มู่หนานจือ - บทที่ 525 อยู่เป็นเพื่อน
คนสกุลเถียนเฉินก็ไม่โกรธเช่นกัน แล้วยิ้มพลางรำไทเก๊กอีกชุดหนึ่งตามความต้องการของพวกเจียงเซี่ยน
พวกเจียงเซี่ยนกับไป๋ซู่พากันให้รางวัล
คนสกุลเถียนเฉินขอบคุณด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
ไทฮองไทเฮากับไทฮองไท่เฟยดูแล้วมีความสุข จึงมอบป้ายคำสั่งให้เป็นรางวัลตรงนั้น ให้นางสามารถเข้าวังได้ทันทีหลังจากถูกเรียกเข้าเฝ้า และให้คนสกุลเถียนเฉินกลับไปเตรียมตัว อีกสองสามวันจะรับนางเข้าวังมาสอนมวยไทเก๊กให้พวกเจียงเซี่ยนกับไป๋ซู่
แน่นอนว่าคนสกุลเถียนเฉินขานรับอย่างนอบน้อม หลังจากนั้นก็แสดงท่าอีกสองสามท่าให้เจียงเซี่ยนกับไป๋ซู่เรียนตามไปด้วย เจียงเซี่ยนลองดูแล้ว ง่ายและเข้าใจง่าย เพียงแต่ยืนนานแล้วทนไม่ค่อยไหว ทว่าทุกอย่างล้วนค่อยๆ ก้าวหน้าตามลำดับ จะรีบไม่ได้ นางจึงลากไทฮองไทเฮาลงจากเตียงอุ่นมาเรียนกับคนสกุลเถียนเฉินด้วยกันกับนาง
ไทฮองไทเฮาสูงศักดิ์มาตลอดชีวิต ยืดแขนยืดขาต่อหน้าทุกคนเช่นนี้ ยังเป็นเรื่องเมื่อสี่สิบปีก่อน จึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเล็กน้อย จึงเอ่ยไม่หยุดว่า “ข้าไม่ไหว ข้าไม่ไหว! ข้าดูพวกเจ้าเรียนก็ได้แล้ว!”
“ตรัสว่าเรียนด้วยกันไม่ใช่หรือ?” เจียงเซี่ยนไม่เห็นด้วย และยืนกรานที่จะรับไทฮองไทเฮาลงจากเตียงอุ่น “ขงจื่อยังบอกว่าการศึกษาไม่แบ่งชนชั้น เสด็จยายก็ควรเรียนด้วยเช่นกัน”
“วุ่นวายไปหมด” ไทฮองไทเฮาอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ “ขงจื่อพูดแบบนี้หรือ? เจ้าพูดจาเหลวไหลอีกแล้ว”
“โธ่!” เจียงเซี่ยนเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจว่า “ถึงอย่างไรก็หมายความเช่นนั้นแล้วกัน เสด็จยายมักจะนั่งอยู่บนเตียงอุ่น อย่างมากที่สุดก็เพียงแค่ไปเดินเล่นในลานกว้าง เสด็จยายดูสิว่านายหญิงเถียนอ่อนวัยแค่ไหน! พวกเราก็ต้องเรียนรู้หน่อยเช่นกัน เสด็จยายดูสิ ง่ายขนาดนี้ เสด็จยายทำได้ดีอย่างแน่นอน” นางเอ่ยพลางแสดงท่ายืนขาเดียวที่เพิ่งเรียนเป็น
ไทฮองไทเฮาเปลี่ยนใจนางไม่ได้ จึงยกขาข้างหนึ่งขึ้นโดยมีเมิ่งฟางหลิงคอยประคอง
“ง่ายใช่หรือไม่!” เจียงเซี่ยนถามไทฮองไทเฮาด้วยรอยยิ้ม ทว่าเมิ่งฟางหลิงกลับไม่กล้าปล่อยมือแม้แต่ครู่เดียว
แค่นี้ ไทฮองไทเฮายังรู้สึกว่ากินแรงเล็กน้อย จึงเอ่ยว่า “พอไหว!”
“หากเหงื่อออกก็ดีขึ้นแล้ว” ชาติก่อนนางก็ศึกษาเรื่องบำรุงร่างกายมาระยะหนึ่งเช่นกัน
ไทฮองไทเฮาพยักหน้า เวลาเพียงแต่ครึ่งถ้วยชา ถึงจะมีเมิ่งฟางหลิงประคองอยู่ ก็ยืนไม่ค่อยไหวแล้วเช่นกัน
ถึงอย่างไรก็ไม่ได้เคลื่อนไหวนานแล้ว เจียงเซี่ยนไม่กล้าบังคับไทฮองไทเฮา จึงรีบพยุงไทฮองไทเฮานั่งลงข้างเตียงอุ่น แล้วบิดผ้าร้อนยื่นให้ไทฮองไทเฮาเช็ดเหงื่อด้วยตนเอง
ไทฮองไทเฮารับผ้าเช็ดหน้าไปก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่ยอมแก่ไม่ได้จริงๆ นึกถึงตอนนั้นข้ายังเตะลูกขนไก่ทีเดียวสองร้อยกว่าลูกได้อยู่เลย!”
นั่นน่าจะเป็นช่วงที่ไทฮองไทเฮาอายุเท่าท่านหญิงเจียหนาน
เมิ่งฟางหลิงคิดแล้วก็เม้มปากยิ้มตลอด
ไทฮองไทเฮาก็เอ่ยกับเจียงเซี่ยนและไป๋ซู่ว่า “เด็กสาวอย่างพวกเจ้าความจำดี พวกเจ้าเรียน เรียนเป็นแล้วสอนข้ากับไทฮองไท่เฟย”
ทั้งสองคนขานรับพร้อมกัน
เจียงเซี่ยนยุให้ไทฮองไทเฮาเรียกคนสกุลเถียนเฉินเข้ามาดูในวัง ก็เพราะอยากให้ไทฮองเฮาเรียนมวยไทเก๊ก เวลานี้ไทฮองไทเฮาอ่อนเพลียมาก และไม่อยากเรียนแล้ว นางก็ย่อมไม่มีอารมณ์แล้วเช่นกัน
“เช่นนั้นพวกเราค่อยเรียนครั้งหน้า” นางเอ่ย “เสื้อผ้าของพวกเราก็ไม่สะดวกเหมือนกัน ยังต้องให้คนของกองพระภูษาช่วยทำเสื้อผ้าเหมือนนายหญิงเถียนสักสองสามชุดถึงจะใช้ได้”
เอ่ยถึงการทำเสื้อผ้าและเครื่องประดับมีผู้หญิงน้อยมากที่จะไม่มีความสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ว่างไม่มีอะไรทำอยู่ในวังตลอดอย่างไทฮองไท่เฟย
“ได้สิ! ได้สิ!” นางเอ่ยอย่างคึกคัก “ข้าจะให้คนไปพาคนของกองพระภูษามาเดี๋ยวนี้”
ไทฮองไทเฮาก็ถูกบรรยากาศแห่งความสุขนี้กระตุ้นเช่นกัน จึงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เช่นนั้นก็ให้พวกเขามาเร็วหน่อย ทำตามชุดของนายหญิงเถียน” แล้วก็คิดว่านายหญิงเถียนร่างกายแข็งแรงแบบนี้ ก็ควรให้พวกเมิ่งฟางหลิงเรียนด้วยเช่นกัน จึงเอ่ยอีกว่า “พวกนางที่เรียนด้วยก็ทำคนละสองสามชุดเช่นกัน ออกเงินจากในห้องเก็บของของข้า”
มีแต่ช่วงปีใหม่ที่จะคึกคักแบบนี้
ทุกคนต่างพากันขอบคุณไทฮองไทเฮาเหมือนอาหารในหม้อกระเด็นออกมารอบทิศนอกหม้อ ทำให้ไทฮองไทเฮายิ้มตลอด
หลิวเสี่ยวหม่านเห็นก็มาร่วมสนุกด้วย โดยทำหน้าอมทุกข์และเอ่ยว่า “ไทฮองไทเฮาก็ลำเอียงเกินไปหน่อยแล้วเช่นกัน กระหม่อมรอให้ไทฮองไทเฮาตรัสว่าให้กระหม่อมเรียนด้วยอยู่ตลอด ใครจะรู้ว่าไทฮองไทเฮาไม่เพียงแต่ไม่ตรัส แม้แต่ทำเสื้อผ้าก็ไม่มีส่วนของพวกเราเช่นกัน…”
ไทฮองไทเฮาหัวเราะ ด้วยรู้ว่าเขากำลังหยอกให้นางอารมณ์ดี จึงวางท่าลดตัวลงมาเอ่ยเหมือนให้ความกรุณาแก่คนอื่นว่า “เช่นนั้นก็ทำให้เจ้าสองชุดด้วยแล้วกัน”
หลิวเสี่ยวหม่านรีบคุกเข่าลง และขอบพระคุณไทฮองไทเฮาเหมือนเกาลี่ซื่อในงิ้ว ทำให้ทุกคนหัวเราะอีกพักหนึ่ง
หลิวตงเยว่นับถือมาก จนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยกับหลิวเสี่ยวหม่านเป็นการส่วนตัวว่า “ข้าทำอย่างไรก็ยากที่จะทำให้ท่านหญิงหัวเราะได้ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าต่อไปท่านหญิงจะรังเกียจข้าหรือไม่!”
“เจ้าโง่!” หลิวเสี่ยวหม่านด่า “ท่านหญิงกับไทฮองไทเฮาเหมือนกันหรือ? ไทฮองไทเฮาตัวคนเดียว ท่านหญิงกับใต้เท้าหลี่ข้าวใหม่ปลามัน การทำให้คนหัวเราะและใช้คำพูดหลอกคนย่อมเป็นงานของใต้เท้าหลี่ เจ้าจะเข้าไปก้าวก่ายทำไม ทำให้คนหัวเราะไม่ออกต่างหากที่สำคัญ”
“อ้อ!” หลิวตงเยว่ขานรับอย่างเขินอาย
หลิวเสี่ยวหม่านก็ส่งเขาไปแจ้งข่าวที่จวนเจิ้นกั๋วกง “คนสกุลเถียนเฉินผู้นี้ต้องให้ท่านกั๋วกงตรวจสอบสักหน่อยจะดีกว่า รู้คนรู้หน้าไม่รู้ใจ ต่อไปนางต้องเข้าวังติดตามรับใช้ข้างกายไทฮองไทเฮากับท่านหญิง จะสะเพร่าไม่ได้”
หลิวตงเยว่ขานรับ แล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าออกจากวัง
คิดไม่ถึงว่าเพิ่งเดินถึงโรงน้ำชาแถวๆ จวนเจิ้นกั๋วกง ก็เจอไช่ซวงตรงหน้า
ทั้งสองคนจึงต้องทักทายกันอย่างเลี่ยงไม่ได้
ไช่ซวงกับเจียงเซี่ยนเดินทางด้วยกัน ถึงแม้หลังจากนั้นเจียงเซี่ยนจะไม่เคยเจอเขาอีกเลย แต่เขากลับคอยสังเกตความเคลื่อนไหวของทางเจียงเซี่ยนตลอด เขาเห็นหลิวตงเยว่หน้าตาหล่อเหลา แถมหน้าตายังฉายแววเฉลียวฉลาดอย่างที่ปิดบังไม่ได้อย่างสิ้นเชิง และยังเข้าออกห้องนอนของเจียงเซี่ยนครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่หลีกเลี่ยงการเป็นที่น่าสงสัย ก็สงสัยเล็กน้อยว่าเขาเป็นขันที ทว่าพวกขันทีทั้งหมดล้วนพยายามหาช่องทางประจบผู้มีอำนาจเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ให้ตนเองอย่างสุดกำลังและปีนเข้าไปในวัง หากไม่ใช่ว่าทำผิดและอยู่ต่อไปไม่ได้ คนที่ขอออกจากวังเองแทบไม่มี…ขันทีอยู่นอกวังไม่ง่าย พวกเขามากมายยอมตายในวังดีกว่าออกจากวัง
เจียงเซี่ยนไม่มีสิทธิใช้ขันที และหลิวตงเยว่ก็ไม่เหมือนถูกบังคับให้อยู่ข้างกายเจียงเซี่ยน เขาจึงสงสัยการตัดสินของตนเองเล็กน้อย
ไช่ซวงอดไม่ได้ที่จะอยากรู้เรื่องหลิวตงเยว่เล็กน้อย เมื่อเจอหลิวตงเยว่ จึงอดไม่ได้ที่จะถาม “นี่เจ้าจะออกไปหรือจะกลับจวนเจิ้นกั๋วกงล่ะ? วันนี้ข้าทำธุระที่นี่ ปรากฏว่าไม่เจอคน หากเจ้าไม่รีบกลับจวน ก็กินข้าวด้วยกันเถอะ! เจ้าดูแลข้าอย่างดีตลอดทาง ข้ายังไม่ได้ขอบคุณเจ้าเลย!”
หลิวตงเยว่เรียนรู้การปรนนิบัติคน นานๆ ไป ความเคยชินในการปรนนิบัติคนนี้ก็มาอยู่ในท่าทีในการทำงานแล้ว ระหว่างทางที่มาเมืองหลวง พวกอวิ๋นหลินเกรงใจและสุภาพทว่ากลับห่างเหินกับไช่ซวง มีแต่หลิวตงเยว่ที่สนใจ ท่าทางเหมาะสม กระตือรืนร้น และไม่เกินไป ทำให้ไช่ซวงรู้สึกชอบ รู้สึกว่าเป็นแบบนี้ต่อไป ไม่ช้าก็เร็วหลิวตงเยว่จะกลายเป็นหัวหน้าพ่อบ้านในจวนของหลี่เชียน ต่อให้ไม่ได้เป็นหัวหน้าพ่อบ้าน อย่างน้อยก็จะเป็นคนสนิทของเจียงเซี่ยนเช่นกัน คบหากับหลิวตงเยว่ ก็เท่ากับติดต่อกับจวนของหลี่เชียนแล้ว
“ไม่ล่ะ!” หลิวตงเยว่ปฏิเสธอย่างอ้อมค้อม “ข้าได้รับคำสั่งให้ไปแจ้งท่านกั๋วกงที่จวนเจิ้นกั๋วกงว่าปลอดภัยดี นี่ยังเดินไม่ถึงจวนเจิ้นกั๋วกงเลย!”
“แจ้งข่าวให้จวนเจิ้นกั๋วกง?” ไช่ซวงประหลาดใจ จึงเอ่ยว่า “ท่านหญิงเจียหนาน...ไปไหนหรือ?”
ถึงแม้เรื่องที่เจียงเซี่ยนเข้าวังจะไม่ได้ทำตัวเอิกเกริก แต่ก็ไม่ได้ปิดบังเช่นกัน บางตระกูลในเมืองหลวงรู้ตั้งนานแล้ว เจียงเซี่ยนก็ไม่ได้คิดจะปิดบังเช่นกัน หลิวตงเยว่จึงเอ่ยว่า “ท่านหญิงเข้าวังแล้ว ข้าได้รับคำสั่งจากท่านหญิงให้มาแจ้งจวนเจิ้นกั๋วกงว่าปลอดภัยดี!”
————————————-