ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1120 สัญญาณไฟ
………………..
เนื่องจากถังจิงหนานรู้เกี่ยวกับแผนของถังเฉียงแล้วทำไมเขาถึงไม่อยู่ที่นี่ล่ะ เหตุผลก็คือปล่อยให้ถังเฉียงมีโอกาสในการเริ่มแผนการดังกล่าวและนั่นก็แค่การแสดงเพราะเมื่อไหร่ที่ถังเฉียงลงมือเขาก็จะกลับมาแก้ไขปัญหาได้และนั่นก็เป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ใช่ไหม?
อย่างไรก็ตามถังจิงหนานกลับไม่ได้เลือกที่จะทำแบบนั้นจริงๆเพราะเขาเลือกที่จะไปที่หมู่บ้านเมียว ซึ่งถังยู่เซิงก็คิดไม่ออกว่าทำไมและเมื่อมองไปที่ถังจิงหนานแล้วถังยู่เซิงก็รู้สึกประหม่าแล้วเขากล้าถามอะไรได้ยังไง?
ภายในสำนักถังนั้นถังฮงเตรียมพร้อมเอาไว้อย่างดีจนถังเฉียงสูญเสียอำนาจในการควบคุมไปหลังจากได้รับอำนาจในฐานะรักษาการเจ้าสำนักในตอนแรกจนเขาอดไม่ได้ที่จะสาปแช่งซวนหมิงในใจเพราะซวนหมิงไม่ได้มาที่นี่ด้วยแต่ทว่าคนนับไม่ถ้วนได้หลั่งไหลเข้ามาจากภายนอก เมื่อเห็นแบบนั้นถังฮงก็ถอนหายใจด้วยความโกรธแล้วพูดว่า “เข้ามาเลย..ยิ่งพวกแกมากันมากเท่าไหร่มันก็ยิ่งนองเลือดมากเท่านั้น”
เมื่อเสียงจบลงกับดักและอาวุธลับก็ถูกเปิดใช้งานทันทีและอาวุธที่ซ่อนอยู่จำนวนนับไม่ถ้วนก็ปรากฏออกมาจนคนเหล่านั้นส่งเสียงกรีดร้องคร่ำครวญอย่างต่อเนื่องและเกือบจะครึ่งหนึ่งนั้นล้มตายภายในเวลาไม่นาน
ในสวนดอกไม้ของสำนักถังนั้นถังยู่ซินกำลังคุยกับจินเหว่ยห่าวอยู่ ซึ่งอาจเป็นเพราะคำพูดของเย่เชียนในคืนนั้นมีบทบาทสำคัญอย่างมากดังนั้นจินเหว่ยห่าวจึงไม่เลือกที่จะหนีเหมือนเมื่อก่อนแต่เมื่อเขาเห็นถังยู่ซินทีไรเขาก็นึกถึงเรื่องราวในอดีตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้และยังคงรู้สึกเจ็บปวดอยู่ในใจเล็กน้อยเพราะความโศกเศร้าของเขา
“พี่จินฉันได้ยินมาว่าลูกพี่ลูกน้องของฉันแข็งแกร่งมากจริงหรือเปล่า..พี่จินกับลูกพี่ลูกน้องของฉันเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันใช่มั้ย?..พี่จินช่วยเล่าเกี่ยวกับลูกพี่ลูกน้องของฉันให้ฟังหน่อยสิ” ถังยู่ซินถามอย่างสงสัย
“ฉันไม่ได้รู้จักลูกพี่ลูกน้องของเธอมาตั้งแต่แรกแต่ฉันก็ได้ยินเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับลูกพี่ลูกน้องของเธอ..อาจพูดได้ว่าลูกพี่ลูกน้องของเธอเป็นลูกผู้ชายตัวจริงและเขาก็สามารถบรรลุความสำเร็จในวันนี้ได้ทั้งหมดด้วยตัวเขาเอง..เขาเก่งมาก” จินเหว่ยห่าวพูด “เธอเคยได้ยินชื่อเขี้ยวหมาป่ามั้ย?”
ถังยู่ซินก็ส่ายหัวเล็กน้อยและพูดว่า “ตอนที่ฉันฝึกฝนอยู่ดูเหมือนว่าฉันจะไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนในโลกศิลปะการต่อสู้โบราณ”
“นี่ไม่ใช่สำนักในโลกศิลปะการต่อสู้โบราณแต่เป็นองค์กรของทหารรับจ้าง” จินเหว่ยห่าวพูด “นอกจากนี้ยังเป็นองค์กรที่ลูกพี่ลูกน้องของเธอสังกัดอยู่ด้วย..ยิ่งไปกว่านั้นเย่เชียนก็เป็นผู้นำองค์กรนี้และทำให้มันก้าวขึ้นไปสู่จุดสูงสุดในปัจจุบัน..ฉันต้องบอกเลยว่าเรื่องราวของเย่เชียนถือได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์การต่อสู้ของชนชั้นรากหญ้าเพราะเย่เชียนเคยถูกรับเลี้ยงโดยคนเก็บขยะเก่าและต้องลาออกจากโรงเรียนก่อนกำหนดเพราะครอบครัวขาดแคลนเงินแต่เย่เชียนก็ไม่เสียใจและตั้งใจช่วยชายชราเก็บขยะหาเงิน..แต่ต่อมาเพราะเขาไปมีเรื่องกับอันธพาลในท้องถิ่นจนเขาต้องหนีออกจากประเทศจีนไป..จากนั้นเขาก็ได้เข้าร่วมองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าและเพียงไม่กี่ปีเขาก็รับช่วงต่อเป็นผู้นำองค์กรและต่อสู้จากเหนือจรดใต้และขยายอำนาจมาจนถึงทุกวันนี้..ถ้ามีใครในโลกนี้ที่ควรค่าแก่การชื่นชมและการเคารพของฉันมากที่สุดก็คือเย่เชียนลูกพี่ลูกน้องของเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น”
“โห..ดูเหมือนว่าลูกพี่ลูกน้องของฉันนี่น่าทึ่งจริงๆ” ถังยู่ซินยิ้มและพูดว่า “ว่าแต่พี่ชายคนที่มาต่อสู้กับคุณปู่ของฉันเขาเป็นใครกันเหรอ?”
จินเหว่ยห่าวก็ขดริมฝีปากเล็กน้อยและพูดว่า “นั่นก็เป็นหนึ่งในสมาชิกขององค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าเช่นกันและเป็นพี่ชายที่ดีที่สุดของเย่เชียน..แต่ฉันไม่รู้ความสัมพันธ์เบื้องลึกระหว่างพวกเขานั้นเป็นยังไงแต่มันน่าทึ่งมาก..บางครั้งพวกเขาดูเหมือนจะเป็นเพื่อนกันและบางครั้งก็ดูเหมือนจะเป็นศัตรูกันจนฉันไม่สามารถเข้าใจได้เลย”
ถังยู่ซินกระพริบตาแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “พวกเขาไม่ได้เป็นเพื่อนกันหรอกเหรอ?”
จินเหว่ยห่าวตกตะลึงไปครู่หนึ่งแล้วยิ้มเล็กน้อยและเมื่อมองไปที่รอยยิ้มของถังยู่ซินแล้วเขาก็อดไม่ได้ที่จะแน่นิ่งอยู่พักหนึ่งเพราะความทรงจำในอดีตมากมายหวนคืนกลับมา เธอเห็นว่าจินเหว่ยห่าวเหม่อลอยและจ้องมองเธออย่างไม่ละสายตาแต่พอเธอสังเกตดีๆเธอก็พบว่าจินเหว่ยห่าวกำลังมองมาที่หน้าอกของเธออยู่ เมื่อเห็นแบบนั้นถังยู่ซินก็ตะโกนว่า “นี่พี่ชายกำลังมองอะไรอยู่..พี่ชายหน้าไม่อาย!”
“เอ่อ…” จินเหว่ยห่าวตระหนักได้ถึงความหยาบคายของเขาและรีบถอนสายตาแล้วหันไปมองที่อื่นและพูดอย่างขอโทษว่า “ฉันขอโทษ..ฉันขอโทษจริงๆ”
ทันใดนั้นการต่อสู้และเสียงกรีดร้องก็ดังขึ้นจนทั้งสองคนอดไม่ได้ที่จะแน่นิ่งไปชั่วขณะและเห็นสาวกคนหนึ่งวิ่งเข้ามาโดยมีรอยแผลเป็นเต็มตัวแล้วตะโกนว่า “คุณหนูรีบหนีไป..ตอนนี้ถังเฉียงได้ก่อกบฏแล้ว”
ก่อนที่คนๆนั้นจะเอื้อมมือมาถึงเขาก็ล้มลงและถังยู่ซินก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งและก่อนที่เธอจะเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นจู่ๆกลุ่มคนก็พุ่งเข้ามาหาเธอและขว้างอาวุธใส่ เมื่อเห็นแบบนั้นจินเหว่ยห่าวก็ตกใจและตะโกนว่า “ระวัง!” จากนั้นเขาก็ดึงคว้าตัวของถังยู่ซินหลบไปที่ด้านข้าง
ผู้คนนับสิบรีบวิ่งเข้ามาหาจินเหว่ยห่าวเพราะงั้นจินเหว่ยห่าวจึงไม่ลังเลและปกป้องถังยู่ซินอย่างสุดความสามารถและทันใดนั้นดูเหมือนว่าเขาจะได้เห็นฉากที่เจ็บปวดในอดีตเหล่านั้นอีกครั้งและคิดว่าเขาเป็นคนโชคร้ายจริงๆหรือเปล่า ทำไมผู้หญิงรอบๆตัวเขาถึงได้จากเขาไปกันหมด?
ในหมู่ของคนเหล่านี้มีทั้งสาวกของสำนักถังส่วนหนึ่งและคนของหมอผีซวนหมิงอีกส่วนหนึ่งและนี่เป็นคำสั่งพิเศษของถังเฉียงเพราะเขารู้ว่าถังยู่ซินสำคัญต่อถังฮงมาก ดังนั้นถ้าเขาสามารถจับตัวถังยู่ซินได้ล่ะก็นั่นจะเป็นภัยคุกคามต่อถังฮงและโอกาสชนะของเขาจะสูงขึ้นมาก
“รีบหนีไป..เดี๋ยวฉันจะต้านพวกมันเอาไว้เอง” จินเหว่ยห่าวพูดอย่างเคร่งขรึม
“ไม่!..จะให้ฉันทิ้งพี่ชายอยู่คนเดียวได้ยังไง” ถังยู่ซินพูดอย่างแน่วแน่ “พี่จิน..เรามาสู้ด้วยกันเถอะและต่อให้ฉันต้องตายฉันก็ยินดีที่จะตายไปกับพี่จิน” เมื่อได้ยินแบบนั้นจินเหว่ยห่าวก็ตกตะลึงและมองเธอด้วยความซาบซึ้งใจและมีความสุข จากนั้นเขาก็พยักหน้าอย่างหนักหน่วงและเขาก็มุ่งมั่นที่จะปกป้องถังยู่ซินเพื่อไม่ให้โศกนาฏกรรมซ้ำรอยในอดีต
แน่นอนว่าเหล่าหมอผีและจอมขมังเวทย์นั้นไม่ถนัดการโจมตีด้วยอาวุธดังนั้นพวกเขาจึงใช้การต่อสู้ระยะประชิดและด้วยเหตุนี้สาวกสำนักถังที่แปรพักตร์จึงไม่กล้าที่จะใช้อาวุธระยะไกลเพราะกลัวไปทำร้ายพรรคพวกของตัวเอง การร่วมมือในครั้งนี้เป็นไปอย่างแยบยลและไม่ราบรื่นเลยแม้แต่น้อย
อย่างไรก็ตามถังยู่ซินก็ไม่มีความปรานีเลยเพราะในเวลานี้เธอสะบัดมือเพื่อขว้างอาวุธออกไปอย่างต่อเนื่องและแม่นยำ ถึงแม้ว่าถังยู่ซินจะเป็นผู้หญิงแต่การฝึกฝนของเธอก็ไม่ได้แย่และแม้แต่ถังจิงหนานเองก็ชื่นชมและโปรดปรานเธอ ในบรรดาลูกหลานของตระกูลถังแล้วถังยู่ซินถือได้ว่าอยู่อันดับต้นๆของการจัดอันดับและทักษะการใช้อาวุธของเธอนั้นก็มีเอกลักษณ์มาก
อย่างไรก็ตามในการต่อสู้ระยะประชิดเห็นได้ชัดว่าเธอเสียเปรียบกว่ามากและเริ่มกดดันเพราะหมอผีเหล่านี้แข็งแกร่งมากและเชี่ยวชาญในการต่อสู้ระยะประชิด เพราะเหตุนี้เองจินเหว่ยห่าวจึงถูกกดดันอย่างหนักเพราะความทรงจำอันเจ็บปวดของอดีตที่ผ่านๆมาปรากฏในใจของเขาซึ่งทำให้เขาหวาดกลัวพราะเขากลัวว่าโศกนาฏกรรมในอดีตจะเกิดขึ้นอีก
ถึงแม้ว่าจินเหว่ยห่าวจะเป็นยอดฝีมือแต่อย่างไรก็ตามเขาอยู่ในระดับที่ 6 ของระดับพลังศิลปะการต่อสู้โบราณเท่านั้นและอาจจะง่ายดายที่จะจัดการกับหมอผีสองสามคนแต่ก็ค่อนข้างยากที่จะจัดการกับคนจำนวนมากพร้อมๆกัน อีกทั้งยังกังวลว่าสาวกสำนักถังจะใช้ยาพิษหรืออาวุธลับ ดังนั้นเขาจึงพยายามหลีกเลี่ยงให้มากที่สุดเพราะสถานการณ์อันตรายมาก ดังนั้นเพื่อปกป้องถังยู่ซินแล้วเขาก็ต้องระมัดระวังและสังเกตสิ่งต่างๆรอบๆตัว
โชคดีที่ทักษะของถังยู่ซินไม่ได้อ่อนแอเพราะทักษะและความสามารถของเธอนั้นลดภาระของจินเหว่ยห่าวไปได้มากและทั้งสองก็ต่อสู้เคียงข้างกันและร่วมมือกันโดยปริยาย
เมื่อเหล่าหมอผีเห็นว่าพวกเขาไม่สามารถทำอะไรจินเหว่ยห่าวได้เลยดังนั้นทุกคนก็เลยมองหน้ากันและดูเหมือนจะคิดว่าถังยู่ซินนั้นอ่อนแอกว่ามากและด้วยเหตุนี้พวกเขาทั้งหมดจึงเล็งเป้าหมายไปที่ถังยู่ซินแทน เมื่อเห็นแบบนั้นจินเหว่ยห่าวก็รีบพุ่งเข้าไปแต่ทว่าเหล่าหมอผีกลับหันมาโจมตีสวนจินเหว่ยห่าว
“หึ” จินเหว่ยห่าวรู้ว่าเขาถูกหลอกแต่เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องต่อสู้กลับอย่างเร่งรีบด้วยการ “ปัง” หมัดของทั้งสามคนปะทะกันแต่จินเหว่ยห่าวไม่สามารถตอบโต้ได้เพราะเขามีเพียงสองมือและไม่สามารถต้านทานอีกฝ่ายสองคนได้จนเขาถูกต่อยอย่างแรงสองครั้งที่ร่างกายของเขาและร่างกายของเขาก็ลอยกลับหัวกลับหางทันที
“พี่จิน!” ถังยู่ซินตะโกนและสะบัดมือขวาของเธอจากนั้นหมอกสีดำก็กระจายออกจากแขนเสื้อของเธอ เมื่อเห็นแบบนั้นเหล่าหมอผีก็ตกใจและไม่กล้าไล่ตามไปและพวกเขาก็รีบถอยห่างแล้วถังยู่ซินก็วิ่งไปช่วยจินเหว่ยห่าวพร้อมกับพูดด้วยความเป็นห่วงว่า “พี่จินเป็นอะไรมั้ย?”
ถังยู่ซินก็ส่ายหัวอย่างขมขื่นและน้ำตาคลอเบ้าจากนั้นเธอก็พูดว่า “ไม่เลย..สำหรับฉันพี่จินเป็นผู้ชายที่กล้าหาญมาก”
จินเหว่ยห่าวก็ยิ้มแล้วพูดว่า “ฉันไม่ใช่คนกล้าหาญอะไรแต่ตราบใดที่ฉันยังมีลมหายใจอยู่ก็จะไม่มีใครทำร้ายเธอได้” ในขณะที่เขาพูดเขาก็ยืนขึ้นและร่างกายของเขาก็เซไปเซมาเล็กน้อยแต่หลังจากนั้นครู่หนึ่งเขาก็ทรงตัวและยืนนิ่งราวกับภูเขาและไร้ซึ่งความหวั่นเกรงใดๆ เมื่อมองดูแผ่นหลังของจินเหว่ยห่าวแล้วถังยู่ซินก็รู้สึกแปลกๆและรู้สึกมีความสุขในหัวใจของเธอ
“หืม?..กล้าหาญเมื่ออยู่ต่อหน้าหญิงสาวอย่างงั้นเหรอ?..ฉันอยากจะรู้จริงๆว่าแกมีความสามารถมากแค่ไหน” หมอผีมนต์ดำเหล่านั้นส่งเสียงเย้ยหยันอย่างเย็นชาและพุ่งเข้าไปอีกครั้ง
ในเวลานี้จินเหว่ยห่าวก็เหลือบมองถังยู่ซินและพูดว่า “ฉันไม่รู้ว่าฉันจะทนได้นานแค่ไหนเพราะงั้นเธอรีบหนีไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้..ถ้าเธอออกจากที่นี่ได้เธอจะปลอดภัย”
“ไม่!..ฉันไม่ไป” ถังยู่ซินพูดอย่างหนักแน่น
“ยัยโง่..ถ้าเธอไม่ไปตอนนี้มันจะสายเกินไปนะ..ถ้าเธอหนีไปได้เธอก็ยังมีโอกาสล้างแค้นให้ฉันอยู่ไม่ใช่เหรอ?” จินเหว่ยห่าวพูด
“ไม่!..ฉันจะไม่ทิ้งพี่จินเอาไว้คนเดียว..ขอร้องล่ะพี่จินอย่าไล่ฉันไปเลย..ถ้าเราจะตายก็ต้องตายด้วยกัน” ถังยู่ซินพูดอย่างหนักแน่นและดวงตาของเธอก็เต็มไปด้วยน้ำตา
.