ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1146 การต่อสู้ทางทะเล
ตอนที่ 1146 การต่อสู้ทางทะเล
………………..
องค์กรหรือกลุ่มใดๆก็ต้องมีความเชื่อและจิตสำนึกในเกียรติส่วนรวมซึ่งเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นในการสนับสนุนให้องค์กรดำเนินต่อไป หากขาดสิ่งเหล่านี้ย่อมหมายความว่าองค์กรหรือกลุ่มนั้นๆขาดจิตวิญญาณแบบไม่ต้องสงสัย ด้วยวิธีนี้สิ่งที่เย่เชียนต้องการคือการมีกลุ่มคนที่ต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของเขี้ยวหมาป่าและอนาคตของเขี้ยวหมาป่าด้วยใจจริง ดังนั้นสมาชิกทุกคนจะต้องยึดถือผลประโยชน์และนึกถึงองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าก่อนเสมอ
เย่เชียนยังคงพอใจกับคำพูดของนายทหารที่ปลดประจำการแล้วจากประเทศฟิลิปปินส์เพราะอย่างน้อยๆเขาก็พิสูจน์ให้เห็นว่าการจัดการองค์กรของหลี่เหว่ยเป็นไปได้ด้วยดีและไม่ได้ละเลยต่อสมาชิกคนไหนตลอดหลายปีที่ผ่านมา ด้วยวิธีนี้การพัฒนาของกองทัพเรือไอร่อนบลัดจะต้องแข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอน
คืนนั้นหลังจากบอกรายละเอียดของภารกิจแล้วทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน
ในเช้าตรู่ของวันที่สองเย่เชียนกับหลี่เหว่ยนำสมาชิกไอร่อนบลัดสองสามคนขึ้นเรือประมงแล้วแล่นตรงไปยังทะเลเหลือง ในเวลาเดียวกันเย่เชียนได้ติดต่อกับกลุ่มโจรสลัดซาตานและขอให้พวกเขาร่วมมือกับกองทัพเรือไอร่อนบลัดในการลาดตระเวนเขตน่านน้ำ แท้ที่จริงแล้วมันเป็นเพียงแผนการเพราะเย่เชียนต้องการให้กองทัพเรือแห่งชาติของต่างประเทศปะทะกับกลุ่มโจรสลัดซาตาน แน่นอนว่าเย่เชียนยังเสนอเงื่อนไขที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และผลประโยชน์บางส่วนที่ได้รับทั้งหมดในแผนการครั้งนี้ให้แก่กลุ่มโจรสลัดซาตานถึง 60% ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันเป็นกำไรที่ยิ่งใหญ่สำหรับกลุ่มโจรสลัสซาตานอย่างมากและไม่คิดว่าเย่เชียนหลอกใช้พวกเขาเป็นโล่กำบังเลยแม้แต่น้อย
ทะเลเหลืองนั้นห่างไกลจากฐานทัพเรือไอร่อนบลัดมากดังนั้นภายในเรือประมงได้เตรียมทุกอย่างเอาไว้แล้วทั้งอาหารและน้ำดื่มเพราะนี่เป็นแผนการรบระยะยาวและไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาเป็นใครและพวกเขาก็ไม่รู้ว่าจะต้องปะทะกับศัตรูเมื่อไหร่
แน่นอนว่าสถานการณ์ในทะเลไม่อาจคาดเดาได้และไม่มีใครรับประกันได้ว่าสถานการณ์จะสงบ ดังนั้นหลังจากที่เรือประมงของเย่เชียนแล่นออกไปแล้วก็มีเรือดำน้ำอีกสองลำที่คอยติดตามอยู่ข้างหลังอย่าเงียบๆ
เนื่องจากที่นี่คือพื้นที่นอกชายฝั่งของประเทศจีนและเย่เชียนจึงไม่ต้องการให้มีความขัดแย้งกับประเทศจีนและกลัวพวกเขาเข้าใจผิดดังนั้นจึงมีเพียงเรือประมงของเย่เชียนที่เข้าไปในเขตน่านน้ำส่วนเรือดำน้ำทั้งสองลำก็อยู่ตามแนวปะการังและเกาะคอยเฝ้าระวังด้วยเรดาห์และอาวุธวิถีไกล เย่เชียนเห็นเรือประมงจีนจำนวนมากอยู่ที่นั่น ดังนั้นเย่เชียนจึงใช้โอกาสนี้เพื่อล่อให้กองทัพเรือของเกาหลีปรากฏตัวออกมา ดังนั้นพวกเขาจึงแค่แล่นเรือไปมาและไม่ได้จับปลาแบบจริงจัง
หลังจากที่ชาวประมงจีนเห็นเย่เชียนและเรือของเขาแล้วพวกเขาก็ทักทายเย่เชียนอย่างสุภาพ พวกเขาทั้งหมดหาเลี้ยงชีพในทะเลและชาวประมงเหล่านี้ไม่มีความขัดแย้งเพราะการแข่งขันใดๆทั้งสิ้น ซึ่งถึงแม้ว่าปลาในปัจจุบันจะมีจำนวนน้อยมากแต่ถึงยังไงทะเลก็กว้างใหญ่มากเช่นกันดังนั้นพวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องทะเลาะกันด้วยเหตุนี้ เย่เชียนก็ทักทายพวกเขาอย่างใจดีและเมื่อเห็นการแสดงออกของพวกเขาในตอนนี้เย่เชียนก็มีความสุขเพราะถึงแม้ว่าชีวิตของพวกเขาอาจจะยากลำบากแต่พวกเขาก็ดูมีความสุข แต่ตอนนี้ความสุขนี้ดูเหมือนจะค่อยๆหายไปจากพวกเขาเพราะการตกปลาในที่ของพวกเขาได้ถูกคุกคามจากประเทศอื่นๆ
ตลอดทั้งช่วงเช้าก็ดูสงบมากและไม่มีอะไรที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ทะเลก็ดูสงบและตอนนี้เทคโนโลยีของประเทศจีนก็ได้รับการพัฒนาแล้วและได้รับอนุมัติและการส่งเสริมจากรัฐบาลจีนส่วนหนึ่งดังนั้นชาวประมงเหล่านี้จึงมีจอดาวเทียมคอยดูเมื่อออกไปหาปลา ถ้าหากมีพายุเข้าเมื่อไหร่เรือกู้ภัยของรัฐบาลจีนก็จะรับรู้แล้วเตรียมพร้อมรับสถานการณ์และสามารถไปถึงตำแหน่งที่เรือชาวประมงอยู่ได้อย่างรวดเร็ว
ชาวประมงก็เริ่มกินมื้อเที่ยงกันและดูเป็นอาหารธรรมดาๆมาก แต่มันไม่เหมือนคนบนบกเพราะพวกเขาอยู่แต่ในทะเลจึงมีแต่อาหารทะเลเท่านั้น ซึ่งพวกเขาจะขึ้นฝั่งได้ก็ต่อเมื่อหมดฤดูกาลหาปลาเท่านั้น
เย่เชียนและคนอื่นๆก็กินมื้อกลางวันบนเรือเสร็จพวกเขาก็หยุดเรือ อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่รู้ว่าเมื่อไรที่คนของกองทัพเรือประเทศเกาหลีจะโผล่มา
ประมาณสี่โมงเย็นทันใดนั้นกองทัพเรือเกาหลีก็ปรากฏตัวออกมาและชาวประมงจีนต่างก็ประหม่าในทันที เมื่อเห็นแบบนั้นเย่เชียนก็เดินออกจากดาดฟ้าเรือและหันหน้ามองออกไปเห็นเรือลาดตระเวนของกองทัพเรือเกาหลีที่แล่นมาอย่างรวดเร็วและเย่เชียนก็อดไม่ได้ที่จะฉีกยิ้มที่มุมปากของเขา
ในไม่ช้าเรือชาวประมงจีนเหล่านั้นก็ถอยออกที่ละลำและเรือลาดตระเวนของเกาหลีก็เข้ามาใกล้ๆเรือของเย่เชียน จากนั้นเสียงวิทยุกระจายเสียงก็ดังขึ้นข้างในแต่เย่เชียนไม่เข้าใจสิ่งที่พวกเขาพูด แต่สมาชิกที่เย่เชียนพามาด้วยนั้นรู้ภาษาเกาหลีดังนั้นเขาจึงแปลให้เย่เชียนฟัง
เรือลาดตระเวนเกาหลีเข้ามาใกล้เรือประมงของเย่เชียนจากนั้นทหารติดอาวุธครบมือก็เดินออกมาจากเรือแล้วจ้องมองเย่เชียนและพูดว่า “ออกมาให้หมด!”
จากนั้นเย่เชียนก็หันไปมองหลีเหว่ยกับคนอื่นๆจากนั้นเย่เชียนก็กระซิบข้างๆหูของหลี่เหว่ยว่า “เรือลาดตระเวนลำนี้ไม่เลวเลยฉันชอบมัน!”
เมื่อได้ยินแบบนั้นหลี่เหว่ยก็ฉีกยิ้มแล้วพูดว่า “ผมก็ด้วย”
“พวกแกรู้หรือเปล่าว่านี่คือเขตน่านน้ำของประเทศเกาหลี..เพราะงั้นพวกแกไมได้รับอนุญาตให้มาหาปลาที่นี่!” ทหารยศร้อยโทซึ่งอายุไม่มากนักและมีอายุเพียงสามสิบต้นๆพูดเฉียบขาด
“พวกเราตกปลาที่นี่มาสิบกว่าปีแล้วและที่นี่มันกลายเป็นของพวกแกเมื่อไหร่กัน?” หลี่เหว่ยพูด
เนื่องหน่วยลาดตระเวนของเกาหลีมักจะแล่นเรือไปรอบๆบริเวณทะเลนี้ดังนั้นพวกเขาจึงเข้าใจภาษาจีนได้ชัดเจนและหลังจากฟังคำพูดของหลี่เหว่ยแล้วร้อยโทคนนั้นก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าวและกระแทกท้ายปืนของเขาใส่หลี่เหว่ย “นั่นมันเมื่อก่อนแต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว”
ร้อยโทใช้ท้ายปืนทุบหลี่เหว่ยอย่างแรงจนหน้าหลี่เหว่ยสั่นและหลังจากยืนนิ่งไปสักพักหลี่เหว่ยก็เช็ดคราบเลือดที่มุมปากและเผยให้เห็นรอยยิ้มที่อาฆาตแค้นทันที แววตาที่อำมหิตแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่ชาวประมงทั่วไปควรจะมีได้และเจตนาฆ่าของหลี่เหว่ยก็น่าสยดสยองอย่างมาก
“พวกแกยังปกป้องตัวเองไม่ได้เลยแล้วยังมีหน้าไปห่วงเรื่องของคนอื่นอีก..พวกแกควรจะเชื่อฟังฉันไม่อยากนั้นพวกแกจะลงเอยแบบเดียวกันกับพวกมัน..คุกของเราที่ประเทศเกาหลียังว่างอยู่เพราะงั้นฉันไม่สนหรอกว่าพวกแกจะมีเยอะกันแค่ไหนไอ้พวกขยะ!” ร้อยโทพูดอย่างเย่อหยิ่ง
เย่เชียนก็พยักหน้าเล็กน้อยแล้วพูดว่า “แล้วแกจะทำอะไรกับพวกเรา?”
“พวกแกมาหาปลาที่นี่ซึ่งมันละเมิดความมั่นคงประเทศของเราเพราะงั้นพวกแกต้องคุกเข่าขอโทษเราและปลาทั้งหมดที่พวกแกจับได้จะถูกพวกเรายึด” ร้อยโทพูดอย่างภาคภูมิใจ
เย่เชียนหันไปชำเลืองมองหลี่เหว่ยและคนอื่นๆแล้วพูดว่า “นี่พวกแกกำลังประกาศสงครามกับประเทศจีนงั้นเหรอ?”
เมื่อได้ยินแบบนั้นทหารยศร้อยโทก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและพูดว่า “เราแค่บังคับใช้กฎหมายของประเทศเราเท่านั้น” เขาไม่ได้โง่เลยและเขาก็ไม่ได้ถูกเย่เชียนหลอกเพราะถ้าหากเขาพูดอย่างนั้นผลที่ตามมาก็จะตามมาก็จะเลวร้ายมากสำหรับประเทศเกาหลี เพราะนี่เป็นเพียงปัญหาเล็กๆน้อยๆเท่านั้นและพวกเขาก็ไม่อยากจะประกาศสงครามกับประเทศจีนอย่างโจ่งแจ้งเลยแม้แต่น้อย
“เอาล่ะ..ถ้างั้นฉันจะบอกพวกแกให้ชัดๆนะ” เย่เชียนพูดอย่างช้าๆ “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปพื้นที่ทะเลเหลืองแห่งนี้จะเป็นเขตของกองทัพเรือไอร่อนบลัดของเราและเรือทุกลำที่แล่นเข้ามาในเขตนี้โดยไม่ได้รับอนุญาตจะถือว่าเป็นภัยคุกคามกับเราและเราจะกำจัดทิ้งโดยไม่ลังเล!”
เมื่อได้ยินแบบนั้นเหล่าทหารของกองทัพเกาหลีก็อดไม่ได้ที่จะมองเย่เชียนและคนอื่นๆด้วยความประหลาดใจ ซึ่งพวกเขาไม่ได้คาดหวังว่าเรือลำนี้จำเป็นพวกของกองทัพเรือไอร่อนบลัด อย่างไรก็ตามเมื่อพวกเขาต้องการตอบโต้มันก็สายเกินไปแล้วเพราะเมื่อคำพูดของเย่เชียนจบลงพวกเขาทั้งหมดรีบพุ่งเข้าหาทหารเรือเกาหลีและยึดปืนทั้งหมดไป พวกเขาล้วนแต่เป็นสมาชิกของกองทัพเรือไอร่อนบลัดและเป็นนายทหารเรือมากฝีมือที่ปลดประจำการจากประเทศต่างๆทั่วโลก ดังนั้นทักษะของพวกเขาจึงไม่ธรรมดา
คนที่เย่เชียนนำมาในครั้งนี้หนึ่งในนั้นก็เป็นถึงอดีตทหารหน่วยรบพิเศษของกองทัพเรือแห่งชาติของจีน ซึ่งเขาโกรธเกรี้ยวกับพฤติกรรมของรัฐบาลเกาหลีมานานแล้ว ดังนั้นด้วยการส่งสัญญาณของเย่เชียนพวกเขาจึงทำการโจมตีพร้อมๆกัน ส่วนเย่เชียนก็หยิบมีดคลื่นโลหิตออกมาแล้วฟันออกไปทันทีจนทหารทั้งหมดของประเทศเกาหลีล้มลงกับพื้น
ภายในเวลาเพียงสามนาทีทหารเกาหลีมากกว่าหนึ่งโหลก็ยอมจำนน จากนั้นสมาชิกไอร่อนบลัดก็ขึ้นเรือไปเก็บอาวุธทั้งหมดของพวกเขามา ตอนนี้พวกเขาเดือดดาลกันอย่างมากและรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหลี่เหว่ยแล้วเขาก็เดินไปอย่างช้าๆที่ร่างของร้อยโทคนนั้นแล้วพูดว่า “ไหนเมื่อกี้ทำตัวเก่งนักเก่งหนา..ลุกขึ้นมาสู้กับฉันสิวะ!”
การโจมตีของหลี่เหว่ยไม่ธรรมดาเพราะเขาทำให้ซี่โครงของร้อยโทเกาหลีหักหลายซี่จนไม่สามารถยืนขึ้นได้และเขาก็มองไปที่หลี่เหว่ยด้วยความสยดสยอง “แกคิดว่าเมื่อแกถือปืนแล้วแกจะเก่งที่สุดงั้นเหรอ?..ตอนที่ฉันจับปืนครั้งแรกแกคงยังใส่ผ้าอ้อมอยู่เลยมั้ง!” หลี่เหว่ยเหยียบขาของร้อยโทขณะพูดจนอีกฝ่ายกรีดร้องอย่างโอดครวญ
เย่เชียนก็ฉีกยิ้มแล้วพูดว่า “พวกแกละเมิดกฎของกองทัพเรือไอร่อนบลัดของฉันเพราะงั้นคุกเข่าและขอโทษเราซะ..บางทีเราอาจจะปล่อยให้พวกแกมีชีวิตอยู่ต่อไปก็ได้..ไม่อย่างนั้นพวกแกก็ลงไปว่ายน้ำกับฉลามก็แล้วกัน”