ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1142 ฐานทัพเรือไอร่อนบลัด
ตอนที่ 1142 ฐานทัพเรือไอร่อนบลัด
………………..
เมื่อเย่เชียนบอกกับจินเหว่ยห่าวและถังยู่ซินว่าถังจิงหนานมีทัศนคติยังไงบ้างแล้วเห็นได้ชัดว่าพวกเขามีความสุขและตื่นเต้นมากอย่างมาก ด้วยความยินยอมของถังจิงหนานนั้นจะทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาดูสมเหตุสมผลและไม่ต้องกังวลอะไรอีกต่อไป จากนั้นเย่เชียนก็อธิบายให้จินเหว่ยห่าวฟังเกี่ยวกับบางอย่างและให้เขาจัดการความสัมพันธ์กับถังฮงอย่างระมัดระวังและอย่าใกล้ชิดกันเกินไปหรืออย่าห่างเหินเกินไป แน่นอนว่าเย่เชียนพูดอย่างละเอียดอ่อนมากและจินเหว่ยห่าวเองก็เป็นคนฉลาดเพราะงั้นเขาจึงรู้ว่าเย่เชียนหมายความว่ายังไงและจะสื่ออะไร ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าทำไมเย่เชียนถึงพูดแบบนั้นแต่เขาก็สามารถคาดเดาอะไรบางอย่างได้ว่ามันจะต้องเป็นสิ่งสำคัญในอนาคตอย่างแน่นอน
จินเหว่ยห่าวนั้นเกิดในตระกูลใหญ่เหมือนกับตระกูลถังดังนั้นเขาจึงรู้ดีถึงการต่อสู้นองเลือดภายในตระกูล เขายังชัดเจนมากเกี่ยวกับความหมายที่เย่เชียนจะสื่อก่อนหน้านี้และตอนนี้เขาเองก็กำลังคบหากับถังยู่ซินและถังฮงก็เป็นพ่อของถังยู่ซินดังนั้นจินเหว่ยห่าวต้องชนะใจด้วยตัวตนของเขา ด้วยเหตุนี้จินเหว่ยห่าวจึงต้องจัดการความสัมพันธ์กับถังฮงให้ดีและจะต้องไม่มากหรือไม่น้อยจนเกินไป
ยิ่งไปกว่านั้นดูเหมือนว่าเขาจะสัมผัสได้ถึงความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้นในคำพูดของเย่เชียนและดูเหมือนว่าเย่เชียนจะต้องการให้เขาเข้าหาถังจิงหนานให้มากกว่านี้ แต่จินเหว่ยห่าวก็ไม่เข้าใจจุดประสงค์ของเย่เชียนอยู่ดีหรือเป็นไปได้ไหมว่าเย่เชียนต้องการที่จะครอบครองสำนักถัง? อย่างไรก็ตามเมื่อจินเหว่ยห่าวต้องการถามคำถามแต่เย่เชียนก็ได้เปลี่ยนเรื่องและประเด็นอื่นไปแล้ว
เย่เชียนบอกจินเหว่ยห่าวว่าเขาจะต้องออกเดินทางตั้งแต่เช้าตรู่ในวันพรุ่งนี้และหลังจากที่จินเหว่ยห่าวตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งเขาก็ยืนกรานที่จะไปกับเย่เชียนด้วยแต่เย่เชียนปฏิเสธโดยบอกว่าจินเหว่ยห่าวมีเรื่องสำคัญกว่าที่ต้องทำในตอนนี้ ซึ่งจินเหว่ยห่าวเข้าใจว่านี่ไม่ใช่เพราะเย่เชียนกลัวว่าข้อมูลและสิ่งต่างๆของเขี้ยวหมาป่าจะถูกเปิดเผยต่อหน้าเขาแต่เย่เชียนนั้นหวังให้เขาอยู่ในสำนักถังในเวลานี้เพื่อที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆเพื่อใช้เป็นพลังในอนาคต ควบคู่ไปกับสำนักม่อจื๊ออีกฝ่ายซึ่งทั้งสองสำนักนี้จะเป็นกำลังรบที่สำคัญอย่างมากในอนาคต
จินเหว่ยห่าวก็ดันทุรังอีกต่อไปและเขาก็น้อมรับเจตนาดีของเย่เชียนเอาไว้และมันก็เป็นเรื่องจริงเพราะถ้าเขาติดตามเย่เชียนต่อไปเขาจะไม่มีทางที่จะขยายอำนาจและแสดงพลังของตัวเองได้เลย ถ้าเขาพึ่งพาเย่เชียนเพื่อช่วยเขาอย่างเดียวล่ะก็การเอาชนะตระกูลจินได้และเมื่อได้ตำแหน่งผู้นำตระกูลมามันจะมีความหมายอะไร ดังนั้นจินเหว่ยห่าวจึงพยักหน้าเห็นด้วยและบอกให้เย่เชียนระมัดระวังตัวให้มากขึ้น
เย่เชียนก็หัวเราะและบอกว่าเขาเป็นคนตายยากและจะไม่ตายง่ายๆแน่นอน ซึ่งเย่เชียนยังบอกว่าเขาต้องไปเยือนภาตตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อทำการใหญ่และเขาต้องใช้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนเป็นสะพานเข้าสู่ประเทศรัซเสียและประกาศกร้าวให้ทั่วโลกเห็นสักยภาพของชาวจีน
เช้าวันรุ่งขึ้นเย่เชียนบอกลาถังจิงหนานและออกจากสำนักถังทันที จากนั้นถังเฉียงก็ได้รับการปล่อยตัวจากห้องขังโดยถังจิงหนาน เมื่อถังเฉียงรู้ว่าเป็นเย่เชียนที่พูดโน้มน้าวถังจิงหนานเพื่อให้ปล่อยตัวเขาแล้วถังเฉียงก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงไปครู่หนึ่งและรู้สึกขอบคุณเย่เชียนอย่างมาก เพราะไม่มีความเกลียดชังหรือความแค้นใดๆกับเย่เชียนและเหตุผลที่ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาไม่ค่อยดีก็เป็นเพราะถังยู่เซิง ยิ่งไปกว่านั้นถังยู่เซิงไม่ได้ถูกเย่เชียนฆ่าดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องโทษเย่เชียนอีกต่อไป นอกจากนี้เขายังคิดอย่างชัดเจนเกี่ยวกับความผิดที่เขาทำลงไปจนถูกคุมขัง จริงอยู่ว่าสิ่งที่เขาทำนั้นมากเกินไปและเขาก็คิดที่จะให้ซวนหมิงช่วยครอบครองตำแหน่งเจ้าสำนักและหวังว่าซวนหมิงจะสนับสนุนเขาโดยใช้พิธีกรรมแลกเปลี่ยนเลือดเพื่อทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นแต่ทั้งหมดเขาก็ทำเพื่อสำนักถังอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ก่อนออกเดินทางเย่เชียนไปที่หมู่บ้านเมียวเพื่อไปพบหลัวสุ่ย เมื่อเห็นผู้หญิงตัวเล็กๆที่ไร้เดียงสาและน่ารักซึ่งเคยมีชีวิตอยู่แต่ตอนนี้เธอกลับต้องนอนอยู่บนเตียงเหมือนคนตายแล้วเย่เชียนก็รู้สึกเจ็บปวดอย่างอธิบายไม่ได้ในใจ เย่เชียนทำอะไรไม่ได้และสิ่งเดียวที่เย่เชียนทำได้คือรอหว่านไห่หาวิธีกำจัดคาถาสัมภเวสีในตัวของหลัวสุ่ย
ถ้าหากคาถามนต์ดำดังกล่าวเป็นเหมือนในตำนานจริงๆมันก็ไม่มีทางที่จะรักษาได้โดยยาทั่วไปเลย ดังนั้นวิธีเดียวที่จะกำจัดมันได้คือการค้นหาสิ่งเหนือธรรมชาติที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์เท่านั้น เย่เชียนอยู่ในห้องของหลัวสุ่ยและคุยกับเธอทั้งคืนและเมื่อเห็นเย่เชียนเป็นแบบนี้หว่านไห่ก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ๆแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
ไม่มีใครรู้ว่าเย่เชียนพูดอะไรกับหลัวสุ่ยในคืนนั้นหรือบางทีเขาอาจไม่ได้พูดอะไรเลยเพราะหลัวสุ่ยไม่ได้ยินหรือพูดได้ อย่างไรก็ตามเมื่อเย่เชียนออกมาจากห้องของหลัวสุ่ยในวันรุ่งขึ้นเขาก็มีรอยน้ำตาที่แห้งแล้วอยู่ที่มุมขอบตาของเขา
เย่เชียนไม่เคยคิดว่าเขาเป็นวีรบุรุษที่รับใช้ชาติและประชาชนและเขาไม่เคยประกาศว่าเขายิ่งใหญ่แค่ไหนแต่ในใจของเขานั้นเขามีความเชื่อว่าไม่มีใครหยุดเขาได้ ต่อให้บทสรุปสุดท้ายจะไม่ใช่อย่างที่เขาคาดหวังก็ตามแต่มันก็ไม่สำคัญเพราะถ้าหากเขาไม่มีแม้แต่ความกล้าที่จะลงมือทำอะไรเขาก็จะสูญเสียจิตวิญญาณที่แท้จริงไป
เย่เชียนโกรธมากเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับชาวประมงในน่านน้ำของประเทศจีนและเขาก็รู้สึกว่าเขาควรทำอะไรบางอย่าง ไม่ใช่ว่าเขาต้องการสร้างชื่อเสียงของตัวเองหรือได้รับความเคารพจากคนเหล่านั้นแต่เขารู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ยุติธรรมต่อประเทศชาติ บางคนในโลกนี้ที่สงสัยจุดประสงค์ของคนที่ทำความดีนั่นเป็นเพราะอยากถูกสรรเสริญเยินยออย่างเศรษฐีบางคนที่ได้บริจาคเงิน เงินจำนวนมากเพื่อบรรเทาภัยพิบัติแต่คนมักจะพูดกันว่าจุดประสงค์ของพวกเขาคือเพียงเพื่อสร้างชื่อเสียง แต่ทว่าหากนักธุรกิจหรือเศรษฐีผู้มั่งคั่งทุกคนเต็มใจบริจาคเงินจำนวนมากเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้เพื่อชื่อเสียงหรือไม่ก็ตามและไม่ว่าจะมีจุดประสงค์อะไรแต่สุดท้ายแล้วผลลัพธ์ของการกระทำก็ดีเสมอ ดังนั้นมันไม่จำเป็นต้องสงสัยและอิจฉาพวกเขาเพราะความอิจฉาริษยามันมักจะทำให้เราดูด้อยค่าลง
ส่วนกองทัพเรือไอร่อนบลัดในปัจจุบันนั้นไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้วเพราะความแข็งแกร่งของพวกดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสมาชิกในกองทัพเกือบทั้งหมดเป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตรที่ปลดประจำการแล้วจากกองทัพเรือในประเทศจีนและต่างประเทศทั่วโลก ดังนั้นไม่ควรประเมินประสิทธิภาพการต่อสู้ของพวกเขาต่ำจนเกินไป นอกจากนี้กองทัพเรือไอร่อนบลัดยังมีอาวุธยุทธอุปกรณ์ที่แข็งแกร่งและเป็นดั่งขุมพลังอันน่ากลัวในผืนทะเล
หลี่เหว่ยในฐานะผู้นำของกองทัพเรือไอร่อนบลัดได้สถาปนาชื่อเสียงของเขาอย่างรวดเร็วในกองทัพไอร่อยบลัดจนเหล่าทหารเรือที่เกษียณอายุราชการหรือทหารที่ปลดประจำการแล้วถึงกับต้องเคารพเขา ทุกวันนี้ถ้าเขาต้องการทหารจริงๆมาชื่นชมเขาล่ะก็วิธีเดียวที่จะเอาชนะใจได้ก็คือความแข็งแกร่งและทำให้พวกเขาเหล่านั้นเคารพจากก้นบึ้งของหัวใจ ไม่ว่าจะเป็นทหารจากกองทัพสังกัดไหนก็ตามถึงยังไงสิ่งที่พวกเขาชื่นชมก็คือความแข็งแกร่งเสมอ
ถึงแม้ว่าหลี่เหว่ยมักจะทำตัวสบายๆในงานของเขาแต่เขาก็ไม่เคยหย่อนยานหรือประมาทเมื่อเผชิญกับเหตุการณ์สำคัญ เขาจำการเดิมพันระหว่างชิงเฟิงกับเขาได้อย่างชัดเจนและโดยธรรมชาติแล้วเขาไม่เต็มใจที่จะยอมรับความพ่ายแพ้ ยิ่งไปกว่านั้นด้วยการเสริมกำลังรบด้วยองค์กรชาโด้ซากุระจึงทำให้การพัฒนาในประเทศญี่ปุ่นของชิงเฟิงมีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอย่างมากและพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นหลี่เหว่ยจึงไม่เต็มใจที่จะพ่ายแพ้และแน่นอนว่าหากพวกเขาต้องการแข่งขันกันจริงๆก็ไม่มีทางที่จะยืนยันได้ว่าใครแข็งแกร่งกว่าและใครอ่อนแอกว่าเลย อีกอย่างอีกฝ่ายหนึ่งก็อยู่ในทะเลและอีกฝ่ายหนึ่งก็อยู่บนบกจึงเปรียบเทียบกันไม่ได้
เย่เชียนไม่ได้ปฏิเสธวิธีการแข่งขันที่เป็นความลับของทั้งสองเพราะในมุมมองของเย่เชียนนี่เป็นวิธีการแข่งขันที่จะทำให้พวกเขาทำงานหนักขึ้นและตั้งใจกันมากขึ้น แน่นอนว่ามันอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่สมเหตุสมผลและยุติธรรมเพราะพี่น้องจะสามารถทำงานร่วมกันได้โดยไม่เล่นสกปรกใดๆ ถึงแม้ว่าหลี่เหว่ยกับชิงเฟิงจะเป็นเหมือนตัวร้ายและมักจะเล่นสกปรกกันทั้งคู่แต่เย่เชียนก็เชื่อว่าพวกเขาจะไม่ทำอะไรเลวร้ายเด็ดขาด
ในตอนแรกจุดประสงค์ของการก่อตั้งกองทัพเรือไอร่อนบลัดของเย่เชียนไม่ใช่เพื่อสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจแต่เพื่อเสริมสร้างพลังขององค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าและตอนนี้หลังจากได้ยินคำอธิบายของหลี่เหว่ยแล้วเย่เชียนก็พบว่าอุตสาหกรรมเหล่านี้ทำรายได้มหาศาลและยิ่งใหญ่มาก กำไรดังกล่าวทำให้เย่เชียนอดไม่ได้ที่จะตกใจและสิ่งที่หลี่เหว่ยพูดเกี่ยวกับการวบรวมกลุ่มโจรสลัดทั้งหมดในทะเลและทำให้ไอร่อนบลัดกลายเป็นเจ้าแห่งท้องทะเลที่แท้จริงนั้นก็ทำให้เย่เชียนอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้น อย่างไรก็ตามการปฏิวัตินี้ยังไม่ได้เกิดขึ้นและหนทางยังอีกยาวไกลอย่างมาก
เมื่อพวกเขามาถึงฐานทัพไอร่อนบลัดแล้วเย่เชียนก็รู้สึกประหลาดใจที่พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากครั้งล่าสุดที่เขามาที่นี่ เห็นได้ชัดว่ามาตรการป้องกันนั้นสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นและป้อมปราการก็แข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน นี่ไม่ใช่ฐานทัพเรือธรรมดาที่สามารถโจมตีได้ง่ายเลย เมื่อเห็นภาพโดยรวมเย่เชียนก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจและพูดว่า “หลี่เหว่ยดูเหมือนว่านายจะทำได้ดีเลยทีเดียว..ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาดูสิ่งที่นายทำสิ..ฉันคิดว่ามันดีพอๆกับฐานทัพเรือของสหรัฐอเมริกาเลย”
หลี่เหว่ยฉีกยิ้มแล้วพูดว่า “มันยังห่างไกลระดับนั้นอีกมาก..แต่เรามีระบบป้องกันขีปนาวุธทางอากาศและทางน้ำอย่างสมบูรณ์แบบและยังมีขีปนาวุธวิถีไกลและอีกมากมายด้วย”
เย่เชียนกลอกตาไปมาแล้วพูดว่า “เอาเถอะของพวกมันนั้นมันเกินกว่าที่ฉันจะควบคุมได้..อย่าเล่าให้ฉันฟังเลย..มาพูดถึงเรื่องสำคัญกันดีกว่า” หลังจากนั้นครู่หนึ่งเย่เชียนก็พูดต่อ “ตอนแรกฉันบอกนายว่างบประมานทั้งหมดจะต้องใช้พัฒนากองทัพเรือของเราแต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าตอนนี้นายหาเงินได้อย่างมหาศาลเลยไม่ใช่เหรอ?”
เมื่อเขาก่อตั้งกองทัพเรือไอร่อนบลัดขึ้นในตอนแรกเย่เชียนก็บอกว่าไม่จำเป็นต้องหารายได้ใดๆจากการทำกองทัพเรือแต่เน้นไปที่การพัฒนากองทัพเรือแทนเพื่อที่พวกเขาจะสามารถขยายกำลังรบได้ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเย่เชียนจะประเมินกองทัพเรือและธุรกิจในผืนทะเลต่ำเกินไปเพราะผลกำไรที่ได้มานั้นเกินความคาดหมายอย่างมาก
“บอส!..เราตกลงกันตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่เหรอว่ารายได้ทั้งหมดของกองทัพเรือไอร่อนบลัดจะถูกควบคุมโดยผม..ที่จริงแล้วบอสมองแค่ผิวเผินเท่านั้นเพราะเกือบทั้งหมดของรายได้เราเอาไปพัฒนากองทัพซะส่วนมาก” หลี่เหว่ยพูดด้วยใบหน้าเศร้าๆ “บอสไม่สงสารพวกเราบ้างเหรอ?”
“ฉันดูจากรายงานของแจ็คแล้วดูเหมือนว่านายจะเป็นคนที่อยู่กินสบายที่สุดแล้ว” เย่เชียนพูด “เพราะงั้นอย่าพูดคำว่าน่าสงสารกับฉันเพราะมันถึงเวลาแล้วที่นายจะต้องตอบแทนองค์กรของเรา..เอ่อ..ฉันไม่ได้ใจดำขนาดนั้นหรอกนะ..นายหักค่าใช้จ่ายปกติและค่าก่อสร้างและงบประมาณทั้งหมดไป..ฉันต้องการแค่ 40% ของรายได้ทั้งหมดเท่านั้น..ตอนนี้ฉันต้องการเงินในหลายๆทางเพราะงั้นนายก็ควรจะส่งเงินส่วนนี้ให้ฉันเป็นประจำ”
.