มู่หนานจือ - บทที่ 500 ไช่ซวง
แม่นมหลี่ทำได้เพียงเตือนหลี่เสว่อย่างไม่ได้พูดออกมาจากใจจริงว่า “คุณชายหลี่หลินอายุยังน้อย อีกไม่กี่ปีก็ดีแล้ว ผู้ชายมีใครไม่ผ่านมาแบบนี้บ้าง”
หลี่เสว่นึกถึงหลี่เชียน
อายุน้อยกว่าหลี่หลิน ทว่ากลับทำอะไรไม่รู้ว่าเหมาะสมกว่าหลี่หลินแค่ไหน
แม้แต่หลี่จี้ก็รู้สึกว่ารู้ความกว่าหลี่หลินเช่นกัน
นางแอบส่ายหน้า และลืมเรื่องนี้ไปจนหมดสิ้น
——————————————————-
หลี่ฉางชิงไปภูเขาอู่ไถหลังจากเทศกาลสรงน้ำพระ ขอยันต์ปลอดภัยให้เจียงเซี่ยนหลายชิ้น และให้อวิ๋นหลินนำกลับไปซีอาน
อวิ๋นหลินกลับไปพร้อมกับเว่ยสู่ หลังจากเจอเจียงเซี่ยน เขาก็รีบไปเมืองกานพร้อมกับเว่ยสู่
หลี่เชียนพบทั้งสองคนในห้องหนังสือเล็ก
เว่ยสู่ถอนหายใจและเอ่ยว่า “คิดไม่ถึงจริงๆ คุณชายหลี่เหลยปกติเงียบๆ เจอใครก็ยิ้มตลอด พอทำงานขึ้นมากลับละเอียดรอบคอบ เพียงแค่ไม่กี่วัน ไม่เพียงแต่เข้าใจสมุดบัญชีของร้านเหล ล็ก แม้แต่พวกความสูญเสียที่เล็กเพียงไม่กี่สตางค์ ก็คำนวณอย่างชัดเจน แถมยังสามารถยิ้มพลางคุยกับจินเฉิงและพวกช่างเหล็กได้ คุมร้านเหล็กอย่างละเอียดรอบคอบมาก” เขาเอ่ยอย่างนั บถือ “ใต้เท้า คิดอย่างไรถึงให้หลี่เหลยไปรับช่วงต่อจากข้า? ครั้งนี้หาถูกคนแล้วจริงๆ!”
เงาของเจียงเซี่ยนฉายวาบผ่านไปในความทรงจำของหลี่เชียน
เขาฉีกยิ้มแหยๆ โดยไม่รู้ตัวสักนิดครู่หนึ่ง และเอ่ยว่า “เรื่องนี้เจ้าอย่าสนใจเลย ในเมื่อมอบให้หลี่เหลยแล้ว หลี่เหลยก็ทำได้ไม่เลว ก็ให้เขารับผิดชอบงานที่นั่นแล้วกัน พวก กเจ้าย้ายองครักษ์สองสามคนไปให้เขาสั่งงานก็พอแล้ว ตอนนี้ร้านเหล็กที่นั่นเพิ่งจะสร้างขึ้นมา คงไม่มีคนสนใจ นานๆ ไป จะต้องดึงดูดความสนใจจากผู้คนอย่างแน่นอน พวกเจ้าต้องใส่ใจเรื่อ ององครักษ์ แล้วก็เตือนตระกูลจินเรื่องจินเฉิงหน่อยด้วย”
ทั้งสองคนพยักหน้าพร้อมกัน
เอ่ยถึงเรื่องแต่งงานของหลี่เหลย “เห็นว่ากำหนดวันแต่งงานไว้วันที่สิบเดือนแปด นายท่านหลี่คิดว่า แต่งงานแล้ว ก็สามารถทำงานให้ใต้เท้าได้อย่างสบายใจแล้ว”
หลี่เหลยสนิทกับบิดามาก บิดาของหลี่เหลยก็เป็นคนที่ค่อนข้างมีความรู้เช่นกัน หลี่เหลยไม่ได้ปิดบังเรื่องนี้กับบิดา บิดาของหลี่เหลยถึงกับให้หลี่เหลยบอกหลี่เชียน นว่า หากขาดนักบัญชี เขาสามารถไปช่วยได้ชั่วคราว
ทว่าพอคิดว่าตระกูลจินเข้าร่วมการค้าขายนี้ หลี่เชียนก็ปฏิเสธอย่างอ้อมค้อม แต่ก็ยังให้อวิ๋นหลินสืบเรื่องของบิดาของหลี่เหลยเล็กน้อย
“เรื่องที่หลี่เหลยแต่งงาน เจ้าได้บอกท่านหญิงหรือไม่?” หลี่เชียนเอ่ย
อวิ๋นหลินรีบเอ่ยว่า “บอกท่านหญิงแล้วขอรับ ตอนที่ข้ามา ท่านหญิงกำลังเตรียมของขวัญให้คุณชายหลี่เหลยกับแม่นมฉิงเค่อ สองวันนี้ก็น่าจะส่งไปเฝินหยางแล้ว”
หลี่เชียนจึงถามถึงบิดาของหลี่เหลย “คนๆ นี้เป็นอย่างไร?”
“ว่ากันว่าตอนหนุ่มๆ เคยอยู่ในร้านค้าใหญ่แถบเจียงหนาน ตอนหลังอยากกลับบ้าน จึงพาภรรยากับลูกชายกลับบ้านเกิดที่เฝินหยาง”
“เช่นนั้นได้!” หลี่เชียนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “หากขาดนักบัญชี ก็ให้เขาช่วย” แล้วเขาก็เรียกเซี่ยหยวนซีเข้ามาปรึกษาว่าจะให้อวิ๋นหลินนำกองกำลังไปบุกอวี๋หลินเมื่อไร “ขอยุทธปัจ จจัย เสบียง และหญ้าจากซย่าเจ๋อไม่ได้ หากปีนี้เป็นฤดูหนาวที่หนาวมากอย่างที่ท่านเจิ้งเอ่ย อย่างไรพวกเราก็มองแม่ทัพกับทหารของฐานที่มั่นเบื้องล่างกินไม่อิ่มใส่ไม่อุ่นแบบนี้ไ ไม่ได้กระมัง? แต่เรื่องนี้อย่าให้ไช่ซวงรู้”
แม้ไช่ซวงจะเป็นคนของจวนจิ้นอันโหว และเจียงเซี่ยนก็เคยแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ชอบไช่ซวง ทว่าเขาเพิ่งติดต่อกับไช่ซวง และประทับใจในตัวไช่ซวงมาก รู้สึกว่าแม้ไช่ซวงจะอายุยั งน้อย แต่กลับรู้กาลเทศะและพูดจาตลกขบขัน แล้วก็ทำงานเก่งมากเช่นกัน จะเตะไช่ซวงออกไปโดยไม่ได้แม้แต่รับตำแหน่งเพียงเพราะคำพูดของเจียงเซี่ยนไม่ได้ หากให้คนอื่นรู้ มีแต่จะบอ กว่าไช่ซวงอยู่ไม่เป็น ต่อไปยังมีใครยินดีทำงานร่วมกับไช่ซวง นี่เท่ากับทำลายอนาคตของคนคนหนึ่ง
ตระกูลหลี่ดิ้นรนออกมาจากบ่อโคลน พวกเขาจะดูถูกแต่คนที่ขี้เกียจและไม่แสวงหาความก้าวหน้า ไม่เคยดูถูกพวกคนที่รีบแสวงหาฐานะและผลประโยชน์เพื่ออนาคต ตรงกันข้าม พวกเขานับถือคนแบ บบนี้ด้วยซ้ำ ดังนั้นจึงจะไม่ไปทำลายอนาคตของคนอื่นง่ายๆ เช่นกัน นอกเสียจากว่าคนๆ นี้เป็นศัตรูคู่อาฆาตกับตระกูลหลี่
ไช่ซวงแสดงความจริงใจต่อหลี่เชียนออกมาอย่างเพียงพอ ไม่เพียงแต่ให้ความร่วมมือกับหลี่เชียนอย่างสุดกำลังในด้านงานราชการ เวลาส่วนตัวก็ชอบดื่มชาและคุยเล่นกับหลี่เชียนมาก จนเอาเรื่องบางเรื่องตอนที่ตนเองเด็กๆ มาแบ่งปันกับหลี่เชียน
ทว่าแม้จะเป็นเช่นนี้ เรื่องที่หลี่เชียนควรปิดบังไช่ซวงก็ยังคงปิดบังไช่ซวงเหมือนเดิม
เขาไม่ได้ไร้เดียงสาขนาดที่คิดว่าตนเองกับไช่ซวงจะสนิทสนมกันได้จริงๆ
ในมุมมองของหลี่เชียน ถึงเขากับไช่ซวงจะไม่มีบุญคุณและความแค้นส่วนตัว แต่เหมือนกับที่เจียงเซี่ยนเกลียดไช่ซวง ไช่ซวงเป็นคนของตระกูลไช่ ตอนที่ผลประโยชน์ของตระกูลไช่กับตระกูลห หลี่ขัดแย้งกับผลประโยชน์ของตระกูลเจียง เขากับไช่ซวงก็จะกลายเป็นคนของสองค่ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่ดี
แทนที่จะค่อยป้องกันและขัดขวางตอนนั้นก็สายไปแล้ว
สู้เกรงใจระหว่างกันและกันเหมือนตอนนี้ รักษาความเคารพและมิตรภาพภายนอกเอาไว้ดีกว่า
อวิ๋นหลินกับเว่ยสู่พยักหน้าและเอ่ยว่า “ขอรับ”
พวกเขาปรึกษารายละเอียดที่ ‘ผ่าน’ อวี๋หลินอยู่ในห้องหนังสือเล็กนานมาก จนคิดว่าไม่มีปัญหาใหญ่อะไรแล้ว ถึงเรียกเด็กรับใช้ตั้งอาหาร
แต่เด็กรับใช้กลับเข้ามาบอกหลี่เชียนว่า ไช่ซวงมาเยี่ยมเขา รู้ว่าเขายุ่งอยู่ในห้องหนังสือ จึงรออยู่ที่โถงบุปผาตลอด
ครอบครัวของหลี่เชียนไม่อยู่ที่เมืองกาน ไช่ซวงก็ไม่ได้แต่งงาน ทั้งสองคนต่างพักอยู่ในศาลาว่าการของกองบัญชาการกำลังสำรอง บางครั้งรับประทานอาหารเย็นแล้วก็จะเดินเล่นและคุยกัน ระหว่างทั้งสองคนก็ไม่ได้พิถีพิถันมากขนาดนั้นเช่นกัน ไช่ซวงอยากมาก็มา จึงค่อนข้างสนิทกับหลี่เชียน
“เช่นนั้นก็ให้เขาเข้ามาเถอะ!” ถึงอย่างไรก็คุยงานเสร็จแล้ว หลี่เชียนนั่งลงหน้าโต๊ะ พลางสั่งเด็กรับใช้
เด็กรับใช้วิ่งอย่างเร็วมาก ไม่นานก็พาไช่ซวงเข้ามา
“กินข้าวหรือยัง?” หลี่เชียนถามโดยไม่รอให้ไช่ซวงเอ่ย “จะกินที่นี่อีกหน่อยหรือไม่?”
ไช่ซวงชี้ข้างนอก และเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ท่านดูว่านี่มันกี่โมงแล้ว? ข้ากินอาหารเย็นตั้งนานแล้ว! เดิมทีจะมาเดินเล่นกับท่าน ได้ยินว่าพ่อบ้านอวิ๋นของเถียนสุ่ยจิ่งมา จึงรออยู ในโถงบุปผาครู่หนึ่ง เกิดอะไรขึ้นกับท่านหญิงหรือเปล่า? ท่านต้องรีบกลับไปหรือไม่? หากท่านต้องกลับไป ก็กลับไปได้เลย ทางนี้ข้ากับพวกผู้ช่วยรับอยู่ ไม่เป็นไรหรอก”
หลี่เชียนไม่ชอบให้คนอื่นถามถึงเรื่องของเจียงเซี่ยนกับเขา
เขารู้สึกว่าเจียงเซี่ยนเป็น ‘คนในบ้าน’ ของเขา นอกจากเขาแล้ว คนอื่นก็ไม่ควรถามตามใจชอบ
“ไม่มีอะไร” เขาเอ่ยอย่างรวบรัด “เพียงแค่ไม่เจอกันหลายวันแล้ว จึงให้อวิ๋นหลินมาเยี่ยม”
อวิ๋นหลินไม่อยากดึงดูดความสนใจจากผู้คน เพราะอีกไม่กี่วันต้องไปอวี๋หลิน จึงรีบทักทายไช่ซวงและถอยออกไป ให้เซี่ยหยวนซีคุยกับไช่ซวง
ไช่ซวงก็ขอลากับหลี่เชียน บอกว่าอยากไปซีอาน “อีกไม่นานก็ต้องฉลองเทศกาลบ๊ะจ่าง ข้าอยากซื้อของส่งไปให้ท่านแม่หน่อย วันเกิดของนางอยู่ช่วงเทศกาลบ๊ะจ่าง”
“นี่เป็นวันดี!” หลี่เชียนคุยกับเขา และอนุมัติการลาของเขา วันรุ่งขึ้นก็ให้คนส่งรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมหยกไปอวยพรวันเกิดมารดาของไช่ซวง
ไช่ซวงขอบคุณ และไปซีอาน
หลังจากเขาเข้าเมืองก็ไม่ได้ไปซื้อของขวัญให้มารดาทันที แต่นั่งลงที่โรงน้ำชาที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดแห่งหนึ่ง ฟังคนอื่นนินทาลับหลังนานมาก ถึงจะไปซื้อเครื่องประดับบนศีรษะให้มาร รดาที่ร้านขายเครื่องประดับเงินทอง และส่งคนส่งกลับเมืองหลวง แล้วเขาก็ไปโรงงิ้วที่คณะเหลียนจูแสดงงิ้ว
วันนั้นตู้ฮุ่ยจวินไม่ได้ไปแสดงในบ้าน จึงขึ้นเวทีแสดง ‘เฉินเซียงช่วยแม่’ ด้วยตนเอง
เพราะงิ้วเรื่องนี้เคยเข้าวังไปถวายให้ไทเฮา ดังนั้นในโรงงิ้วจึงหาที่นั่งยาก
ไช่ซวงจึงยืนอยู่ข้างโรงงิ้วที่ตู้ฮุ่ยจวินแสดงงิ้ว
———————————–