มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 56 – มุมมองบุคคลที่หนึ่งของตัวเอก (3)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 56 – มุมมองบุคคลที่หนึ่งของตัวเอก (3)
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ ปรบมือให้กับจิต
วิญญาณของคุณ!]
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ยกย่องความกล้า
หาญของคุณ!]
[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ’ สงสัยเกี่ยวกับกลยุทธ์ของคุณ]
···
[กลุ่มดาวบางส่วนประทับใจในผลงานของคุณมาก]
[คุณได้รับการสนับสนุน 20,000 เหรียญ]
ผมขมวดคิ้วให้กับข้อความที่ไม่มีอะไรกรองมาเลย ไม่มี
ใครไม่ชอบค าสรรเสริญ อย่างไรก็ตาม การสรรเสริญ
หลายสิบอันในครั้งเดียวก็มากเกินไป
บีฮยองไปไหนและท าไมมันถึงไม่จัดการกับข้อความ?
อ่า… มันคงจะถูกเรียกตัวไปโดยส านักผู้ดูแลระบบอยู่
มันไม่มีรางวัลส าหรับสถานการณ์ลับ และโดเกบิ
ระดับกลางก็หายตัวไปโดยไม่พูดอะไร
อย่างไรก็ตาม จ านวนเหรียญที่ได้รับการสนับสนุน
ทั้งหมดก็คือ 20,000 เหรียญ… ‘ช่องขนาดเล็ก’ แต่ต่าง
จาก ‘ช่องขนาดใหญ่’ จริงๆ
ผมรีบมองไปยังร่างของมังกรไฟและดึงแกนกลางออกมา
[แกนกลางมังกรไฟระดับ 5]
แกนกลางโอบล้อมด้วยแสงสีแดงอ่อน คุณภาพของ
แกนกลางที่ได้มาจากภัยพิบัตินั้นไม่ธรรมดาเลย
มันถูกลดพลังลงไป แต่มันก็ยังเป็นมังกร มันมีชิ้นส่วนที่มี
ประโยชน์อยู่มากมาย ยกตัวอย่างเช่นกระดูกและผิวหนัง
มันสามารถใช้ได้โดยช่างตีเหล็กเก่งๆ หรือเอาไว้
แลกเปลี่ยน
ผมมองลงไปยังร่างของมังกรไฟ ผมจัดการกับภัยพิบัตินี้
ได้ แต่ก็ได้มาแค่นี้เท่านั้น…
จากนั้นก็มีความเจ็บปวดอย่างกะทันหันจากแผ่นหลังของ
ผมพร้อมกับน ้าเสียงอันร่าเริง
“ทกจา นายเป็นคนแบบไหนกันเนี่ย?”
ผมหันกลับไปและเห็นจางฮีวอนก าลังยืนอยู่ข้างหลัง
ผมไอออกมา
“…ตอนนี้ร่างกายของฉันอยู่ในสภาพย ่าแย่มากจนฉัน
อาจจะตายได้จากการตบของเธอเลยนะ”
“นายจะยังมีชีวิตอยู่แม้ว่านายจะถูกฆ่าก็เถอะ”
“มันไม่ใช่เรื่องจ าเป็นเลยหนิ”
ผมคิดว่าจางฮีวอนจะถาม แต่เธอก็ค่อนข้างเงียบ ผม
ตระหนักได้ว่าเธอคงจะตกใจมากตอนผมตาย
เธอดูเหมือนจะร้องไห้… ไม่สิ จางฮีวอนไม่ได้ร้อง เธอลด
เสียงของเธอลงราวกับว่าเธอสัมผัสได้ถึงสมาชิกปาร์ตี้คน
อื่น
“…นายรู้เรื่องนี้และลงมือ?”
“ไม่ใช่ทุกอย่าง…”
“ฉันคิดว่านายตายไปแล้วจริงๆ!”
“แต่ฉันก็รอดมาได้”
อีกครั้งหนึ่ง ฝ่ามืออันรุนแรงของเธอตบเข้ากับแผ่นหลัง
ของผม ลีฮุนซึงวิ่งเข้ามาช้าไป
“ทกจา! นายโอเคไหม?”
“อืม ฉันโอเค”
ลีซงกุกและจางมินซอบที่อยู่ไกลออกไปก็เข้ามารวมกับ
พวกเรา อันที่จริง ผมอยากให้คนพวกนี้ตายอยู่ที่นี่ แต่พวก
เขาก็โชคดีจริงๆ อืม พวกเขาอยู่ในกลุ่มของผมอยู่ ดังนั้น
ผมก็สามารถควบคุมพวกเขาได้ตลอดเวลา แต่…
ความเงียบบังเกิดขึ้นเมื่อทุกคนจ้องมาที่ผม ผมถอนหายใจ
และกล่าวว่า “…พวกนายค่อยถามกันทีละคน มีค าถาม
อะไรกันบ้าง?”
จากนั้นค าถามก็เริ่มถาโถมเข้ามา
***
“การฟื้นคืนชีพเป็นสิทธิพิเศษใหม่ที่ฉันได้รับ มันไม่ใช่
เพราะผู้สนับสนุนของฉัน”
ผมหลีกเลี่ยงข้อมูลยากๆ และบอกพวกเขาเฉพาะสิ่งที่ผม
คิดว่าพวกเขาจ าเป็นต้องรู้ จางฮีวอนพึมพ าด้วยสีหน้า
ประหลาดใจ
“การฟื้นคืนชีพทุกๆ ครั้งที่นายช่วยคน… ขี้โกงไปหน่อย
ไหมเนี่ย?”
“มันคือหนึ่งการฟื้นคืนชีพต่อการช่วยหนึ่งร้อยคน แต่มัน
ก็ยังขี้โกงอยู่ดี”
ผมยอมรับมันตรงๆ อย่างไรก็ตาม ราชาผู้ไม่สังหารก็มี
จุดอ่อนร้ายแรงอยู่
ตราบใดที่ผมมีแอตทริบิวต์นี้ ผมไม่อาจพรากชีวิตของคน
อื่นได้ ‘ตรงๆ’
มันไม่มีปัญหาส าหรับการท าร้าย กดขี่ หรือท าให้พวกเขา
ไม่สามารถต่อสู้ได้ แต่เขาไม่อาจฆ่าคนพวกนั้นได้ ราชาผู้
ไม่สังหารจะต้องลงจากบัลลังก์ของเขาเมื่อเขาสังหารผู้อื่น
แน่นอน ผมไม่ได้พูดเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ มันคงจะไม่ดีแน่
ถ้ามีคนรู้
“นายต้องพยายามช่วยคนให้มากนะในอนาคต”
“ในบางกรณี มันก็มีคนที่จ าเป็นต้องฆ่า…”
“ไม่ต้องห่วง ฉันจะจัดการให้เอง”
จางฮีวอนพูดด้วยน ้าเสียงที่มั่นใจ
ในความเป็นจริง ผมสามารถเลือกราชาผู้ไม่สังหารได้
อย่างสบายใจเพราะจางฮีวอน มันเป็นเหตุผลว่าท าไมผม
ถึงยกระดับของเธอขึ้นมาตั้งแต่เนิ่นๆ
มันไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรที่จะเก็บราชาผู้ไม่สังหารไว้
จนกระทั่งถึงสถานการณ์ช่วงกลาง แม้ว่ามันอาจจะมี
ช่วงเวลาที่น่าผิดหวังอยู่บ้างก็เถอะ
เมื่อเวลาผ่านไป มันก็จะมีแอตทริบิวต์ขี้โกงมากขึ้นเรื่อยๆ
ผมมีแอตทริบิวต์ที่ดีในช่วงเริ่มต้น ดังนั้นมันจึงเป็นการ
ยากที่จะพลาดการเปลี่ยนแปลงอะไร
“แต่นี่มันก็เหมือนกับนิยายแฟนตาซีจริงๆ ในตอนนี้นายมี
ความสามารถอยู่ทุกรูปแบบเลย…”
ลีซงกุก จางมินซอบ และลีฮุนซึงก าลังมองมา ผมจงใจ
จ้องกลับไปที่พวกเขา มันเป็นค าเตือนเพื่อไม่ให้จางฮีวอน
พูดอะไรออกมา
เธอรับรู้และลีซงกุกก็ถาม
“นายรู้สึกยังไงเหรอตอนที่ตาย?”
“…มันแย่สุดๆ ไปเลย”
ผมอยากจะถามว่าท าไมเขาถึงถามแบบนี้ แต่ลีซงกุกก็พูด
ขึ้นอีกครั้งด้วยน ้าเสียงจริงจัง “พูดตามตรงนะ ฉันกลัวนิด
หน่อยเมื่อเห็นนายฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง”
“นายกลัวเหรอ?”
“ใช่ พูดตามตรง ร่างทั้งร่างของนายหายไปและได้รับการ
ฟื้นฟู สามัญส านึกย่อมบอกว่าสิ่งนั้นมันไม่อาจเกิดขึ้นได้
ฉันไม่รู้ว่าหลักการของโลกใบนี้คืออะไร แต่ถ้าการด ารง
อยู่ของนายสามารถจ าลองออกมาได้ทั้งหมด… นาย
อาจจะไม่ใช่ ‘การคืนชีพ’ แต่เป็น ‘การโคลน’ ก็ได้”
เขาพูดเรื่องน่าขนลุกด้วยน ้าเสียงอันสงบ มันเป็นสิ่งที่ผม
ไม่เคยคิดมาก่อนเลย…
มันได้ย ้าเตือนผมว่าแอตทริบิวต์ของชายคนนี้คือ ‘นัก
สะกดจิต’
…ไม่ใช่ว่าเขาก็น่าสนใจเหรอ?
จางฮีวอนเริ่มดุเขา “นายดูหนังมากไปป่าวเนี่ย?”
“นี่เป็นเรื่องส าคัญ หากไม่มีความต่อเนื่องระหว่างความ
ตายและการฟื้นคืนชีพของนาย มันก็ไม่มีอะไรมา
รับประกันว่าตัวแทนก่อนตายจะเป็นคนเดียวกับตัวแทนที่
ฟื้นคืนชีพขึ้นมา”
พวกมันเป็นค าที่ยาก ความทรงจ าหลายๆ อย่างได้ตัดผ่าน
จิตใจของผม ไอ้บ้านี่ เขาคือหนึ่งในคนที่ออกมาตั้งแต่
อารัมภบทไม่ใช่เหรอ?
“นายมีไอเดียแปลกๆ จริงๆ… แต่ไม่ต้องห่วง ฉันยังคงมี
สติอยู่หลังจากตายไปแล้ว พูดให้ชัด มันไม่ใช่ความตายที่
แท้จริง”
“นายเจอกับสภาพดวงวิญญาณเหรอ?”
“ฉันไม่รู้ว่าจะเรียกแบบนั้นได้ไหม แต่…”
ผมรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยในขณะที่พูดออกมา หนทาง
เอาชีวิตรอดคือโลกที่ถูกสร้างขึ้นโดยผู้เขียน
โลกนี้กลายเป็นความจริง โลกที่วิญญาณซึ่งยังไม่ถูก
พิสูจน์กลับกลายมาเป็นสิ่งที่ถูกยอมรับ
ในโลกเช่นนี้ ตัวตน ‘ของผม’ คืออะไรกันแน่? ผม ดวง
วิญญาณของผม มันมีอยู่มาตั้งแต่เริ่มเลยเหรอ? หรือว่าผม
เป็นส่วนหนึ่งในเรื่องราวที่ผู้เขียนได้สร้างขึ้น?
ผมส่ายหัว ในตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดเรื่องพวกนี้
“ไม่ว่ายังไงก็เถอะ ค าถามไร้สาระหมดยัง?”
“อ่า ฉันขอถามอีกข้อได้ไหม?”
“อะไร?”
“ท าไมจู่ๆ นายถึงสุภาพกับฉันและมินซอบ…”
“การปลอมตัวเป็นยูจงฮยอคจบลงแล้ว”
ลีซงกุกท าหน้าประหลาดใจเมื่อเขารู้ตัว
“เอ๊ เมื่อมาคิดดูแล้ว…”
ผมไม่อยากฟังค าพูดของเขา การปลอมตัวจบลงแล้ว แต่
การปฏิบัติต่อพวกเขาจะไม่เปลี่ยนไปมาก ผมเอื้อมมือเข้า
ไปหาลีซงกุก
“เอาสมาร์ทโฟนของนายมาให้ฉัน”
“หืม?”
“ฉันต้องการโทรศัพท์”
ลีซงกุกยื่นโทรศัพท์ของเขาออกมา มันเป็นรุ่นที่ดี มันดี
กว่าที่ผมใช้
“ฉันขอได้ไหม?”
“…ไม่ใช่ว่าการปลอมตัวเป็นยูจงฮยอคจบลงแล้วเหรอ?”
“นี่คือสไตล์เดิมของฉัน”
ลีซงกุกแทบจะหลั่งน ้าตาออกมา
“ทุกคนพักก่อน ฉันขอดูอะไรสักพัก พวกเขาจะ
เคลื่อนไหวในอีก 10 นาที่ พวกนายเก็บไอเท็มรอละกัน”
สมาชิกปาร์ตี้รวบรวมไอเท็มที่กระจัดกระจายไปทั่วใน
ขณะที่ผมใช้สมาร์ทโฟนเพื่อท่องอินเทอร์เน็ต
ผมแสร้งท าเป็นไม่สนใจ แต่จริงๆ แล้วผมกังวลอยู่นิด
หน่อย
[รางวัลส าหรับสถานการณ์ลับอาจจะล่าช้า]
[เงื่อนไข ‘ความเป็นไปได้’ ก าลังด าเนินการอยู่ ณ ส านัก
บริหารงาน]
มันเป็นเพราะข้อความเหล่านี้
การตัดสินความเป็นไปได้ นี่คือเหตุผลว่าท าไมถึงยัง
ไม่ได้รับรางวัลจากสถานการณ์ลับ
ผมต้องการตรวจสอบส่วนที่เกี่ยวข้องในหนทางเอาชีวิต
รอด แต่สมาร์ทโฟนของผมก็ถูกเผาไปแล้ว
มันเป็นความผิดพลาดที่ไม่เหมือนกับผม นี่เป็นลางไม่ดี
มันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเมลที่ถูกส่งมาโดยผู้เขียนถูกลบไป
แล้ว…?
ในเวลานั้นเองก็มีข้อความโผล่ขึ้นมาบนหน้าจอ
สมาร์ทโฟนของผม
[ก าลังซิงค์เข้าสู่อุปกรณ์ใหม่]
[คุณยังต้องการซิงค์ต่อหรือไม่?]
…นี่มันอะไรกัน?
ผมกด 0K และการดาวน์โหลดไฟล์ก็โผล่ขึ้นมาพร้อมกับ
มีไฟล์ใหม่ถูกสร้างขึ้นบนหน้าจอพื้นหลัง
[สามวิธีการอยู่รอดในโลกที่ถูกท าลาย.TXT]
เข้าใจละ มันยังมีอยู่ อันที่จริงไฟล์ที่พวกโดเกบิและพวก
กลุ่มดาวไม่สามารถอ่านได้คงจะไม่หายไปง่ายๆ
ผมมองไปยังลีซงกุกและจางมินซอบที่ก าลังเก็บไอเท็ม
ทันใดนั้นเอง ผมก็บังเกิดความสงสัยขึ้นมา พวกเขาจะ
สามารถอ่านสิ่งนี้ได้ไหม? ถึงกระนั้น… ผมก็ควรระวังไว้
ให้ดี
ผมเปิดหนทางเอาชีวิตรอดขึ้นมาและเริ่มอ่าน
[ความเร็วในการอ่านของท่านเพิ่มขึ้นเนื่องจากผลของแอ
ตทริบิวต์ส่วนตัว]
ผมพบเงื่อนไข ‘ความเป็นไปได้’ ที่เกิดขึ้นในระหว่างการ
ถดถอยรอบที่หกของยูจงฮยอค
「โดเกบิระดับกลางแห่งส านักกรุงโซล ‘บาแรม’ ขมวด
คิ้วเมื่อก าลังอ่านสถานการณ์ตรงหน้า (TL:บาแรม = สาย
ลม)
ด้านบนของเอกสารมีชื่อ ‘ผู้เสื่อมถอยยูจงฮยอค’
‘ผู้เสื่อมถอย… บัดซบ โดเกบิและกลุ่มดาวสังเกตเห็นเร็ว
ดีจริง…’
บาแรมมองไปยังเหล่าโดเกบิ มันไม่มีโดเกบิอาวุโสหรือ
มหาโดเกบิอยู่เลย
มันเป็นธรรมดา นี่คือ ‘เงื่อนไขความเป็นไปได้’ ที่เกิดขึ้น
ในระดับโดมประเทศ บาแรมถามโดเกบิที่ดูกระวน
กระวาย
“ใครเป็นคนยื่นเรื่องมา?”
“ออนนิแห่งญี่ปุ่น”
“ท าไมเขาถึงเป็นกังวลเกี่ยวกับคนชาติอื่นแทนที่จะเป็น
ประเทศของตัวเอง? ไม่ใช่ว่าเขาก็มีเรื่องให้ท าเหรอ?”
“มันมีการต่อสู้ที่ดุเดือดระหว่างโดเกบิระดับต ่าในช่วง
หลายวันที่ผ่านมา…”
บาแรมขมวดคิ้ว
แน่นอนว่าตามการรายงานแล้ว มันคุ้มค่าที่จะด าเนินการ
เงื่อนไขความเป็นไปได้ส าหรับ ‘ยูจงฮยอค’
นอกจากนี้มันยังมีข้อมูลที่ส าคัญอีกมากมายที่ถูกคัดกรอง
โดยอัตโนมัติตั้งแต่ต้น
นอกจากนี้ สกิลเนตรแห่งปราชญ์หมายถึงการที่ไอเท็ม
บางอย่างไม่สามารถเข้าถึงได้จากระบบ การส าราจข้อมูล
จ าเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากผู้บริหารระดับสูงกว่า
บาแรมถอนหายใจออกมาและปิดรายงาน
“ไม่เป็นไร ชายคนนี้เป็นคนที่ได้รับอนุญาตจากหัวหน้า
ของข้า ปล่อยเขาไป”
“มันจะไม่เป็นไรเหรอ? ผลพวง…”
“เขามีผู้สนับสนุนที่พวกเราไม่อาจต่อกรได้”
“พวกเราไม่สามารถต่อกรกับกลุ่มดาวแค่กลุ่มเดียวได้
เหรอ? แล้วถ้าพันธมิตรกลุ่มดาว…”
บาแรมหัวเราะ
“เจ้าก าลังสอนข้าอยู่เหรอ? เจ้ารู้ไหมว่าผู้สนับสนุนของ
เขาคือใคร?”
“ม-ไม่ใช่แบบนั้น”
“ในไม่ช้าก็จะเป็นสถานการณ์ที่ห้าแล้ว ไปจัดการมันซะ
ความเป็นไปได้จะค่อยๆ ถูกชดเชยเมื่อสถานการณ์ด าเนิน
ต่อไป”
ทันใดนั้นบรรยากาศก็เย็นลงในทันใด และเขาก็พูดกับโด
เกบิระดับกลาง
“เจ้าไม่มีงานให้ท าเหรอ?”
“เอ่อ…!””
“ท าไมยอดขายในสหรัฐอเมริกาและอินเดียถึงเป็นแบบนี้
ไม่ใช่ว่ามันมีผู้เผยพระวจนะในสหรัฐอเมริกาและอินเดีย
เหรอ? ท าไมยอดขายถึงเป็นแบบนี้ในเมื่อพวกเขาคือ
เป้าหมายชั้นยอด? เจ้าไม่สร้างผลิตภัณฑ์ดีๆ ออกมาเลย
เหรอ?”
“ร-เรื่องนั้น…”
“บัดซบ อย่ามาแก้ตัว! รีบไปขายของเร็ว!”」
เสียงหัวเราะดังออกมา ผมนึกถึงมิโนซอฟท์เมื่อมองไปยัง
โดเกบิที่ก าลังท างานอยู่ แผนกวางแผนไม่ใช่เรื่องตลก
ไม่ว่ายังไงก็ตาม ในตอนนี้ผมก็อยู่ในสถานการณ์ที่
คล้ายคลึงกับยูจงฮยอคในหนทางเอาชีวิตรอด ผมคิดว่า
เรื่องแบบนี้คงเกิดขึ้นสักวัน… นี่เป็นเหตุผลว่าท าไมมัน
ถึงไม่ดีที่จะถูกสังเกต
นี่… จะเป็นยังไงถ้าการตัดสินท าให้ผมเสียหาย?
ในเวลานั้นเองก็มีเสียงสั่นดังขึ้นในอากาศ
[ข้าต้องถูกเรียกตัวไปที่ส านักงานเพราะเจ้าอีกกี่ครั้ง
กัน…]
บีฮยอง ผมเปิดการสื่อสารโดเกบิ
‘เป็นไงบ้าง?’