ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1067 ขอโทษ
ตอนที่ 1067 ขอโทษ
…………….
ตระกูลบิลล์นั้นมีสถานะสูงมากในประเทศสหรัฐอเมริกาแต่ธุรกิจของพวกเขานั้นก็ค่อนข้างน้อยจึงทำให้มีคนภายนอกเพียงไม่กี่คนที่รู้เกี่ยวกับการดำรงอยู่ของพวกเขา แม้แต่คนที่เรียกได้ว่าร่ำรวยที่สุดในโลกก็เป็นคนที่ผลักดันโดยเครือบิลล์กรุ๊ป บนเวทีโลกนั้นบิลล์กรุ๊ปเป็นเจ้าของกองทุนมหาศาลดังนั้นผิวเผินพวกเขาจึงไม่ได้ถูกระบุว่าเป็นบุคคลที่รวยที่สุดในโลก
ต้นตำรับของตระกูลบิลล์นั้นเป็นตระกูลมาเฟียและถึงแม้ว่าพวกเขาจะย้ายไปอยู่ในแวดวงการเมืองและธุรกิจในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาแต่แหล่งเงินทุนที่ใหญ่ที่สุดของพวกเขาก็ยังคงพึ่งพาธุรกิจใต้ดินเหล่านั้นมาโดยตลอด สภาพแวดล้อมทางการเมืองในประเทศสหรัฐอเมริกาเองก็เช่นกันพวกเขาอยู่เบื้องหลังหลายๆคนในสภา ด้วยอำนาจและอิทธิพลใต้ดินแล้วจึงทำให้บิลล์กรุ๊ปพัฒนาอย่างรวดเร็วจนทำให้รัฐวิสาหกิจและบริษัทผลิตอาวุธหลายแห่งเข้าร่วมกับบิลล์กรุ๊ป ดังนั้นจึงทำให้ผู้ผลิตอาวุธที่มีชื่อเสียงระดับโลกมากมายอยู่ภายใต้สังกัดบิลล์กรุ๊ปและนอกเหนือนั้นพวกเขาก็ยังขายอาวุธในราคาที่สูงให้กับประเทศที่ยากจนเหล่านั้นที่มีสงครามบ่อยๆ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่บิลล์กรุ๊ปเข้ามาทำธุรกิจในทวีปตะวันออกกลางซึ่งเป็นสถานที่ที่มีสงครามอยู่บ่อยครั้ง
อย่างไรก็ตามคราวนี้ดูเหมือนว่าจะมีปัญหากับกลยุทธ์ทางการตลาดของบิลล์กรุ๊ปด้วยเหตุผลที่ว่าเขาควรจะส่งคนที่มีความสามารถและรอบคอบมาดูแลงานครั้งนี้จริงๆเพราะพอลบิลล์นั้นดูไร้ความสามารถและไม่รอบคอบแบบนี้แต่ตระกูลบิลล์กับกล้าส่งให้เขามาที่นี่ซึ่งดูไม่สมเหตุผลไปหน่อย ความจริงก็คือพอลบิลล์ก็แค่ถูกส่งมาทดสอบและเป็นหนูทดลองเท่านั้นเพราะสถานที่ที่วุ่นวายและเดือดดาลอย่างทวีปตะวันออกกลางก็ไม่มีใครรู้ว่าน้ำในบ่อนั้นลึกแค่ไหน แน่นอนว่าเพื่อทำการทดสอบให้แน่ใจเสียก่อนว่าควรจะลงทุนหรือไม่นั่นเองและพอลบิลล์ก็คือตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดเพราะเขาถูกตระกูลบิลล์ส่งมาเพราะไม่ว่าเขาจะตายหรือมีชีวิตอยู่มันก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อตระกูลบิลล์เลย
แน่นอนว่าพอลบิลล์เองก็รู้เรื่องนี้ดีเช่นกันและเขารู้ว่าทำไมตระกูลบิลล์ถึงส่งเขามาที่นี่ ดังนั้นเขาจึงกระตือรือร้นที่จะทำสิ่งต่างๆให้สำเร็จมากกว่าเดิมเพื่อพิสูจน์ให้ตระกูลบิลล์เห็น แต่บางทีอาจเป็นความโชคร้ายของพอลบิลล์เพราะเขาทำงานหนักมาหลายปีแล้วแต่ทุกๆการตัดสินใจดูเหมือนจะผิดพลาดและทุกๆการลงทุนก็เสียเปล่าไปอย่างไร้ประโยชน์ซึ่งทำให้เขายิ่งตกต่ำมากขึ้นเรื่อยๆ แต่คราวนี้เป็นโอกาสที่ดีและพอลบิลล์ก็รู้ดีว่าน้ำที่นี่ลึกมากแต่เพื่อที่จะเปลี่ยนชะตากรรมของเขาให้ดีขึ้นเขาก็ต้องยอมเสี่ยงกับโอกาสครั้งนี้
หลังจากที่พอลบิลล์กับวาก้าบรรลุข้อตกลงกันเมื่อไม่นานมานี้พอลบิลล์ก็รู้สึกตื่นเต้นมากเพราะเขาไม่ได้คาดหวังว่าการกระทำของเขาในครั้งนี้จะราบรื่นโดยได้รับสิทธิ์ในการพัฒนาที่นี่อย่างอิสระและมันจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมากต่อตระกูลบิลล์..จากนั้นจะไม่มีใครในตระกูลบิลล์ที่กล้าดูถูกเขาอีกต่อไป
อย่างไรก็ตามเขาไม่เคยคิดว่าความเย่อหยิ่งและความมั่นใจของเขาจะทำให้คนอื่นขุ่นเคืองโดยไม่รู้ตัว เขาลืมกฎของโลกแห่งความจริงไปอย่างสิ้นเชิง ไม่เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าจะทักทายเจ้าถิ่นอย่างไรเมื่อไปถึงดินแดนของคนอื่นแต่ยังคิดที่จะเขี่ยคนอื่นออกไปจากดินแดนนั้นอีก เขามีความคิดที่หยิ่งผยองทั้งๆที่ความแข็งแกร่งและความสามารถของเขายังไม่มั่นคงแบบนี้ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่เขาไม่สามารถถูกตระกูลบิลล์ยอมรับ
หลังจากขับไปได้นานรถก็มาหยุดที่ทางเข้าโรงแรมที่หรูหราที่สุด “พี่เล้งยี่กลับไปก่อนเถอะ..ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงหรอก” เย่เชียนพูดและลงจากรถ ส่วนจินเหว่ยห่าวก็เดินตามไปอย่างเป็นธรรมชาติและตอนนี้เขาก็รู้สึกดีมากขึ้นเรื่อยๆเพราะเขารู้ว่าการได้อยู่เคียงข้างเย่เชียนนั้นทำให้เขาได้เรียนรู้อะไรมากมาย ซึ่งดูเหมือนว่าเหตุผลที่องค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่ามีทุกวันนี้ได้จะไม่ใช่เพราะโชคช่วยแต่ทั้งหมดเป็นเพราะเย่เชียนที่มีพรสวรรค์แบบนี้
หลังจากเข้าไปในโรงแรมแล้วเย่เชียนก็สอบถามเกี่ยวกับห้องพักของพอลบิลล์ที่แผนกต้อนรับและเดินขึ้นไป เดิมทีทางโรงแรมไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลของลูกค้าได้แต่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเงินก็มีบทบาทสำคัญเสมอ ดังนั้นเย่เชียนแค่โยนธนบัตรให้พนักงานต้อนรับเพียงไม่กี่ใบสุดท้ายเธอก็ตอบคำถามทุกอย่างและยิ่งไปกว่านั้นพนักงานเหล่านี้ยังพยายามหว่านเสน่ห์ใส่เย่เชียนเพราะในสถานที่อย่างโรงแรมพวกเธอเคยพบเห็นเศรษฐีมากมายและพวกเธอก็เพ้อฝันถึงการเป็นที่โปรดปรานของเศรษฐีเหล่านั้น
เมื่อขึ้นลิฟต์ถึงชั้น 16 เย่เชียนเดินไปที่ห้องของพอลบิลล์และถึงแม้ว่าจะไม่มีวิวทะเลแต่ก็ถือได้ว่าเป็นที่พักที่หรูหราที่สุดในประเทศซาอุดิอาระเบีย หลังจากเคาะประตูเสียงของพอลบิลล์ก็ดังขึ้นข้างใน “นั่นใคร” จากนั้นประตูก็เปิดออก
ชายหนุ่มชาวอเมริกันในชุดนอนปรากฏตัวต่อหน้าเย่เชียนด้วยดวงตาที่ดูง่วงนอนและค่อนข้างขี้เกียจ จากนั้นเขาก็เขามองเย่เชียนจากหัวจรดเท้าและเย่เชียนก็พูดด้วยความประหลาดใจว่า “คุณเป็นใคร..คุณมาผิดห้องหรือเปล่า?”
หลังจากพอลบิลล์ก็กำลังจะปิดประตูแต่เย่เชียนหยุดเอาไว้และยิ้มแล้วพูดว่า “นี่คือห้อง 1604 ผมมาไม่ผิดหรอก..ผมมาหาคุณพอลบิลล์..คุณคือพอลบิลล์หรือเปล่า?”
พอลบิลล์ก็ไม่ได้แสดงความแปลกใจหรือกลัวใดๆเพราะเขายังขี้เกียจราวกับว่าเขายังไม่ตื่นและมองไปที่เย่เชียนโดยหรี่ตาและพูดว่า “คุณมีอะไรเกี่ยวข้องกับผมงั้นเหรอ?..วาก้าส่งพวกคุณมาที่นี่เหรอถ้างั้นก็กลับไปบอกเขาว่าผมยังไม่ว่าง..ผมจะนอน”
“วาก้าไม่ได้ส่งพวกเรามาที่นี่..ผมเย่เชียนที่แปลว่าอ่อนน้อมถ่อมตนและสุภาพเรียบร้อยมาเยี่ยมคุณพอลบิลล์เป็นพิเศษ..ผมหวังว่าคุณบิลล์จะไม่หน้าซื่อใจคดหรอกใช่มั้ย?” เย่เชียนยิ้มแล้วพูด
เมื่อเห็นแบบนั้นพอลบิลล์ก็ตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติและขมวดคิ้วเล็กน้อย จากนั้นก็มองเย่เชียนแล้วพูดว่า “เย่เชียนงั้นเหรอ..ชื่อนี้ฟังดูคุ้นมากเหมือนจะเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน..คุณเป็นใครกันแน่?”
เย่เชียนก็รู้สึกขมขื่นอย่างมากเพราะพอลบิลล์คนนี้เป็นคนที่ไร้พรสวรรค์ขนานแท้เพราะพอลบิลล์กล้ามาแย่งผลประโยชน์ไปจากเขาแต่กลับไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขานั้นเป็นใคร? เรื่องบางเรื่องก็ตลกเกินไปและบอกได้คำเดียวว่ามันน่าสมเพชมาก “ให้ผมเข้าไปก่อน..เราจะยืนคุยกันแบบนี้ต่อไปงั้นเหรอ?” หลังจากนั้นเย่เชียนก็ไม่รอให้พอลบิลล์โต้ตอบและเปิดประตูเดินตรงเข้าไปเลย
ถึงแม้ว่าพอลบิลล์จะไม่พอใจเล็กน้อยแต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรเพราะเขายังไม่สามารถทราบที่มาของเย่เชียน ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าทำอะไรมากเพราะบอดี้การ์ดของเขาไม่อยู่ในขณะนี้และเขาก็ไม่มีเวลาโทรหาบอดี้การ์ดเหล่านั้น ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่กล้าหุนหันพลันแล่นเพราะอันที่จริงพอลบิลล์ก็ไม่ใช่ลูกหลานของตระกูลชนชั้นสูงที่ไร้ประโยชน์แบบนั้นเพราะเขาก็ยังมีความสามารถอยู่แม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม
เย่เชียนก็เดินเข้าไปโดยไม่เกรงใจใดๆและนั่งลงบนโซฟาจากนั้นก็หยิบบุหรี่ออกมาสองมวนแล้วยื่นให้จินเหว่ยห่าวหนึ่งมวนแล้วจุดไฟ การปรากฏตัวของเย่เชียนทำให้พอลบิลล์สับสนอย่างมากและสงสัยเกี่ยวกับที่มาของเย่เชียน
พอลบิลล์ก็นั่งลงฝั่งตรงข้ามเย่เชียนอย่างระมัดระวังและเหลือบมองเย่เชียนแล้วพูดว่า “คุณมาหาผมทำไม?”
เมื่อได้ยินแบบนั้นเย่เชียนก็ฉีกยิ้มแต่ไม่ได้พูดแล้วยื่นบุหรี่ให้พอลบิลล์ “ขอบคุณ..แต่ผมไม่ชินกับการสูบบุหรี่..ผมชอบสิ่งนี้” พอลบิลล์หยิบซิการ์ขึ้นมาและจุดไฟ
เย่เชียนก็ยักไหล่เล็กน้อยและพูดว่า “คุณพอลบิลล์ดูเหมือนไม่รู้จักผมเลยด้วยซ้ำ..นั่นทำให้ผมรู้สึกเสียใจมาก..ถ้างั้นผมจะแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ..ผมเย่เชียนผู้นำขององค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าหรือคนที่คุณพอลบิลล์แย่งธุรกิจไปนั่นเอง..น่าเศร้าจริงๆที่คุณจำผมไม่ได้”
เมื่อได้ยินแบบนั้นพอลบิลล์ก็ตกใจมากและไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงคิดว่าชื่อเย่เชียนฟังดูคุ้นเคยมากก่อนหน้านี้ กลับกลายเป็นว่าเขาเป็นผู้นำขององค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่า ซึ่งในตอนนี้พอลบิลล์ก็ตระหนักได้ถึงความไม่พอใจของการมาเยือนในครั้งนี้ของเย่เชียน ดังนั้นพอลบิลล์จึงอดไม่ได้ที่จะประหม่าแล้วรีบพูดว่า “อ๋อใช่คุณเย่..ผมชื่นชมชื่อเสียงคุณมานานแล้ว แต่ผมไม่คิดว่าคุณเย่จะอายุน้อยขนาดนี้”
เย่เชียนก็ยิ้มแล้วพูดว่า “นั่นก็เป็นเรื่องปกติสำหรับคุณพอลบิลล์ที่จะไม่รู้จักคนที่ต่ำต้อยอย่างผม..แต่พฤติกรรมของคุณพอลบิลล์ในครั้งนี้ค่อนข้างไร้มารยาทเกินไปหน่อยนะ..คุณไม่ควรหยามเกียรติเจ้าถิ่นแบบนี้ถ้าคุณคิดจะมาทำธุรกิจ..แต่การมาพบอย่างกะทันหันแบบนี้หวังว่าคุณพอลบิลล์จะไม่ขุ่นเคืองนะ?”
“คุณเย่เดี๋ยวก่อน!” พอลบิลล์พูด “ผมคิดว่าคุณเย่กำลังเข้าใจผิดอยู่เพราะครั้งนี้ที่ผมมาที่ประเทศซาอุดิอาระเบียก็เพื่อลงทุน และผมไม่ได้ตั้งใจจะกำหนดเป้าหมายไปที่องค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่า..บัดซบจริงๆทำไมผมถึงโง่แบบนี้กันนะ..อันที่จริงสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงข้อเสนอของวาก้าเท่านั้นและผมก็ไม่รู้ว่าอุตสาหกรรมและธุรกิจเหล่านั้นเป็นของคุณเย่..ซึ่งถ้าผมรู้ผมจะไม่ไปยุ่งกับคุณอย่างแน่นอน”
พอลบิลล์ไม่ได้โกหกในเรื่องนี้เพราะเมื่อเขามาถึงประเทศซาอุดิอาระเบียเขาก็ไปหารือเรื่องการลงทุนกับวาก้า แน่นอนว่าเขาไม่ได้กำหนดเป้าหมายเป็นธุรกิจและอุตสาหกรรมขององค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าเลย แต่วาก้านั้นคิดที่จะเขี่ยองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าออกไปเพื่อทำให้สถานะของเขาสูงกว่าเดิมเพราะเขาเป็นถึงประธานาธิบดีแต่กลับต้องยอมก้มหัวให้กับเย่เชียนและเรื่องนี้ก็ทำให้เขาไม่สบอารมณ์อย่างมากเพราะเขาจะไม่สามารถยืนอย่างสง่าผ่าเผยได้
เย่เชียนก็ขมวดคิ้วและสังเกตการณ์แสดงและปฏิกิริยาออกของพอลบิลล์ราวกับว่าเขาต้องการยืนยันว่าคำพูดของพอลบิลล์จริงหรือเท็จ แต่เย่เชียนก็ไม่เห็นอะไรที่ผิดปกติในสายตาของพอลบิลล์เลยดังนั้นดูเหมือนว่าสิ่งที่พอลบิลล์พูดนั้นจะเป็นความจริง
“ถ้าแบบนั้นก็แสดงว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณพอลบิลล์เลยใช่มั้ย?..ดูเหมือนว่าผมจะเข้าใจคุณพอลบิลล์ผิดไป” เย่เชียนพูด
“อันที่จริงจะพูดว่าไม่เกี่ยวมันก็ไม่ถูก” พอลบิลล์พูด “จริงๆแล้วผมก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วยเพราะถ้าผมไม่ได้มาลงทุนในประเทศซาอุดิอาระเบียล่ะก็วาก้าคงจะไม่ทำแบบนี้หรอก..ผมเสียใจมากเกี่ยวกับเรื่องนี้..แต่คุณเย่ไม่ต้องกังวลนะครับเดี๋ยวจะรีบติดต่อวาก้าและบอกให้เขายกเลิกสัญญาและโครงการทั้งหมด.. ถึงแม้ว่าผมจะต้องการหาเงินจริงๆแต่ผมก็ไม่อยากที่จะขัดแย้งกับองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าเพราะหาเงินเลย..ในโลกใบนี้การมีเพื่อนก็ย่อมดีกว่ามีศัตรู”
เย่เชียนก็พยักหน้าเล็กน้อยเพราะดูเหมือนว่าพอลบิลล์คนนี้ไม่ได้โง่เหมือนที่เขาพูดกันแต่เขาค่อนข้างฉลาดและบางทีพวกเขาอาจจะมีมิตรภาพที่ดีต่อกันในอนาคตก็เป็นได้