มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 995: มาถึงหน้าประตู
“ท่านต้องให้คำอธิบายกับพวกเราในเรื่องนี้!”
เจ้าสำนักถ˺าเมฆาม่วงโกรธมาก เขาวางศพของวัวเหล็ก ลูกศิษย์
ของเขาลงกับพื้นด้านหน้าเหล่าผู้ฝึกตน พร้อมกับถามตงฟางอิ๋ง เสนาธิ
การคนปัจจุบันของยอดเขาหมอกด้วยเสียงอันดัง
ตงฟางอิ๋งเองก็ไม่เข้าใจว่าตอนเช้าตรู่แบบนี้มีผู้ฝึกตนมากมายมา
หาเธอได้ยังไง
ตรงหน้าของเธอมีศพจำนวนมากกว่าหนึ่งศพ
“นี่…”
ตงฟางอิ๋งไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เธอกล่าวว่า “เจ้าสำนักถ˺าเมฆาม่วง
พวกเราเป็นพวกพ้องกันทั้งหมด ข้าไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร…..”
“จะหมายถึงอะไรได้อีก!”
เจ้าสำนักถ˺าเมฆาม่วงตะโกนเสียงดัง “ข้าต้องการคำอธิบาย! ข้า
พาศิษย์มาเข้าร่วมในงานประลองหงเหมิน แต่สุดท้ายกลับเกิดเรื่อง
แบบนี้ขึ้น! ศิษย์ของข้าถูกฆ่าอย่างไร้เหตุผลในตอนกลางคืน ยอดเขา
หมอกของเจ้าจะต้องให้คำอธิบาย!”
“ถูกต้อง! ต้องให้คำอธิบาย!”
สำนักอื่นที่มีศิษย์ถูกฆ่าตายตะโกนออกมา
คนจากแปดสำนักใหญ่ก็อยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน
ชิงเหมยจากสำนักง๊อไบ๊ขมวดคิ้วมุ่น
ศิษย์หญิงในสำนักของเธอก็ถูกฆ่าตายเช่นเดียวกัน เหลือทิ้งไว้
เพียงวิญญาณแรกก่อตั้งที่ยากจะฝึกฝนต่อไปได้ในอนาคต
ใครกันที่ไร้ความปรานีเช่นนี้ หรือว่าคิดที่จะทำลายงานประลองหง
เหมิน?
“ขออภัย ช่วงนี้ยอดเขาหมอกเกิดเหตุการณ์ไม่สงบขึ้น ดูเหมือนว่า
จะมีวิญญาณมาก่อปัญหา ตอนนี้คนในตระกูลเป่ยถังกำลังตรวจสอบ
เรื่องนี้อย่างเต็มกำลัง”
ตงฟางอิ๋งเป็นคนใหญ่คนโต เธอกล่าวออกมาว่า “ได้โปรดให้เวลา
กับพวกเราสักหน่อย แล้วพวกเราจะให้คำตอบที่น่าพอใจ”
“พวกเราจะต้องรอไปจนถึงเมื่อไหร่?”
ดูเหมือนว่าเจ้าสำนักถ˺าเมฆาม่วงจะอารมณ์เสียมาก “นางเซียนตง
ฟาง เจ้าเองก็เห็นว่าตอนนี้คนในแปดสำนักใหญ่มารวมกันอยู่ที่นี่เพื่อรอ
ฟังคำอธิบายของเจ้า!”
“นางเซียนตงฟาง ศิษย์ของพันธมิตรชิงหงจะต้องไม่ตายอย่างสูญ
เปล่า”
เย่อู๋ฉางนั่งอยู่บนเกี้ยวไม้แดงขนาดใหญ่ ซึ่งมีศิษย์เป็นผู้แบกมา
กล่าวออกมา
“นี่…..”
ตงฟางอิ๋งรู้สึกอึดอัดใจ
วันนี้ควรจะได้เริ่มงานประลองหงเหมิน แต่สุดท้ายกลับเกิดเรื่อง
แบบนี้ขึ้นมา หรือว่ามีใครบางคนที่จงใจหาเรื่องยอดเขาหมอก?
“ทุกคนยังไม่เห็นอีกหรือไง?”
ในขณะนั้นเอง โจวเจียวจากถ˺าเมฆาม่วงก็มองออกไปรอบ ๆ
จากนั้นเขาก็กล่าว “แทบจะทุกสำนักที่มาอยู่ที่นี่ มีเพียงสำนักไหนที่ยัง
ไม่มาล่ะ?”
“โอ้?”
เมื่อตงฟางอิ๋งได้ยินแบบนั้น เธอก็มองเหล่าผู้ฝึกตนที่อยู่ตรงหน้า
อย่างละเอียดในทันที
“เป็นนิกายหลัวซา นิกายหลัวซาไม่ได้อยู่ที่นี่!”
“เชี่ย หรือว่าพวกเขาจะเป็นคนทำ?”
“ข้ารู้แล้ว เหล่าศิษย์ที่ตายไป คือคนที่พูดนินทาว่าร้ายในตอน
กลางวัน!”
เหล่าผู้ฝึกตนพูดคุยกันถึงเรื่องนี้
“นิกายหลัวซาเป็นคนทำเรื่องนี้จริง ๆ หรือเปล่าคะ?”
ชิงซิวจับกระบี่ และอดไม่ได้ที่จะถามศิษย์พี่ผู้เป็นเจ้าสำนักง๊อไบ๊
“เรื่องนี้พูดยาก”
ชิงเหมยส่ายหัว บ่งบอกว่าตัวเธอเองก็ไม่เข้าใจเช่นเดียวกัน
“ไม่ใช่นะ พี่ใหญ่ฉินไม่ทำเรื่องแบบนี้หรอก”
หยวนเมิ่งเชื่อมั่นในตัวฉินเฉาเป็นอย่างมาก เธอกำหมัดแล้วพูด
ขึ้นมาว่า “ด้วยนิสัยของพี่ใหญ่ฉินจะไม่ทำเรื่องแบบนี้อย่างแน่นอน”
“พี่ใหญ่ฉินอะไรของเจ้า ศิษย์ในสำนักของพวกเราก็ถูกฆ่าตายไป
เหมือนกัน เจ้ามีสติหน่อยสิ!”
เห็นได้ชัดว่าศิษย์หญิงบางคนก็เชื่อว่านิกายหลัวซาเป็นผู้ก่อเรื่องนี้
ขึ้นมา
“ไม่มีหลักฐานแล้วจะพูดได้ยังไงว่าพวกเขาเป็นคนทำ!”
หยวนเมิ่งไม่เชื่อ
“หลักฐานเหรอ?”
เมื่อเจ้าสำนักถ˺าเมฆาม่วงได้ยินคำพูดของหยวนเมิ่ง เขาก็เย้ยหยัน
ออกมาทันที
“วัวเหล็ก คนที่ฆ่าเจ้าเมื่อวานเป็นใคร!”
ร่างหยินเทวะของวัวเหล็กลอยออกมาจากด้านข้างและมาอยู่ต่อ
หน้าของทุกคน จากนั้นเขาก็พูดออกมาด้วยความโกรธ “เป็นผู้หญิงใน
ชุดสีดำ ในมือของเธอถือมีดสีดำด้วย! เธอปรากฏกายออกมา ดูคล้าย
กับควันสีดำมาอยู่ตรงหน้าข้า แล้วก็ฆ่าข้าโดยไม่รีรอ! ข้าต้องตายอย่าง
ไม่ยุติธรรม อาจารย์จะต้องช่วยข้า!”
“อาจารย์จะทวงความยุติธรรมให้กับเจ้าอย่างแน่นอน!”
เจ้าสำนักถ˺าเมฆาม่วงหันไปมองตงฟางอิ๋ง “นางเซียนตงฟางคงจะ
เข้าใจทุกอย่างได้!”
“นี่คือความสามารถของราชันย์ภูตเก้าเร้นลับของนิกายหลัวซา!”
ตงฟางอิ๋งพยักหน้าและกล่าวว่า “ดูเหมือนว่านิกายหลัวซาจะไม่
เกรงกลัวต่อสวรรค์ กระทำการเช่นนี้บนยอดเขาหมอก เขาเพิกเฉยต่อ
กฎของงานประลองหงเหมินไปโดยสิ้นเชิง”
“ไปคิดบัญชีกับพวกมัน!”
“ทวงความยุติธรรมกลับคืนมา!”
“การปราบมารคือหน้าที่ของพวกเรา!”
กลุ่มผู้ฝึกตนตะโกนออกมา
เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก แม้แต่ถานไห่จากเขาซูซาน และชื่อเทียน
จากวัดเป่าไต้เขาซงซานก็ยังรู้สึกกดดันเล็กน้อย
“เรื่องนี้จะต้องมีคำอธิบาย!”
ตงฟางอิ๋งแอบยินดีอยู่ในใจ แผนการของเธอประสบความสำเร็จ
แล้ว
นี่เป็นโอกาสที่จะกำจัดนิกายหลัวซา!
ไม่ว่ายังไงเป้าหมายของทุกคนที่มาเข้าร่วมในงานประลองหงเห
มิน ก็เพื่อที่จะคว้าสมบัติ
ในตอนนี้ มันไม่ง่ายเลยที่ทุกคนจะมีเป้าหมายเดียวกัน!
อย่างแรกก็ต้องกำจัดนิกายหลัวซาออกไปก่อน จากนั้นสำนักที่
เหลือทั้งหมดก็จะแข่งขันกันต่อไป และตัดสินกันว่าสมบัติจะเป็นของ
ใคร
ฮิ ๆ ฉินเฉาเอ๋ยฉินเฉา ตำหนิตัวเจ้าเถอะที่ไร้ความอดทน ทำให้ตง
ฟางอิ๋งผู้นี้ขุ่นเคือง และทำให้เจ้าแม่หวังหมู่แห่งแดนสวรรค์ต้องขุ่น
เคืองด้วย
“พวกเราไปตำหนักหมอกด้วยกันเถอะ ไปหาเหล่าปีศาจที่ชั่วร้าย
พวกนั้น!”
ตงฟางอิ๋งเสนอขึ้นมา
“เห็นด้วย!”
“สิ่งนี้เป็นไปได้”
“พวกเราไปกันเลย!”
ในตอนนี้เหล่าผู้ฝึกตนกำลังเดินตามผู้นำของยอดเขาหมอก
มีบางคนที่ต้องการจะขัดขวาง แต่ก็ไร้พลัง
ถ้าหากราชันย์ภูตเก้าเร้นลับของฉินเฉาเป็นคนทำเรื่องนี้จริง ๆ
แล้วไม่มีคำอธิบายให้กับทุกคน สถานการณ์นี้ก็จะไม่มีทางสงบลงได้
ดังนั้นในช่วงเวลาเช้าตรู่แบบนี้ คนกลุ่มนี้จึงเดินทางไปยังตำหนัก
หมอก
ด้านหน้าของตำหนักหมอก มีผู้ฝึกตนยืนออกันอยู่มากมาย
ตงฟางอิ๋งห่อหุ้มเสียงของเธอด้วยพลังลมปราณ จากนั้นจึงตะโกน
ก้องออกมา
“ประมุขนิกายหลัวซา ฉินเฉา รีบออกมาข้างนอกเร็วเข้า!”
เมื่อเธอตะโกน เหล่าผู้ฝึกตนที่อยู่ข้าง ๆ ก็พากันตะโกนตามมา
เช่นกัน
“สุนัขนิกายหลัวซา ออกมาซะ!”
“ออกมารับความตาย!”
“พวกเต่าหดหัว ออกมาเร็วเข้า!”
คนกลุ่มนี้ตะโกนก่นด่ามารดาเพื่อท้าทาย พวกเขาตะโกนกันอยู่พัก
หนึ่ง
เพียงไม่นาน คนในนิกายหลัวซาก็ค่อย ๆ เดินออกมายืนอยู่อีกด้าน
หนึ่งของน˺าพุ และมองกลุ่มผู้ฝึกตนตรงหน้า
“เช้าขนาดนี้ ทำไมถึงได้มีฝูงสุนัขมาเห่าหอนรบกวนความฝันของ
ผู้อื่น”
ฉินเฉาสวมเสื้อผ้าสีดำ มือทั้งสองข้างของเขาล้วงเข้าไปในกระเป๋า
และกล่าวออกมาด้วยความหงุดหงิด
“ประมุขฉิน ข้าว่าเจ้าจะหยิ่งยโสเกินไปแล้ว!”
โจวเจียวยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน เขาพูดออกมาด้วยความกล้าหาญ
ว่า “กล้าที่จะเผชิญหน้ากับผู้ฝึกตนมากมาย แล้วยังไม่เห็นผู้ฝึกตนใน
สำนักฝ่ายธรรมะอยู่ในสายตา”
“ในสายตาของฉันมีเพียงแค่คนในครอบครัวและมิตรสหายเท่านั้น
ฉันไม่เคยมองศัตรู”
“ดังนั้นเจ้าก็เลยฆ่าศิษย์ของพวกเราไปมากมายบนยอดเขาหมอก
แห่งนี้ ท่ามกลางสายตาของผู้ฝึกตนงั้นเหรอ?”
“พวกนายกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่?”
ฉินเฉาขมวดคิ้ว “ใครฆ่าศิษย์ของพวกนาย”
“เจ้าไม่ยอมรับ!”
เจ้าสำนักถ˺าเมฆาม่วงได้ปลดปล่อยร่างหยินเทวะของศิษย์ของเขา
และบอกให้วัวเหล็กพูดถึงเรื่องเมื่อคืนนี้
“ได้ยินหรือยังล่ะ คนที่จะทำเรื่องแบบนี้ได้ก็ไม่มีใครอื่นนอกจาก
ราชันย์ภูติเก้าเร้นลับในนิกายหลัวซาของเจ้า! ประมุขฉิน วิธีของเจ้าช่าง
โหดเหี้ยมจริง ๆ!”
“……”
ฉินเฉาหันกลับไปมองชิโยะ
“นายท่าน ชิโยะไม่เคยทำเรื่องแบบนี้เลย!”
ชิโยะรีบคุกเข่าลงไป แล้วกล่าวกับฉินเฉาว่า “เมื่อคืนนี้ชิโยะไม่ได้
ออกจากตำหนักหมอก นายท่าน ชิโยะไม่ได้โกหกแม้เพียงครึ่งคำ ชิโยะ
ไม่กล้าหลอกลวงนายท่าน”
“ฉันเชื่อเธอ ลุกขึ้นเถอะ”
ฉินเฉาตบไหล่ของชิโยะ “ฉันไม่เคยสงสัยในตัวเธอเลย”
“ขะ ขอบคุณค่ะนายท่าน!”
ชิโยะยืนขึ้น และถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
“ประมุขฉิน เจ้าเชื่อใจคนได้อย่างง่ายดายจริง ๆ”
เจ้าสำนักถ˺าเมฆาม่วงเย้ยหยันออกมา “ผู้ฝึกตนทั่วทั้งใต้หล้าต่างรู้
ว่าราชันย์ภูตเก้าเร้นลับของเจ้าสังหารผู้คน แต่มีเพียงเจ้าเท่านั้นที่ไม่
เชื่อ เจ้าคิดว่าผู้ฝึกตนทั่วโลกจะมีปัญญาอ่อนด้อยกว่าประมุขฉินเพียง
คนเดียวหรือไง?”
“ฉันเชื่อใจพันธมิตรของฉัน”
เมื่อฉินเฉากล่าวออกมาอย่างนั้น ชิโยะก็ตัวสั่นเทาเล็กน้อย
“ในตอนนี้ประมุขฉินมีอยู่สองทางเลือก”
ตงฟางอิ๋งซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่งพูดอย่างแผ่วเบา “หนึ่งคือส่งหุ่นเชิด
ปีศาจราชันย์ภูตมาให้พวกเราจัดการ เธอจะต้องชดใช้ความผิดที่เธอได้
ก่อเอาไว้ และสอง ปกป้องคนของประมุขฉินเอาไว้ และเป็นศัตรูกับผู้
ฝึกตนทั้งหมดในใต้หล้า”
“นายท่าน ฉัน…”
ชิโยะกังวล และกำลังจะพูดอะไรออกมา แต่ฉินเฉากลับยกมือขึ้น
เพื่อขัดจังหวะไม่ให้เธอพูดต่อ
“เป็นศัตรูกับผู้ฝึกตนทั้งหมดในใต้หล้างั้นเหรอ?”
ฉินเฉาหัวเราะออกมาเสียงดัง “ฮ่า ๆ ๆ ๆ น่าสนใจจริง ๆ ฉินเฉาผู้
นี้ก็เป็นศัตรูกับผู้ฝึกตนทั่วทั้งใต้หล้าอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง! กลับมาข่มขู่กัน
ด้วยวิธีนี้ น่าขัน น่าขันเกินไปแล้ว!”
“อีกไม่นานเจ้าก็จะหัวเราะไม่ออก!”
ตงฟางอิ๋งเย้ยหยัน
เธอรู้ว่าผู้ชายคนนี้จะพูดแบบนี้ออกมา
“ในเมื่อเป็นแบบนี้ จะมีอะไรให้ต้องพูดจากันอีก!”
เจ้าสำนักถ˺าเมฆาม่วงโบกมือ “วันนี้นิกายหลัวซาของเจ้าจะต้อง
ถูกกำจัด!”
“ประมุขฉินควรคิดดูดี ๆ ฝั่งนี้คือสำนักฝ่ายธรรมะทั้งหมด!”
ถานไห่ไม่ต้องการเป็นศัตรูกับฉินเฉา เขาจึงเอ่ยปากกล่าวแนะนำ
“เจ้าสำนักถานช่างเป็นคนเข้าอกเข้าใจผู้อื่น”
ฉินเฉายังคงยืนอยู่ที่นั่น และไม่เห็นเจ้าสำนักถ˺าเมฆาม่วงอยู่ใน
สายตา “ในเมื่อวันนี้ฉันอยู่ที่นี่ ฉันก็จะต้องปกป้องคนของฉัน ตอน
เช้าตรู่แบบนี้พวกเขากลับพากลุ่มคนเข้ามาหาเรื่องฉัน ถ้าหากใช้วิธีโยน
ความผิดแบบนี้ แล้วจะเชื่อกันว่าฉันเป็นคนทำ ฉันก็ไม่มีอะไรจะพูด แต่
พวกเราควรจะเปิดใจและพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา เพราะผู้ฝึกตน
ในเส้นทางปีศาจไม่ชอบการพูดจาปิดบัง”
เขากล่าวออกมาเช่นนั้น ก่อนที่จะยกมือขึ้นมาชี้เจ้าสำนักถ˺าเมฆา
ม่วง ชี้ตงฟางอิ๋ง และชี้ไปยังผู้ฝึกตนทุกคน “นาย เธอ และพวกนาย
กล้าพูดออกมาหรือเปล่าล่ะ ว่าที่มาอยู่ที่นี่ก็เพื่อที่จะแก้แค้นให้ศิษย์ใน
สำนักด้วยความจริงใจ? ฉันกลัวว่าฝ่ามือพระโพธิสัตว์จะเป็น
จุดประสงค์ที่แท้จริงของการที่พวกนายมาอยู่ที่นี่กันมากกว่า!”
“ฉินเฉา เจ้าพูดเรื่องไร้สาระอะไร!”
เจ้าสำนักถ˺าเมฆาม่วงปิดบังสายตาที่อยู่ไม่เป็นสุขของเขาเอาไว้
แล้วกล่าวว่า “อย่าทำให้สำนักฝ่ายธรรมะของพวกเราต้องมัวหมอง
เหมือนกับมารอย่างเจ้า!”
“แล้วพวกนายสะอาดกันนักหรือไง?”
ฉินเฉายิ้มออกมา “พวกนายทุกคนก็เป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว ไม่รู้ว่า
มีชีวิตอยู่กันมาถึงหลายร้อยปีแล้วหรือยัง แต่ก็ยังร้อนตัวพูดเรื่องหน้า
ไม่อายออกมาได้”
“หยุดพูดจาไร้สาระ! วันนี้นิกายหลัวซาจะต้องถูกกำจัด!”
เหล่าผู้ฝึกตนตะโกนออกมา
“ในเมื่อพูดจากันดี ๆ ไม่ได้ ก็ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีก!”
ฉินเฉาเริ่มตั้งท่า “เมื่อใช้ปากพูดคุยกันไม่ได้ ก็ต้องทำให้เห็นความ
จริงจากหมัด!”
“ฉินเฉา ถึงแม้ว่านิกายของเจ้าจะเป็นนิกายใหญ่ แต่ก็มีปรมาจารย์
เพียงแค่ไม่กี่คน!”
ในขณะนั้นเองเย่อู๋ฉางผู้นั่งอยู่บนเกี้ยวไม้แดงก็เปิดปากพูดขึ้นมา
“ถ้าหากเจ้าเป็นศัตรูกับพวกเราสำนักฝ่ายธรรมะทั้งหมด ความตายจะ
เป็นจุดจบของเจ้าอย่างแน่นอน แต่ถ้าเจ้าคุกเข่าและยอมรับความผิด
ต่อหน้าข้า ข้าจะพิจารณาขอร้องให้สำนักฝ่ายธรรมะไว้ชีวิตของเจ้า แต่
อย่างไรก็ตาม นิกายหลัวซาของเจ้าจะต้องกลับมาเป็นของพวกเรา
พันธมิตรชิงหง นี่นับว่าเป็นโอกาสของนิกายหลัวซาที่จะได้กลายเป็น
หนึ่งในแปดสำนักใหญ่ จากที่เป็นผู้ฝึกตนเส้นทางปีศาจตัวเล็ก ๆ นับว่า
เป็นเกียรติอย่างยิ่งใหญ่แล้ว”
“ตัวตลกพันธมิตรชิงหง กล้ามาโวยวายใส่ฉันด้วยเหรอ?”
ฉินเฉาหัวเราะ “ถึงแม้จะไม่กล้าพูดว่านิกายหลัวซาของฉันเป็นที่
หนึ่งในใต้หล้า แต่มันก็มากเกินพอที่จะทำลายพันธมิตรชิงหงจนย่อย
ยับได้!”
“ผายลม พวกเจ้ามันก็เป็นพวกหัวมังกุท้ายมังกรเท่านั้น!”
“จะหัวมังกุท้ายมังกรหรือเปล่า เดี๋ยวแกก็จะได้รู้เอง!