มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 51 – รัตติกาลแห่งผู้เผยพระวจนะ (3)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 51 – รัตติกาลแห่งผู้เผยพระวจนะ (3)
ผมนอนหลับสนิท มันเป็นการนอนหลับฝันดีที่ผมรอมา
นาน
[ผลของการนอนหลับลึกได้ฟื้นฟูพลังจิตอย่างสมบูรณ์]
[สกิลเฉพาะตัวบางส่วนของคุณได้รับการอัพเดตแล้ว]
ผมดูเวลาและเห็นว่ามันเป็นเวลาสี่โมงเย็นแล้ว
เมื่อสถานีดงเมียวและพื้นที่โดยรอบถูกยึดครองเมื่อคืนนี้
ความเหนื่อยล้าสะสมก็ถาโถมเข้าใส่ผมอย่างเต็มกลืน
[การครอบครองปัจจุบัน: ชุงมูโร (ฐานหลัก), เมียงดง,
อุทยานประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมดงแดมุน, ดงแดมุน,
ดงเมียว, สถานีชินดัง, สถานีชองกู, สถานียัคชู, สถานีซิน
โซลดง]
ต้องขอบคุณการกลืนกินของกลุ่มดงเมียว ในตอนนี้ผมมี
เก้าสถานีแล้ว ตอนนี้ผมต้องการอีกแค่หนึ่งสถานี และ
สถานการณ์เส้นทางแห่งราชาก็จะจบลง
อีกนิดเดียว ผมจะบรรลุหนึ่งในเป้าหมายส าคัญใน
สถานการณ์เริ่มต้น ราชาผู้ไม่สังหาร
เมื่อผมออกมา จางฮีวอนและลีฮุนซึงก็ก าลังรอผมอยู่
“พวกเราพร้อมแล้ว พวกเราจะไปกันตอนไหน?”
“รอแป๊ปนึงนะ”
ผมมองไปยังชายที่ก าลังมุ่งหน้ามาหาผม
“หลับสบายไหม?”
เมื่อคืนนี้ ผมตัดสินใจให้สมาชิกดงเมียวทุกคนเข้าร่วม
กลุ่มของผม ชายสองคนที่อยู่ตรงหน้าผมคือผลจากการ
ตัดสินใจนั้น
จางมินซอบโค้งให้ผมและพูด
“…โปรดไว้ชีวิตฉันด้วยเถอะ”
“ฉันด้วย ฉันด้วย ฮือ!”
เดิมทีผมคิดที่จะฆ่าลีซงกุกและจางมินซอบ แต่ผมก็
เปลี่ยนใจ ทั้งสองคนนี้มีประโยชน์อยู่จนกว่าผมจะจัดการ
กับพวกผู้เผยพระวจนะทั้งหมดได้
ผมลากพวกเขาเข้ามาอยู่ในกลุ่มชุงมูโรและพัฒนาสีของ
ธงเป็น ‘สีน ้าตาล’
จากธงน ้าตาลไป มันเป็นไปได้ที่จะจ ากัดการกระท าของ
สมาชิกกลุ่ม
[คุณใช้สิทธิ์ของตัวแทน]
[สมาชิกกลุ่มลีซงกุกและจางมินซอบถูกจ ากัดพฤติกรรม
ของพวกเขา]
ท่าทางของทั้งคู่เปลี่ยนไปตามข้อความของระบบ
“หนึ่ง นับจากนี้ไป พวกนายไม่อาจบอกคนอื่นเกี่ยวกับ
ตัวตนของฉันได้”
“ครับผม!”
“สอง พวกนายจะต้องท าตามค าสั่งของฉันอย่างไม่มี
เงื่อนไข และพวกนายไม่ได้รับอนุญาตให้เคลื่อนไหว
แบบเดี่ยวๆ ได้โดยไม่มีค าอนุญาตจากฉัน”
“…แน่นอน”
[สมาชิกกลุ่มลีซงกุกและลีมินซอบยินดีที่จะยอมรับ
ข้อจ ากัดของพวกเขา]
[ข้อจ ากัดนี้คือข้อจ ากัด ‘ชีวิต’]
[ถ้าพวกเขาละเมิดข้อจ ากัด สมาชิกกลุ่มลีซงกุกและจางมิ
นซอบจะตาย]
ผมพยักหน้าและพูด
“อืม… โอเค ฉันไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ฉันจะเปลี่ยนใจ แต่ทุกๆ
คนต้องท างานอย่างหนัก ฉันจะตัดสินใจในขณะที่ดูพวก
นาย”
พวกเขาสองคนกลืนน ้าลายและท าหน้าร่าเริง ผมไม่รู้ว่า
พวกเขาก าลังคิดอะไรอยู่ ไม่ว่าจะยังไง พวกเขาก็ไม่อาจ
เกาะยูจงฮยอคได้ ดังนั้นมันคงจะดีกว่าที่เกาะผมไว้ได้
“ยังไงก็เถอะ ต-ตัวแทน ในอนาคตพวกเราควรจะเรียก
นายว่ายังไงดี…”
“เรียกฉันแบบตอนนี้แหละ แต่ให้เรียกฉันว่ายูจงฮยอคเมื่อ
อยู่ต่อหน้าผู้เผยพระวจนะคนอื่น อ่า จางมินซอบ”
“ครับ”
“เอาหน้ากากผู้เร่ร่อนมาให้ฉัน”
จางมินซอบไม่พอใจ แต่ในที่สุดก็มอบมันให้กับผม ยังไง
ก็เถอะ ผมต้องแสร้งท าตัวเป็นยูจงฮยอคถ้าผมต้องการไป
ยังรัตติกาลแห่งผู้เผยพระวจนะ ‘หน้ากาก’ นี้คงจะเป็น
มาตรการป้องกันส าหรับสถานการณ์ที่ผมยังไม่รู้
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง กล้ามเนื้อบนใบหน้าของผมก็
เคลื่อนไหวอย่างแปลกประหลาดในขณะที่รูปหน้าของ
ผมเริ่มเปลี่ยนไป ผมรู้สึกแปลกๆ นิดหน่อย แต่ไม่นานผม
ก็เริ่มคุ้นชินกับมัน
“ฮะ นี่คือลักษณะที่แท้จริงของยูจงฮยอคงั้นเหรอ?”
“หล่อมาก… การเปิดเผยเขียนไว้ไม่ผิดเลย”
ไอ้ระย านี่…
ผมอยากจะซัดมันสักที่ แต่ผมก็หุบปากไว้ ผมไม่
จ าเป็นต้องโกรธกับเรื่องแบบนี้
ทันใดนั้นเอง ผมก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ มันคงจะ
ดีกว่าถ้าจะรู้รายละเอียดของคนพวกนี้ไว้
“จางมินซอบ แอตทริบิวต์ของนายคืออะไร…”
ในเวลานั้นเอง ข้อความของระบบก็โผล่ขึ้นมาในหัวของ
ผม
[ประวัติของบุคคลนี้ได้รับการอัพเดตแล้ว]
…อะไรนะ?
ผมพยายามที่จะใช้ลิสต์ตัวละครอีกครั้งเพื่อทดสอบ
[ข้อมูลตัวละคร]
ชื่อ: จางมินซอบ
อายุ: 25 ปี
กลุ่มดาวผู้สนับสนุน: กลาดิเอเตอร์ต้องสาป
แอตทริบิวต์ส่วนตัว: ฉายแสง (หายาก), คนที่ 1089 ที่
ออกไป (ทั่วไป)
สกิลเฉพาะตัว: การฝึกฝนดาบ LV.2, การโจมตีอันทรง
พลัง LV.2, คลั่ง LV.3, เสริมประสิทธิภาพความทรงจ า
LV.5…
อักขระ: ชดใช้ความแค้น LV.1
ค่าสถานะโดยรวม: STA LV.18, STR LV.16, AGI
LV12, Magic P0wer LV.10
การประเมินโดยรวม: อวตารที่ครอบครองแอตทริบิวต์
และสกิลที่ครอบคลุมดี ผู้สนับสนุนของเขาบกพร่องไป
บ้าง แต่ความสามารถของเขาในฐานะนักรบก็ส าคัญมาก
เขาคงจะเป็นหนึ่งในสิบสองอัครสาวกถ้าเขาอดทนอีก
หน่อย เขาเสียใจกับมันมาก
…มันหมายความว่ายังไงกันที่ลิสต์ตัวละครถูกอัพเดต?
คนที่ผมไม่สามารถดูหน้าต่างแอตทริบิวต์ได้เมื่อวานนี้
จู่ๆ ก็กลายมาเป็นตัวละคร
เขาคือผู้เผยพระวจนะ กล่าวอีกนัยหนึ่ง เขาคือตัวตนนอก
นิยาย ท าไมจู่ๆ เขาถึงกลายมาเป็นตัวละคร
“โอ้ แอตทริบิวต์ของฉันก็คือ…”
“ไม่ต้องละ”
“ครับ”
จากนั้นผมก็ยืนยันถึงแอตทริบิวต์ของลีซงกุก
โชคดีที่แอตทริบิวต์ของเขาก็เหมือนกัน นักสะกดจิตและ
คนที่เก้าที่ออกไป… อันหลังคือขยะ ส่วนอันแรกก็นับว่า
เป็นแอตทริบิวต์ที่ดี
“เอาสมาร์ทโฟนของนายมาให้ฉัน”
“ครับ! นี่ครับ”
ผมรับสมาร์ทโฟนมาจากหนึ่งในนั้นและเชื่อมต่อกับห้อง
แชท
อ้า… อินเทอร์เน็ตไม่ท างาน เมื่อวานนี้มันถูกตัดการ
เชื่อมต่อ…
[ตัวละคร ‘ฮันดงฮุน’ ใช้ ‘อินเทอร์เน็ตวงกว้าง LV.5’ กับ
สมาร์ทโฟนของคุณ]
[อินเทอร์เน็ตของอุปกรณ์พร้อมใช้งานแล้ว]
ในทันทีที่ผมคิด อินเทอร์เน็ตก็ถูกเชื่อมต่อ ผมมองไปยัง
เต็นท์ที่ฮันดงฮุนอยู่ มันมีการสั่นจากสมาร์ทโฟน ซึ่งระบุ
ว่ามีข้อความถูกส่งเข้ามา
– ฉันจะเชื่อในตัวนายแค่เพียงครั้งเดียว
บางทีมันอาจจะมีบางสิ่งเปลี่ยนไปกับฮันดงฮุนหลังจาก
สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ ผมเป็นกังวลกับมันอยู่ ดังนั้นผมจึง
รู้สึกดีใจขึ้นมา
ผมตอบกลับไปหาฮันดงฮุน
– ขอบคุณนะ
ไม่ช้าก็เร็ว ผมคงได้มีโอกาสพูดคุยกับเขา ผมเปิด
สมาร์ทโฟนของลีซงกุกขึ้นมาอีกครั้งและเข้าไปยังห้อง
แชทผู้เผยพระวจนะ
[ห้องแชท]
[รายชื่อผู้เข้าร่วม: N0.9, 15 ฉันรู้สึกเหมือนก าลังจะตาย,
ออกไปคนที่ 124, N0.763, ออกไปคนที่ 887, N0.645…
รวมทั้งหมด 36 คน]
ผมมองไปยังตัวเลขในรายชื่อของพวกเขาและพอใจแล้ว
ว่าพวกเขาเป็นใครกัน แต่มันก็มีบางอย่างแปลกๆ
“…36 คน?”
จางมินซอบตอบค าถามของผม
“ผู้เผยพระวจนะทุกคนในห้องแชทได้หยุดอ่านตั้งแต่
ช่วงแรกๆ มันไม่มีอัครสาวกอยู่เลย”
เข้าใจแล้ว
“ยังไงก็เถอะ ตัวแทน ไม่ใช่ว่านายพูดไว้เมื่อวานเหรอ?
‘นายควรจะอ่านให้จบ’… งั้นนายก็อ่านหนังสือแห่งการ
เปิดเผยทั้งเล่มแล้วน่ะสิ?”
ผมมองไปยังจางมินซอบผู้คาดหวังและหัวเราะ
ผมรู้ นายล่ะรู้ไหม?
“นายจะไม่เสียใจที่เข้ากับฉันแทนที่จะเป็นยูจงฮยอค”
***
หลังจากนั้นไม่นาน พวกเราก็มุ่งหน้าไปยังสถานีอันกุ่ก
ในขณะที่หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีความขัดแย้งโดยรอบ
มันเป็นเพราะรัตติกาลแห่งผู้เผยพระวจนะถูกก าหนดไว้
ที่นี่
ผมสอดแนมคนเหล่านี้ผ่านสมาร์ทโฟนของลีซงกุก
—–
N0.519: จริงเหรอ? ยูจงฮยอคจะมาด้วยเหรอ?
N0.67: ไม่ต้องสงสัยเลย N0.9 และ N0.1089 พูดเมื่อวาน
นี้
ออกไปคนที่ 887: คนที่ 9 เป็นหน้าใหม่ แต่ฉันสามารถ
เชื่อมันได้ถ้ามันเป็นคนที่ 1089
ออกไปคนที่ 124: คราวนี้พวกเขาทุกคนจะอยู่ข้างหลัง
พวกเราแล้ว
ออกไปคนที่ 887: N0.124 นายอยู่ในกรุงโซล ㅋㅋ ไอ้
พวกบ้านั่นจะไปอยู่ข้างหลังนายยังไง?
ออกไปคนที่ 124: อ่า ยกเว้นฉันแน่นอน ชาวชนบท
ชนะๆ ^^v
ออกไปคนที่ 887: ฉันอยากจะเป็นผู้เสื่อมถอย… ถ้าฉัน
อ่านนิยายในตอนนั้น… ไม่สิ ถ้าฉันอ่านไปถึง
ออกไปคนที่ 124: โรคจิตของจริง ㅋㅋㅋㅋ
—–
ตามที่คาดไว้ เหล่ามนุษย์ที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังโดยไม่
เปิดเผยชื่อคงจะเปิดเผยความจริงออกมา บางทีตัวเลขที่อยู่
ในชื่อเล่นของพวกเขาอาจจะเป็นตัวเลขที่พวกเขาหยุด
อ่าน
—–
N0.888: แต่นายแน่ใจเหรอว่าไม่มีไฟล์ของนิยายเรื่องนี้?
N0.124: ไม่กี่วันก่อน ฉันได้ค้นอินเทอร์เน็ตดูแล้วและไม่
มีเหลืออยู่จริงๆ… อ่า… นิยายที่ไม่มีไฟล์อยู่… (น ้าตา
ไหล)
N0.763: ถึงแม้ว่านายจะก็อปไว้ นายก็คงจะไม่แชร์อะไร
ที่บ้าบอแบบนั้นหรอก ถ้าฉันสามารถขายวิญญาณของฉัน
ได้จริงๆ ฉันก็คงจะซื้อมัน
—–
แนวคิดในการพยายามอ่านหนทางเอาชีวิตรอดโผล่ขึ้นมา
คนพวกนี้ พวกเขาควรจะอ่านมันกับผมในเวลานั้น
ในตอนนี้พวกเขาไม่ได้รู้วันข้างหน้าเลย
“พวกเรามาถึงแล้ว”
ผมก าลังจะพูดออกไปว่า ‘อะไร ถึงแล้ว?’ แต่ผมก็เห็น
ชานชาลาของสถานีอันกุ่กอยู่ตรงหน้าของผมซะก่อน
และเห็นเหล่าผู้เผยพระวจนะที่ล่วงหน้ามาก่อน
แต่มันมีบางอย่างแปลกๆ
“ไม่มีใครครอบครองที่นี่เหรอ?”
“ใช่ มันเป็นสัญญาระหว่างผู้เผยพระวจนะ มันอาจจะเป็น
อันตรายได้ถ้ามาพบกันในสถานีที่ถูกยึดครอง มัน
เหมือนกับเขตปลอดทหารนั่นแหละ”
จากนั้นผู้เผยพระวจนะคนหนึ่งก็เดินเข้ามาโบกมือ
“เฮ้ หมายเลข 1089!”
“โอ้ นี่มันหมายเลข 763 หนิ”
จางมินซอบโบกมือและทักทายคนๆ นั้น
“นายเป็นไงบ้าง? หน้านายดูไม่ค่อยดีเลย?”
“ก็ดี ราชาทรราชท าฉันไว้แสบเลย”
“ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าไปทางโดบง ท าไมนายถึงไม่
ฟัง…”
หมายเลข 763 เหลือบมาทางผม และใบหน้าของเขาก็แข็ง
ที่อ
“ห-หรือว่า… เขาคือ…?”
จางมินซอบพยักหน้า
ดวงตาของหมายเลข 763 เผยความประหลาดใจออกมา
“ม-มันเป็นเกียรติจริงๆ ยูจงฮยอค!”
ความโกลาหลท าให้เหล่าผู้เผยพระวจนะที่กระจัดกระจาย
กันออกไปเข้ามารวมตัวกันทีละคน
“นี่มัน…?”
เหล่าผู้เผยพระวจนะวิ่งมารวมตัวกันและดันเข้ามา
ตรงหน้าของผม มันมีผู้เผยพระวจนะที่เป็นผู้หญิงอยู่สอง
สามคนด้วย
“เขาดูดีกว่าที่ฉันคิดไว้อีก! ฉันคือหมายเลข 998!”
“ดีจริงๆ ที่ได้พบกับนาย ยูจงฮยอค! ฉันคือหมายเลข
1055!”
นี่มัน… ผมรู้สึกเหมือนกับเป็นราชาจริงๆ ดวงตาที่เปล่ง
ประกายของพวกเขาที่ต้องการเอาชนะใจผม ผมสงสัยว่า
พวกเขาจะเป็นยังไงถ้าพวกเขาได้รู้ว่าผมไม่ใช่ยูจงฮยอค
จริงๆ
ส่วนใหญ่ของคนพวกนี้ไม่คุ้มค่าที่จะให้ความสนใจอะไร
ความรู้ในอนาคตของพวกเขามีริบหรี่และความสามารถ
ของพวกเขาก็ต ่า
แต่มันก็มีบางคนที่มีความโดดเด่น
“มันน่าประทับใจจริงๆ เมื่อตอนนายต่อสู้กับราชาปีศาจ
แอสโมเดียสในการเสื่อมถอยครั้งที่สอง”
โอ้ว
“มันถูกกล่าวถึงอย่างย่อๆ ในหนังสือแห่งการเปิดเผย…
ในตอนนี้ที่ฉันได้พบกับนาย ฉันรู้สึกอยากจะได้ยินเรื่องนี้
จากนายมากแล้ว”
หนทางเอาชีวิตรอดเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับการเสื่อมถอยครั้ง
ที่สามของยูจงฮยอค และเรื่องราวทั้งหมดจากการเสื่อม
ถอยครั้งที่สองก็ถูกเอ่ยถึงในฐานะความทรงจ า
แต่ชายคนนี้กลับรู้เรื่องแอสโมเดียสเนี่ยนะ? ท าไมเขาถึง
ประทับใจกับมันนักในเมื่อเขาอ่านไม่จบ?
“นายเป็นใครกัน?”
“ฉันคือหมายเลข 1168”
งั้นเขาก็เกือบจะอ่านไปถึง
หนึ่งในคนที่อ่านไปมากที่สุดจากคนที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้
หมายเลข 1168 ถามผม “ขอโทษนะ มันเป็นรอบที่สาม
ของยูจงฮยอคแล้วใช่ไหม?”
“ถูกต้อง”
“อ๊ะ เป็นไปตามคาด…”
ผู้เผยพระวจนะบางคนมีสีหน้ามืดมน
ใช่ ผมรู้
หนทางเอาชีวิตรอดเป็นลูปไม่รู้จบ ดังนั้นคนที่พบว่ามัน
ยังเป็นการเสื่อมถอยในช่วงแรกๆ ของยูจงฮยอคจึง
ค่อนข้างรู้สึกผิดหวัง
ไอ้พวกระย านี่ พวกเขารับรู้แค่ด้านน่ารักๆ ของยูจงฮยอค
ในช่วงเริ่มต้น… ไม่ว่ายังไง คนพวกนี้ก็ไม่ได้อ่านไปถึง
ตอนจบ
จากนั้นก็เริ่มมีสิ่งรบกวนอยู่ข้างหลังของผม
“ลีฮุนซึง!”
“ดาบเหล็กลีฮุนซึง?”
ลีฮุนซึงเขินๆ เมื่อเขาถูกรายล้อมด้วยผู้คน
“น-นายจะท าอะไรน่ะ? ฉันไม่ใช่คนเหล็ก… ฉันไม่ใช่
อะไรแบบนั้น!”
“ว้าว เหมือนกับการเปิดเผยจริงๆ เลย ดูกล้ามเนื้อเหล่านี้
สิ!”
“โอ้ว! สุดยอด!”
ลีฮุนซึงมีหน้าตาดีและค่อนข้างเป็นที่นิยมในหมู่ผู้เผยพระ
วจนะสาว ในเวลานั้นเอง หนึ่งในผู้เผยพระวจนะคนหนึ่ง
ก็แสดงความสนใจในตัวจางฮีวอนออกมา
“ขอโทษนะ หรือว่า… เธอจะเป็นจอมทัพแห่งน่านน ้าลีจีฮ
เย?”
“ไม่ใช่”
“ถ้างั้นเธอ…”
“ฉันคือจางฮีวอน ท าไม?”
“อ่า เข้าใจแล้ว”
ผู้เผยพระวจนะที่ผิดหวังเดินผ่านจางฮีวอนไปหาลีฮุนซึง
จางฮีวอนมองไปยังสถานการณ์และพูดกับผมในกลุ่ม
แชท
– ท าไม… ถึงไม่มีใครสนใจฉัน?
– ฮีวอนไม่ได้โด่งดังในอนาคต
– ชิ
– พยายามต่อไปล่ะ
ผมหันหลังให้กับจางฮีวอนผู้น่าอนาถ ผมมาที่รัตติกาล
แห่งผู้เผยพระวจนะด้วยเหตุผลหนึ่ง ผมไม่อยากเสียเวลา
พูดอะไรแบบนี้
“อาวุธอยู่ไหน?”
“ฮะ?”
“อาวุธที่พวกนายซ่อนไว้ ฉันจะไปตรวจสอบมัน”
“อ๊า ทางนี้”
ผู้เผยพระวจนะหมายเลข 763 เดินทางยังกลางชานชาลา
ด้วยความตื่นเต้นและเปิดผ้าที่ปกคลุมบางสิ่งไว้ออกมา
มันคือหินก้อนใหญ่
ผมนึกไปถึงช่วงเวลาที่ผมได้เห็นฝนอุกกาบาตบนหลังคา
ของโรงภาพยนตร์ในทันที่ ไม่สิ เดี๋ยวก่อน
“อุกกาบาตนี่มันอะไรกัน?”
“ฮ่าฮ่า ถูกต้องแล้ว พูดตรงๆ เลยนะ ยูจงฮยอคอาจจะไม่
รู้จัก… ตามหนังสือแห่งการเปิดเผยแล้ว มันคืออาวุธอัน
ทรงพลัง”
“อาวุธ?”
“ใช่! ใช่แล้ว บางทีมันอาจจะเป็นอาวุธที่เหมือนกับสตาร์รี
ลิคระดับต้นๆ”
“ไม่ใช่ว่าอุกกาบาตต้องการเวลาฟักตัวและไม่สามารถ
ใช้ได้ในตอนนี้งั้นเหรอ?”
“ฮ่าฮ่า พวกเรามีวงจรที่กระตุ้นพลังเวทมนตร์ได้ มันจะ
ฟักตัวในคืนนี้เป็นอย่างช้าที่สุด พวกเราพยายามกันมา
หลายวันแล้ว…”
ตัวผมเริ่มเย็นขึ้นเมื่อผมมองไปยังไอ้ระย าที่ก าลัง
ภาคภูมิใจคนนี้
ลวดลายสีแดง มันไร้สาระ สิ่งนี้ไม่ควรจะเป็นที่รู้จัก
จนกระทั่งการเสื่อมถอยรอบที่สี่เป็นอย่างน้อยสิ?
“ไอ้ระย าคนไหนให้ข้อมูลนี้มา?”
“ฮะ?”
“ใครเอาอุกกาบาตมาให้นาย”
“โอ้ เรื่องนั่น… หมายเลข 1124 เขาเป็นคนแรก…”
หมายเลข 1124? คนที่หยุดอ่านตั้งแต่ช่วงแรกๆจะรู้ข้อมูล
นี้ได้ยังไง?
“เขาอยู่ที่ไหน?”
จางมินซอบมองไปรอบๆ และพึมพ า
“เอ่อ… ฉันคิดว่าเขายังไม่มานะ”
ผู้ให้ข้อมูลยังไม่มา ผมคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะเปิดปาก
“พวกเราต้องออกไปจากที่นี่”
มันเป็นกับดัก
“ฮะ?”
“เดี๋ยวนี้”
นี่เป็นครั้งแรกที่ผมหลั่งเหงื่อเย็นออกมาในหนทางเอา
ชีวิตรอด และนับตั้งแต่ที่ได้พบกับยูจงฮยอคเป็นครั้งแรก
นี่คืออาวุธเหรอ? ใครโง่พอที่จะคิดแบบนี้กันเนี่ย…
ผมกวาดสายตาไปรอบๆ เหล่าผู้เผยพระวจนะที่ก าลังจ้อง
มาที่ผมด้วยสายตาอันไร้เดียงสา จากนั้นชานชาลาก็เริ่ม
สั่น
ครืน…!
ผมมองไปยัง ‘อุกกาบาต’ ที่ก าลังสั่นและเริ่มก้าวถอยหลัง
ผมมาที่นี่เพื่อกวาดล้างเหล่าผู้เผยพระวจนะ เฉพาะผู้ที่
สมควรจะถูกจัดการเท่านั้น
“น-นี่มันอะไรกัน?”
จางมินซอบส่งเสียงออกมาอย่างโง่ๆ
บัดซบ สถานการณ์ที่สี่ยังไม่สิ้นสุดลง และ ‘ภัยพิบัติ’
ของสถานการณ์ที่ห้าก าลังจะปรากฏขึ้น
ผมตะโกนใส่จางฮีวอนและลีฮุนซึง
“หนีไป!”
นี่คือเหตุผลที่ผมไม่อาจเชื่อใจผู้ที่ยังอ่านไม่จบ เนื่องจาก
ไอ้พวกบัดซบนั่นได้ลงมือก่อน วันนี้จึงผิดเพื้ยนไปหมด