ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1149 ณ เขตปกครองพิเศษไต้หวัน
ตอนที่ 1149 ณ เขตปกครองพิเศษไต้หวัน
………………..
อิดาอับส์ก็หันไปมองสภาพของเรือลาดตระเวนที่เย่เชียนเพิ่งจะยึดมาแล้วพูดว่า “เรือลาดตระเวนลำนี้ไม่เลวเลย..คราวนี้คุณเย่ทำกำไรได้เยอะจริงๆ..พวกเกาหลีมีเรือลาดตระเวนมากมายและนั่นคือเงินทั้งหมด..เพราะงั้นนี่แหละแหล่งขุมทรัพย์ของเรา”
“เราเป็นสหายกันเพราะงั้นถ้ามีโอกาสเราก็จะสนับสนุนคุณอย่างแน่นอน” เย่เชียนพูดต่อ “หลี่เหว่ยน่าจะบอกคุณทางโทรศัพท์อย่างชัดเจนแล้วว่าคราวนี้ตัวตนของเราแตกต่างกันเพราะงั้นถ้าหากผมทำอะไรโจ่งแจ้งเกินไปมันจะนำไปสู่ข้อพิพาทระหว่างประเทศโดยตรงระหว่างจีนกับเกาหลีเพราะงั้นผมจึงไม่สะดวก”
“ฉันเข้าใจ” อิดาอับส์พูด “คุณเย่ต้องการให้ฉันทำอะไรสั่งฉันมาได้เลย
“สำหรับกำไร60%ในครั้งนี้ของคุณและมันก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะจัดการพวกเกาหลีได้มากน้อยแค่ไหนและผมจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย” เย่เชียนพูดต่อ “น่าจะไม่มีปัญหาอะไรใช่มั้ย?”
“ไม่มีปัญหาแน่นอน” อิดาอับส์พูด “คราวนี้มันง่ายมากเลยเพราะงั้นการที่ฉันได้%มากกว่าคุณเย่มันก็คงจะดูไม่ดีสักเท่าไหร่เพราะงั้นเรามาแบ่งกันคนละครึ่งดีมั้ยคุณเย่?..ส่วนฉันจะรับผิดชอบทุกอย่างเหมือนเดิมถ้าหากมีอะไรเกิดขึ้น..คุณเย่คิดว่าไงบ้าง?”
“ไม่เป็นไรครับ..ผมเกรงว่าผมจะปฏิบัติต่อคุณอิดาอับส์ไม่ดีเพราะเราเป็นมิตรสหายที่ดีต่อกันเพราะงั้นถ้าเกิดมีอะไรไม่สบายใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มันก็ไม่คุ้มกัน..คุณก็น่าจะรู้จักผมและเงินเป็นสิ่งเล็กๆน้อยๆสำหรับผมเพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือพวกพ้อง”
“แน่นอนฉันเข้าใจดี” อิดาอับส์พูด “เราคุยกันและตกลงกันแล้วเพราะงั้นเราจะขัดแย้งกันเพราะเรื่องนี้ได้ยังไง?” หลังจากหยุดไปชั่วขณะอิดาอับส์ก็พูดต่อ “ฉันพูดไปแล้วก่อนหน้านี้ว่าฉันยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับคุณเย่และฉันก็หวังว่ามิตรภาพของเราจะคงอยู่ตลอดไป”
“คุณไม่จำเป็นต้องพูดแบบนั้นหรอก..ยังไงผมฝากเรื่องนี้ด้วยนะครับ..ส่วนเรือลาดตระเวนลำนี้ผมก็จะให้คุณด้วย” เย่เชียนพูด “แต่ถ้าคุณต้องการนำมันไปขายล่ะก็อย่าลืมแบ่งให้ผมครึ่งหนึ่งด้วยก็แล้วกัน..แต่มีสิ่งหนึ่งที่คุณต้องจำเอาไว้คือคุณต้องห้ามเข้าไปใกล้เขตฐานทัพไอร่อนบลัดของผมแต่ถ้ามีความจำเป็นที่จะต้องไปจริงๆก็ต้องห้ามให้พวกรัฐบาลไหนรู้เด็ดขาด..คุณต้องชัดเจนในเรื่องนี้..ไม่อย่างนั้นเราทั้งคู่ได้ซวยกันแน่”
“ไม่ต้องกังวลไปครับคุณเย่..ฉันเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้มานานแล้วเพราะงั้นมันจะไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน” อิดาอับส์พูดอย่างมั่นใจ
เย่เชียนไม่ได้พูดอะไรต่อและพยักหน้าเล็กน้อยเพราะเป็นความจริงที่กลุ่มโจรสลัดซาตานอยู่ในแวดวงนี้มานานแล้วและถือได้ว่ามีประสบการณ์มากมายและไม่น่าจะมีปัญหาอะไรจริงๆ จากนั้นเย่เชียนก็โบกมือแล้วพูดว่า “ทุกคนที่อยู่ในห้องโดยสารเราจะไปขึ้นเรืออีกลำ..ส่วนคุณจะต้องหาเรือไปส่งพวกเรากลับฐานและรับผิดชอบส่วนที่เหลือ”
“ไม่มีปัญหา..ฉันสัญญาว่าจะทำมันให้ถูกต้อง..ถ้าหามีอะไรผิดพลาดฉันจะไปหาคุณเย่แล้วอธิบายมันด้วยตัวเอง!” อิดาอับส์พูด
เย่เชียนก็ฉีกยิ้มแล้วพูดว่า “มันคงไม่มีปัญหาอะไรหรอกผมเชื่อใจคุณ” หลังจากพูดจบเย่เชียนก็ลุกขึ้นแล้วตบไหล่อิดาอับส์อย่างช้าๆแล้วหันไปทางเรือของกลุ่มโจรสลัดซาตานและโบกมือให้หลี่เหว่ยกับคนอื่นๆ
เย่เชียนไม่ได้ไปกับและคนอื่นๆและอิดาอับส์ก็มีหน้าที่ส่งสมาชิกไอร่อนบลัดกลับไปที่ฐาน เรื่องที่เย่เชียนให้อิดาอับส์จัดการอันที่จริงทุกอย่างเป็นเพียงข้ออ้างเพราะเย่เชียนแค่ไม่อยากมีส่วนร่วมในเรื่องนี้แต่ต้องการใช้กลุ่มโจรสลัดซาตานเป็นโล่กำบังเท่านั้นเพราะด้วยวิธีนี้กลุ่มโจรสลัดซาตานจะต้องพึ่งพากองทัพเรือไอร่อนบลัดมากขึ้นในอนาคต
เย่เชียนจะไม่รู้สึกว่าเขาจะสูญเสียประโยชน์ใดๆเพราะยังมีอีกหลายอย่างที่เขาต้องทำในอนาคต ซึ่งครั้งนี้เทียบเท่ากับการได้รับกำไร 50% ไปเปล่าๆดังนั้นสิ่งนี้จึงไม่เป็นปัญหาใดๆสำหรับเย่เชียน ส่วนเย่เชียนก็ยังไม่ชินกับการอยู่ใต้ทะเลลึกนานๆเพราะฉะนั้นเขาจึงไม่ได้กลับฐานทัพด้วยเรือดำน้ำ
ระหว่างทางเย่เชียนก็กระซิบกับหลี่เหว่ยโดยขอให้เขาเสริมกำลังการลาดตระเวนใกล้ๆทะเลเหลืองในอนาคต เพราะไม่ว่าในกรณีใดประเทศเกาหลีก็คุกคามชาวประมงชาวจีนมาโดยตลอด อย่างไรก็ตามเมื่อจะต้องเผชิญหน้าจริงๆล่ะก็จะเป็นหน้าที่ของกลุ่มโจรสลัดซาตานเพราะกองทัพเรือไอร่อนบลัดไม่สามารถทำอะไรโจ่งแจ้งได้ในตอนนี้
สำหรับกลุ่มโจรสลัดซาตานในปัจจุบันถึงแม้ว่าพวกเขาจะรู้ว่าเย่เชียนกำลังใช้พวกเขาเป็นโล่กำบังก็ตามแต่ถึงยังไงพวกเขาก็ต้องทำเพราะถ้าหากพวกเขาไม่ทำล่ะก็มันจะบาดหมางกับกองทัพเรือไอร่อนบลัดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยเหตุนี้เย่เชียนจึงเชื่อว่าตราบใดที่เขาให้ผลประโยชน์ต่อกลุ่มโจรสลัดซาตานล่ะก็พวกเขาจะเห็นด้วยอย่างแน่นอนโดยไม่ลังเล ส่วนการควบคุมสิ่งต่างๆในผืนทะเลนั้นเย่เชียนก็เชื่อว่าหลี่เหว่ยสามารถจัดการได้เป็นอย่างดี
หลังจากพักอยู่ในกองทัพเรือไอร่อนบลัดอีกสองสามวันเย่เชียนก็ขึ้นเรือรบแล้วย้ายไปขึ้นเรือบรรทุกสินค้าของเครือน่านฟ้ากรุ๊ปจากนั้นก็รีบไปที่เขตปกครองพิเศษไต้หวันเพราะถึงเวลาที่เย่เชียนจะต้องไปแก้ปัญหาที่นั่นแล้วและไม่ว่ามันจะเป็นฝ่ายไหนก็ตามทั้ง องค์กรเทียนเต๋า,องค์กรสามมุมเมืองแห่งไทเป,องค์กรซูเหลียนแห่งไถหนาน ซึ่งทั้งหมดนี้เย่เชียนจะต้องทำลายทั้งหมด ด้วยวิธีนี้เท่านั้นที่เขาสามารถบรรลุเป้าหมายในการควบคุมไต้หวันได้อย่างแท้จริง แน่นอนว่าเย่เชียนไม่ได้ทำเพื่อหูวหนานเจียนแต่เพื่อสะสมอำนาจและพลังเพื่อที่เขาจะได้มีหลักประกันมากขึ้นในอนาคต ซึ่งหูวหนานเจียนอาจจะต่อต้านเขาเมื่อไหร่ก็ได้และอย่าคิดว่าหูวหนานเจียนจะถือว่าเขาเป็นหลานเขยแล้วจะไม่ทำอะไรเขาเพราะถ้าหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปเย่เชียนจะใช้หลักประกันไหนในการปกป้องตัวเอง?
หวังหมิงซูผู้ซึ่งเป็นสายลับในองค์กรเทียนเต๋าก็ถึงเวลาแสดงบทบาทของเขาแล้วเพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมาหวังหมิงซูจะโทรหาเย่เชียนเป็นระยะๆเพื่อรายงานสถานการณ์โดยรวมและเขาก็เคารพเย่เชียนมาก นอกจากนี้โครงการอุตสาหกรรมขนส่งโลจิสติกส์ของเครือน่านฟ้ากรุ๊ปก็เสร็จสิ้นแล้วและสามารถนำไปใช้อย่างเป็นทางการได้ อาจกล่าวได้ว่าอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ของไต้หวันทั้งหมดถูกผูกขาดโดยเครือน่านฟ้ากรุ๊ปอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งถ้าหากเครือน่านฟ้ากรุ๊ปยุติระบบขนส่งโลจิสติกส์ของไต้หวันล่ะก็ทั้งการค้าและการนำเข้าสินค้าและส่งออกทั้งหมดก็จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง
เรือขนส่งสินค้าของเครือน่านฟ้ากรุ๊ปเทียบท่าที่ศูนย์โลจิสติกส์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียแห่งนี้และเนื่องจากพวกเขาได้ทักทายเหลียงหยานเอาไว้ล่วงหน้าแล้วดังนั้นเมื่อเย่เชียนมาถึงเหลียงหยานก็รออยู่ที่นั่นแล้ว ซึ่งเธอรู้ดีว่าเย่เชียนเป็นคนแบบไหนดังนั้นเธอจึงไม่ได้ทำการต้อนรับแบบยิ่งใหญ่ใดๆ เธอเป็นคนฉลาดและสวมชุดสูทมืออาชีพอยู่ตลอดเวลาและเธอนั้นก็คอยช่วยซ่งหลันได้เป็นอย่างดี โดยไม่ต้องพูดถึงความสามารถของเธอมากไปกว่านี้แล้วเพราะเธอสามารถรับผิดชอบการจัดการศูนย์โลจิสติกส์ที่ใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชียในสองปีนี้ได้
เมื่อได้ยินแบบนั้นเหลียงหยานก็มองเย่เชียนด้วยความโกรธแล้วพูดว่า “พี่เย่อย่ามาล้อฉันเล่นแบบนี้สิ..พี่เย่ไม่เคยแกล้งฉันแบบนี้มาก่อนเลย..ทำไมกันล่ะหรือพี่เย่อยากให้พี่หลันอยู่ที่นี่แทนฉันงั้นเหรอ?” หญิงวัยทำงานที่โตเต็มที่แบบนี้เธอดูมีเสน่ห์และเพียบพร้อมอย่างมากจนทำให้ผู้คนอดใจไม่ได้ที่จะจ้องมองเธอ
แน่นอนว่าทั้งหมดนี้เย่เชียนแค่ล้อเล่นและเขาก็ไม่กล้าที่จะคิดอะไรที่ไร้เหตุผลกับเหลียงหยานคนนี้ อย่ามองผู้หญิงคนนี้ที่ดูเหมือนจะอ่อนโยนมากเพราะที่จริงแล้วเธอเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งอย่างมาก เธอมีผมสีส้มแดงปลิวไสวตามสายลมราวกับเปลวไฟ นอกจากนี้เย่เชียนก็ยังรู้ว่าตอนนี้เหลียงหยานมีแฟนหนุ่มที่ดีมากและเป็นถึงทายาทตระกูลใหญ่ในประเทศจีน ซึ่งทั้งสองดูเหมาะสมกันอย่างมาก
เย่เชียนก็ฉีกยิ้มแล้วพูดว่า “ไม่สำคัญหรอกว่าพี่หลันจะอยู่ที่นี่หรือเปล่า..เพราะมันสำคัญที่ว่าจะได้นอนกับพี่หลันเมื่อไหร่มากกว่า”
“เอาล่ะพี่เย่หยุดล้อเล่นได้แล้ว” เหลียงหยานกลอกตามองเย่เชียนและพูด “พี่เย่ขึ้นรถก่อนเถอะเอาไว้คุยกันระหว่างที่เราเดินทางก็แล้วกัน”
เย่เชียนก็ยักไหล่เล็กน้อยแล้วขึ้นรถจากนั้นเหลียงหยานก็สตาร์ทรถและขับรถออกจากศูนย์ขนส่งโลจิสติกส์ทันที “เป็นยังไงบ้างคราวนี้จะมีศึกครั้งใหญ่อีกหรือเปล่า..ตอนนี้ฉันพร้อมแล้วเพราะงั้นถ้าพี่เย่สั่งล่ะก็บริษัทขนส่งของเราก็สามารถยุติการให้บริการได้ทันที..จากนั้นการนำเข้าและส่งออกของไต้หวันทั้งหมดจะหยุดลงทันที” เหลียงหยานพูดขณะขับรถ
“หยานเอ๋อร์ถึงแม้ว่าเธอจะใส่สูทแล้วดีก็ตามแต่ฉันก็ยังชอบที่เธอใส่กระโปรงอยู่ดีเพราะมันเซ็กซี่กว่า” เย่เชียนพูดอย่างขี้เล่น “หลี่เหว่ยมักจะพูดว่าขาของเธอเรียวและขาวมาก..ให้ตายเถอะฉันอิจฉาแฟนของเธอจัง”
“แฟนฉันไม่ใช่คนขี้เล่นเหมือนพี่เย่สักหน่อย” เหลียงหยานพูด “แต่ถ้าพี่เย่ชอบขนาดนั้นฉันก็ไม่รังเกียจหรอกนะที่จะอยู่กับพี่เย่ทั้งคืน..ต่อให้เป็นความสัมพันธ์ระยะยาวหรือหลังแต่งงานแล้วก็ไม่เป็นไร”
“เห็นฉันล้อเล่นเหรอ?” เหลียงหยานพูดแล้วฉีกยิ้ม “ในยุคสมัยนี้เรื่องแบบนี้มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลยและอีกอย่างพี่เย่ก็เป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์มาก..ความจริงแล้วถ้าพี่หลันไม่ได้คิดอะไรกับพี่เย่จริงๆฉันก็ไม่ปล่อยพี่เย่ไปหรอก..นี่ฉันเห็นแก่พี่หลันหรอก”
เย่เชียนอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงและเหลือบมองเหลียงหยานด้วยความสงสัยเพราะไม่รู้ว่าสิ่งที่เธอพูดนั้นจริงหรือเท็จกันแน่
เหลียงหยานก็ฉีกยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “อะไรกันพี่เย่กลัวเหรอ?”
“ให้ตายสิฉันจะกลัวไปทำไม?” เย่เชียนพูดอย่างเย้ยหยัน “ฉันไม่อยากทำลายชีวิตของเธอและไม่ว่าเธอจะพูดยังไงก็ตามถึงยังไงเธอก็เป็นพี่น้องเขี้ยวหมาป่าของฉันเพราะงั้นฉันไม่ต้องการให้เธอมีชีวิตที่เลวร้ายในอนาคต”