มู่หนานจือ - บทที่ 499 ชี้แนะ
เกาเมี่ยวหรงแต่งงานหรือไม่ ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับป้าเหอจริงๆ
แต่เทียบไม่ได้กับที่หลี่ฉางชิงไม่พอใจเกาเมี่ยวหรง!
จุดยืนของป้าเหอมั่นคงมาโดยตลอด
แม้ตระกูลเหอจะผูกสัมพันธ์กับตระกูลหลี่เพราะฮูหยินเหอ ทว่าฮูหยินเหอไม่ได้เรื่องได้ราวมาโดยตลอด อยากเข้าตาหลี่ฉางชิง ก็ต้องควบคุมฮูหยินเหอให้ได้ และต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขกับ บหลี่ฉางชิง
ในเมื่อหลี่ฉางชิงวางกับดักกลั่นแกล้งหลี่หลิน เช่นนั้นนางเป็นญาติที่เกี่ยวดองกับตระกูลหลี่ ก็ย่อมต้องช่วยหลี่ฉางชิง
ยิ่งกว่านั้นหลี่หลินก็ไม่ใช่หลานชายของตระกูลเหอของนาง ต่อให้เกิดอะไรขึ้น ก็ไม่เกี่ยวกับตระกูลเหอของพวกนางอยู่ดี
สายตาที่ป้าเหอมองเกาเมี่ยวหรง ในมุมมองของคนนอกเต็มไปด้วยความเอ็นดู แต่ในสายตาของเกาเมี่ยวหรงกลับจอมปลอมและเสแสร้ง ทว่านางยังไม่ได้แต่งไปตระกูลหลี่ จึงไม่เหมาะที่จะมีควา ามขัดแย้งหรือความบาดหมางกับทุกคนในตระกูลหลี่ ต่อให้นางรู้สึกไม่สบายใจแค่ไหน ก็ทำได้เพียงอดทนไว้
แต่ป้าเหอดันเร่งฮูหยินเหอเหมือนไม่รู้ “เจ้าต้องกำหนดรีบเรื่องนี้ถึงจะถูก แล้วก็ตงจื้อ ถงเหนียงของพวกเราจะออกเรือนแล้ว อย่างไรนางก็ต้องกลับมาส่งกระมัง! ท่านหญิงเป็นคนละเอ อียดรอบคอบ เจ้ามอบตงจื้อให้นาง นางจะต้องดูแลตงจื้ออย่างดีอย่างแน่นอน ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น ด้านการเรียนคงจะชักช้าไม่ได้แม้แต่วันเดียว เจ้าไม่จัดการตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วก การเรียนของตงจื้อจะทำอย่างไร?”
นางไม่ได้ถามว่าเจียงเซี่ยนจะกลับมาหรือไม่
เพราะหลี่หลินหมั้น หลี่เชียนกับเจียงเซี่ยนต่างก็ไม่กลับมา
หลี่เชียนรับราชการ ไม่สามารถออกไปได้ตามใจชอบ ทุกคนล้วนเข้าใจได้ แต่เจียงเซี่ยนไม่กลับมาด้วย หลี่ฉางชิงได้ยินว่านางไม่สบาย ไม่เพียงแต่ไม่พูดจารุนแรง ยังจะไปขอยันต์ปลอดภัยให ห้เจียงเซี่ยนที่ภูเขาอู่ไถ จะเห็นได้ว่าในใจของหลี่ฉางชิง เรื่องใดก็ไม่สำคัญเท่าร่างกายของเจียงเซี่ยน
นางไม่ใช่ฮูหยินเหอที่เจออะไรก็ไม่ใช้สมองคิด เรื่องเล็กน้อยดีๆ ตกอยู่ในกำมือนางก็เป็นไปได้มากว่าจะทำให้หลี่ฉางชิงไม่พอใจ
ฮูหยินเหอเป็นคนไม่ใช้ความคิด จึงไม่รู้สึกว่าคำพูดของป้าเหอไม่ดีตรงไหน นางเอ่ยอย่างจริงจังว่า “ข้ากลับไปจะปรึกษากับท่านพี่ ให้พวกนางออกเรือนไล่เลี่ยกันเหมือนวันนี้จะดีที่ สุด คนอื่นพูดขึ้นมา ก็เป็นเรื่องดีเช่นกัน!”
เรื่องดีกับผีน่ะสิ!
เกาเมี่ยวหรงเกือบจะทนไม่ไหวจนด่าออกมา
เวลานี้นางถึงจะเข้าใจความร้ายกาจของป้าเหอ!
เหอถงเหนียงกับนางหมั้นไล่เลี่ยกัน หากออกเรือนหลังจากเหอถงเหนียงนานมาก บวกกับก่อนหน้านี้หลี่ฉางชิงก็เคยคัดค้านการแต่งงานนี้ ในมุมมองของคนอื่นจะคิดว่าตระกูลหลี่ไม่ให้ควา ามสำคัญกับการแต่งงานนี้ และไม่ให้ความสำคัญกับเจ้าสาวอย่างนาง ทว่าหากนางแต่งงานพร้อมกับเหอถงเหนียง ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่คนในเมืองไท่หยวนจะเปรียบเทียบนางกับเหอถงเหนียง ไม่ว่ าจะเป็นงานเลี้ยงที่จัดตอนแต่งงานหรือขบวนรับตัวเจ้าสาว ต่างก็จะถูกคนหยิบยกขึ้นมาทีละเรื่อง หลี่หลินเป็นหลานชายคนโตของสายลูกชายคนโตของตระกูลหลี่ หลี่ฉางชิงเป็นคนรักหน น้าตา แต่จินเฉิงกลับเป็นลูกชายที่เกิดจากอนุภรรยา และแม่แท้ๆ เสียชีวิต จินไห่เทาผู้เป็นบิดาไม่เคยเห็นลูกชายคนนี้อยู่ในสายตา ยังเป็นเพราะลูกชายคนนี้กลายเป็นญาติที่เกี่ยวดอ องกับตระกูลหลี่ และตระกูลหลี่แต่งท่านหญิงเข้ามา จินเฉิงถึงปรากฏตัวต่อหน้าจินไห่เทา คุยเรื่องแต่งงานของทั้งสองคน นางต้องมีหน้ามีตากว่าเหอถงเหนียงอย่างแน่นอน
แต่มีเรื่องหนึ่ง
เหอถงเหนียงต้องมีสินเดิมมากกว่านางอย่างแน่นอน
ทั้งสองคนเปรียบเทียบกัน คนอื่นมีแต่จะพูดว่านางมาจากตระกูลที่ยากจนและฐานะต่ำต้อย จึงไม่ถูกคนให้ความสำคัญ
เวลานี้เกาเมี่ยวหรงเกลียดป้าเหอแทบตายแล้ว
ป้าเหอลากนางมารับเคราะห์แทน เพื่อให้คนอื่นสนใจลูกสาวของตนเอง บนโลกนี้มีเรื่องดีขนาดนี้ที่ไหนกัน?
คิดว่าคนอื่นต่างเป็นคนโง่หรือ?
ในพิธีมอบของหมั้นชุดเล็กต่อมา ถึงเกาเมี่ยวหรงจะบังคับตนเอง ก็ไม่สามารถยิ้มออกมาได้
นางอดทนจนสมาชิกในครอบครัวที่เป็นผู้หญิงของตระกูลหลี่กลับจวนอย่างยากลำบาก และไปหาเกาฝูอวี้อาของตนเองทันที
เกาฝูอวี้กำลังสั่งสอนเกาเมี่ยวหวา “…ต่อไปเจ้าดีกับหลี่หลินหน่อย จะว่าไป…พวกเจ้าก็ถือได้ว่าเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กเช่นกัน ถึงหลี่เชียนจะยอดเยี่ยม แต่ข้าจำได้ว่าเมื อก่อนเจ้าเคยบอกว่า เขาค่อนข้างหยิ่งยโสโอหัง ทว่าหลี่หลินกลับปฏิบัติกับเจ้าอย่างอ่อนโยนและเป็นมิตรมากกว่า ในเมื่อตอนนี้กลายเป็นน้องเขยของเจ้า ก็เป็นคนในครอบครัวแล้ว คนในค ครอบครัวก็ควรวางตัวเหมือนคนในครอบครัว”
เขาเห็นเกาเมี่ยวหรงเดินเข้ามา จึงหยุดพูด และถามถึงจุดประสงค์ที่เกาเมี่ยวหรงมา
เกาเมี่ยวหรงได้ยินคำพูดของเกาฝูอวี้แค่ตอนท้าย แต่นางไม่ต้องตั้งใจคิดก็รู้เช่นกันว่าพี่ชายของตนเองทำอะไรบ้าง
ตั้งแต่พี่ชายของนางเริ่มเรียนหนังสือ ก็แสดงตัวเป็นบัณฑิต และหลังจากเล่นกับหลี่หนิงลูกชายของหลี่ขุย ก็ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับหลี่หลิน
นางคิดถึงเรื่องพวกนี้ก็ปวดศีรษะไปพักหนึ่ง
รู้สึกว่าหลังจากคุณหนูใหญ่ตระกูลลู่ตามบิดามารดาไปอำเภอฉางอัน นางก็เหมือนไม่ราบรื่นทุกเรื่อง…
ตอนนี้เกาเมี่ยวหรงไม่มีเวลาว่างคุยเรื่องพวกนี้กับพี่ชาย จึงยิ้มและเอ่ยกับเกาฝูอวี้ว่า “ท่านก็รู้เช่นกันว่า ตระกูลหลี่มีทรัพย์สินในครอบครัวที่เก็บสะสมมานานน้อยนิด หลี่หล ลินไม่เหมือนกับหลี่เชียน เขาเติบโตที่บ้านเกิดกับแม่แท้ๆ ของเขาตั้งแต่เด็กจนห้าหกขวบถึงจะถูกส่งมาที่จวนสกุลหลี่ ข้าอยากขอให้ต่อไปท่านอามีเวลาว่างก็ชี้แนะเขามากหน่อย จ จะลงจากม้าและบ้าคลั่งกับอักษรหวัดไม่ได้ อย่างน้อยก็ต้องอ่านสำเนาเอกสารราชการเข้าใจเช่นกันกระมัง!”
เกาฝูอวี้เห็นด้วยมาก จึงยิ้มและพยักหน้าพลางเอ่ยว่า “เจ้าคิดไปในทางเดียวกันกับข้าเลย อีกสองวันข้าจะเชิญเขามาที่บ้าน และปรึกษาเรื่องนี้กับเขา”
เกาเมี่ยวหรงยิ้มและขอบคุณเกาฝูอวี้ แล้วถึงบอกสิ่งที่ตนเองต้องการ “ทุกอาชีพล้วนต่ำต้อย มีแต่การเรียนหนังสือและเข้ามาเป็นขุนนางในราชสำนักเท่านั้นที่เป็นทางที่ถูกต้อง เรื่องเ เรียนหนังสือนั้น…หลี่หลินหวังไม่ได้แล้ว ท่านอามอบพวกหนังสือกับภาพเขียนที่เก็บสะสมไว้ให้ข้านำไปตระกูลหลี่ได้หรือไม่…”
ให้ลูกของนางได้เริ่มเรียนหนังสือเร็วหน่อย และเกิดบัณฑิต
เกาฝูอวี้ไม่ใช่คนขี้เหนียว พอได้ยินก็ชื่นชมมาก ชมว่าเกาเมี่ยวหรงมีไหวพริบ และไม่เพียงแต่ตกลงมอบหนังสือให้นางสามร้อยเล่ม ยังมอบพวกภาพเขียนที่ตนเองเก็บสะสมไว้ให้เป็นสินเดิม มแก่เกาเมี่ยวหรงด้วย
เกาเมี่ยวหรงถึงโล่งอก
แบบนี้ ยังมีใครกล้าบอกว่านางสู้เหอถงเหนียงไม่ได้
เกาเมี่ยวหรงกลับถึงเรือน และตรวจนับสินเดิมของตนเองอย่างละเอียดอีกรอบ
หลี่ฉางชิงส่งแม่สื่อมาหาถึงเรือน อยากกำหนดวันแต่งงานไว้วันที่แปดเดือนแปด
เพราะตระกูลจินกำหนดวันแต่งงานกับตระกูลเหอไว้วันที่สองเดือนแปดแล้ว
ทำให้ป้าเหอบรรลุเป้าหมายแล้วจริงๆ
เกาเมี่ยวหรงโกรธจนสีปากซีด
แต่หลี่หลินกลับดีใจออกนอกหน้า ทุกวันนอกจากติดตามหลี่ฉางชิงไปทำงานที่ศาลาว่าการกองบัญชาการแล้ว ก็เดินเล่นทั่วเมืองไท่หยวน ไม่ซื้อโต๊ะก็ซื้อเก้าอี้เอนหลังส่งไปบ้านตรงถนนตะว วันตก ความสุขในการแต่งงานของเขาเกินกว่าจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้
หลี่เสว่รู้แล้วส่ายหน้าตลอด และแอบเอ่ยกับแม่นมหลี่ว่า “ตอนนี้ข้าเป็นห่วงหลี่หลินมาก เขาไม่รู้จักปิดบังความรู้สึกของตนเองแม้แต่นิดเดียว ท่านอาแยกเขาออกไป เขาก็เตรียมต ตัวย้ายไปถนนตะวันตกทันที ต่อให้เลี้ยงสุนัขตัวหนึ่งเวลานี้ก็ต้องร้องหาเจ้าของเล็กน้อยเช่นกัน ท่านอาเลี้ยงเขามาตั้งแต่เด็กจนโต ทว่าเขากลับไม่หลั่งน้ำตาแม้แต่หยดเดียว หากถ ถูกคนอื่นเห็นเข้า จะวิพากษ์วิจารณ์เขาอย่างไร? เขาดูดีใจมาก คนที่ไม่รู้ยังอาจจะเข้าใจผิดว่าท่านอาปฏิบัติกับเขาอย่างขาดตกบกพร่อง!”
แม่นมหลี่เอ่ยอย่างลังเลว่า “ไม่อย่างนั้น…ขอให้ใต้เท้าคุยกับคุณชายหลี่หลิน?”
หลี่เสว่ส่ายหน้า และเอ่ยว่า “หากเขาเชื่อฟังจงเฉวียน ก็คงจะไม่แต่งงานกับเกาเมี่ยวหรงแล้ว หญิงงามเป็นต้นเหตุของหายนะจริงๆ ยังไม่ได้แต่งเข้ามา ก็ทำให้พวกเขาพี่น้องไม่ถูกกันแ แล้ว…”
นางพึมพำเสียงเบา แต่ในใจกลับไม่สงบเหมือนไฟ้ไหม้
หลี่เสว่มีความรู้สึกว่า หลี่หลินเหมือนอยู่ห่างจากนางและบ้านหลังนี้มากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว!