ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1059 สถานการณ์ไม่สงบ (2)
ตอนที่ 1059 สถานการณ์ไม่สงบ (2)
…………….
หยานซื่อฉุยไม่ใช่คนโง่และถึงแม้ว่าบุคลิกของเธอจะไม่ได้เงียบขรึมอย่างชาฮัวเอียนก็ตามแต่ก็ไม่สามารถมองข้ามความสามารถของเธอได้เลย หลังจากอยู่ในสำนักม่อจื๊อมาหลายปีภายใต้การฝึกสอนโดยตู้ฟู่เหว่ยนั้นต้องยอมรับเลยว่าหยานซื่อฉุยมีความสามารถอย่างแน่นอน
หยานซื่อฉุยยังชัดเจนมากว่าเมื่ออาจารย์ของเธอตายก็จะไม่มีใครที่สามารถกดดันและหยุดยั้งชาฮัวเอียนได้อีกและเขาจะต่อสู้กับเธอเพื่อแย่งชิงตำแหน่งเจ้าสำนักม่อจื๊ออย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตู้ฟู่เหว่ยบอกกับเธอก่อนที่เขาจะตายว่าเมื่อเช้านี้ชาฮัวเอียนวางยาพิษในถ้วยชาโสมที่เขาดื่ม ซึ่งนี่ก็พอจะอธิบายทุกอย่างได้แล้วว่าสิ่งที่เธอจะต้องเผชิญต่อไปจะเป็นวิกฤตที่หนักหนาสาหัสอย่างมาก
ถ้าหยานซื่อฉุยต้องการเอาชนะชาฮัวเอียนล่ะก็สิ่งที่สำคัญที่สุดคือได้รับการสนับสนุนจากสาวกของสำนักม่อจื๊อให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้าหากชาฮัวเอียนนึกถึงอู๋ชิงแล้วหยานซื่อฉุยจะไม่นึกถึงเขาได้อย่างไร? ดังนั้นหลังจากวางร่างอันไร้วิญญาณของตู้ฟู่เหว่ยแล้วหยานซื่อฉุยก็รีบไปที่บ้านพักของอู๋ชิงทันที
ตู้ฟู่เหว่ยผู้น่าสงสารที่เคยยิ่งใหญ่มาตลอดชีวิตไม่คิดว่าเขาจะได้รับการปฏิบัติเช่นนี้หลังจากการตายของเขา แต่ใครจะโทษเรื่องนี้ได้เพราะความจริงนั้นโหดร้ายมากเพราะไม่ว่าเขาจะเก่งหรือยิ่งใหญ่สักแค่ไหนตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่แต่เมื่อคุณตายชะตากรรมของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างมาก แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็คือในเวลานี้เหล่าลูกศิษย์และสาวกของเขาไม่ตระหนักถึงการตายของเขาและคิดหาวิธีที่จะฝังตัวเองอย่างสมเกียรติแต่กำลังคิดที่จะต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงอำนาจ แน่นอนว่าเขารู้ว่าชาฮัวเอียนคิดที่จะทำแบบนี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วแต่ไม่ได้คาดว่าหยานซื่อฉุยจะเป็นแบบนี้ด้วยแต่น่าเสียดายที่เขาตายไปแล้วและไม่มีทางรู้ได้เลย
ชาฮัวเอียนเพิ่งจะกลับไปเมื่อไม่นานมานี้และในไม่ช้าหยานซื่อฉุยก็มาหาเขาอีกครั้งดังนั้นอู๋ชิงจึงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว ซึ่งก่อนหน้านี้เขารับปากกับชาฮัวเอียนเอาไว้ว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการต่อสู้ของพวกเขา ดังนั้นอู๋ชิงจึงโบกมือขึ้นและพูดกับแม่บ้านว่า “ออกไปบอกกับหยานซื่อฉุยทีว่าฉันป่วยอยู่เพราะงั้นฉันจึงไม่สะดวกที่จะพบแขก”
แม่บ้านเข้าใจความหมายของอู๋ชิงเป็นอย่างดีและหลังจากที่เธอพยักหน้าตอบเธอก็เดินออกไป ในตำแหน่งดังกล่าวอู๋ชิงไม่มีทางเลือกอื่นเพราะเขามีอิทธิพลอย่างมากในสำนักม่อจื๊อดังนั้นเขาจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ทั้งสองจะมาหาเขาเป็นคนแรก แต่ตอนนี้เขาแค่ต้องการใช้ชีวิตอย่างเงียบๆและไม่ต้องการมีส่วนร่วมในการต่อสู้ใดๆทั้งสิ้นและความทะเยอทะยานของเขาก็ไม่มีอีกต่อไปแล้ว
“ป่วยงั้นเหรอเกิดอะไรขึ้น?..ทำไมคุณถึงไม่บอกฉันว่าผู้อาวุโสอู๋ป่วยล่ะ..ถอยออกไปหน่อยฉันจะเข้าไปเยี่ยมท่าน” หยานซื่อฉุยพยายามเดินเข้ามาแล้วตะโกน
“ผู้อาวุโสอู๋..เธอ..เธอ..” แม่บ้านพูดอย่างลังเล
เมื่อได้ยินแบบนั้นอู๋ชิงก็โบกมืออย่างช่วยไม่ได้แล้วพูดว่า “เอาเถอะ..นี่มันไม่ใช่เรื่องของคุณเพราะงั้นคุณช่วยออกไปก่อน” ณ จุดนี้อู๋ชิงรู้ว่าถึงแม้ว่าเขาต้องการแสร้งทำต่อไปแต่มันก็เป็นไปไม่ได้เลยเพราะเนื่องจากหยานซื่อฉุยไม่ยอมดังนั้นเขาจึงต้องเผชิญหน้าอย่างกล้าหาญ
“ฉันได้ยินมาว่าผู้อาวุโสอู๋ป่วย..แล้วคุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า?” ท่าทางของหยานซื่อฉุยเห็นได้ชัดว่าไม่พอใจเล็กน้อยแต่เธอก็ไม่กล้าพูดมากเกินไปเพราะจุดประสงค์หลักของการมาเยือนของเธอในวันนี้คือการโน้มน้าวให้อู๋ชิงสนับสนุนเธอ ดังนั้นถ้าหากเธอพูดอะไรมากเกินไปมันก็มีแต่จะพลักไสให้อู๋ชิงไปอยู่กับชาฮัวเอียนมากเท่านั้น
“ไม่มีอะไรที่ร้ายแรงหรอก..ฉันก็แค่ปวดหัวนิดหน่อยเพราะเป็นไข้หวัด” อู๋ชิงพูดและหลังจากหยุดไปชั่วขณะเขาก็พูดต่อ “ซือฉุย..ที่มาหาฉันเนี่ยเธอมีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่า..ถ้ามีอะไรก็พูดออกมาตรงๆได้เลย”
“ผู้อาวุโสอู๋คุณน่าจะรู้เกี่ยวกับการต่อสู้ระหว่างอาจารย์ตู้กับเย่เชียนใช่มั้ย?” หยานซื่อฉุยถาม
“ฉันก็ได้ยินมา..แต่ฉันไม่รู้รายละเอียดเฉพาะเจาะจงอะไรเลย..เธอก็รู้หนิว่าหลานปีที่ผ่านมาฉันเลิกยุ่งเกี่ยวกับสิ่งต่างๆของสำนักม่อจื๊อไปแล้วและฉันก็แค่อยากจะมีความสุขกับวัยชราและชีวิตที่เหลือของฉัน” อู๋ชิงพูด “ว่าแต่ผลการต่อสู้เป็นยังไงบ้าง?..ท่านเจ้าสำนักไม่เป็นอะไรใช่ไหม?” เขารู้อย่างชัดเจนเกี่ยวกับการตายของตู้ฟู่เหว่ยแต่อู๋ชิงแสร้งทำเป็นไม่รู้อะไรเลยและไม่มีช่องโหว่ในการเสแสร้งเลยแม้แต่น้อย
“อาจารย์ตู้เสียแล้ว” การแสดงออกของหยานซื่อฉุยค่อนข้างเศร้าโศกและไม่ว่ายังไงตู้ฟู่เหว่ยก็เลี้ยงเธอมาตั้งแต่อายุยังน้อยและเป็นเหมือนพ่อของเธอ ดังนั้นการตายของตู้ฟู่เหว่ยจึงทำให้เธอรู้สึกเศร้าในใจ แต่สิ่งที่เธอทำอยู่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่รู้สึกเกี่ยวกับการตายของตู้ฟู่เหว่ยเลยเพราะตอนนี้เธอต้องดิ้นรนเพื่อแย่งชิงอำนาจเพราะในยามวิกฤติแบบนี้ถ้าเธอไม่ทำอะไรด้วยตัวเองมันก็จะทำให้สิ่งที่ตู้ฟู่เหว่ยสร้างมานานหลายปีสูญเปล่าไปอย่างไร้ประโยชน์
“เฮ้อ..ฉันไม่คิดเลยว่าท่านเจ้าสำนักที่มากความสามารถขนาดนั้นจะตายด้วยน้ำมือของเด็กหนุ่มสองคนนั้น” อู๋ชิงถอนหายใจและพูดว่า “แล้วตอนนี้เธอมีแผนยังไง”
“ระดับความสามารถของอาจารย์ตู้จะไปแพ้คนอย่างเย่เชียนกับม่อหลงได้ยังไง..นี่คือความผิดของชาฮัวเอียนเพราะก่อนที่อาจารย์จะไปยังสถานที่การต่อสู้ชาฮัวเอียนได้ใส่ยาพิษลงไปในชาโสมของอาจารย์..ซึ่งพิษนั่นคือสาเหตุที่ทำให้อาจารย์แพ้..นี่เป็นแผนการสมรู้ร่วมคิดของเย่เชียนกับชาฮัวเอียน..ทั้งหมดนี้เป็นการสมรู้ร่วมคิดของพวกมัน” หยานซื่อฉุยพูด “อาจารย์ถูกลูกศิษย์วางยาแบบนี้ฉันจะปล่อยมันไปได้ยังไง..ชาฮัวเอียนคอยจับตาดูพวกเรามาตลอดและเฝ้ามองตำแหน่งเจ้าสำนักมาตั้งนานแล้ว..เมื่อข่าวการตายของอาจารย์มาถึงหูเขาก็ต้องเริ่มที่จะทำการแย่งชิงตำแหน่งเจ้าสำนักอย่างแน่นอน..ผู้อาวุโสอู๋คุณคือผู้อาวุโสเก่าแก่ของสำนักม่อจื๊อของเราและอาจารย์ก็เคารพคุณเสมอเมื่อเขายังมีชีวิตอยู่..เพราะงั้นในเวลานี้ผู้อาวุโสอู๋ควรจะยืนขึ้นและทวงคืนยุติธรรมสิ”
อู๋ชิงถอนหายใจยาวๆและพูดว่า “เธอต้องการให้ฉันช่วยเธอในการขึ้นครองตำแหน่งเจ้าสำนักอย่างงั้นเหรอ”
“ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น” หยานซื่อฉุยพูด “ไม่สำคัญว่าฉันจะเป็นเจ้าสำนักม่อจื๊อหรือเปล่าแต่ฉันไม่ต้องการให้สิ่งที่อาจารย์ตู้สร้างมาถูกทำลายโดยชาฮัวเอียนคนทรยศ..อาจารย์ตู้เคยพูดเอาไว้เมื่อตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่ว่าไม่สำคัญว่าใครจะเป็นเจ้าสำนักม่อจื๊อแต่ขอแค่ให้ฉันแก้แค้นคนทรยศอย่างชาฮัวเอียนแค่นั้นก็พอ..ผู้อาวุโสอู๋ถ้าคุณต้องการคุณก็ขึ้นเป็นเจ้าสำนักม่อจื๊อเองซะเลยสิ”
ประโยคนี้จริงครึ่งเท็จครึ่งเพราะหยานซื่อฉุยต้องการแก้แค้นให้ตู้ฟู่เหว่ยจริงๆ เรื่องที่เธอไม่ต้องการเป็นเจ้าสำนักม่อจื๊อนั้นก็เป็นเท็จโดยสมบูรณ์แบบ คำพูดที่สวยงามเหล่านี้ต้องพูดให้ดีไม่งั้นเธอจะเกลี้ยกล่อมอู๋ชิงได้อย่างไร? ดังนั้นหยานซื่อฉุยจึงไม่ลังเลที่จะโยนสิ่งล่อใจเหล่านี้ออกมา
อันที่จริงในแล้วเรื่องเหล่านี้ก็ต้องตำหนิตู้ฟู่เหว่ยเพราะถ้าหากเขาแต่งตั้งหยานซื่อฉุยให้เข้ารับตำแหน่งเจ้าสำนักม่อจื๊อก่อนที่จะเริ่มการต่อสู้กับเย่เชียนล่ะก็ปัญหาเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นเลย ถึงแม้ว่าตอนนั้นชาฮัวเอียนจะต่อต้านแต่เขาก็เสียเปรียบอย่างไม่ต้องสงสัยและนั่นจะกลายเป็นการแย่งชิงอำนาจอย่างโจ่งแจ้ง แต่ตอนนี้มันไม่มีหลักฐานใดๆที่พิสูจน์ว่าชาฮัวเอียนวางยาพิษตู้ฟู่เหว่ยเลย ดังนั้นการที่ชาฮัวเอียนต่อสู้กับหยานซื่อฉุยจึงเป็นเพียงแค่การแข่งขันในสายตาของผู้อื่นและไม่มีผิดหรือถูกอย่างสมบูรณ์แบบ
“นี่เธอหมายความว่าท่านเจ้าสำนักตู้ถูกชาฮัวเอียนวางยาพิษอย่างงั้นเหรอ?..เธอมีหลักฐานอะไรมั้ย?” อู๋ชิงก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งแต่ถึงแม้ว่าชาฮัวเอียนจะวางยาพิษตู้ฟู่เหว่ยจริงๆแต่เขาก็พูดอะไรไม่ได้อยู่ดี อู๋ชิงนั้นมีชีวิตอยู่มาอย่างยาวนานดังนั้นเขาจึงได้เห็นการต่อสู้แย่งชิงอำนาจแบบนี้มามากมายหลายครั้งแล้ว
หยานซื่อฉุยก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ไม่มี..แต่นี่คือสิ่งที่อาจารย์ตู้พูด..ในระหว่างการต่อสู้อาจารย์ตู้รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าร่างกายของเขาไม่ปกติดังนั้นเขาจึงแพ้..ไม่อย่างนั้นด้วยความสามารถของอาจารย์แล้วมันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะแพ้สองคนนั้น..ตัวการของเรื่องนี้ก็คือชาฮัวเอียน” จนถึงตอนนี้หยานซื่อฉุยก็ยังคงยืนยันว่าถ้าตู้ฟู่เหว่ยไม่ถูกวางยาพิษเย่เชียนกับม่อหลงก็จะไม่มีวันเป็นคู่ต่อสู้ของตู้ฟู่เหว่ยเลย แต่ความเป็นจริงก็คือก่อนที่ตู้ฟู่เหว่ยจะเสียชีวิตถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ถูกวางยาพิษแต่เขาเองที่ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเย่เชียนเลย
“ถึงแม้ว่าฉันจะสงสัยว่ามันมีเหตุผลอื่นอีกที่ทำให้ท่านเจ้าสำนักตายก็ตามแต่ในเมื่อเธอไม่สามารถหาหลักฐานใดๆมันก็ไม่มีความหมายเพราะท่านเจ้าสำนักก็ตายไปแล้ว..ลืมมันไปซะเถอะ” อู๋ชิงพูด
“ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีวิธีสักหน่อย” หยานซื่อฉุยพูด “ผู้อาวุโสอู๋คุณมีสถานะที่สูงมากในสำนักม่อจื๊อเพราะงั้นตราบใดที่คุณพูดก็จะมีคนจำนวนมากที่ตอบสนองต่อเรื่องนี้และในเวลานั้นชาฮัวเอียนจะต้องตายอย่างแน่นอน..ก่อนหน้านี้อาจารย์ตู้ก็บอกว่าคุณเห็นด้วยที่จะให้ฉันขึ้นเป็นเจ้าสำนักคนต่อไป..ซึ่งตอนนี้อาจารย์ตู้ก็ตายไปแล้วและคุณเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถพิสูจน์เรื่องนี้ได้..ด้วยความช่วยเหลือจากคุณล่ะก็ฉันจะสามารถแก้แค้นให้อาจารย์ได้..นอกนั้นฉันไม่สนใจหรอกเรื่องตำแหน่งเจ้าสำนักเพราะฉันต้องล้างแค้นให้อาจารย์ของฉัน”
อู๋ชิงก็ถอนหายใจเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ซื่อฉุยไม่ใช่ว่าฉันไม่ต้องการช่วยเธอแต่ฉันไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับสำนักม่อจื๊อมานานแล้ว..ฉันแค่ต้องการใช้ชีวิตที่เหลืออย่างสงบสุขเพราะตอนนี้มันเป็นโลกของคนหนุ่มสาว..คนแก่ๆอย่างฉันทำอะไรไม่ได้แล้ว..ตลอดหลายปีที่ผ่านมาชาฮัวเอียนได้ดูแลเรื่องเศรษฐกิจและผลประโยชน์ของสำนักม่อจื๊อมาโดยตลอดเพราะงั้นมันจึงทำให้มีคนมากมายภายใต้เขา..ตอนนี้ฉันแก่แล้วและฉันก็ไม่ต้องการแบกรับอะไรทั้งนั้น..ฉันไม่มีความสามารถในการดูแลสิ่งต่างๆอีกต่อไป..เธอคิดหาวิธีอื่นเถอะ”
หยานซื่อฉุยก็ขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “เสียเวลาเปล่าจริงๆที่อาจารย์ของฉันหลงเชื่อใจคุณ..พอเขาตายคุณกลับเป็นแบบนี้..หึ..คุณเคยคิดถึงเรื่องนี้บ้างหรือเปล่าว่าถ้าหากชาฮัวเอียนกลายเป็นเจ้าสำนักม่อจื๊อแล้วเขาจะจะปล่อยคุณไป?..ด้วยบุคลิกและนิสัยของเขาแล้วเขาจะกีดกันคนที่ไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน..คุณจะอยู่ห่างๆและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้งั้นเหรอ?”
“ฉันได้ก้าวเท้าเข้าไปยังวังแห่งเจ้านรกหนึ่งข้างแล้วเพราะงั้นฉันจะไปสนใจสิ่งเหล่านี้ทำไม?..ถ้าอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดและเราไม่สามารถซ่อนจากมันได้..ถ้าเขาต้องการจะฆ่าฉันจริงๆฉันก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน” อู๋ชิงพูด “ตอนนี้ฉันทำอะไรไม่ได้จริงๆ”
.