มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 377 – สามวิธี (2)
อีริค สไตร์เกอร์คือหัวหน้าองครักษ์ของหมู่เกาะไคเซนิกซ์
‘เธอ’ ไม่ได้เป็นเพียงอัศวินที่ดีที่สุดของหมู่เกาะเท่านั้น แต่
‘เธอ’ ยังเป็นดาบเล่มแรกของผู้ปกครองประเทศ และเหตุผล
เดียวที่ท าให้ ‘เธอ’ สามารถปีนขึ้นไปยังต าแหน่งนั้นได้
เนื่องจากการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันทั้งคืน
ชิ้งงง!
อีริคกรีดและหั่นค่ าคืนอันมืดมิดในห้องฝึกซ้ าแล้วซ้ าเล่า หยด
เหงื่อหนาตกไม่หยุด ‘เธอ’ มองลงไปยังหยดน้ าและคิดว่าพวก
มันควรจะเป็นเลือดของคนอื่นแทน
‘ข้าปล่อยให้พวกเขาหลุดลอยไป ต่อหน้าฝ่าบาทด้วย’
การกบฏขององค์ชายหนึ่ง – การจู่โจมเมื่อสามวันก่อนได้ถูกนิ
นทราไปไกลแล้ว นักร้องบางคนก็เริ่มร้องเพลงเกี่ยวกับเรื่องนี้
เช่นกัน ส่วนใหญ่จะเป็นการร้องยกย่ององค์ชายหนึ่ง
「โอ โอ้~ นักปฏิวัติผู้ยิ่งใหญ่ ชไวซ์เซ่น วอน ไคเซนิกซ์」
「มองไปยังแผ่นหลังและไหล่ที่กว้างของเขา~」
แสงดาบเจิดจ้าส่องผ่านความมืดของพื้นที่ฝึก ใบหน้าอันน่า
โมโหขององค์ชายสี่ที่หนีออกไปพร้อมกับองค์ชายหนึ่งลอยอยู่
มันไม่ต้องการที่จะหายไปไม่ว่ามันจะถูกสะบั้นไปกี่ครั้งก็ตาม
สิ่งที่แปลกคือทุกๆ ครั้งที่อีริคนึกถึงใบหน้านั้น ‘เธอ’ ก็รู้สึกถึง
อารมณ์อันละเอียดอ่อนลอยขึ้นมาด้วย
เมื่อเห็นแผ่นหลังขององค์ชายหนึ่งและองค์ชายสี่รวมทั้งบลิ
สตันไกลออกไปเรื่อยๆ อีริคก็ถูกท่วมท้นด้วยความปรารถนาอัน
ลึกลับนี้
เมื่อไม่อยากรับรู้อารมณ์นั้น ‘เธอ’ ก็เลือกที่จะแกว่งดาบของ
‘เธอ’ ต่อไป ตามปกติแล้ว ‘เธอ’ จะเหวี่ยงดาบซ้ าๆ และ
พยายามจะสลัดความคิดที่ท าให้เสียสมาธิทิ้งไป
น่าเสียดาย มันดูเหมือนว่าการฝึกในวันนี้จะต้องจบลงตรงนี้
‘มันคือการลอบโจมตีงั้นเหรอ?’
มันมีเงาร่างบางที่โอนเอนเบาๆ อยู่ภายในความมืด
อีริครีบชักดาบของจริงออกมาจาก ‘เอว’ ของเธอ ‘เธอ’ คิดจะ
ฆ่าผู้บุกรุกในทันทีที่มันแสดงพฤติกรรมที่น่าสงสัย แต่ไม่น่าเชื่อ
ฝ่ายตรงข้ามกับเปิดเผยตัวออกมาก่อน
“วางอาวุธของเจ้าลงก่อน ข้าไม่ได้มาเพื่อสู้”
ภายใต้แสงสลัวของดวงจันทร์ ชายที่มีร่างเรียวบางเดินออกมา
จากความมืด มันคือริคาร์โด้ วอน ไคเซนิกซ์ องค์ชายสี่แห่งหมู่
เกาะนี้
อีริคตะโกนออกมาเสียงดัง “ท่านบ้าไปแล้วเหรอ? ท่านมาท า
บ้าอะไรที่นี่?”
“แม้ว่าโลกจะเปลี่ยนไป แต่เธอก็ยังมีความสุขกับการเหวี่ยง
ดาบ”
อีริคยกดาบของ ‘เธอ’ ขึ้นมาในขณะที่ปลดปล่อยจิตสังหาร
อย่างไรก็ตาม องค์ชายสี่ก็วางดาบของเขาลงบนพื้นแทน
ดวงตาของอีริคหรี่ลง “ท่านคิดจะท าอะไร?”
“ข้ารู้ว่าภายในสิบนาที่ องครักษ์จะปรากฏตัวขึ้น และ
นอกจากนี้ การสยบข้าคงไม่ยากเกินความสามารถของเจ้า
เลย”
“งั้น?”
“ข้าก าลังเปลี่ยนตัวเอง ข้าจะยอมให้เจ้าจับและพาข้าไปลาน
ประหาร”
อีริครู้ว่าองค์ชายสี่คงต้องจิตไม่ปกติแน่ๆ อย่างไรก็ตาม ‘เธอ’
ก็ไม่คิดว่าจะได้เห็นสถานการณ์แบบนี้ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เขา
ได้หลบหนีไปด้วยความช่วยเหลือขององค์ชายหนึ่ง แต่เขากลับ
เดินกลับมาด้วยความตั้งใจของตัวเองเพื่อถูกประหารงั้นเหรอ?
ถึงกระนั้นอีริคก็เดินไปหาองค์ชายสี่อย่างระมัดระวัง
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาอยู่ในสภาพปราศจากอาวุธโดยสมบูรณ์
อีริคไม่พลาดโอกาสนี้และรีบจับตัวเขาไว้ ดวงตาที่บริสุทธิ์ก าลัง
เปล่งประกายอยู่ภายใต้แสงจันทร์และก าลังสบตากับ ‘เธอ’ อยู่
“ในทางกลับกัน ข้าอยากให้เจ้าฟังเรื่องราวของข้าสักสิบนาที”
“แล้วท าไมข้าต้องท าแบบนั้น?”
“ข้าจะตายอยู่แล้ว เจ้าไม่อยากฟังค าพูดสุดท้ายของคนที่ก าลัง
จะตายหน่อยเหรอ?”
อีริคจ้องมองไปยังองค์ชายสี่ด้วยดวงตาที่ซับซ้อน “ถ้าท่าน
ก าลังจะอ้อนวอนด้วยความไร้เดียงสาของท่าน งั้นก็หยุดซะ
เถอะ”
‘เธอ’ รู้ว่าองค์ชายสี่ไม่มีความผิด อย่างไรก็ตาม บัลลังก์ก็ได้
เปลี่ยนมือแล้ว และอีริคก็เป็นหัวหน้าองครักษ์ที่รับใช้
ผู้ปกครองคนใหม่
องค์ชายสี่ยิ้มและส่ายหัวของเขา “เรื่องราวนี้ไม่เกี่ยวข้องกับ
เรื่องนั้น”
“ถ้าไม่ใช่ งั้นอะไร?”
“พูดตามตรง ข้าอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกกับ
สิ่งที่จะพูดจริงๆ ข้าไม่อยากจะคาดเดาอะไรเลย”
ค าพูดเปิดที่ไม่คาดคิดท าให้อีริคตื่นตัวขึ้นมาและ ‘เธอ’ ก็ขมวด
คิ้วมุ่น
นี่เป็นรูปแบบใหม่ของการใช้เล่ห์เหลี่ยมงั้นเหรอ? ทุกคนที่อยู่ใน
อาณาจักรรู้ว่าองค์ชายสี่ได้ใช้ลิ้นของเขาเพื่อเกลี้ยกล่อมผู้หญิง
มากมายภายในดินแดนแห่งนี้
“นานมาแล้วมีผู้หญิงคนหนึ่ง”
โดยไม่ค านึงว่าผู้ฟังของเขาก าลังคิดอะไรอยู่ องค์ชายสี่เริ่มเล่า
เรื่องของเขา
“เธอรักเคนโด้และมีพรสวรรค์พอที่จะเข้าร่วมการแข่งขันใน
ฐานะตัวแทนเขตของเธอ”
พร้อมกับความเจ็บปวดเล็กน้อย ความรู้สึกที่ไม่รู้จักเริ่มทิ่มแทง
หัวของเธอ
“และด้วยดาบของเธอ เธอได้ช่วยสหายอันมีค่าของเธอไว้
หลายครั้ง”
สิ่งที่เลือนหายไปเมื่อนานมาแล้ว…
“เธอเหวี่ยงดาบของเธอเข้าใส่ความอยุติธรรมของสถานการณ์
ซ้ าแล้วซ้ าเล่า และด้วยดาบเล่มเดียวกันนั้น เธอยังได้ปกป้อง
ข้าไว้”
“ท่านก าลังพูดเรื่องอะไร? ข้าเป็นดาบของฝ่าบาทแต่เพียงผู้
เดียวเท่านั้น”
องค์ชายสี่เงยหน้าขึ้นมองอีริคด้วยอารมณ์อันโศกเศร้า
“เจ้าจ าอะไรไม่ได้จริงๆ”
ในเวลานั้นเอง เสียงอีกเสียงก็ดังออกมาจากภายในความมืด
“องค์ชายริคาร์โด้ ข้าอยากจะพูดอะไรสักหน่อย”
อีริคสะดุ้งด้วยความประหลาดใจและรีบยกร่างของ ‘เธอ’ ขึ้น
ชายสองคนนั้นปรากฏตัวในความมืดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? เธอ
ค ารามอย่างน่ากลัวและพูดออกมา”มันเป็นกับดักสินะ”
“ไม่ ไม่ใช่เลย”
คนที่เปิดเผยตัวเองจากความมืดก็คือบลิสตัน อัศวินเพียงผู้
เดียวที่เธอยอมรับในอาณาจักรนี้
“เซอร์อีริค”
บลิสตันก้าวเข้าหา ‘เธอ’ ‘เธอ’ ตกใจและรีบออกค าเตือน “ถ้า
ก้าวเข้าหาข้าอีกก้าว ข้าจะตัดหัวขององค์ชายสี่ซะ”
นี่คือกับดัก ข้าต้องออกไปจากที่นี่ – อีริคคิดเช่นนี้และรีบหา
ทางออก
อย่างไรก็ตาม มันก็มีบางอย่างผิดปกติ
[เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับคุณเริ่มอาละวาด!]
ราวกับว่าร่างทั้งร่างของเธอได้แข็งค้างไป เธอไม่อาจขยับได้
เลย
[เรื่องราวของคุณก าลังต่อต้านการควบคุมของ ‘หมู่เกาะไคเซ
นิกซ์’!]
“พวกเราสัญญาไว้ว่าจะไม่ลืมหนิ?”
บลิสตันจ้องมองเธอด้วยสายตาที่เศร้าโศก
‘ไม่ แต่ ชื่อ… ของเขา คือ…’
[เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับคุณก าลังคร่ าครวญกับความทรงจ า
เก่า]
“ฮีวอน”
[เรื่องราวที่ถูกลืมได้เริ่มเล่าเรื่องของพวกมันแล้ว]
ในเวลานั้น โลกของ ‘เธอ’ ก็พังครืนลงมา เรื่องราวหลั่งไหล
เข้ามาในความทรงจ าของอีริค
นั่นคือเรื่องราวของสิบปีที่ถูกลืมไป เรื่องราวจากเมื่ออีริคไม่ใช่อี
ริค ในขณะที่บลิสตันก็ไม่ใช่บลิสตัน
*
เมื่อสิบปีก่อนคือเมื่อทั้งลีฮุนซึงและจางฮีวอนมาถึงโลกนี้
“ลีฮุนซึง! มันเป็นนายใช่ไหม?”
“หืม? ฮีวอน??”
เปรี้ยง…!
พวกเขาได้กลายเป็น ‘ผู้สิงสู่’ ในเวลาที่คล้ายคลึงกันและโชคดี
พอที่จะจ ากันได้อย่างรวดเร็ว
– ดูเหมือนว่าพวกเราจะต้องเปลี่ยนไปใช้การถ่ายทอดเสียงใน
สถานที่แห่งนี้นะ
พวกเขาสองคนเริ่มรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโลกนี้ไปทีละเล็กที
ละน้อย
ก่อนอื่นเลย พวกเขาได้เรียนรู้ว่านี่เป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนที่
พวกเขาจะไปเข้าร่วมใน ‘สงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ’
สอง มันมีความแตกต่างของเวลาที่สมาชิกแต่ละคนของบริษัท
ของคิมทกจาจะถูกอัญเชิญมาที่นี่
และสถานการณ์นี้คงจะไม่เริ่มขึ้นเว้นเสียแต่ว่านักแสดงทุกคน
จะมาถึง
– นอกจากนั้น ฮุนซึง ดูเหมือนว่านายจะได้คนที่คล้ายคลึงกับ
นายมากเลยนะ
– ฮีวอน เธอเองก็ได้โฮสต์ที่เหมาะกับเธอเหมือนกัน
และในที่สุด ความรู้สึกเป็นตัวเองของพวกเขาก็ค่อยๆ หายไป
ตามกาลเวลา
[มหาเรื่องราว ‘หมู่เกาะไคเซนิกซ์’ ก าลังติดตามการกระท า
ของคุณ]
[ความเป็นไปได้ของโลกก าลังกดดันให้คุณท าตามบทบาทของ
คุณ]
เมื่อใดก็ตามที่พวกเขารู้สึกถึงสายตาของมหาเรื่องราว พวกเขา
ก็จะท าตามบทบาทของตัวเองเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย
– ดูเหมือนว่าซูยองจะลืมทุกอย่างไปหมดแล้ว ไม่ว่าฉันจะพูด
อะไร เธอก็…
– พวกเราจะตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับเธอไหม?
– ฉันเชื่อว่าทกจาจะปรากฏตัวก่อนหน้านั้น
และดังนั้น พวกเขาจึงรอ และรอต่อไป
– จีฮเยและเด็กๆ จะไปได้สวยไหม ฉันสงสัยจัง?
– ถ้าให้เดา พวกเขาคงไม่เป็นอะไร
พวกเขามีแต่ต้องพึ่งพากันและกันในโลกใบนี้เท่านั้น
[เรื่องราว ‘สหายแสนบริสุทธิ์’ ได้เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน]
ในโลกที่ไม่มีใครรู้เรื่องราวของพวกเขา พวกเขาต้องพูดคุยกัน
เพื่อปกป้องตัวเอง
เคร้ง!
“เซอร์อีริค! โปรดเอาชนะมันเลย!”
“ไปด้วยกันเถอะ เซอร์บลิสตัน!”
ไพร่พลของทั้งสองนั้นเป็นคู่แข่งกันมาโดยธรรมชาติ พวกเขา
ต้องการสร้างโอกาสมากขึ้นที่จะอยู่ใกล้กันเพื่อเพิ่มโอกาสใน
การพูดคุยกัน
– ดูเหมือนว่าดาบของนายจะดีขึ้นมากเลยนะ สมญานาม
‘จักรพรรดิดาบเหล็ก’ เหมาะกับนายมากเลยหนิ?
– เมื่อพวกเรากลับไป ฉันจะขอให้ทกจาซื้อดาบเล่มใหม่ให้กับ
ฉัน
ทุกครั้งที่ดาบของพวกเขาปะทะกัน พวกเขาจะแบ่งปันการ
ถ่ายทอดเสียงกัน
– ในอัตรานี้ พวกเราอาจจะลงเอยด้วยการกลายเป็น
ปรมาจารย์ดาบก่อนที่ทกจาจะมาถึงแน่
หนึ่งปีผ่านไป และสองปีก็ผ่านไปทั้งแบบนั้น
และพวกเขาก็ได้รับมอบหมายหน้าที่ที่ตรงกับนิสัยของพวกเขา
ลีฮุนซึงถูกผลักดันเข้าสู่ฝ่ายขององค์ชายสี่ ในขณะที่จางฮีวอน
ได้อยู่ภายใต้ร่มธงของ ‘จอทเวทย์มนต์ด า’
เมื่อการติดต่อของพวกเขาเปลี่ยนไป สภาพแวดล้อมที่พวกเขา
ประสบก็เปลี่ยนไปด้วย
พวกเขาทั้งสองคนไม่อาจปะดาบกันได้บ่อยๆ เหมือนเมื่อก่อน
และพวกเขาก็ยังต้องใช้ชีวิตของ ‘อีริค’ และ ‘บลิสตัน’ กัน
มากขึ้นเรื่อยๆ และไม่ใช่จางฮีวอนและลีฮุนซึง
พวกเขาต้องกินอาหารแบบอีริคและพูดอย่างบลิสตัน ใน
ระหว่างที่ต้องยอมรับสิ่งที่ไม่ใช่พวกเขา ลีฮุนซึงและจางฮีวอน
ก็ค่อยๆ เริ่มลืมบางสิ่งที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง
พวกเขาสองคนค่อยๆ เริ่มกลายเป็นตัวละครของหมู่เกาะไคเซ
นิกซ์
มันมีอยู่ช่วงหนึ่งที่จางฮีวอนเมาและมาพูดกับลีฮุนซึง
– ฉันเป็นคนที่น่ากลัว ฮุนซึง
– ท าไมเธอถึงพูดแบบนี้?
– นั่นไม่ใช่เหตุผลที่ฉันถูกลงโทษในตอนนี้เหรอ?
จากนั้นเธอก็เริ่มพูดสิ่งต่างๆ ที่ไม่เคยพูดมาก่อน
– นายจ าได้ไหม… แม่ลูกที่สถานีกึมโฮ? พวกเขาต่อสู้กับกลุ่ม
ของชอลโดร่วมกันกับพวกเรา
– …ใช่ ฉันจ าได้ พวกเราได้เจอพวกเธอในปราสาททมิฬด้วยใช่
ไหม?
ลีฮุนซึงนึกถึงคู่แม่ลูกจากสถานีกึมโฮ – แม่ที่ต่อสู้เพื่อปกป้อง
ลูกของเธอ และเด็กน้อยที่จับมือแม่ของเธอไว้
แม่ของเด็กน้อยเสียชีวิตในปราสาททมิฬ และเด็กน้อยก็เข้ามา
อยู่ในการดูแลของผู้พเนจร
– ทั้งคู่อาจจะรอดไปได้ ถ้าฉันแค่ตระหนักถึงความจริงของ
‘สรวงสวรรค์’ เร็วกว่านี้…
– มันไม่ใช่ความผิดของเธอ ฮีวอน นั่นไม่ใช่สิ่งที่พวกเรา
สามารถป้องกันได้
– พูดตามตรงนะ มันมีเรื่องราวที่มีขนาดเล็กกว่าของพวกเรา
อยู่มากมายใช่ไหม? เรื่องราวเหล่านั้นไม่อาจกลายเป็นเรื่องราว
ที่เหมาะสมได้ด้วยซ้ า
จางฮีวอนที่เมามายหัวเราะออกมา เมื่อเธอท าเช่นนี้ รอยเปื้อน
ของเรื่องราวที่ย้อมมือของเธอก็เปล่งประกายเจิดจ้า พวกมัน
ต่างก็เป็นเรื่องราวที่เธอได้รับมาระหว่างทาง เรื่องราวที่สร้าง
ขึ้นโดยการต่อสู้กับกลุ่มดาวที่ยิ่งใหญ่และสูงส่งในฐานะสมาชิก
ของบริษัทของคิมทกจา
จางฮีวอนภูมิใจในเรื่องราวเหล่านั้น และใช้ชีวิตของเธออย่าง
ไร้ความละอาย
อย่างไรก็ตาม ความคิดที่ต่างออกไปเล็กน้อยก็แทรกซึมเข้าสู่หัว
ของเธอเมื่อไม่นานมานี้
– บางทีเรื่องราวที่พวกเราได้รวบรวมมาจนถึงตอนนี้อาจจะไป
เหยียบย่ าเรื่องราวเล็กๆ แบบนั้นด้วย?
– ฮีวอน…
– และบางที่ มันอาจจะเป็นตาของพวกเราถูกเหยียบย่ าบ้าง
ปีที่สี่และห้าผ่านไปทั้งอย่างนั้น ทั้งจางฮีวอนและลีฮุนซึงยังไม่
ยอมแพ้
– ยังไงก็เถอะ นามสกุลของยูซองและกิลยังคืออะไรนะ?
– เอ่อ… ลียูซองและชินกิลยังรึเปล่า?
– มันฟังดูแปลกๆ แต่…
ความทรงจ าของพวกเขาหายไปทีละนิด และปีที่หกก็ผ่านไปทั้ง
แบบนั้น
– ทกจาอยู่ไหน และเขาก าลังท าอะไรอยู่?
– ฉันไม่คิดว่าเขาจะมาในปีนี้เหมือนเดิม
ปีที่เจ็ดผ่านไป
– การค้างค่าแรงของพวกเราเจ็ดปี ไม่ใช่ว่ามันเป็นบริษัทที่ชั่ว
ร้ายเลยเหรอ?
– มาสร้างสหภาพแรงงานกันเถอะ
– ใช่ พวกเราต้องท า อย่าลืมนะ
สัญญาแรกเริ่มของพวกเขาที่จะมาพบกันสัปดาห์ละครั้งเพื่อ
พูดคุยได้เปลี่ยนเป็นเดือนละครั้ง และในที่สุดก็กลายเป็นทุกๆ
สองเดือนแทน
วันที่พวกเขาได้พบกัน แต่ไม่อาจพูดอะไรได้ก็ได้เพิ่มขึ้นด้วย
และในวันหนึ่งในปีที่แปด จางฮีวอนก็ถามเขาด้วยน้ าเสียงที่
งุนงง
– พวกเราควรรอใครบางคนเหรอ?
ลีฮุนซึงไม่อาจตอบค าถามนั้นได้
– นายก็รู้ ฮุนซึง ถ้าฉันสามารถลืมนายได้ งั้น…
– ฉันจะจดจ าเธอไว้
– …งั้นก็ได้โปรดฆ่าฉันเถอะ
นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่พวกเขาพบกัน
หลังจากนั้นไม่นาน ‘จอทเวทย์มนต์ด า’ ก็เริ่มก่อจลาจล และ
ลีฮุนซึงที่เลือกยืนเคียงข้างราชวงศ์เดิมก็ต้องเผชิญหน้ากับ
จางฮีวอน
– ฮีวอนชนะ
ดาบของพวกเขาปะทะกันหลายครั้งในอากาศ
บาดแผลบนร่างกายของลีฮุนซึงถูกสะสมอยู่ภายในพายุดาบ
เจิดจ้า วิถีดาบของเธอแตกต่างไปจากในอดีตอย่างสิ้นเชิง การ
โจมตีแต่ละครั้งบรรจุความตั้งใจในการสังหารเขาไว้อย่าง
ชัดเจน
– ฮีวอน!
แม้ว่าจะมีการถ่ายทอดเสียงซ้ าๆ แต่จางฮีวอนก็ไม่ตอบ ความ
เงียบของเธอแทนที่ค าตอบของเธอแล้ว
ราวกับว่าเธอได้อดทนมาจนถึงตอนนี้ การตวัดดาบอันไร้ความ
ปราณีของอีริคได้สะบั้นลีฮุนซึงลง วิสัยทัศน์ของฝ่ายหลังดู
เหมือนจะริบหรี่ลงไปแล้ว แม้ว่าเขาจะโซเซ แต่เขาก็ยังเดินเข้า
ไปหาจางฮีวอน
หนึ่งก้าว สองก้าว…
ในที่สุดเมื่อเข้าใกล้เธอได้ ลีฮุนซึงก็จ้องเข้าไปในดวงตาของเธอ
และเป็นครั้งแรก เขาได้เอื้อนเอ่ยค าพูดที่เขาไม่อาจพูดได้มา
นานแสนนาน และมีแนวโน้มว่าเขาจะไม่พูดมันอีก
– ฉันรักเธอนะ ฮีวอน
*
[เรื่องราว ‘สหายแสนบริสุทธิ์’ ได้สรุปเรื่องเล่าของมันแล้ว]
ผมอ่านเรื่องราวที่ตีแผ่ออกมาอย่างไร้ค าพูด บางค าก็มีความ
โศกเศร้าอย่างเงียบๆ อยู่ ในขณะที่บางส่วนก็เจ็บปวดพอที่จะ
ฉีกหัวใจของผม
[อัตตาของตัวละคร ‘จางฮีวอน’ ตื่นขึ้นมาทีละนิด]
แสงจางๆ ลอยอยู่รอบตัวของทั้งบลิสตันและอีริค ผมรู้สึกได้ว่า
ดวงวิญญาณของพวกเขาก าลังดังก้องไปด้วยเรื่องราว
ลีฮุนซึงทรุดตัวลง แต่รอยยิ้มก็ยังคงฝังแน่นอยู่บนใบหน้าของ
เขา ผมมองใบหน้านั้นอย่างเงียบๆ อยู่สักพัก ก่อนที่จะท าลาย
ความเงียบ “ดูเหมือนว่ากฎภายในของบริษัทจะต้องมีการ
เปลี่ยนแปลงบ้างแล้ว…”
ไม่ว่ายังไง เป้าหมายที่สองของพวกเราก็บรรลุแล้ว ต่อไปก็คง
เป็น…
“ตรงนั้น!”
“เซอร์อีริคอยู่ในอันตราย!
ยูจงฮยอคอุ้มทั้งจางฮีวอนและลีฮุนซึงที่ไม่ได้สติขึ้นมา แต่
ก่อนที่พวกเราจะออกไปจากที่นี่ได้อย่างปลอดภัย ประตูของ
ลานฝึกก็เปิดขึ้น และเหล่าองครักษ์ก็พุ่งเข้ามา
อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ใช่แค่พวกเขาที่ปรากฏตัว มันมีคนอื่น
ก าลังเดินออกมาจากแถวขององครักษ์และเดินเข้ามาหาพวก
เราด้วย
「มหาปรมาจารย์คนแรกแห่งหมู่เกาะไคเซนิกซ์」
「อัจฉริยะที่มาถึงจุดสูงสุดของปรมาจารย์ดาบด้วยอายุแค่
18 ปี」
「มหาจอมเวย์ที่อายุน้อยที่สุด」
「ผู้ปกครองหมู่เกาะที่ควบคุมมังกรด าชั่วร้าย」
ไม่มีใครในหมู่เกาะไคเซนิกซ์ที่สามารถเอาชนะเธอได้ในตอนนี้
‘ราชา’ พร้อมกับมงกุฎสีเงินก าลังยิ้มให้กับพวกเราอย่างเงียบๆ
“เจ้ากล้าขโมยอัศวินผู้ซื่อสัตย์ของข้าไปงั้นเหรอ?”
เหล่าองครักษ์ต่างก็คุกเข่าลงต่อหน้าเธอ
การแสดงออกของยูจงฮยอคแข็งขึ้น และเขาก็ส่งข้อความ
มาถึงผม
– นี่มันแตกต่างไปจากแผนการของเรา
– อันที่จริง นี่มันเป็นสิ่งที่ดีกว่า
เพราะเป้าหมายต่อไปของพวกเราคือฮันซูยอง
ตอนนี้มีสมาชิกของบริษัทของคิมทกจาอยู่สี่คนแล้ว เรื่องราว
ของเนบิวลาจะแข็งแกร่งขึ้นไปอีกหากสมาชิกของเนบิวลามา
อยู่ในที่ๆ เดียวกัน
ผมมองไปยังใบหน้าของราชินีและพูดออกมา “ฝ่าบาท พวก
เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อต่อสู้”
ไม่ต้องสงสัยเลย อัตตาของฮันซูยองหลับใหลอยู่ภายในราชินี
คนนั้นแน่ๆ และผมก็ต้องเอาอัตตาของเธอกลับมาจากตัวละคร
นั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม และด้วยเหตุนั้น พวกเราจึงจะ
สามารถใช้เรื่องราวของพวกเรา และ…
“ข้ารู้ เจ้ามาเพื่อเล่าเรื่องราวให้ข้าฟัง”
ผมรู้สึกตกใจเล็กน้อย และจ้องมองไปที่เธอ
[มหาเรื่องราว ‘หมู่เกาะไคเซนิกซ์’ ก าลังส่งเสียงหัวเราะเยาะ
มาทางคุณ]
“ท าไมเจ้าถึงประหลาดใจนัก? ข้าคนนี้เองก็สนุกกับเรื่องราว
มากๆ อย่างไรก็ตาม ข้าก็ชอบที่จะเล่าเรื่องราวมากกว่าฟัง
เรื่องราว ดังนั้นจงเปิดหูของเจ้าและฟังให้ดี ริคาร์โด้ วอน ไคเซ
นิกซ์”
ราชินีกางแขนออกและยิ้มกว้างให้กับผม
ไม่ มันควรจะเป็น’ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น คิมทกจา ใช่ ไหม?”
(จบตอน)