ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1113 รู้อยู่แล้ว
ตอนที่ 1113 รู้อยู่แล้ว
………………..
ถังจิงหนานนั้นไม่ได้มีความสามารถหรือพรสวรรค์ที่โดดเด่นและเขาเองก็ชัดเจนในเรื่องนี้โดยธรรมชาติเพราะเขาพยายามฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วงตั้งแต่เป็นเพราะความสามารถของเขาที่ไม่โดดเด่นดังนั้นเขาจึงยังไม่ก้าวหน้ามากนักและเขาก็รู้ดีเช่นกันว่าเมื่อถังจิงหนานตายก็จะมีแต่สำนักถังเท่านั้นที่เขาจะสามารถอยู่อย่างยิ่งใหญ่ได้ไม่อยากนั้นเขาจะไม่สามารถยืนอยู่ในโลกศิลปะการต่อสู้โบราณได้อีกต่อไป ดังนั้นเขาจึงต้องฝากความหวังเอาไว้ที่ซวนหมิงเท่านั้น
ถังเฉียงนั้นรู้ดีว่าน้องชายของเขาถังฮงนั้นได้รับการยกย่องและการชื่นชมมากกว่าเขาและในอนาคตสำนักถังก็น่าจะเป็นของถังฮงดังนั้นถังเฉียงจึงยอมทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของเขาและต้องเดิมพันกับการปฏิวัติครั้งนี้
หลังจากได้ยินเสียงเคาะประตูถังเฉียงก็เดินออกไปและเหลือบมองถังยู่เซิงแล้วพูดว่า “เอาล่ะไปกันเถอะ”
“พ่อครับใครโทรมาหาพ่อเมื่อกี้นี้” ถังยู่เซิงถาม
“หมอผีมนต์ดำซวนหมิง” ถังเฉียงพูด “เขาบอกให้เรารีบๆทำส่วนของเราให้เร็วที่สุด..ว่าแต่ทุกอย่างฉันสั่งให้แกทำแกจัดการเรียบร้อยแล้วหรือยัง?”
“ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วครับ..แต่ที่เราทำมันไม่เกินไปหน่อยเหรอ?..ถึงยังไงคุณปู่ก็ดีกับเรามาตลอดเพราะงั้นเราจะปล่อยให้เขาตายได้ยังไง?” ถังยู่เซิงทนไม่ได้แล้วพูด
“ถ้าเราคิดที่จะทำการใหญ่เราจะไม่ยึดติดกับเรื่องเล็กๆน้อยๆและเพื่ออนาคตของเราและสำนักถังนี่ก็เป็นเพียงวิธีเดียวที่เราทำได้” ถังเฉียงพูด “เมื่อเราปฏิรูปสำนักถังให้ดีขึ้นในอนาคตล่ะก็พ่อชื่อว่าบรรพบุรุษของเราจะต้องไม่โทษเราอย่างแน่นอน”
ถังจิงหนานในฐานะเจ้าสำนักถังนั้นเป็นคนโง่เขลาขนาดนั้นเลยเหรอ? เขาจะไม่รู้สิ่งที่ถังเฉียงทำจริงๆอย่างงั้นหรือ? ซึ่งหลังจากที่ถังเฉียงเดินทางไปยังหมู่บ้านเมียวนั้นถังจิงหนานเองก็ออกไปจากสำนักถังเช่นกันและไม่รู้ว่าเขาไปที่ไหนแต่หลังจากที่ถังจิงหนานกลับมากลับมาใบหน้าของเขาก็บูดบึ้งมากและเห็นได้ชัดว่าไม่สบอารมร์อย่างมากเพราะเขารู้ว่าถังเฉียงคิดที่จะทำอะไรนั่นเอง
ภายในห้องถังจิงหนานกำลังสูบไปป์และกลุ่มควันก็ค่อยๆลอยขึ้นไปบนอากาศและขมวดคิ้วเข้าหากันแต่ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ เมื่อผ่านไปครู่หนึ่งก็มีเสียงเคาะประตูและจิงหนานก็บอกให้พวกเขาเข้ามา จากนั้นก็ได้ยิน “เสียงเอี๊ยด” และประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออกแล้วถังเฉียงกับถังยู่เซิงก็เดินเข้ามา
อาจเป็นเพราะถังยู่เซิงกำลังรู้สึกผิดและสำนึกผิดในใจดังนั้นเขาจึงก้มหน้าลงและไม่กล้ามองไปที่ถังจิงหนานและเมื่อเห็นการกระทำของถังยู่เซิงแล้วถังจิงหนานก็ขมวดคิ้วและรู้สึกได้ถึงบางอย่าง เมื่อเห็นแบบนั้นถังเฉียงจึงมองถังยู่เซิงอย่างดุเดือดแล้วเขาก็กลับมาเป็นปกติ
“ว่าไงครับพ่อ” ถังเฉียงพูด
“สวัสดีครับคุณปู่” ถังยู่เซิงก็พูดเช่นกัน
“อืม” ถังจิงหนานพยักหน้าเล็กน้อยแล้วมองไปที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามจากนั้นก็โบกมือให้พวกเขานั่งลงตรงนั้น หลังจากหยุดไปชั่วขณะถังจิงหนานก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วพูดว่า “บอกฉันทีว่าเรื่องที่หมู่บ้านเมียวในวันนี้เป็นยังไงบ้าง?..จากปฏิกิริยาของพวกแกแล้วมันล้มเหลวใช่มั้ย?” จากนั้นดวงตาของเขาก็กวาดไปที่พวกเขาทั้งสองคนแล้วหยุดที่ถังยู่เซิงและพูดว่า “ทำไมใบหน้าของแกถึงมีแผลแบบนั้นล่ะ?”
“เย่เชียนมันเป็นคนทำ” ถังยู่เซิงอาจยังรู้สึกผิดเล็กน้อยต่อถังจิงหนานแต่เมื่อเป็นเรื่องของเย่เชียนแล้วมันก็มีเพียงความโกรธแค้นเท่านั้น “คุณปู่ต้องช่วยผมนะครับ..เย่เชียนมันทำเกินไป..มันทำให้สำนักถังของเราอับอายขายหน้าและมันก็ทำร้ายผมต่อหน้าของคนอื่นเพราะงั้นนี่ก็เท่ากับการทำให้ตระกูลถังของเราอับอาย..คุณปู่ต้องจัดการเรื่องนี้ให้ผมนะ”
คิ้วของถังจิงหนานก็ขมวดเข้าหากันแต่ไม่สามารถบอกได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ซึ่งเขาจะโง่ถึงขนาดไม่รู้อะไรเลยจริงๆเหรอ? เพราะในความเป็นจริงเย่เชียนได้โทรหาถังจิงหนานหลังจากที่ถังเฉียงกับถังยู่เซิงกลับมาในวันนี้ ดังนั้นถังจิงหนานจึงชัดเจนมากเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นและถึงแม้ว่าเย่เชียนจะไม่ควรทำร้ายถังยู่เซิงก็ตามแต่นั่นก็เป็นเพราะถังยู่เซิงคำพูดที่ไม่เหมาะสมเกินไปและไม่น่าแปลกใจเลยที่เย่เชียนจะโกรธ ยิ่งไปกว่านั้นเย่เชียนยังอธิบายทุกอย่างที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านเมียวและจุดประสงค์ก็คือเขากลัวว่าถังจิงหนานจะเข้าใจหว่านไห่ผิดไปนั่นเอง
ถึงแม้ว่าถังจิงหนานจะไม่ได้มีมิตรภาพกับหว่านไห่มากนักแต่จากที่เย่เชียนเล่ามาถังจิงหนานก็ไม่พอใจอย่างมากที่คนในครอบครัวของเขาไปกดขี่ข่มเหงคนนอกอย่างโจ่งแจ้งแต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรมาก เพราะอันที่จริงเขารู้หลายสิ่งหลายอย่างในใจของเขาเพราะทั้งหมดนั่นก็คือศักดิ์ศรีและหน้าตาในสังคมของตระกูลถัง
“จริงเหรอ?..เดี๋ยวฉันจะจัดการเรื่องนี้เอง” น้ำเสียงของถังจิงหนานดูสงบลงจนถังยู่เซิงไม่รู้ว่าถังจิงหนานคิดอะไรอยู่แต่เขาไม่ก็กล้าพูดอะไรอีก หลังจากหยุดไปชั่วขณะถังจิงหนานก็พูดต่อ “บอกฉันทีว่าวันนี้เรื่องในหมู่บ้านเมียวเป็นยังไงบ้าง..ทัศนคติของหว่านไห่เป็นแบบไหน?”
“พ่อครับหว่านไห่ทำเกินไปจริงๆและเขาก็ไม่ได้เกรงกลัวหรือให้เกียรติสำนักถังของเราเลย..เราทำตามมารยาทในการสู่ขอแต่งงานในครั้งนี้แต่หว่านไห่กลับหักหน้าเรา” ถังเฉียงกลอกตาไปมาและพูดว่า “ผมรู้ว่าเย่เชียนต้องโทรหาพ่อและบอกเกี่ยวกับสถานการณ์ในเวลานั้น..เพราะงั้นใช่แล้วผมไปข่มขู่หว่านไห่ในตอนนั้นแต่ถ้าผมไม่ทำแบบนั้นเขาจะมองว่าสำนักถังของเรานั้นไร้ความสามารถและอำนาจ..อีกอย่างเขาเป็นคนที่ทำให้สำนักถังของเราต้องอับอายขายหน้าก่อนเพราะงั้นถ้าผมไม่ทำอะไรเลยสำนักถังของเราจะยืนหยัดในอนาคตได้ยังไง?”
เมื่อได้ยินคำพูดของถังเฉียงแล้วถังยู่เซิงก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงอยู่พักหนึ่งและเขาก็ตกใจเพราะทำไมเขาถึงไม่เคยคิดมาก่อนว่าเย่เชียนจะโทรมาบอกถังจิงหนานเกี่ยวกับเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามถังเฉียงก็ค่อนข้างฉลาดเพราะจากน้ำเสียงของถังจิงหนานแล้วก็เป็นไปได้ที่เย่เชียนจะโทรมารายงานสิ่งต่างๆก่อนหน้านี้แล้วและบอกถังจิงหนานเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านเมียว ถึงแม้ว่าถังเฉียงจะไม่แน่ใจแต่เขาก็ยินดีที่จะเดิมพันเพราะการยอมรับด้วยตัวเองนั้นเท่ากับการได้พลิกสถานการณ์เพื่อความได้เปรียบนั่นเอง
“พ่อครับ..ผมคิดว่าหว่านไห่เริ่มแข็งข้อมากขึ้นเรื่อยๆและตอนนี้เขาก็ไม่เห็นสำนักถังอยู่ในสายตาเลย..คราวนี้เขาดูหมิ่นสำนักถังของเราอย่างโจ่งแจ้งเพราะงั้นถ้าเราไม่ตอบโต้ล่ะก็ในอนาคตหว่านไห่จะแข็งข้อกับเรามากกว่านี้อีก” ถังเฉียงพูดอย่างโกรธเกรี้ยว
“ผมคิดว่าเราควรสอนบทเรียนให้หว่านไห่ไม่อย่างนั้นในอนาคตใครจะกลัวสำนักถังของเราอีก?..พ่อครับตราบใดที่พี่สั่งล่ะก็ผมจะพาคนไปที่หมู่บ้านเมียวทันทีและสอนบทเรียนให้กับหว่านไห่เพื่อให้เขาได้รู้ว่าตระกูลถังนั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์การใช้พิษที่สุดและพิษของหมู่บ้านเมียวของพวกมันก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าของเล่นเท่านั้น” ถังเฉียงพูด
“เอ็งล่ะคิดยังไงยู่เซิง?” ดวงตาของถังจิงหนานหันไปหาถังยู่เซิงและถามเขาจนเขาอดไม่ได้ที่จะสั่นเทาและเหลือบมองไปที่ถังจิงหนานด้วยความประหลาดใจ เห็นได้ชัดว่าเขาประหลาดใจอย่างมากเพราะเวลาถังจิงหนานจะตัดสินใจอะไรเขาก็ไม่เคยถามความเห็นจากใครก่อนเลยแต่ตอนนี้ถังจิงหนานกลับเลือกที่จะถามเขาซึ่งทำให้เขาประหลาดใจและตกใจอย่างมาก ส่วนถังเฉียงเขาเริ่มที่จะประหม่าเพราะเขาไม่รู้ว่าถังจิงหนานรู้เรื่องความร่วมมือของเขากับหมอผีมนต์ดำซวนหมิงแล้วหรือยัง? อย่างไรก็ตามเมื่อเขาลองคิดให้ดีมันก็เป็นไปไม่ได้เพราะเขากับซวนหมิงมักจะติดต่อกันอย่างลับๆและเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีคนรู้
“คือผม…ผม” ถังยู่เซิงน้ำเสียงสั่นเทาด้วยความประหม่าเพราะเขาไม่รู้ว่าจะพูดอะไรและลังเลอยู่นานและสุดท้ายเขาก็ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้
เมื่อเห็นแบบนั้นถังจิงหนานก็ถอนหายใจและพูดว่า “หึ..เอ็งก็เป็นซะอย่างนี้แล้วฉันจะส่งต่อสำนักถังให้เอ็งในอนาคตได้ยังไง?..เอ็งเป็นหนึ่งในทายาทของตระกูลถังของเราและจะได้สืบทอดตำแหน่งเจ้าสำนักในอนาคตแต่เอ็งกลับไม่มั่นใจเอาซะเลย” ใบหน้าของถังจิงหนานแสดงร่องรอยของความโศกเศร้าและหลังจากหยุดไปชั่วขณะเขาก็พูดต่อ “ถึงแม้ว่าคำพูดของแกจะแตกต่างไปจากเย่เชียนแต่ฉันก็รู้ว่าหว่านไห่เป็นคนยังไง..เขามักจะหยิ่งผยองและแข็งข้อกับสำนักถังของเราอยู่เสมอ..ถ้างั้นฉันต้องบอกเลยว่าการไปที่หมู่บ้านเมียวเพื่อสู่ขอแต่งงานในครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นการลดศักดิ์ศรีของสำนักถังของเราไปมากและมันก็เป็นสัญญาณที่ไม่ดีและฉันเชื่อว่าสักวันหว่านไห่จะต้องต่อต้านพวกเราอย่างแน่นอนเพราะงั้นฉันต้องทำให้เขาชัดเจนว่าสำนักถังคืออะไร..เอาล่ะถังเฉียงแกไปเตรียมตัวซะ..ฉันจะไปที่หมู่บ้านเมียวด้วยตัวเอง!”
เมื่อได้ยินแบบนั้นถังเฉียงก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกถึงความปีติยินดีแต่ก็ไม่มีร่องรอยความดีใจใดๆบนใบหน้าของเขา ซึ่งการที่ถังจิงหนานจะไปที่หมู่บ้านเมียวด้วยตัวเองนั้นคือสิ่งที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน แต่สิ่งนี้ก็เป็นผลดีกับเขาอย่างมากเพราะเมื่อถังจิงหนานออกจากสำนักถังนั้นจะทำให้แผนการของเขามีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าเดิมและเนื่องจากเขาไม่ต้องจัดการกับถังจิงหนานด้วยตัวเองดังนั้นเขาจึงจะสามารถยอมรับได้และไม่ต้องรู้สึกผิดอะไรมาก
“ไม่จำเป็น..ที่นี่ขาดคนดูแลไม่ได้เพราะเมื่อฉันไม่อยู่ที่นี่แกจะต้องรับผิดชอบสำนักถังและการฝึกฝนโดยรวมของเหล่าสาวกทั้งหมด..แกควรอยู่ที่นี่และถ้าหากมีอะไรเกิดขึ้นแกก็จัดการซะ” ถังจิงหนานพูดและหลังจากไปหยุดชั่วขณะเขาก็โบกมือแล้วพูดว่า “เอาล่ะหมดธุระแล้วพวกเอ็งออกไปได้”
จากนั้นไม่นานถังจิงหนานก็ดูเหมือนจะจำบางสิ่งได้และพูดว่า “ยู่เซิงเอ็งอยู่ที่นี่ก่อนเพราะฉันมีอะไรจะบอกเอ็ง”
ถังยู่เซิงที่เพิ่งลุกขึ้นยืนก็ตกตะลึงเมื่อได้ยินคำพูดของถังจิงหนานและอดไม่ได้ที่จะหันไปมองถังเฉียง แต่ถังเฉียงก็หันหลังเดินจากไปอย่างเป็นธรรมชาติและปล่อยให้ถังยู่เซิงตัวสั่นเพราะความรู้สึกผิดลึกๆในใจ