มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 352 – เหนือกว่าความดีและความชั่ว (3)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 352 – เหนือกว่าความดีและความชั่ว (3)
ภายใต้ซากปรักหักพัง มือของยูจงฮยอคยื่นออกมา ฮันซูยอง
จ้องลงไปยังยูจงฮยอค “ไอ้หมอนี่มักจะปรากฏตัวขึ้นและ
เหยียบย่าผู้คนเสมอ… นายรู้สึกดีเหรอที่ได้ท่าแบบนั้น?”
[อวตาร ‘ฮันซูยอง’ มีส่วนแบ่ง 8.9% ในมหาเรื่องราว ‘คบ
เพลิงที่กลืนกินต่านาน’]
ตามที่คาดไว้ ฮันซูยองมีจ่านวนส่วนแบ่งที่ถูกต้อง
[ผู้บรรยายที่เข้าร่วมในการตัดสินไม่สามารถแบ่งปันส่วนแบ่ง
ได้] มันหมายความว่าเหล่าคนที่ยังไม่ได้เข้าร่วมจะสามารถ
แบ่งปันส่วนแบ่งได้
ฮันซูยองมองมาที่ผมและบ่นผ่านจุดนัดพบระหว่างวัน
– ฉันเสียเรื่องราวนี้ 0.1% ให้กับลีซอลฮวา
บางทีฮันซูยองคงจะปรับส่วนแบ่งของเธอให้กับลีซอลฮวา
ในทันทีที่เธอรู้ข้อมูลนี้ จากนั้นเธอก็ตรงมาที่นี่ ฮันซูยองหันไป
หากลุ่มดาวรอบข้างและประกาศด้วยเสียงค่าราม”ฉันมันชั่ว
นอกจากนี้ ไอ้ระย่าคิมทกจาที่ยืนอยู่ตรงนี้ก็ชั่วร้ายด้วยแน่ๆ”
ฮันซูยองท่าให้ผมชั่วร้ายโดยไม่ค่านึงถึงอะไรทั้งนั้นและมองไป
ยังยูจงฮยอคและสมาชิกปาร์ตี้ต่อ
“อย่างไรก็ตาม บริษัทของคิมทกจาก็ไม่ได้ดีหรือชั่วร้าย”
คนๆ นี้ที่ก่าลังตะโกนพร้อมกับผมสั้นๆ ของเธอที่ปลิวไปตาม
ลมดูน่าทึ่งมาก ในเวลานี้ ฮันซูยองสามารถมองว่าเป็นตัวละคร
หลักได้เลย ไม่ใช่ยูจงฮยอค
[เวลาของการตัดสินความดีและความชั่วหมดลง]
[รวม 91.8% ที่มีส่วนร่วมในการตัดสินความดีและความชั่ว]
[อัตราส่วนของความดีและความชั่วคือ 45.9%: 45.9%]
[ความดีและความชั่วอยู่ในสมดุลที่สมบูรณ์แบบ]
ราชาปีศาจและกลุ่มดาวที่ก่าลังประหลาดใจมองมาทางนี้ ผม
มองกลับไปที่พวกเขาและเสริม “พวกเราไม่ได้ถูกนิยามโดยค่า
จ่ากัดความของพวกนาย”
[มหาเรื่องราว ‘คบเพลิงที่กลืนกินต่านาน’ เป็นเรื่องราวที่ไม่
สามารถแยกแยะระหว่างความดีและความชั่วได้]
ข้อความได้ตอกลิ่มลงไป ผมเห็นโดเกบิที่รับผิดชอบเหตุการณ์นี้
ก่าลังยิ้มออกมา ดูเหมือนว่าเขาจะคิดว่ามันจะเป็นแบบนี้ หรือ
บางทีเขาอาจจะต้องการตอนจบแบบนี้
ส่านักงานต้องตื่นเต้นแน่ในตอนนี้ มันเป็นเพราะข้อความ
จ่านวนมากก่าลังเข้ามาในหูของผม
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค่า’ พอใจกับการตัดสินใจของ
คุณ]
[กลุ่มดาว ‘ราชินีแห่งวสันต์มืดมิด’ ภูมิใจในตัวคุณ]
[กลุ่มดาว ‘บิดาแห่งรัตติกาล’ พึงพอใจต่อความกล้าหาญของ
คุณ]
[กลุ่มดาวจ่านวนหนึ่งที่เป็นกลางชื่นชอบเนบิวลาของคุณ]
[กลุ่มดาวที่เป็นกลางสนับสนุนคุณ 281,000 เหรียญ]
มันคาดไว้แล้วว่ากลุ่มดาวที่เป็นกลางจะเป็นแบบนี้ ตัวเลือก
บางอย่างจะเกิดขึ้นในขณะที่ปฏิเสธตัวเลือกอื่นๆ
[มีคนแนะน่าเรื่องราวของคุณให้กับการถ่ายทอดสดดวงดาว]
[คุณได้รับเรื่องราวใหม่!]
แน่นอน นี่ไม่ใช่กับกลุ่มดาวทั้งหมด
[ทางเลือกของคุณท่าให้เกิดความขุ่นเคืองท่ามกลางกลุ่มดาว
บางส่วน]
[อะไร…?]
[ความดีและความชั่วของเรื่องราวไม่ถูกตัดสิน?]
บรรยากาศของกลุ่มดาวและราชาปีศาจเปลี่ยนแปลงไปอย่าง
รวดเร็ว
[กลุ่มดาวฝ่ายดีคัดค้านการตัดสิน]
[กลุ่มดาวฝ่ายร้ายคัดค้านการตัดสิน]
กระแสอันผิดปกติปรากฏขึ้นรอบๆ โต๊ะทั้งสอง ราวกับว่าการ
จลาจลได้อุบัติขึ้น
[สิ่งนี้ไม่อาจเกิดขึ้นได้! ส่านักงาน ตัดสินมันอีกครั้ง!]
[นี่มันบ้าอะไรกัน?]
จากราชาปีศาจสู่ทูตสวรรค์ สายตาทั้งหมดจดจ้องไปยังโดเกบิ
โดเกบิระดับสูงรู้สึกถึงวิกฤติและตอบพร้อมกับหลั่งเหงื่อออกมา
[ขออภัย มันเป็นไปไม่ได้ ไม่มีใครสามารถย้อนคืนผลลัพธ์ของ
เรื่องราวที่ถูกตัดสินไปแล้วได้ นั่นคือกฎ]
โชคดีที่ส่านักงานยังยึดหลักการของมัน อย่างไรก็ตาม การ
รักษาหลักการก็ไม่ได้น่ามาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีเสมอ
[…ข้าจะรอดูฤดูกาลนี้]
สิ่งต่างๆ ไหลต่างไปจากความคาดหวัง ราชาปีศาจระดับกลาง
และระดับต่าลุกขึ้นจากที่นั่งและปลดปล่อยสถานะของพวกเขา
ออกมา
[ถ้าเป้าหมายไม่สามารถตัดสินความดีและความชั่วได้ พวกเรา
ก็ต้องตัดสินใจในรูปแบบอื่น]
เมื่อราชาปีศาจเคลื่อนไหว เหล่าทูตสวรรค์ก็ยืนขึ้นเหมือนกับว่า
พวกเขาจะไม่ยอมแพ้
[ราชาปีศาจหลายคนแสดงความเป็นปรปักษ์ต่อเทวทูตของ
ฝ่ายดี!]
[ทูตสวรรค์หลายคนแสดงความตื่นตัวต่อราชาปีศาจ]
[ความสมดุลระหว่างความดีและความชั่วก่าลังสั่นคลอน!]
ทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากัน และมันก็ดูเหมือนว่าพวกเขาจะพุ่ง
เข้าใส่กันได้ทุกเมื่อ
ผมขยับเข้าใกล้สมาชิกปาร์ตี้และมองดูสถานการณ์ ข้างกายผม
จางฮีวอนชักดาบแห่งการพิพากษาออกมาและพูดด้วยเสียงตึง
เครียด “ทกจา”
“ไม่เป็นไร”
ผมปลอบสมาชิกปาร์ตี้ให้ดูโล่งใจขึ้น สงครามระหว่างกลุ่มดาว
และปีศาจอาจจะเกิดขึ้น แต่เหตุการณ์ใหญ่ๆ แบบนี้คงไม่
เกิดขึ้นที่นี่
[กลุ่มดาว ‘อาลักษณ์สวรรค์’ ปรามทูตสวรรค์]
[ราชาปีศาจ ‘ผู้ปกครองแห่งขุมนรกตะวันออก’ ก่าลังควบคุม
ราชาปีศาจ]
บางทีอาลักษณ์สวรรค์และผู้ปกครองแห่งขุมนรกตะวันออก
อาจจะรู้เรื่องนี้ดี
ความดีและความชั่วร้ายต้องมีอยู่ หากสถานการณ์เกิดขึ้นที่นี่
ทั้งสองฝ่ายก็คงจะถูกท่าลายโดยภัยพิบัติ ถ้าผมคิดถูก โดเกบิ
บัดซบของส่านักงานคงจะเข้าใจเรื่องนี้ดีที่สุด
[มหาโดเกบิ ‘บาแรม’ เปิดเผยตัวตนบนเวที]
มหาโดเกบิปรากฏตัวขึ้นเหมือนกับเขาก่าลังรออยู่ มหาโดเกบิ
บาแรม ผมคุ้นเคยกับเขาในนิยายต้นฉบับ
[หยุดนะ ข้าแน่ใจว่าพวกเจ้ารู้ว่าการต่อสู้กันที่นี่จะไม่ช่วย
แก้ปัญหาอะไร]
เสียงอันหนักแน่นท่าให้ราชาปีศาจและกลุ่มดาวก่อความ
วุ่นวายขึ้นมา
[ส่านักงานไม่อาจเข้ามาแทรกแซงในการต่อสู้นี้ได้!]
[เจ้าหมายความว่าจะให้มันจบลงแบบนี้เหรอ?]
กลุ่มดาวและราชาปีศาจบางส่วนที่มารวมตัวกันที่นี่อยู่ใกล้เคียง
กับระดับเทวะ ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่พวกเขาจะไม่ฟัง
มหาโดเกบิ เรื่องราวอาจจะแตกต่างไปถ้าหากราชาโดเกบิออก
หน้าโดยตรง การร้องเรียนมาจากทั่วทุกหนแห่ง และบาแรมก็
บอกกับพวกเขา
[มันจะไม่มีการกลับค่าตัดสิน นอกจากนี้ พวกเราไม่อาจให้เกิด
การต่อสู้ขึ้นที่นี่ได้]
การประกาศอย่างเด็ดขาดท่าให้ประกายแสงพุ่งออกมาจาก
อากาศเพื่อขวางสมาชิกฝ่ายดีและฝ่ายร้ายเอาไว้ กลุ่มดาวฝ่าย
ตรงข้ามก่าลังจะก่อกบฏขึ้นมาอีกครั้ง แต่บาแรมก็พูดต่อ [การ
ร้องเรียนของพวกเจ้าคือเรื่องที่ไม่สามารถระบุสถานะของ
ความดีหรือความชั่วได้ หากเป็นเช่นนั้น แล้วอีกมหาเรื่องราว
ล่ะ?]
[…เจ้าหมายความว่ายังไง?]
[พวกเราจะเปิดสถานการณ์ก่อนหน้านี้ขึ้นมาเพื่อพิจารณา
สถานะของความดีและความชั่วในฤดูกาลนี้]
ผมไม่อาจปกปิดความสับสนของผมในค่าพูดของมหาโดเกบิได้
ชายคนนี้ ในตอนนี้…
[การถ่ายทอดสดดวงดาวเห็นด้วยกับการตัดสินใจของมหาโดเก
บิ]
[คู่ประสานระหว่างความดีและความชั่วต้องการสถานการณ์
ใหม่เพื่อประเมินสถานะของความดีและความชั่ว]
ความเป็นไปได้ของการถ่ายทอดสดดวงดาวก่าลังเคลื่อนไหว
สายธารแห่งจักรวาลก่าลังไหลไปตามเรื่องราวที่เป็นที่
ปรารถนาของกลุ่มดาวจ่านวนมาก สถานการณ์ที่ความเป็นไป
ได้นี้ก่าลังเคลื่อนไหวไปหาอยู่ในมือของการถ่ายทอดสด
ดวงดาว
ผู้ปกครองแห่งขุมนรกตะวันออกถาม [เจ้าต้องการเปิดสงคราม
ระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจขึ้นตอนนี้เลยเหรอ?]
[ถ้าพวกเจ้าต้องการ]
การประกาศของบาแรมท่าให้เกิดความโกลาหลในหมู่กลุ่มดาว
จ่านวนมาก บาแรมเผยรอยยิ้มแปลกๆ ในขณะที่เขามองมาที่
ผม
[อย่างไรก็ตาม โปรดจัดเวทีส่าหรับสถานการณ์ขึ้นด้วยตัวเอง]
***
ในระหว่างช่วงเวลาการหยุดพัก กลุ่มดาวและราชาปีศาจก่าลัง
พูดคุยกันในกลุ่มของตัวเองถึงที่ตั้งเวทีส่าหรับสงครามแห่งกลุ่ม
ดาวและราชาปีศาจ โชคดีที่สายตาอันเป็นปรปักษ์ที่จดจ้องมา
ที่พวกเราดูเหมือนจะเบาบางลงเพราะการแทรกแซงของโดเกบิ
สมาชิกปาร์ตี้หมดแรงจากสถานการณ์อย่างกะทันหันและนั่งลง
ฮันซูยองเตะมือของยูจงฮยอคที่ยื่นออกมาจากกองหิน “อะไร
กัน? ท่าไมเขายังไม่ออกมาอีก?”
ยูจงฮยอคไม่แสดงปฏิกิริยา ผมสังเกตมือของชายที่ถูกฝังอยู่
แต่ผมก็กลัวที่จะไปจับมือนี้ ค่าพูดของเขายังคงดังก้องอยู่ในหู
ของผม
– หรือมันเป็นข้อมูลจากหนังสือที่ชื่อว่าหนทางเอาชีวิตรอด?
เขาได้ยินเรื่องนี้มาจากที่ไหน? การกรองมันหายไปได้ยังไง และ
เขารู้เกี่ยวกับหนทางเอาชีวิตรอดแค่ไหน?
ฮันซูยองและผมร่วมมือกันน่าเขาออกมา ยูจงฮยอคหมดสติไป
มันแปลก เขาไม่น่าจะหมดสติไปเพราะแค่กองหินนี่
“…ท่าไมไอ้หมอนี่ถึงอยู่ในสภาพนี้?”
ผมมองเข้าไปใกล้ๆ และเห็นว่าร่างกายของยูจงฮยอคไม่ปกติ
ผมไม่รู้ว่าเขาไปไหน แต่ร่างกายของเขาก็ถูกปกคลุมไปด้วย
แผลน้อยใหญ่ มันมีร่องรอยที่เขาสังหารและตัดบางสิ่ง ในสอง
วันที่ผ่านมา ยูจงฮยอคดูเหมือนจะพเนจรไปยังสถานการณ์ที่
ผมไม่รู้ ภายใต้สถานการณ์เหล่านี้ เขาไม่อาจก้าวข้ามความ
โกรธของเขาที่มีต่อผมได้และได้รับบาดเจ็บสาหัสมา
ฮันซูยองเปิดใช้งานจุดนัดพบระหว่างวันและส่งข้อความหาผม
ในทันที่
– ยูจงฮยอคสังเกตเห็นการคงอยู่ของหนทางเอาชีวิตรอดแล้ว
– ฉันรู้แล้ว ยูจงฮยอคบอกฉันก่อนที่เธอจะมา
ผมให้ภาพรวมสั้นๆ เกี่ยวกับค่าพูดของยูจงฮยอค ฮันซูยอง
ขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเธอได้ยินเรื่องราว
– …ไอ้หมอนี่ เขาไปได้ยินมันมาจากไหน?
– ฉันไม่รู้ เธอไปไหนมา?
– ฉันไปฆ่าผู้เผยพระวจนะที่เหลืออยู่มา ฉันสงสัยว่าข้อมูล
รั่วไหลออกไปจากพวกเขา
– เธอเจอไหม?
– ไม่
มันเป็นอย่างที่ผมคาดไว้ ผู้เผยพระวจนะจะกลายเป็นตัวละคร
เมื่อข้อมูลหมดไป
– ข้อมูลไม่ได้รั่วไหลจากผู้เผยพระวจนะ ในความเห็นของฉัน…
ผมมองไปยังเมทาทรอนที่ก่าลังพูดคุยกับทูตสวรรค์ในระยะไกล
บางทียูจงฮยอคอาจจะตระหนักได้ถึงหนทางเอาชีวิตรอดผ่าน
เมทาทรอน
ฮันซูยองพูดออกมา
– แอสโมเดียสเองก็รับรู้ถึงมัน บางทีกลุ่มดาวระดับสูงส่วนใหญ่
ก็คงจะรู้
กลุ่มดาวระดับสูง… มันถึงเวลาแล้วที่ผู้แสวงหาจุดจบจะเริ่มลง
มือ ในที่สุดผมก็เริ่มเห็นจุดสิ้นสุดของสถานการณ์ที่เนิ่นนานนี้
แล้ว
ผมมองลงไปยังยูจงฮยอคที่ล้มลงอยู่ ฮันซูยองจ้องมาที่ผม
– คิมทกจา ลองคิดดูว่าอะไรส่าคัญในตอนนี้
ผมพยักหน้า ผมเงยหน้าขึ้น และมหาโดเกบิบาแรมก็ก่าลังจ้อง
มาที่ผม
– พวกเราต้องเข้าร่วมในสงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ
– นายบ้าไปแล้วเหรอ? มันไม่ใช่สถานการณ์ที่พวกเราสามารถ
เข้าร่วมได้ด้วยระดับของพวกเราในตอนนี้
ฮันซูยองพูดถูก เดิมทีสงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจเป็น
สถานการณ์หลักในช่วงสถานการณ์ที่ 80 ผมไม่ได้ตั้งใจที่จะท่า
แบบนี้เช่นกัน มันดีกว่าที่จะหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่อันตรายถ้า
เป็นไปได้ อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่อาจท่าแบบนั้นได้กับสงคราม
ระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ มันคงไม่ส่าคัญถ้าสถานการณ์ยังไม่
เกิดขึ้น แต่เมื่อสถานการณ์เกิดขึ้นแล้ว ผมก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
เลย
– มันไม่ส่าคัญว่ามันจะเป็นสถานการณ์ที่มีระดับสูง ปัญหาก็คือ
เวทีของสงคราม
– อะไร…
บาแรมปรบมือในระยะไกล กลุ่มดาวนั่งลงกับที่ และบาแรมก็
พูดออกมา
[พวกเราจะยุติการพักแล้ว กลุ่มดาวและราชาปีศาจ โปรดเลือก
เวทีของสถานการณ์]
ราวกับว่าก่าลังรออยู่แล้ว กลุ่มดาวและราชาปีศาจยืนขึ้นและ
ตะโกนออกมา
[เวทีของสงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจจะเป็นอาณาจักร
ปีศาจที่ 14―]
[ต้นไม้ผู้พิทักษ์ของพวกเราคือเวทีแห่งมหาเรื่องราวที่ดี]
[นั่นมันเรื่องไร้สาระอะไร? เวทีคือ…!]
พวกเขาทุกคนพยายามเลือกสถานที่ที่เอื้อต่อพวกตนเป็นเวที่
นอกจากนี้มันยังมีสถานที่ที่ผมต้องการให้เป็นเวที่ แต่ก็คงไม่มี
ใครสนับสนุนผมถ้าผมพูดออกมา ผมคิดกับตัวเอง ท่ายังไงดี…
「(ทกจา นายต้องการเกาะเป็นเวทีเหรอ?)」
จากนั้นผมก็ได้ยินข้อความจากยูซานอาในหัวของผม
「(บางทีฉันอาจจะช่วยได้?)」
‘…ฮะ?’
「(ฉันพบสิ่งที่น่าสนใจในก่าแพง)」
‘น่าสนใจ?’
ไม่มีค่าตอบจากยูซานอา กลับกัน ผมได้ยินเสียงกรอบแกรบใน
หัวของผม หลังจากนั้นไม่นาน บรรยากาศอันไม่สบายใจก็อุบัติ
ขึ้นในห้องโถงที่มีเสียงดังอื้ออึง
กลุ่มดาวหลายคนก่าลังกระซิบกระซาบกัน
[ข้อมูลที่เพิ่งมาถึง…]
[อะไรกัน? มันเป็นเรื่องจริงเหรอ?]
ผมสังเกตเห็นเสียงกระซิบของพวกเขา
…พวกเขาคือกลุ่มดาวที่มีพลังของ ‘การเปิดเผย’ ใช่ไหม?
บรรยากาศเริ่มร้ายแรงมากยิ่งขึ้น เสียงกระซิบแพร่กระจายไป
เหมือนกับคลื่น หลังจากผ่านไปห้านาที่ แม้แต่เมทาทรอนก็ท่า
สีหน้าจริงจังออกมา เสียงการโต้เถียงของกลุ่มดาวและราชา
ปีศาจลดลงทีละคน หลังจากนั้นสักพัก พวกเขาก็เริ่มเหลือบ
มองหน้ากัน มันเป็นราชาปีศาจที่ลงมือก่อน
[ข้าขอโทษ ข้ามีงานให้ต้องท่าเล็กน้อย ข้าขอตัวก่อนล่ะ]
[ข้าด้วย! ข้าก็เหมือนกัน]
จู่ๆ ราชาปีศาจหลายคนก็หายไปจากที่นั่งของพวกเขา ผม
มองดูหน้าของพวกเขาใกล้ๆ พวกเขาคือเหล่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับ
ผู้แสวงหาจุดจบ
[ข้าขอโทษ แต่ข้าขอตัวสักพักนะ]
เมื่อเทพธิดาดารารุ่งอรุณแห่งเนบิวลาต้นไม้ผู้พิทักษ์พูดค่า
เหล่านี้ออกมา สถานการณ์ก็เริ่มเทไปด้านเดียว
[ข้าก็มีธุระนิดหน่อยเหมือนกัน―]
มันมีคนจากไปมากขึ้นเรื่อยๆ และเมทาทรอนก็ถอนหายใจ
ออกมาเบาๆ ก่อนที่จะเหลือบมองไปยังบาแรม
[ข้าคิดว่าเจ้าจะต้องตัดสินใจด้วยตัวเองนะ]
ดวงตาของมหาโดเกบิบาแรมเบิกกว้างขึ้นในขณะที่เขามองไป
ยังอากาศ
[…น่าสนใจ การเปิดเผย ณ เวลานี้?]
กลุ่มดาวหลายคนสะดุ้งอย่างชัดเจนกับค่าว่า ‘การเปิดเผย’ บา
แรมหัวเราะ […ดี แม้ว่าทุกคนจะไม่พูด แต่เวทีก็ถูกตัดสิน
แล้ว―]
ผมฟังค่าพูดของมหาโดเกบิและตกอยู่ในความงุนงง มันเกิดบ้า
อะไรขึ้น? จากนั้นจู่ๆ ก็มีความเจ็บปวดพุ่งทะลุศีรษะของผม
[ความเป็นไปได้ของการถ่ายทอดสดดวงดาวก่าลังสงสัยคุณ!]
ผมรับรู้ถึงการจ้องมองอันน่าสะพรึงกลัวที่จดจ้องมาที่ผม มัน
จ้องมองมาที่ผมราวกับว่ามันพบสิ่งที่น่าสงสัย สายตาคงอยู่สัก
พักก่อนที่จะหายไป
[การถ่ายทอดสดดวงดาวเบนสายตาไปจากคุณ]
ผมเช็ดเหงื่อและเรียกยูซานอาอย่างระมัดระวัง
‘ยูซานอา เธอก่าลังจะท่าอะไร?’
ยูซานอาเงียบไปเหมือนกับว่าเธอก่าลังค้นหาค่ามาอธิบาย
จากนั้นเธอก็พูดออกมา
「(ทกจา นายรู้ไหมว่ากลุ่มดาวอ่านอนาคตได้ยังไง?)」
‘…ฉันรู้’
มันมีสองวิธีหลักที่กลุ่มดาวใช้ในการอ่านอนาคต วิธีแรกคือการ
รวบรวมข้อมูลเพื่อประเมินอนาคต เหมือนกับระบบของเฮอร์
เมส อีกวิธีคือการได้รับการเปิดเผยอย่างมอยเร เอเด็น และ
ราชาปีศาจบางส่วน มันเป็นพลังที่เรียกว่า ‘การเปิดเผยอัน
ศักดิ์สิทธิ์’
ยูซานอาค้นหาค่าอยู่สักพัก ก่อนที่จะตอบกลับมาด้วยเสียง
หัวเราะเบาๆ
「(อืม ฉันคิดว่าฉันจะเป็นพระเจ้า)」
(จบตอน)