบจะหายใจ
ไม่ออกอยู่แล้ว
เธอจับราวบันได ยืนลูบหน้าอกของตัวเองและอ้าปากหอบเอา
อากาศหายใจเข้าไป
“น่ารังเกียจจริง ๆ เธออยู่มัธยมปลายชั้นปีที่สาม อายุแค่ 17 ปี
เท่านั้น แต่นายกลับยุยงให้เธอไปสถานที่อันตรายแบบนั้น! ชีวิตของ
น้องสาวฉันไม่มีค่าเลยหรือไง!”
“จะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไงล่ะ!”
ฉินเฉารีบตะโกนออกมาทันที “เสี่ยวอิงก็เป็นคนที่สำคัญมากของ
ฉัน! ฉันจะไม่สนใจชีวิตของเธอได้ยังไง!”
“แต่งานประลองหงเหมินมีแต่กลุ่มคนที่เป็นผู้ฝึกตนโรคจิตแบบ
นายไม่ใช่เหรอ! เสี่ยวอิงเป็นผู้หญิงบอบบาง จะไปสถานที่แบบนั้นได้
ยังไง!”
“ธะ เธอไม่ต้องไปสนใจให้มากเกินไปหรอก”
ฉินเฉาพยายามเอ่ยปลอบหลิวจางที่ยังคงใช้ความรุนแรง “ฉันแค่
ให้เธอมาช่วยเติมเต็มฉากของฉันเท่านั้น อย่ากังวลไปเลยนะ”
“นั่นน้องสาวของฉันนะ จะไม่ให้ฉันกังวลหรือไง!”
หลิวจางตั้งใจว่าจะไม่ยกโทษให้กับฉินเฉา เธอจับมีดทำครัวในมือ
แล้วพูดว่า “ไม่ได้ นายไม่ได้รับอนุญาตให้พาเสี่ยวอิงไปสถานที่อันตราย
แบบนั้น! ถ้านายอยากจะพาไปล่ะก็ ฉัน จะสู้กับนาย!”
เมื่อพูดดังนั้น เธอก็เริ่มกวัดแกว่งมีดทำครัว
“หลิวจาง เอาล่ะ อย่าเพิ่งกระวนกระวายเลย เธอเชื่อว่ามีดทำครัว
ในมือของเธอจะใช้กับฉันได้ผลเหรอ”
ฉินเฉากล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“ใช้ไม่ได้?”
หลิวจางมองมีดทำครัวของตัวเอง พร้อมกับนึกถึงความสามารถ
ของฉินเฉา แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ
แต่เธอทำใจเหี้ยม กัดฟัน และเอามีดทำครัวมาจ่อที่คอของตัวเอง
“นาย นายบอกว่ามันใช้ไม่ได้เหรอ!”
“ใช้ได้แล้ว ใช้ได้แล้ว!”
ฉินเฉาตกใจ คิดในใจว่าหลิวจางกลับเล่นไม้นี้กับบิดา นี่มันไม่ใช่
การบังคับให้จักรพรรดิสละราชสมบัติในตำนานเหรอ!
“หลิวจาง เธอ เธอใจเย็น ๆ ลงก่อน!”
ฉินเฉารีบกล่าวว่า “ไม่ใช่เลย เธอมองเรื่องนี้จริงจังมากเกินไป
แล้ว!”
“ฉันเป็นพี่สาวของเธอ พวกเราสองพี่น้องไปยั่วโมโหนาย นายก็
เลยจะส่งน้องสาวของฉันไปตาย!”
หลิวจางกัดฟันแล้วพูดว่า “งั้นฉันจะทำใจเหี้ยม ส่งตัวเองไปสู่
ความตายเป็นคนแรก เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเห็นน้องสาวที่น่าสงสารของ
ฉันต้องเศร้าหมอง ฉินเฉา ถ้าฉันตาย ก็จะไม่มีใครมายุ่งเรื่องของนายกับ
น้องสาวของฉันแล้ว นายชอบแบบนี้ล่ะสิ! ชาตินี้พวกเราไม่ต้องมาพบ
กัน ชาติหน้าก็ไม่ต้องมารู้จักกัน! ลาก่อน!”
เมื่อพูดจบ หลิวอิงก็ใช้มีดทำครัวเฉือนเข้าไป
ฉินเฉายื่นมือออกมาทันที และใช้พลังจิตปัดมีดทำครัวในมือของ
หลิวจางให้กระเด็นออกไป
ฉึก!
มีดทำครัวเล่มนั้นปักลงไปที่ตู้เสื้อผ้าข้าง ๆ อย่างน่าตกใจ
“หลิวจาง เธอไม่ได้อยากตายจริง ๆ!”
“เหอะ!”
หลิวจางจ้องฉินเฉาด้วยความโกรธ
แน่นอนว่าเธอรู้ดีว่าฉินเฉาจะไม่ปล่อยให้เธอตาย
ถ้าเธอไม่เล่นแบบนี้ ก็จะไม่สามารถขู่ฉินเฉาได้
ผู้ชายคนนี้เจ้าเล่ห์และน่ารำคาญมากเกินไป
จะจัดการผู้ชายคนนี้ได้ ก็ต้องเคลื่อนไหวด้วยความโหดเหี้ยม
“ฉินเฉา ในเมื่อนายไม่ยอมรับคำร้องขอของฉัน แล้วทำไมนายถึง
ไม่ให้ฉันตาย! นายจะให้ฉันทำอะไรกันแน่! บรรพบุรุษของฉันจะต้องทำ
ตัวไม่ดีแน่ ๆ ถึงได้มารู้จักคนสารเลวอย่างนาย!”
“หลิวจาง อย่าตื่นตระหนกไปเลย ฉันมีบางอย่างที่จะพูดด้วย”
ฉินเฉาขยับเข้าไปใกล้หลิวจางอย่างระมัดระวัง และส่งกระปุกออม
สินให้เธอถือ “ความรุนแรงไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไร เธอว่ามั้ย”
“แล้วนายจะแก้ปัญหายังไง? ยังไงฉันก็ไม่เห็นด้วยที่จะให้น้องสาว
ของฉันไปทำเรื่องอันตรายหรอก!”
หลิวจางต่อต้านฉินเฉาทันที
ฉินเฉาค่อนข้างปวดหัว นิสัยของผู้หญิงคนนี้เป็นสิ่งที่รับมือได้ยาก
มากที่สุด
“พวกเรามาค่อย ๆ พูดค่อย ๆ จากันดีกว่า….”
ฉินเฉาวางมือลงบนไหล่ของหลิวจางเบา ๆ “หลิวจาง เธอบอกมา
หน่อยว่าพวกเรารู้จักกันมานานแค่ไหนแล้ว?”
“มากกว่าหนึ่งปี…”
ถึงแม้ว่าจู่ ๆ ฉินเฉาจะเปลี่ยนเรื่องไปจนหลิวจางรู้สึกแปลกใจ แต่
เธอก็ยังจดจำได้และพูดออกมา
“ใช่ มากกว่าหนึ่งปี ทีนี้เธอบอกหน่อย ว่าในเวลามากกว่าหนึ่งปีที่
พวกเรารู้จักกัน เธอประทับใจฉันยังไงบ้าง?”
“ไม่น่าเชื่อถือ ไม่จริงจัง ไม่ดี!”
คำพูดสามคำของหลิวจาง เหมือนกับลูกศรสามดอกที่แทงเข้าไป
ในจิตใจของฉินเฉา
“ฉัน ฉันมันแย่มากเลยนี่…”
“ยืนยันเลยว่าใช่ ต้องใช่ และใช่อย่างแน่นอน!”
“หลิวจาง พูดออกมาอย่างไม่มีความรู้สึกผิดชอบสิ! เธอลองบอก
มาสิ ว่าตอนที่พวกเราทำงานด้วยกันในหลาย ๆ งาน ฉันทำให้เธอ
ผิดหวังตอนไหนบ้าง!”
ฉินเฉาพูดออกมาอย่างไม่เต็มใจ
“อืม… ไม่มี” ในที่สุดหลิวจางก็เข้ามาอยู่ในประเด็นของฉินเฉาแล้ว
“ถูกต้องแล้ว!”
ฉินเฉาโล่งอก จากนั้นเขาก็ตบหน้าอกของตัวเอง “มีฉินเฉาคอย
จัดการซะอย่าง เธอยังไม่รู้สึกวางใจอีกเหรอ?”
“ที่นายพูดอ้อมไปอ้อมมา ก็เพื่อที่จะบอกให้ฉันวางใจยกหลิวอิงให้
นายอย่างนั้นเหรอ?”
หลิวจางไม่ใช่คนโง่ เธอมองทะลุเล่ห์เหลี่ยมเล็ก ๆ ของฉินเฉาได้
ด้วยตาเพียงข้างเดียว
“เอ่อ… ฉันหมายความว่าแบบนั้นจริง ๆ …..”
ฉินเฉายิ้มแห้ง ๆ
“ฉินเฉา นายก็รู้ว่าหลิวอิงคือน้องสาวที่สวรรค์ประทานมาให้ฉัน”
หลิวจางถอนหายใจออกมาทันที เธอกล่าวว่า “ฉันไม่อยากเห็นมัน
อีกแล้ว ว่าครอบครัวของฉัน ครอบครัวคนสุดท้ายของฉันต้องจากฉันไป
ฉินเฉา นายมีพ่อแม่ มีคนในครอบครัวของนาย แต่ฉันมีเพียงหลิวอิงคน
เดียวเท่านั้น ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นกับเธอ ฉันก็ไม่รู้ว่าฉันควรจะทำยังไง
แล้ว”
“หลิวจาง….”
เมื่อนึกถึงพ่อของหลิวจางที่อยากจะเป็นพระเจ้า ฉินเฉาก็รู้สึกผิด
อยู่ในใจ
เขาเป็นคนทำลายชีวิตพ่อของเธอด้วยตัวเอง
แต่เรื่องนี้เขาไม่สามารถบอกหลิวจางได้
พ่อของเธอควรจะเป็นคนที่ยิ่งใหญ่และศักดิ์สิทธิ์ในความคิดของ
เธอ
ฉินเฉาไม่ต้องการทิ้งเงามืดใด ๆ เอาไว้ให้เธอ
เมื่อเห็นสีหน้าที่โดดเดี่ยวของหลิวจาง ฉินเฉาก็ทนไม่ได้ เขาโอบ
กอดผู้หญิงคนนี้เอาไว้อย่างแผ่วเบา
ถึงแม้ว่าเธอจะดูเข้มแข็งเสมอมา และพบเจอกับเรื่องต่าง ๆ มา
มากมาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว หัวใจของเธอนั้นอ่อนแอมาก
“คนสารเลว ดังนั้นฉันก็เลยไม่อยากให้นายพาหลิวอิงไป”
หลังจากที่หลิวจางถูกฉินเฉาโอบกอด เธอก็คิดอย่างเป็นทุกข์ เธอ
รู้สึกแสบจมูกเล็กน้อย และอดไม่ได้ที่จะมีน˺าตาไหลออกมา
“ถ้าหากเธอเป็นอะไรไป ฉันจะทำยังไง”
“เธอโตแล้ว หลิวจาง”
ฉินเฉาโอบไหล่ของหลิวจางเอาไว้ และพูดออกมาเสียงดัง “เป็นไป
ไม่ได้ที่หลิวอิงจะมีชีวิตอยู่ภายใต้การปกป้องของเธอไปทั้งชีวิต ยิ่งไป
กว่านั้น เธอยังมีพลัง และจะต้องรู้จักรับผิดชอบต่อพลังของเธอ ถ้าหาก
เธอไม่เข้าใจถึงพลังของตัวเองอย่างชัดเจน ในอนาคตจะต้องเกิด
โศกนาฏกรรมที่แท้จริงที่เธอไม่อยากเห็นอย่างแน่นอน”
ในหัวของฉินเฉาปรากฏภาพของผู้ทำสัญญากับเทวทูตทั้งสามคน
หลังจากที่คนเหล่านั้นได้รับพลังมาอย่างกะทันหัน และไม่รู้วิธีใช้
พลังจึงทำให้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นในที่สุด
“ฉัน ฉันเป็นพี่สาวของเธอ ฉันสามารถปกป้องเธอได้…”
“ไม่ เธอทำไม่ได้!”
ฉินเฉาพูดขัดคำพูดของหลิวจางขึ้นมา “เธอเป็นคนธรรมดา เธอ
ไม่ได้มีพลังนั้น! แต่ฉันทำได้!”
ฉินเฉาชี้ตัวเอง “หลิวจางคือหุ่นเชิดปีศาจของฉัน ฉันเป็นคนพา
เธอเข้าสู่โลกใบนี้ ฉันก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบในการทำให้เธอเข้าใจว่า
โลกของผู้ฝึกตนเป็นยังไง! ดังนั้นเธอจะเข้าใจวิธีการควบคุม และ
วิธีการใช้พลังของเธอ!”
“นาย นายพูดหลักการมาตั้งมากมาย ไม่ใช่ว่าอยากจะพาหลิวอิง
ไปเข้าร่วมในงานประลองหงเหมินอะไรนั่นเหรอ”
“……”
หลิวจางเป็นคนฉลาดมาก ถึงแม้ว่าฉินเฉาจะพูดอะไรออกมา แต่
เธอก็ยังสามารถวิเคราะห์จุดประสงค์ของฉินเฉาได้
“โดยนัยก็หมายถึงแบบนั้นจริง ๆ … แต่ว่า….”
“ไม่มีแต่”
หลิวจางเอ่ยปากพูดออกมา “ถ้าหากนายตั้งใจจะพาไปแล้วก็พาไป
เถอะ”
ฉินเฉาตาโต หลิวจางเห็นด้วยแล้ว! การต่อสู้ที่กล้าหาญและใช้
เวลามาอย่างยาวนาน เขาทำมันได้แล้ว
“ฉันรู้ว่าฉันได้พูดไปแล้ว แต่ฉันหวังว่านายจะสามารถปกป้อง
น้องสาวของฉันด้วยชีวิตของนาย นายเป็นคนทำให้เธอมีสุขภาพ
ร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ ฉันก็ขอร้องให้นายพาสุขภาพร่างกายที่
แข็งแรงสมบูรณ์ของเธอกลับมาด้วย”
“เธอวางใจได้เลย เรื่องที่เธอขอมา ฉันจะทำมันให้ดี”
ฉินเฉาตบหน้าอกและพูดด้วยความมั่นใจ
“ยิ่งไปกว่านั้น ฉันหวังว่านายจะได้รับความยินยอมจากเธอก่อน
ถ้าเสี่ยวอิงไม่อยากไป ก็อย่าไปทำให้เธอลำบากใจล่ะ ตกลงมั้ย?”
“ฉันขอไปแล้ว และเธอก็มีความสุขที่จะทำแบบนั้น”
ฉินเฉายังจำได้ดีถึงความบ้าคลั่งและรุนแรงของหลิวอิง และอดที่
จะพูดออกมาไม่ได้
“ใช่…”
หลิวจางมองอย่างตรึกตรอง “ในครอบครัวของพวกเราก็ไม่มีใครที่
สนับสนุนความรุนแรงแบบนั้น พวกเขาอ่อนโยนกันมาก… เสี่ยวอิงได้
เรื่องนี้มาจากใครกัน…..”
ไม่ใช่ว่าได้มาจากพี่สาวเหรอ…..
ฉินเฉาเหลือบมองมีดทำครัวที่ปักอยู่บนตู้เสื้อผ้าด้วยความ
หวาดกลัว
“ที่จริงฉันก็สงสัยเรื่องผู้ฝึกตนของนายอยู่เหมือนกัน หรือว่านาย
จะพาฉันไปด้วยกันล่ะ?”
หลิวจางเสนอความคิดเห็นของเธอออกมา ทำให้ฉินเฉามองตาค้าง
“ไม่ได้!”
ฉินเฉาปฏิเสธออกมาอย่างไม่ลังเล “เธอเป็นมนุษย์ ถ้าพาเธอไป
ด้วยจะเท่ากับเป็นการละเมิดหลักการของผู้ฝึกตน ยิ่งไปกว่านั้น เธอยัง
ไม่มีพลังอะไร ถ้าไปที่นั่นจะต้องตกอยู่ในอันตรายอย่างแน่นอน”
“ในฐานะที่เป็นสมาชิกในองค์กร ฉันจะต้องรวบรวมข้อมูลของผู้
ฝึกตนอย่างนายเอาไว้ให้มาก”
หลิวจางค่อนข้างที่จะเสียใจ “พลังของนายอยู่นอกเหนือการ
ควบคุมของรัฐบาล มันไม่มั่นคงและปลอดภัย”
“เป็นไปไม่ได้ที่ผู้ฝึกตนจะอยู่ภายใต้การปกครองขององค์กรไหน
หรือแม้แต่ในประเทศก็ตาม”
ฉินเฉากล่าวกับหลิวจางว่า “ไม่อย่างนั้นผู้ฝึกตนจะกลายเป็นอาวุธ
ที่น่าสะพรึงกลัวมาก สิ่งที่ผู้ฝึกตนอย่างพวกเราไล่ตามอยู่ก็คือความ
อิสระและวิถีแห่งฟ้า เป็นไปไม่ได้ที่จะถูกผูกมัดเอาไว้”
“ไม่ใช่ว่านายอยู่ในสาขาที่เจ็ดเหรอ?”
“ฉันถูกบังคับน่ะสิ!”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาฉินเฉาก็เหงื่อตก เมื่อก่อนเขาถูกหลี่ไป๋ชาน
และชีเล่นงาน
“ฉันคิดว่านายจะมีความสุขเสียอีก ถึงได้ใช้สถานะนี้กดขี่คนอื่นอยู่
บ่อย ๆ”
“นั่นเพราะฉันถูกบังคับให้ทำต่างหากล่ะ!”
ฉินเฉาพูดเพื่อแก้ไขความคิดของหลิวจาง “เธอคิดว่าฉันชอบกดขี่
คนอื่นนักหรือไง ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นการลงโทษคนที่มาล่วงเกิน”
“เอาล่ะ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องนี้แล้ว… ฉันจะถามเรื่องสำคัญกับนาย
สักหน่อย นายเป็นคนช่วยซ่างกวนไล่แฟนเก่าของเธอไปเหรอ?”
หลิวจางเอ่ยถาม
“แน่นอน…”
“เรื่องนี้ทำได้ดีแล้ว แต่ว่า….”
“แต่ว่าอะไร?”
“ไม่มีอะไรหรอก นายไปได้แล้ว”
หลิวจางผลักฉินเฉา
“หา? พูดแล้วก็ไล่ฉันไปเนี่ยนะ!”
ฉินเฉาไม่เต็มใจเลยแม้แต่น้อย
“รีบไปได้แล้ว ถ้านายไม่ไปฉันอาจจะเปลี่ยนใจ ไม่ให้นายพาเสี่ยว
อิงไปก็ได้”
“โอเค ๆ ฉันไปแล้ว ไว้ฉันจะชวนเธอไปกินข้าวกันทีหลัง”
ฉินเฉารีบออกไปอย่างรวดเร็ว
แต่จากนั้นหลิวจางก็ถอนหายใจออกมา เธอนั่งลงบนโซฟาอย่าง
หมดแรง จากนั้นจึงหยิบรูปถ่ายของเธอและซ่างกวนหยวนจากบนโต๊ะ
มาดู และอดไม่ได้ที่จะคิดออกมาดัง ๆ
“นายมันโง่ งี่เง่า ผีที่น่ารังเกียจ ถ้านายทำแบบนั้นลงไป ความคิดที่
ซ่างกวนมีต่อนายจะไม่มากไปกว่านี้หรือไง… คนสารเลว ข้างกายนายมี
ผู้หญิงอยู่กี่คนแล้ว…..”