ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1161 ซื้อใจคน
ตอนนี้ 1161 ซื้อใจคน
………………..
การแสดงละครของหวังหมิงซูทำให้เย่เชียนพอใจมากเพราะเด็กคนนี้ยังมีความสามารถในการแสดงละครตบตาได้ดี อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ในปัจจุบันของพวกเขายังคงต้องถูกเก็บเป็นความลับเพราะเซินเจี๋ยไม่ใช่คนโง่เพราะงั้นใครจะไปรู้ว่าเขาจะส่งคนของเขามาแฝงตัวกับคนของหวังหมิงซูหรือเปล่า
เมื่อตามหวังหมิงซูเข้าไปในห้องเย่เชียนก็ปิดประตูอย่างแนบเนียน “ผมขอโทษครับบอส..ผมแค่ต้องการหลีกเลี่ยงความสงสัยเพราะงั้นถ้าหากคำพูดของผมทำให้บอสขุ่นเคืองผมหวังว่าบอสจะยกโทษให้นะครับ” หวังหมิงซูพูด
เย่เชียนก็ฉีกยิ้มแล้วพูดว่า “ไม่เป็นไรฉันรู้ว่านายคิดยังไง” หลังจากหยุดไปชั่วขณะเย่เชียนก็พูดต่อ “วันนี้นายทำได้ดีมากเพราะเซินเจี๋ยสนใจในตัวนายแล้วแต่นายต้องระมัดระวังให้มากกว่าเดิมและฉันเกรงว่ามันจะไม่ง่ายที่เขาจะเชื่อใจนายง่ายๆ..เขาสั่งให้ฉันมาบอกกับนายให้ไปพบเขาที่บ้านในเช้าวันพรุ่งนี้..จำเอาไว้ว่านายต้องระวังเวลาที่นายพูดและอย่าทำอะไรผิดปกติเด็ดขาด”
“เขานัดผมไปพบพรุ่งนี้เช้าเหรอ?..ตอนนี้เซินเจี๋ยต้องการดึงผมไปเป็นพรรคพวกใช่หรือเปล่า?” หวังหมิงซูพูด
“ใช่!..เพราะตอนนี้นายมีตำแหน่งที่สำคัญมากในฐานะหัวหน้าเขตทั้งสิบสองขององค์กรเทียนเต๋าเพราะงั้นการที่เซินเจี๋ยต้องการนั่งในตำแหน่งผู้นำคนต่อไปเขาจะต้องได้รับการสนับสนุนจากหัวหน้าเขตทั้งสิบสองอย่างนาย..หากเขาไม่ได้รับการสนับสนุนจากนายเขาก็จะไม่สามารถขึ้นครองตำแหน่งได้อย่างมั่นคง..อีกอย่างเหตุผลที่เขาปฏิเสธและหลีกเลี่ยงการเข้ารับตำแหน่งก็เพื่อกระตุ้นความขัดแย้งระหว่างหัวหน้าเขตทั้งสิบสองและคอยสังเกตการณ์เพื่อยืนยันว่าใครในสิบสองคนนี้ที่จะสนับสนุนเขาบ้าง..ด้วยวิธีนี้เขาจะสามารถขึ้นครองตำแหน่งผู้นำองค์กรได้อย่างมั่นคง” เย่เชียนพูด
“ได้ครับบอส..ผมจะทำให้ดี” หวังหมิงซูพูด หลังจากหยุดไปชั่วขณะหวังหมิงซูก็ามต่อ “แล้วที่บอสมาหาผมก็เพื่อจะบอกผมเกี่ยวกับเรื่องนี้เท่านั้นเหรอครับ?..ถ้าแบบนั้นแค่โทรมาและอธิบายให้ผมฟังก็ได้บอสไม่จำเป็นต้องมาที่นี่ด้วยตัวเองเลย”
เย่เชียนก็ยิ้มแล้วพูดว่า “ตอนนี้ฉันทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดของเซินเจี๋ยนะเพราะงั้นฉันก็เลยต้องมาด้วยตัวเอง” หลังจากหยุดไปชั่วขณะเย่เชียนก็พูดต่อ “นายต้องจัดการกับเรื่องนี้อย่างระมัดระวังให้มาก..ในกรณีที่เซินเจี๋ยเชื่อในตัวนายแล้วเป้าหมายของเขาจะไม่เล็งมาที่นายและเมื่อถึงเวลานั้นพวกเราจะสามารถอยู่ในเงามืดและดูเซินเจี๋ยกัดกับสุนัขตัวอื่นๆจนตายไปข้าง..จากนั้นเราจะเทหน้าตักเพื่อทำให้นายได้ขึ้นเป็นผู้นำองค์กรเทียนเต๋าแทนเพราะงั้นสิ่งที่นายต้องทำในสัปดาห์นี้คือทำงานหนักเพื่อสร้างความประทับใจที่ดีและทำให้ลูกน้องของนายเชื่อมั่นและเคารพนาย..ทั้งหมดนี้ก็เพื่อทำให้พวกเขารู้สึกว่าพวกเขาอยากจะติดตามนายไปตลอดชีวิต!”
หวังหมิงซูพยักหน้าอย่างหนักหน่วงแล้วพูดว่า “รับทราบครับบอส..ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาหัวหน้าเขตต่างๆทำกำไรได้มากมายแต่เขตของผมทำกำไรได้น้อยที่สุดแต่นั่นก็เป็นเพราะว่าผมแบ่งผลประโยชน์ต่างๆให้กับลูกน้องทุกคนและเพราะเหตุนี้เองที่ทำให้ลูกน้องของผมจงรักภักดีและมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆและมีแต่คนรุ่นใหม่ไฟแรงกันทั้งนั้น!”
เย่เชียนก็พยักหน้าด้วยความพอใจแล้วพูดว่า “นายทำได้ดีมาก..เพราะคนที่ประสบความสำเร็จจะไม่สำเร็จเพียงแค่คนเดียวและจะนึกถึงผู้ใต้บังคับบัญชาเสมอ..ดังนั้นถึงแม้ว่าตอนนี้จะดูเหมือนว่านายได้รับผลประโยชน์น้อยแต่ที่จริงๆแล้วนายคือคนที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุดในระยะยาว..จงจำเอาไว้ว่าความจงรักภักดีมันไม่ได้มาง่ายๆดังนั้นนายต้องทำแบบนี้ไปเรื่อยๆโดยการเพิ่มชื่อเสียงและทำให้ลูกน้องเคารพในตัวนาย..เมื่อถึงเวลาทุกคนจะพร้อมสู้ไปกับนายจนหัวหน้าเขตคนอื่นๆไม่กล้าที่จะวัดกับนายอีกต่อไป..ในสมัยโบราณมีเรื่องราวมากมายที่แม่ทัพใส่ใจกับทหารของเขาจนเขาได้รับการสรรเสริญและเชิดชูจนได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิในที่สุด..เพราะงั้นนายเองก็สามารถใช้วิธีนี้ได้เหมือนกันและเมื่อนายได้นั่งในตำแหน่งผู้นำองค์กรล่ะก็นายจะได้ทุกอย่างทั้งความจงรักภักดีและความมั่งคั่ง!”
“สิ่งที่บอสสั่งสอนผมจะจดจำเอาไว้..ผมรู้ดีว่าที่ผมมีทุกวันนี้ได้ก็เป็นเพราะบอสทั้งหมด..ดังนั้นไม่ว่าจะบุกน้ำลุยไฟแต่ไหนผมก็จะทำเพื่อบอสและไม่มีวันยอมแพ้” หวังหมิงซูพูดอย่างจริงใจเพราะอันที่จริงนักปราชญ์อย่างแท้จริงย่อมรู้วิธีเลือกตำแหน่งที่ถูกต้อง เพราะด้วยวิธีนี้เท่านั้นที่เขาจะอยู่ในตำแหน่งอย่างอยู่ยงคงกระพันและดำเนินชีวิตอย่างรุ่งโรจน์ต่อไปได้ สำหรับหวังหมิงซูแล้วตำแหน่งของเย่เชียนในใจของเขาสูงอย่างมากและเขาก็ไม่ได้โง่เพราะเขาสามารถเห็นประโยชน์ที่เขาได้รับจากการติดตามเย่เชียนอย่างจงรักภักดีได้ เพราะเมื่อลองนึกถึงสิ่งที่เขาเคยเป็นมาก่อนเขาเป็นได้แค่นักเลงและลูกน้องของคนอื่นแต่ตอนนี้ล่ะ? เป็นเพราะเย่เชียนที่ทำให้เขามีทุกวันนี้ได้และนั่นเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของเขาจากหน้ามือเป็นหลังมือ นอกจากนี้หวังหมิงซูก็ยังเชื่ออย่างยิ่งเย่เชียนสามารถทำให้เขาดำรงตำแหน่งผู้นำองค์กรเทียนเต๋าได้จริงๆ ดังนั้นความพยายามทั้งหมดในปัจจุบันก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม ทั้งหมดทั้งมวลนี้เหมือนกับการหัวเราะที่หลังนั้นดังกว่า
เย่เชียนก็ฉีกยิ้มแล้วพูดว่า “มันไม่ได้ยากขนาดนั้นหรอก..ฉันอยากให้นายมีชีวิตที่ดีในอนาคต..เพราะงั้นถ้านายตายไปแล้วใครจะพิชิตโลกใบนี้ไปกับฉันล่ะ?..นอกจากนี้องค์กรเทียนเต๋าและพันธมิตรในไต้หวันทั้งหมดฉันจะมอบมันให้กับนายในอนาคต..จากนั้นนายจะกลายเป็นราชาแห่งไต้หวันที่แท้จริง!”
หวังหมิงซูอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงและเหลือบมองเย่เชียนด้วยความประหลาดใจเพราะเป้าหมายความว่าสำเร็จทั้งหมดนี้จะไม่ใหญ่โตเกินไปหน่อยเหรอ? อย่างไรก็ตามด้วยเหตุผลบางอย่างเขาก็เชื่อในตัวของเย่เชียนโดยไม่มีเหตุผลใดๆทั้งสิ้น จากนั้นหวังหมิงซูก็พยักหน้าอย่างหนักหน่วงและตอบว่า “เตรียมตัวให้พร้อม..พรุ่งนี้เช้านายต้องไปหาเซินเจี๋ยและอย่ากังวลหรือกดดันจนเกินไปล่ะ..อีกอย่างฉันก็จะอยู่ที่นั่นด้วยเพราะงั้นถ้ามีอะไรผิดพลาดฉันจะส่งสัญญาณบอกใบ้ให้กับนาย..นายคอยดูสายตาของฉันให้ดีๆก็แล้วกัน”
“ครับบอส!” หวังหมิงซูพยักหน้าตอบ
จากนั้นเย่เชียนก็ยืนขึ้นและพูดว่า “เอาล่ะ..ฉันควรจะกลับได้แล้ว..นายเล่นสนุกเกอร์ต่อเถอะ..บางครั้งการสังสรรค์กับลูกน้องก็เป็นวิธีสร้างความสัมพันธ์ที่ดีด้วย..อย่าปล่อยให้พวกเขาไม่คิดว่านายเพิกเฉยต่อพวกเขาเด็ดขาด..แต่ต้องระวังด้วยเพราะในฐานะหัวหน้านายต้องทำให้พวกเขาเคารพนายไม่อย่างนั้นพวกเขาจะต่อต้าน” ขณะที่เย่เชียนพูดเขาก็ตบไหล่หวังหมิงซู
เมื่อออกจากห้องไปเย่เชียนกับหวังหมิงซูก็จับมือกันอย่างสุภาพแล้วเย่เชียนก็เดินออกไป เมื่อเห็นเย่เชียนจากไปลูกน้องของหวังหมิงซูก็รีบมารวมตัวกันและถามว่า “หัวหน้าครับเขาเป็นใครเหรอ?”
“เขาเป็นมือซ้ายคนใหม่ที่ได้รับการไว้วางใจจากนายน้อยเซินน่ะ..ว่ากันว่าทักษะการต่อสู้ของเขาค่อนข้างที่จะแข็งแกร่งเลยทีเดียว..ที่เขามาที่นี่ก็เพราะว่านายน้อยเซินให้ฉันไปพบกับเขาที่บ้านในวันพรุ่งนี้เพราะงั้นเขาถึงมาบอกฉัน” ถึงแม้ว่าหวังหมิงซูจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อแสดงละครอย่างสมบูรณ์ของเขากับเย่เชียนว่าไม่รู้จักกันแต่กลับมีการเปิดเผยเล็กๆน้อยๆในคำพูดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะหากเป็นไม่รู้จักกันจริงๆหวังหมิงซูจะไม่ใช้คำว่า ‘เขาถึงมาบอกฉันแต่เป็นเซินเจี๋ยสั่งให้มาบอก’ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าหวังหมิงซูยังคงเคารพเย่เชียนอยู่
“นายน้อยเซินเชิญหัวหน้าไปพบงั้นเหรอ?..หืม..หัวหน้าผมไม่เข้าใจเลยว่าด้วยความแข็งแกร่งของเขตเราแล้วทำไมหัวหน้าถึงไม่เข้าร่วมการแข่งขันแย่งชิงตำแหน่งซะเลยล่ะ?..ผมคิดว่าเป็นแบบนั้นหัวหน้าจะต้องได้ขึ้นเป็นผู้นำองค์กรเทียนเต๋าอย่างแน่นอน..ผมไม่อยากให้พวกตาแก่พวกนั้นได้เป็นผู้นำเลย..อีกอย่างพวกเราจะใช้หัวหน้าคนเดียวเท่านั้นและไม่ว่าใครจะเป็นผู้นำองค์กรพวกเราก็ไม่สนใจ” ชายหนุ่มคนหนึ่งพูดและชายหนุ่มที่เหลือก็พูดตาม
“พวกเราสาบานว่าจะติดตามหัวหน้าไปจนตาย..ไม่ว่าจะต้องบุกน้ำหรือลุยไฟพวกเราก็จะทำ!” พี่น้องทุกคนพูดพร้อมกัน
“ว่าแต่หัวหน้าครับ..หัวหน้าคิดว่านายน้อยเซินจะพูดอะไรกับหัวหน้า?” ลูกน้องถามอีกครั้ง
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน” หวังหมิงซูพูด “แต่ในการประชุมวันนี้ฉันได้แสดงการสนับสนุนอย่างเปิดเผยต่อสาธารว่าจะสนับสนุนเขาให้รับตำแหน่งผู้นำองค์กรเพราะงั้นฉันคิดว่าเขาน่าจะต้องการขอบคุณฉัน..อีกอย่างก่อนที่ท่านประธานเซินจะเสียชีวิตลงเขาก็มีเมตตาและสนับสนุนพวกเราเอาไว้หลายๆอย่างเพราะงั้นไม่ว่ายังไงฉันก็จะสนับสนุนเขา”
“นายน้อยเซินเป็นนักศึกษาที่เพิ่งจบมาจากต่างประเทศไม่ใช่เหรอและเขามีความสามารถแบบไหนกัน?..ขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับองค์กรของเราเลยเพราะงั้นมันก็ยากที่จะโน้มน้าวใจคนในองค์กรได้”
“ถึงยังไงเขาก็เป็นลูกชายของท่านประธานเซินอยู่ดีเพราะงั้นเราควรจะรู้จักความกตัญญู” หวังหมิงซูพูดอย่างเฉียบขาด ผู้ใต้บังคับบัญชาเหล่านั้นก็ไม่กล้าพูดอีกต่อไปและถึงแม้ว่าพวกเขาจะรู้สึกไม่พอใจกับความคิดของหวังหมิงซูก็ตามแต่หวังหมิงซูได้พูดไปแล้วดังนั้นพวกเขาจึงไม่กล้าพูดอะไรเพิ่มเติม จากนั้นหวังหมิงซูก็แอบหัวเราะในใจเพราะดูเหมือนว่าเขาทำให้คนเหล่านี้เชื่อฟังและเคารพได้อย่างแท้จริงและเขาก็จะได้มีโอกาสมากขึ้นที่จะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำองค์กรเทียนเต๋าในอนาคต
หลังจากออกจากคลับสนุกเกอร์แล้วเย่เชียนก็นั่งแท็กซี่กลับไปที่บ้านและสำหรับเย่เชียนแล้วในด้านของชางหมิงนั้นเย่เชียนก็ขี้เกียจเกินกว่าจะวุ่นวายกับชรายชราที่หยิ่งผยองแบบนี้ ซึ่งชางหมิงไม่รู้เลยว่าเขาเป็นเพียงแค่ของเล่นในมือของเซินเจี๋ย อย่างไรก็ตามเย่เชียนเชื่อว่าเซินเจี๋ยจะยังไม่กำจัดชางหมิงและอย่างน้อยๆก็รอจนกว่าความขัดแย้งระหว่างหัวหน้าเขตทั้งสิบสองจะเริ่มเปิดศึกกัน
เมื่อกลับมาที่บ้านเหลียงหยานก็ยังไม่กลับมาและเธอก็น่าจะยุ่งอยู่กับบริษัทดังนั้นเย่เชียนจึงรู้สึกเบื่อและเปิดทีวีดูแต่ข่าวส่วนใหญ่ที่ออกอากาศในนั้นคือข่าวการเผชิญหน้าระหว่างรัฐบาลจีนกับรัฐบาลเกาหลีรวมทั้งความคิดเห็นบางส่วนจากประชาคมระหว่างประเทศเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อได้ยินแบบนั้นเย่เชียนก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วและถอนหายใจอย่างเย็นชา
คราวที่แล้วเย่เชียนบอกให้กลุ่มโจรสลัดซาตานออกลาดตระเวนแถวๆทะเลเหลืองแต่กลับไม่มีเรือลาดตระเวนของเกาหลีเลย เมื่อเห็นข่าวดังกล่าวเย่เชียนก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วกดเบอร์ของหลี่เหว่ยและหลังจากที่หลี่เหว่ยรับสายแล้วเย่เชียนก็พูดอย่างโกรธเกรี้ยวว่า “ช่วงนี้นายทำอะไรอยู่?..ไม่มีใครเจอเรือลาดตระเวนของพวกเกาหลีอีกเลยรึไง?..ฉันไม่สนหรอกว่านายจะใช้วิธีไหนเพราะงั้นช่วยถล่มพวกมันและสอนบทเรียนให้พวกมันซะ!”