มารดาผู้นี้ขอทวงคืน - บทที่ 20 ความหวังเพียงหนึ่งเดียว (2)
บทที่ 20 ความหวังเพียงหนึ่งเดียว (2)
ฉู่หยางยอมทำตามคำสั่งทุกอย่างอย่างว่าง่ายประหนึ่งเด็กน้อยที่รอคอยปาฏิหาริย์ เขาลงไปนั่งแช่ในอ่างน้ำอุ่นที่เต็มไปด้วยสมุนไพรสีเข้มและกลิ่นฉุนเข้มข้น ความรู้สึกร้อนผ่าวเริ่มซึมลึกผ่านผิวหนังเข้าไปถึงชั้นกระดูกที่หักบิ่น แม้จะเจ็บปวดจนเหงื่อกาฬไหลซึม แต่เขากลับยิ้มออกมาได้เป็นครั้งแรกเพราะเชื่อมั่นในวิชาของโม่ฉาง
จวบจนกระทั่งเวลาผ่านไปสองชั่วยามเต็ม โม่ฉางจึงเดินออกมาจากห้องด้วยท่าทางสุขุม เขาบอกฉู่จิ้งหยวนที่ยืนรออยู่หน้าห้องด้วยความกระวนกระวาย
“วันนี้การรักษาเบื้องต้นเสร็จสิ้นลงแล้ว ยามนี้เขาเพียงต้องการการพักผ่อนเพื่อให้ยาซึมเข้าสู่จุดลมปราณ อีกสามวันข้าจะกลับมาเพื่อเริ่มขั้นตอนการต่อกระดูกใหม่ ระหว่างนี้อย่าให้ใครมารบกวนเขาเด็ดขาด”
“ขอบพระคุณท่านหมอโม่ฉางมาก! ขอบคุณจริง ๆ !” ฉู่จิ้งหยวนกล่าวด้วยน้ำเสียงตื้นตันใจ ก่อนจะสั่งให้คนไปส่งหมอเทวดากลับที่พัก
หลังจากที่หมอเทวดาโม่ฉางจากไปแล้ว ฉู่จิ้งหยวนจึงหันไปมองในเรือนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง อนาคตที่เคยมืดดับของสกุลฉู่ยามนี้ดูเหมือนจะมีแสงสว่างรำไรขึ้นมาอีกครั้ง
สามวันต่อมา หมอเทวดาโม่ฉางก็ได้เดินทางกลับมายังจวนสกุลฉู่อีกครั้งตามการนัดหมาย คราวนี้เขาสั่งให้บ่าวไพร่จัดเตรียมอ่างน้ำสมุนไพรขนาดใหญ่กว่าเดิม พร้อมทั้งนำห่อสมุนไพรที่มีกลิ่นฉุนรุนแรงและมีสีแดงเข้มดุจโลหิตเทลงไปจนน้ำในอ่างเดือดพล่านเป็นฟอง
ฉู่หยางลงไปนั่งแช่ในอ่างนั้นด้วยความอดทน ทันทีที่ร่างกายสัมผัสกับน้ำยา เขารู้สึกเหมือนมีเข็มเล่มเล็ก ๆ นับพันทิ่มแทงเข้าไปที่แขนขวาข้างที่ไร้ความรู้สึก ความเจ็บปวดสายหนึ่งแล่นผ่านจุดลมปราณที่เคยตีบตัน
จวบจนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายชั่วยาม เมื่อบ่าวไพร่ประคองเขาขึ้นจากอ่าง ฉู่หยางก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
“ท่านพ่อ! ข้า…ข้าขยับปลายนิ้วได้แล้ว!”
แม้จะเป็นเพียงการขยับเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น แต่สำหรับคนที่ถูกตราหน้าว่าต้องพิการตลอดชีวิต นี่คือปาฏิหาริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ฉู่จิ้งหยวนที่ยืนเฝ้าอยู่ข้าง ๆ ถึงกับน้ำตาคลอด้วยความตื้นตันใจ เขาถลาเข้าไปจับมือบุตรชายก่อนจะหันไปคารวะโม่ฉางอย่างนอบน้อม
“ท่านหมอโม่ฉาง ท่านคือผู้ช่วยชีวิตหยางเอ๋อร์โดยแท้! ขอบคุณท่านมาก ขอบคุณจริง ๆ !”
โม่ฉางเพียงปรายตามองด้วยท่าทีเย็นชา พลางจัดเก็บสัมภาระของตน
“อย่าเพิ่งดีใจจนเกินไปนัก หนทางการรักษายังอีกยาวไกลนัก ยามนี้เพียงแค่กระตุ้นให้เส้นเอ็นกลับมาทำงานเบื้องต้นเท่านั้น ทว่าสมุนไพรล้ำค่าที่ข้านำมาใช้นั้น ยามนี้เริ่มร่อยหรอลงเต็มที และราคาของพวกมันก็สูงลิ่ว ข้าต้องไปหาซื้อเพิ่มเพื่อเตรียมการรักษาในรอบถัดไป”
ฉู่จิ้งหยวนรีบเอ่ยถามด้วยความร้อนรนทันที “ราคาเท่าไหร่หรือท่านหมอ? ขอเพียงท่านบอกมา ไม่ว่าต้องใช้เงินทองมากเพียงใด สกุลฉู่พร้อมจะจัดหามาให้ท่านทันที!”
“สมุนไพรเหล่านี้หาใช่ของที่มีวางขายตามร้านยาทั่วไป มันคือตัวยาลับที่ต้องซื้อผ่านคนรู้จักในตลาดมืดของต่างเมืองเท่านั้น ท่านคงไม่อาจหาซื้อได้ด้วยตนเอง วิธีที่ง่ายที่สุดคือท่านเพียงแค่มอบเงินค่าสมุนไพรให้ข้า แล้วข้าจะเป็นผู้ไปจัดหามาให้เอง” โม่ฉางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ได้! ไม่มีปัญหา! แล้วต้องใช้เงินเท่าไหร่หรือ?”
โม่ฉางนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น “ในการแช่สมุนไพรแต่ละครั้ง ต้องใช้เงินในการซื้อวัตถุดิบรวมทั้งสิ้นห้าพันตำลึงทอง หากรวมรอบก่อนหน้าที่ข้าสำรองจ่ายไปกับรอบนี้ และรอบหน้าที่ต้องเตรียมไว้ ยอดรวมทั้งหมดคือหนึ่งหมื่นห้าพันตำลึงทอง”
สิ้นคำของหมอเทวดา ฉู่จิ้งหยวนถึงกับชะงักงันไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงประหนึ่งถูกฟ้าผ่ากลางวันแสก ๆ เงินหนึ่งหมื่นห้าพันตำลึงทองนั้นหาใช่จำนวนน้อย ๆ แต่มันคือทรัพย์สินมหาศาลที่สามารถซื้อคฤหาสน์หรูหราได้หลังหนึ่งในเมืองหลวงเลยก็ว่าได้
ทว่าเมื่อเขาหันไปมองใบหน้าของฉู่หยางที่กำลังเปี่ยมไปด้วยความหวัง และนึกถึงอนาคตของบุตรชายที่เป็นเดิมพันของตระกูล ฉู่จิ้งหยวนก็กัดฟันแน่นจนกรามขึ้นนูน แล้วตัดสินใจทุ่มสุดตัวเพื่อความหวังสุดท้ายนี้
“ตกลงท่านหมอ! หนึ่งหมื่นห้าพันตำลึงทองก็หนึ่งหมื่นห้าพันตำลึงทอง! พรุ่งนี้ข้าจะให้คนนำเงินทั้งหมดไปมอบให้ท่านที่โรงเตี๊ยมภายในยามอู่”
โม่ฉางพยักหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงรับรู้ แววตาซ่อนเร้นความนัยบางอย่างไว้ภายใต้ความเฉยเมย
“เช่นนั้นข้าขอตัว อีกสามวันข้าจะกลับมาพร้อมตัวยาชุดใหม่”
เมื่อหมอเทวดากลับออกไปแล้ว ฉู่จิ้งหยวนก็ได้แต่ยืนนิ่งด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งในอก ราวกับมีก้อนหินใหญ่กดทับอยู่ด้านใน เนื่องจากเขาไม่รู้ว่าจะสามารถหาเงินจำนวนมากถึงเพียงนี้ได้จากที่ไหนกัน เพราะตอนนี้คลังของจวนสกุลฉู่ยังคงว่างเปล่าไร้ทรัพย์สินอันใด
แต่ถึงกระนั้น เขาก็ต้องหาเงินมาช่วยรักษาบุตรชายให้จงได้…
ตกดึกของคืนเดียวกัน ท่ามกลางบรรยากาศภายในเรือนเหมยฮวาอันเงียบสงัดจนน่าใจหาย มีเพียงเสียงลมพัดผ่านแว่วเบา ๆ เป็นระยะและกลิ่นหอมจาง ๆ ของกำยานที่อบอวลอยู่ในอากาศ มีเงาร่างของหลิวอันเซียงนั่งเอนกายอ่านตำราอยู่อย่างสงบนิ่ง
ทันทีที่เสียงฝีเท้าหนัก ๆ เร่งร้อนดังใกล้เข้ามา บานประตูห้องโถงก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับฉู่จิ้งหยวนที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดจนเห็นรอยย่นลึกที่หน้าผาก แววตาของเขาดูว้าวุ่นและร้อนรนอย่างปิดไม่มิด
“อันเซียง! มีเรื่องใหญ่แล้ว”
เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่าพลางทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ไม้อย่างอ่อนแรง
ขณะเดียวกัน หลิวอันเซียงก็วางตำราในมือลงอย่างใจเย็น พลางปรายตาส่งสัญญาณบอกให้สาวใช้คนอื่น ๆ ถอยออกไปจนเหลือเพียงพวกเขาสองคนในห้องโถง
“ท่านพี่มีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ เหตุใดจึงดูร้อนใจถึงเพียงนี้ หรือว่าอาการของหยางเอ๋อร์…”
“ไม่ใช่! อาการของหยางเอ๋อร์ดีขึ้นมาก!” ฉู่จิ้งหยวนรีบขัดขึ้นด้วยความตื่นเต้นที่ปนเปไปกับความกังวล
“ท่านหมอเทวดาโม่ฉางผู้นี้เก่งกาจสมคำร่ำลือจริง ๆ เพียงแค่แช่สมุนไพรไม่กี่ครั้ง หยางเอ๋อร์ก็เริ่มรู้สึกถึงปลายนิ้วและขยับมันได้แล้ว! นี่คือปาฏิหาริย์โดยแท้!”
เขาลุกขึ้นเดินพล่านไปมาในห้องโถง ก่อนจะหยุดลงตรงหน้าภรรยาและลดเสียงลงต่ำ
“แต่ปัญหาคือการรักษาในขั้นต่อไป ท่านหมอโม่บอกว่าต้องใช้สมุนไพรล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่งจากตลาดมืดต่างเมือง และราคานั้นสูงลิ่วจนน่าตกใจ”
หลิวอันเซียงขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางแสร้งทำเป็นประหลาดใจ “สมุนไพรอันใดกันเจ้าคะ แล้วมีราคาเท่าใดกัน?”
“หนึ่งหมื่นห้าพันตำลึงทอง!” ฉู่จิ้งหยวนโพล่งออกมาด้วยความอัดอั้น
“นั่นคือค่าสมุนไพรรวมทั้งสิ้นสามรอบที่ต้องจ่ายในวันพรุ่งนี้เพื่อความต่อเนื่องของการรักษา เจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าเงินจำนวนนี้มหาศาลเพียงใด ข้าจนปัญญาจริง ๆ อันเซียง เจ้าคือภรรยาที่เก่งกาจเรื่องการค้าที่สุด เจ้าพอจะมีวิธีใดช่วยข้าคิดหาเงินก้อนนี้มาช่วยบุตรชายของเราได้บ้างหรือไม่?”
ฉู่จิ้งหยวนจ้องมองนางด้วยแววตาอ้อนวอนและเต็มไปด้วยความหวังอย่างล้นเปี่ยม ประหนึ่งคนหลงทางที่พบเจอกับแสงสว่างสุดท้าย
“หนึ่งหมื่นห้าพันตำลึงทอง…”
หลิวอันเซียงพึมพำทวนคำเสียงแผ่ว แล้วนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนที่นางจะแสร้งทำสีหน้าลำบากใจพลางทอดถอนหายใจเฮือกใหญ่
“ท่านพี่ เงินจำนวนนี้มหาศาลนัก กิจการของข้าในช่วงปีที่ผ่านมาก็ไม่ได้รุ่งเรืองเหมือนแต่ก่อน ยามนี้ข้าเองก็คิดอ่านสิ่งใดไม่ออกจริงๆ เจ้าค่ะ”
ฉู่จิ้งหยวนเดินวนไปมาในห้องอย่างกระวนกระวาย ก่อนจะหยุดลงตรงหน้านางแล้วเสนอสิ่งที่เขาคิดวางแผนมาแล้ว
“อันเซียง ข้ารู้ว่าเจ้ายังมีโรงเตี๊ยมขนาดใหญ่ในย่านการค้าอยู่อีกแห่งหนึ่ง หากเจ้าตัดสินใจขายมันออกไป ยามนี้ย่อมได้ราคาดีและเพียงพอต่อค่ารักษาสมุนไพรทั้งหมดของหยางเอ๋อร์ เจ้าช่วยขายมันออกไปก่อนได้หรือไม่?”