มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 30 – แลนลอร์ด (4)
หลังจากโดเกบิหายตัวไป จ านวนผู้เสียชีวิตหลายสิบคนก็
ปรากฏขึ้นบนชานชาลาที่สาม
ในปัจจุบัน มีเพียงหนึ่งห้องเท่านั้นอยู่บนชานชาลาที่สาม
ไม่มีคนแข็งแกร่งอยู่ที่นี่ ดังนั้นคนอ่อนแอจึงไม่ยอมถอย
หลังและโจมตีใส่กัน
“ตายซะ! ตาย!”
[เหลือเวลาอีก 30 นาทีก่อนสถานการณ์ที่สามจะเริ่มต้น
ขึ้น]
เมื่อความโกลาหลบังเกิดขึ้นรอบตัวของผม ผมก็อ่าน
หนทางเอาชีวิตรอดไปอย่างเงียบๆ บางทีสถานการณ์ของ
วันนี้อาจจะไหลไปตามที่ผมคิด เพื่อที่จะอยู่รอด ผมไม่
อาจพลาดไปได้สักค าเดียว
[นายก าลังท าอะไรอยู่?]
ตามค าพูดของบีฮยอง ผมสามารถได้ยินเสียงของกลุ่มดาว
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ ก าลังสงสัยในสิ่งที่คุณ
ก าลังท า]
ผมปิดสมาร์ทโฟนโดยอัตโนมัติ มันมีบางอย่างที่ผมไม่ได้
คิดมาก่อนจนกระทั่งถึงตอนนี้ ท าไมกลุ่มดาวถึงไม่
ตอบสนองอะไรเมื่อผมอ่านหนทางเอาชีวิตรอด?
ในหนทางเอาชีวิตรอดเดิม กลุ่มดาวพบว่ายูจงฮยอคเป็นผู้
เสื่อมถอย และตั้งค าถามเกี่ยวกับความเป็นธรรมขึ้นมา
มันเป็นธรรมดาที่พวกเขาจะพูดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับ
ข้อมูลที่ผมอ่าน
[เจ้าก าลังท าอะไรกับบันทึกเปล่าๆ อยู่เหรอ? กลุ่มดาว
ทั้งหมดต่างก าลังจะคลั่งเพราะเจ้า!]
…บันทึกเปล่าๆ
ผมเปิดสมาร์ทโฟนอีกครั้ง หนทางเอาชีวิตรอดปรากฏขึ้น
บนหน้าจอ
“นี่คือสิ่งที่แกหมายถึงเหรอ?”
[ใช่! เจ้าก าลังจะท าอะไรกับมัน? เจ้าจะตายได้ถ้าเจ้ายังเฉย
อยู่แบบนี้! ฮ่าฮ่า ข้าเชื่อในตัวคนแบบนี้และเซ็นสัญญา…]
ผมขนลุก
โดเกบิไม่สามารถอ่าน ‘ข้อความ’ นี้ได้ ถ้าแม้แต่โดเกบิที่
เป็นผู้จัดการระบบยังไม่สามารถอ่านมันได้ งั้นกลุ่มดาวก็
คงเหมือนกัน
งั้นผู้เขียนที่มอบมันให้กับผม… เขาเป็นตัวตนแบบไหน
กัน?
“อ๊ากกก!”
เสียงกรีดร้องครั้งสุดท้ายดังขึ้น สุดท้าย เจ้าของห้องบน
ชานชาลาที่สามก็ถูกก าหนด
[เขตสีเขียว 1/1]
“…อย่าเข้ามาใกล้นะ”
เด็กชายคนหนึ่งชี้มีดมาที่ผม น่าแปลก ผู้ชนะเป็นเด็กที่
แนะน าพวกเราเมื่อก่อนหน้านี้ ผมยังไม่รู้ชื่อของเขาเลย
“ไม่ต้องห่วง ฉันไม่แย่งห้องของนายหรอก”
ผมพูดเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเขา ในเวลานั้นผมก็
บังเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา
“จริงเหรอ? นายผ่อนคลายจริงนะ นายอยากตายงั้น
เหรอ?”
ผมไม่จ าเป็นต้องมองย้อนกลับไปเพื่อดูว่าใครก าลังพูดอยู่
“ดูเหมือนว่านายจะว่างมากนะ”
“ห้ามใครมาแตะต้องห้องของฉัน ฉันจะส่งทุกคนที่แตะ
ต้องมันไปลงนรก”
ลีจีฮเยควงดาบสีน ้าเงินเข้มของเธอไปรอบๆ ว่ากันตาม
ตรง มันไม่มีใครที่พอเป็นคู่มือลีจีฮเยได้เลยนอกจากยูจงฮ
ยอคหรือคนจากพันธมิตรแลนลอร์ด ลีจีฮเยมองผมอย่าง
ระมัดระวังและเปิดปากของเธอ
“ฉันไม่อยากให้นายตาย นายสร้างความประทับให้กับ
มาสเตอร์ได้มากเลย”
“ไม่ต้องห่วง ฉันจะไม่ตาย มันคงจะไม่ตายแม้ว่าฉันจะหา
ห้องไม่ได้”
มันเป็นเรื่องจริง ผมจะไม่ตายแม้ว่าผมจะหาห้องไม่เจอ
มันมีชายคนหนึ่งในสถานีแห่งนี้ที่ได้พิสูจน์เรื่องนี้มาแล้ว
เมื่อสามวันก่อนนี้เอง
ดวงตาของลีจีฮเยหรี่ลง
“นายรู้ไหมว่านายก าลังพูดอะไรอยู่?”
“รู้”
“นายแข็งแกร่งไหม? แข็งแกร่งเท่ามาสเตอร์ไหม?”
จากนั้นยูจงฮยอคก็ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังลีจีฮเย
“หยุด และกลับไปที่ห้องของเธอซะ”
“อ่า… ค่ะ มาสเตอร์”
ลีจีฮเยจากไปด้วยความเชื่อฟังและยูจงฮยอคก็หันมาทาง
ผม
“นายจะต่อสู้กับพวกมอนสเตอร์งั้นเหรอ?”
ผมยักไหล่
“นายจะตาย สหายทั้งสี่ของนายก็จะตายด้วย”
“งั้นไว้ดูกัน”
มีความรู้สึกอะไรก็ไม่รู้อยู่ในสายตาของยูจงฮยอคใน
ขณะที่เขามองมาที่ผมและจากไป ผมไม่ได้ใช้มุมมองนัก
อ่านพระเจ้า มันเป็นไปไม่ได้ตลอดที่จะแสดงความรู้สึก
ออกมาเป็นค าพูด
[เหลือเวลาอีก 20 นาทีก่อนสถานการณ์ที่สามจะเริ่มต้น
ขึ้น]
มีเสียงของคนก าลังลงมาจากบันได ลีฮุนซึง ลีกิลยัง และยู
ซานอา… เมื่อมองไปยังสีหน้าที่มืดมนของพวกเขา
ผลลัพธ์ก็เป็นดั่งที่ผมคาดไว้ ยูซานอาอ้าปากพร้อมด้วยสี
หน้าเศร้าๆ
“ไม่มีห้องเลย…”
“ไม่เป็นไร แล้วฮีวอนล่ะ?”
“เธอพยายามต่อรองกับชั้นบน”
ด้วยค าพูดเหล่านี้ จางฮีวอนก็กระโดดลงมาพร้อมกับเสียง
กรีดร้องอันน่ากลัว
“คืนละ 2,000 เหรียญ? พวกมันก าลังล้อเล่นอยู่เหรอ? ฉัน
จะไปกระทืบพวกมันเอง”
จางฮีวอนที่ก าลังฉุนพ่นลมหายใจออกมาและเอ่ยพูด
“ทกจา นายรู้ไหมว่าข้างบนเกิดอะไรขึ้น? ไม่สิ…”
“จู่ๆ พวกมันก็เพิ่มส่วยใช่ไหม?”
“เอ่อ… นายรู้แล้วเหรอ?”
มันสามารถคาดเดาได้ ผู้เช่าจะตายถ้าพวกเขาไม่สามารถ
หาห้องได้ใน 20 นาที่ ไม่แปลกใจเลยที่เจ้าของจะเริ่มเพิ่ม
ค่าส่วย
“ทกจาเจออะไรไหม?”
“ไม่ ไม่เจอ”
“อ่า…”
ผมตรวจสอบใบหน้าของพวกเขาทีละคน ในท้ายที่สุด
เวลาที่ต้องเลือกก็มาถึง
“ฉันมีสองทางเลือก”
ดวงตาของสมาชิกปาร์ตี้เปล่งประกายให้กับค าพูดเหล่านี้
แต่วิธีการของผมก็อาจจะทรยศต่อความคาดหวังของพวก
เขา
“วิธีการแรกนั้นก็ง่ายที่พวกเราทุกคนจะมีชีวิตรอด”
ดวงตาของจางฮีวอนหรี่ลง
“แล้วอีกวิธีล่ะ?”
“วิธีที่สองนั้นยากมาก มีโอกาสที่พวกเราบางคนจะตาย”
“เอ่อ… ไม่เอาแบบนั้นสิ งั้นพวกเราจะเลือกทางแรก”
“คนอื่นคิดว่าไง?”
ลีฮุนซึงตอบก่อน
“วิธีการแรกคงจะดีกว่าถ้าทุกๆ คนไม่เป็นอะไร”
ลีกิลยังพยักหน้า มีแค่ยูซานอาเท่านั้นที่ลังเล
“…ช่วยบอกหน่อยได้ไหมว่ามันคืออะไร?”
ผมพยักหน้าและพาพวกเขาขึ้นบันไดไปยังชานชาลาสาย
สี่
“นี่เป็นวิธีแรก”
สมาชิกปาร์ตี้มองไปยังที่ๆ ผมชี้ มันมีกลุ่มชายหญิง 5 คน
ที่ก าลังตัวสั่นอยู่
[เขตสีเขียว 5/5]
“ห้องของพวกเขามีพื้นที่ 5 ช่อง แต่ความสามารถ
เฉพาะตัวของพวกเขาไม่ได้สูงมาก พูดตามตรงนะ ถ้า
พวกเรา 5 คน…”
“เดี๋ยวนะ ทกจา…”
“ใช่ ฆ่าพวกเขาและชิงห้องมา”
อาการสั่นของพวกเขาเพิ่มขึ้นด้วยเสียงอันเยือกเย็นของ
ผม จางฮีวอนท าสีหน้าเจ็บลึกๆ
“…ใครจะไม่รู้จักวิธีนี้กัน?”
“ถ้าพี่พูดแบบนั้น ผมท าก็ได้”
ลีกิลยังพูดขึ้นมาก่อน
“ผมไม่กลัว ผมจะท ามัน”
“ไม่นะลีกิลยัง!”
ยูซานอาคว้าไหล่ของลีกิลยัง ผมจงใจมองดูอย่างไม่สนใจ
“พวกเราจะฆ่าคนอื่นเพื่อเอาห้องมา พูดตามตรงนะ พวก
เราคงจะไม่สามารถเอาชนะสถานการณ์ในอนาคตได้ถ้า
พวกเราไม่ท าแบบนี้”
“ทกจา” จางฮีวอนขัดจังหวะ “ฉันฆ่าคนที่สถานีกึมโฮ
มาแล้ว ฉันฆ่าไปเพราะฉันต้องการ และฉันก็ไม่เสียใจ
แต่…”
จองฮีวอนแสดงความเจ็บปวดบนใบหน้าของเธอ
“เพียงเพราะฉันเป็นฆาตกร มันไม่ได้หมายความว่าฉัน
ต้องฆ่าต่อไป ฉันไม่ต้องการเป็นสัตว์ประหลาด”
“….”
“…ทกจา ฉันอยากรู้เกี่ยวกับวิธีที่สอง”
ผมหลับตาไปสักพักกับค าพูดของลีฮุนซึง
“ฉันเข้าใจความคิดของนาย”
ใช่ นี่ก็เพียงพอแล้ว
“ไปลองวิธีที่สองกันเถอะ”
การแสดงออกของสมาชิกปาร์ตี้ดูเหมือนจะสดใสขึ้น อัน
ที่จริง ผมก าลังจะใช้วิธีที่สองอยู่แล้ว
การฆ่าเป็นวิธีที่ง่ายในการเอาชีวิตรอด แต่ผมก็ไม่สามารถ
ดึงดูดความสนใจของกลุ่มดาวได้ถ้าผมเลือกวิธีง่ายๆ
อย่างไรก็ตาม วิธีที่สองนั้นก็จ าเป็นจะต้องมีปณิธานอัน
แน่วแน่น ไม่ใช่แค่ผม แต่เป็นทุกคน ดังนั้นผมต้อง
ตรวจสอบปณิธานของพวกเขา ผมจะต้องรู้ว่าคนเหล่านี้
ก าลังคิดอะไรอยู่จริงๆ
จางฮีวอนหัวเราะ
“…ฉันก็คิดอย่างนั้น ท าไมนายต้องพูดเรื่องพวกนี้ออกมา
ด้วยถ้านายจะใช้วิธีที่สองอยู่แล้ว?”
“ฉันไม่ได้พยายามจะทดสอบเธอ ไม่ว่าเธอจะเลือกยังไง
ฉันก็จะเคารพมัน”
ผมลูบหัวของลีกิลยังที่เงยหน้าขึ้นมองผมด้วยสายตาที่ไม่
ค่อยสบายใจเท่าไร ยูซานอาถอนหายใจและอ้าปาก
“ทกจานี่นิสัยไม่ดีจริงๆ”
“ฉันขอโทษ ฉันไม่ใช่คนดีอะไรนักหรอก”
“วิธีที่สองคืออะไร?”
“มันไม่จ าเป็นต้องฆ่าใครด้วยวิธีนี้ แต่มันก็ยากมาก”
ด้วยน ้าเสียงที่หนักแน่นของผม การแสดงออกของทุกคน
ก็เริ่มจริงจังขึ้นมา
“ถ้าพวกเธอเลือกวิธีที่สอง งั้นก็จงท าตามค าแนะน าของ
ฉันอย่างไม่มีเงื่อนไข จงไว้ใจฉัน แม้ว่ามันจะไม่
สมเหตุสมผลก็ตาม ถ้ามีใครคนไหนไม่ไว้ใจฉัน…”
“….”
“พวกเราทุกคนจะตาย”
มีบางคนกลืนน ้าลาย สมาชิกปาร์ตี้พยักหน้าแทบจะพร้อม
กัน ลีฮุนซึงพูดออกมา
“ฉันเชื่อในตัวทกจา ฉันรอดมาได้จนถึงตอนนี้ก็เพราะ
นาย”
[เหลือเวลาอีก 5 นาทีก่อนสถานการณ์ที่สามจะเริ่มต้น
ขึ้น]
“งั้นก็ตามฉันมา”
ผมพาทุกคนไปตามทางรถไฟสายสาม พวกเราผ่านประตู
กั้นที่พังไปแล้วหลายอันและมายืนอยู่ตรงอุโมงค์ที่
น าไปสู่อึลชิโร-3
ข้างในอุโมงค์มืด ผมเห็น ‘เขตสีแดง’ อร่าม บางทีมอน
สเตอร์คงจะถูกสร้างขึ้นตรงนั้น พวกมันคงจะเคลื่อนที่
ออกมาตามสายสามอย่างรวดเร็วและขึ้นไปยังแต่ละชั้น
จนไปถึงพื้นดิน
ลีฮุนซึงถามด้วยความเป็นกังวล
“…งั้นพวกเราจะสู้กับมอนสเตอร์ที่นี่เหรอ?”
“ไม่ พวกเราไม่ได้มาสู้ ถ้าพวกเราสู้ตรงนี้ พวกเราจะพา
กันตาย”
มันเป็นไปไม่ได้ที่จะต่อสู้กับมอนสเตอร์ที่น่าสะพรึงกลัว
และรอดชีวิตไปได้จนรุ่งสางโดยไม่มีเขตสีเขียว
ในเวลานั้นเอง จางฮีวอนก็ถาม
“…งั้นพวกเราจะวิ่งไปที่อื่นใช่ไหม?”
“นั่นก็ไม่ได้ผล เมื่อสถานการณ์เริ่มต้นขึ้น พวกเราจะตาย
โดยอัตโนมัติถ้าพวกเราออกไปจากชุงมูโร”
“ถ้าอย่างนั้น…”
“แผนนี้ต้องแบ่งหน้าที่กัน ลีฮุนซึง ยูซานอา แล้วก็จางฮี
วอน เมื่อมอนสเตอร์ปรากฏตัวขึ้นให้วิ่งตรงไปยังทิศทาง
ที่พวกมันมา”
“…ฮะ?”
“เข้าใจไหม? วิ่งลูกเดียว ก่อนที่พวกเธอจะพบพวกมัน
อย่าลืมมองไปยังก าแพงด้านซ้าย แล้วพวกเธอจะรู้ว่าฉัน
หมายถึงอะไร”
คนอื่นไม่เข้าใจค าพูดของผม แต่มันก็ไม่มีเวลามาอธิบาย
แล้ว
“ไว้ใจฉัน ไม่งั้นก็ตาย อย่าลืมมองไปยังก าแพงด้านซ้าย”
“ฉันเข้าใจทกจา” ยูซานอาดูเหมือนจะเข้าใจสิ่งที่ผม
หมายความถึงและตอบออกมาก่อน
“ฉันจะบอกอีกรอบนะ นายต้องวิ่งไปหลังจากที่มอน
สเตอร์ปรากฏตัว”
ผมหยิบก้อนหินขึ้นมาและโยนมันไปทางอุโมงค์ จากนั้น
ก้อนหินก็เปล่งประกายขึ้นมาเมื่อมันปะทะเข้ากับอะไร
บางอย่างและตกลงมา ลีฮุนซึงและจางฮีวอนพยักหน้าราว
กับว่าพวกเขาเข้าใจ
“แล้วทกจาล่ะ?”
“ฉันจะหาวิธีอื่นกับกิลยัง”
วิธีการนี้ไม่อาจใช้ได้เว้นเสียแต่ว่าสมาชิกในกลุ่มจะเชื่อ
ใจผม ใครจะยอมต่อต้านสามัญส านึกของตัวเองและฆ่า
ตัวตายด้วยการวิ่งเข้าใส่เหล่ามอนสเตอร์?
สิ่งเดียวที่เหลืออยู่คือปณิธานของพวกเขา
[สถานการณ์ที่สามเริ่มต้นขึ้นแล้ว]
บาเรียที่ขวางกั้นอุโมงค์หายไป
“วิ่ง!”
ทั้งสามเริ่มวิ่งออกไปในทันทีที่ผมตะโกน
ฮึ่ม!
เหล่ามอนสเตอร์เริ่มถูกสร้างขึ้นในเขตสีแดง ส่วนใหญ่
แล้วพวกมันคือหนูดินระดับ 9 ส่วนระดับกลางๆ ก็จะเต็ม
ไปด้วยเผ่าพันธุ์ใต้ดินระดับ 9 ‘โกลล์’
โฮกกกก!
มอนสเตอร์เหล่านี้มีแผงคอสีด าที่มีรูปร่างคล้ายกับหมี
พวกมันมีเขาแหลมตั้งตระหง่านอยู่บนหน้าผาก
ถ้าแค่ตัวเดียวนั้นอาจจะจัดการได้ง่ายๆ แต่ปัญหาก็คือ
จ านวน แถวที่แน่นขนัดของพวกมันไม่ควรที่จะถูก
เรียกว่า ‘กลุ่ม’ แล้ว พวกเราคงจะตายถ้าถูกปะทะโดย
คลื่นลูกนั้น
ในช่วงเวลาที่ลีฮุนซึงพบเข้ากับโกลล์ตัวแรก ผมก็ตะโกน
ออกมา
“ตอนนี้แหละ!”
ยูซานอาพบมันก่อน กระเบื้องแผ่นสีเขียวก าลังเปล่ง
ประกายอยู่บนก าแพง
“อ๊า-!”
การรู้แจ้งเกิดขึ้นในทันทีที่มือของยูซานอาสัมผัสเข้ากับ
ก าแพง และมันได้เปล่งแสงเจิดจ้า
[เขตสีเขียว 1/3]
จางฮีวอนที่ว่องไวก็สัมผัสเข้ากับก าแพงด้านหลังของเธอ
ในทันที่
[เขตสีเขียว 2/3]
อย่างไรก็ตาม ลีฮุนซึงก็พลาดจังหวะไป มันเป็นเพราะหนู
ดินได้พัวพันเข้ากับโล่ของลีฮุนซึง
“ฮุนซึง! จับมันไว้!”
ลีฮุนซึงคว้า ‘ด้าย’ ที่ยูซานอาโยนมาทางเขา ต้องขอบคุณ
ความแข็งแกร่งของผู้หญิงทั้งสองคน ลีฮุนซึงจึงบินผ่าน
อากาศและมาถึงก าแพงได้
[เขตสีเขียว 3/3]
ดี
โฮกกกก!
พวกมอนสเตอร์เริ่มจ้องมองมาที่พวกเขา แต่เมื่อพวกมัน
เข้าไปยังเขตสีเขียว พวกมันก็ไม่สามารถโจมตีได้
“ทกจา!”
ยูซานอาตะโกนเรียกผม แต่ผมก็ไม่มีเวลามองกลับไป ผม
วิ่งไปพร้อมกับลีกิลยังที่อยู่บนหลังแล้ว
「…ในสถานการณ์หลักที่สาม มันมีเขตสีเขียวที่ถูก
ซ่อนไว้หลายแห่ง มันจะปรากฏขึ้นบนผนังพิเศษ และเขต
สีเขียวบนผนังก็จะไม่ปรากฏขึ้นมาจนกว่าสถานการณ์จะ
เริ่มต้นขึ้น… ถ้าคิดถึงมัน มนุษย์ก็คงจะคิดว่ามันเป็นคอน
เซ็ปต์เกี่ยวกับ ‘ห้อง’」
ในหนทางเอาชีวิตรอด ยูจงฮยอคต้องผ่านการเสื่อมถอย
หลายครั้งกว่าที่จะพบเขตสีเขียวลับในชุงมูโร
บนชานชาลาสายสาม มันมีเขตสีเขียวแบบนี้อยู่ 2 แห่ง
กิ๊กกก!
หนูดินหลายตัวที่ก าลังไล่กวาดผมกัดเข้าที่ต้นขาของผม
การโจมตีไม่ได้รุนแรงอะไรเพราะความแข็งแกร่งที่สูง
ของผม แต่มันก็สามารถสะสมกันได้เรื่อยๆ
ปัง!
ลีกิลยังโจมตีหนูดินหลายตัวด้วยอาวุธที่อๆ จากบนหลัง
ของผม แต่พวกมันก็มีมากเกินไป นอกจากนี้ พวกโกลล์
ยังเร็วมาก
ห่างออกไปสิบกว่าเมตร เด็กชายได้มองมาที่ผมด้วยสายที่
หวาดกลัว
[เขตสีเขียว 1/1]
มันเป็นเรื่องขี้ขลาด แต่ผมก็ถูกล่อลวงโดยการใช้วิธีง่ายๆ
ไปสักพัก
[ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! สถานการณ์นี้สนุกจัง งั้นก็เหมือนเมื่อวาน
มันควรมีการเพิ่มบทลงโทษใช่ไหม?]
โดเกบิพูดออกมา ตามด้วยข้อความของระบบ
[เพิ่มบทลงโทษแล้ว!]
[เขตสีเขียวที่มีอยู่บางแห่งจะหายไป]
“ม-ไม่! อั๊ก อ๊ากกกก!”
เสียงกรีดร้องดังออกมาจากสถานีชุงมูโร เสียงกรีดร้องที่
ใกล้ที่สุดมาจากเด็กชายคนนั้น
ครืน!
“อ๊ากกก!”
ในทันทีที่เขตสีเขียวหายไป ร่างเล็กๆของเด็กชายก็ถูก
จัดการโดยหนูดิน
ต้องขอบคุณการซื้อเวลาของเขา ผมจึงสามารถวิ่งเข้าไป
ยังทางผ่านได้ อย่างไรก็ตาม มอนสเตอร์ที่ออกมาจาก
นอกประตูก็ได้ขวางทางไว้
ผมซ่อนลีกิลยังไว้ข้างหลังและดึงศรัทธาไม่แตกสลาย
ออกมา คมมีดของพลังงานดาราบริสุทธิ์ได้ผลักดันมอน
สเตอร์ที่ก าลังเข้ามาให้ถอยกลับไปอย่างรวดเร็ว
แต่จ านวนก็ไม่ได้ลดลงเลย คนที่ต่อสู้กับมอนสเตอร์
เหล่านี้จนกระทั่งพระอาทิตย์ขึ้นได้ ยูจงฮยอคเป็นสัตว์
ประหลาดจริงๆ ผมไม่แน่ใจว่ามันจะเป็นไปได้ส าหรับผม
หรือไม่ ถึงแม้ว่าผมก็เปลี่ยนเหรียญทั้งหมดให้กลายเป็น
ค่าสถานะก็ตาม
ในเวลานั้นเอง ลีกิลยังก็พูดขึ้นมา
“พี่ พี่ก็รู้”
“อย่าเพิ่งพูด ฉันก าลังยุ่งอยู่”
“พี่จะทิ้งผมไว้ที่นี่ก็ได้”
“…อะไรนะ?”
“ผมไม่เข้าใจจริงๆ ท าไมพี่ต้องช่วยผม พี่ฮุนซึงและคน
อื่นๆ อีก? ถ้าพี่อยู่คนเดียว… พี่คงจะสามารถเอาชีวิตรอด
ได้ดียิ่งกว่านี้”
เขาสามารถพูดสิ่งเหล่านี้ได้อย่างใจเย็นก่อนที่จะตาย บาง
ทีจิตใจของเด็กคนนี้อาจจะตายไปแล้วก็ได้
“ใช่ นายพูดถูก” หนูดินอีกตัวล้มลงบนพื้นพร้อมกับ
ศีรษะของมันที่ถูกตัดออก “มันสบายกว่าที่ฉันจะใช้ชีวิต
คนเดียว กินคนเดียว และเอาชีวิตรอดคนเดียว แต่…”
ท าไมผมถึงท าแบบนี้? ถ้ามีใครถามผม ผมก็คงไม่สามารถ
อธิบายได้จริงๆ แต่ผมสามารถพูดด้วยสิ่งหนึ่งที่ผมมั่นใจ
“ฉันรู้จักนิยายอยู่เรื่องหนึ่งที่พัฒนาไปแบบนั้นและถูก
ท าลายลง”
“ฮะ?”
ผมคิดถึงมันทุกๆ ครั้ง แต่ผมก็ไม่ได้เป็นตัวชูโรง ผมไม่ใช่
พระเอกหรือผู้กอบกู้ แต่…
ดวงตาของลีกิลยังสั่นไหว ผมยกเขาขึ้นมาบนหลังอีกครั้ง
และกล่าวว่า
“จับไว้แน่นๆ”
ผมจะไม่ยอมให้ลีกิลยังต้องตาย อย่างน้อยก็ไม่ใช่วันนี้