ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1170 เพื่อนเก่ากลับมาเจอกัน
ตอนที่ 1170 เพื่อนเก่ากลับมาเจอกัน
………………..
เมื่อคำพูดของชายหนุ่มจบลงดวงตาของเย่เชียนก็หันกลับมาและสีหน้าของเขาก็แน่นิ่งไป จากนั้นเย่เชียนก็ยิ้มอย่างขมขื่นเพราะนี่เป็นสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดจริงๆ ซึ่งตั้งแต่เย่เชียนอยู่ในเมืองเซี่ยงไฮ้ตอนที่เขากับไป๋ฮวยสู่ด้วยกันสามคนหลังจากนั้นเย่เชียนก็ไม่เคยเห็นเขาอีกเลยและไม่ได้คาดคิดเลยว่าจะได้พบกับเขาที่นี่
ไม่น่าแปลกใจเลยที่นักฆ่าสามคนนั้นถึงได้เก่งขนาดนี้เพราะปรากฏว่าพวกเขาเป็นนักฆ่าขององค์กรเซเว่นคิลแต่โชคดีที่ตอนที่เย่เชียนโจมตีเขาเมื่อครู่นี้เย่เชียนไม่ได้ฆ่าเขา อันที่จริงเย่เชียนไม่ได้มาที่นี่ในวันนี้เพื่อฆ่าชางหมิงดังนั้นเย่เชียนจึงไม่ได้ฆ่าใครและคนสองคนที่อยู่นอกประตูก็ถูกเย่เชียนทำให้หมดสติไปเท่านั้น
ชายหนุ่มคนนี้ไม่ใช่ใครอื่นใดนอกจากหลินเฟิงผู้นำองค์กรเซเว่นคิล
“ทำไมพี่หลินถึงมาที่ไต้หวันล่ะ? ..แล้วพี่หลินตามหาหลินฟานเจอมั้ย?” เย่เชียนถาม
หลินเฟิงก็พยักหน้าและพูดว่า “เรื่องมันยาวน่ะเอาไว้ค่อยคุยกันทีหลัง..ว่าแต่นายคิดที่จะทำอาชีพเดียวกับฉันงั้นเหรอ? ..นายคงไม่ได้คิดที่จะแย่งธุรกิจของฉันใช่มั้ย?”
เย่เชียนอดไม่ได้ที่จะยิ้มและพูดว่า “อย่ามาล้อผมเล่นสิ”
หลินเฟิงก็ฉีกยิ้มและไม่พูดอะไรอีกจากนั้นเขาก็เหลือบมองผู้ใต้บังคับบัญชาที่นอนอยู่บนพื้นข้างในและสั่งอีกสองคนว่า “พวกนายออกไปก่อนแล้วพาเขาไปโรงพยาบาลที” ทั้งสองก็ตอบแล้วเขย่าตัวเพื่อนที่นอนอยู่และเมื่อตื่นขึ้นแล้วพวกเขาก็พยุงกันเดินออกไป
เมื่อเห็นแบบนี้ชางหมิงก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงและมองไปที่เย่เชียนด้วยความประหลาดใจจากนั้นก็มองไปที่หลินเฟิงและถามว่า “เอ่อ..คุณหลิน..พวกคุณรู้จักกันงั้นเหรอ?”
หลินเฟิงก็แสยะยิ้มและพยักหน้า “หัวหน้าเขตชางอย่าบอกนะว่าคุณไม่รู้จักเขาคนนี้เลย? ..นี่คุณไม่รู้จักเย่เชียนผู้นำองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าผู้โด่งดัง..ราชาหมาป่าเย่เชียนเลยเหรอ?”
เมื่อได้ยินแบบนั้นชางหมิงก็ตกตะลึงครู่หนึ่งและสีหน้าของเขาก็ดูประหลาดใจอย่างมากและเขาก็มองไปที่เย่เชียนด้วยความสงสัย แน่นอนเขาเคยได้ยินชื่อองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าและชื่อของราชาหมาป่าเย่เชียน แต่เขาจะรู้ได้อย่างไรว่าคนที่ติดตามเซินเจี๋ยจะเป็นถึงผู้นำองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าที่มีชื่อเสียงเย่เชียน?ชางหมิงถึงกับตกตะลึงและพูดว่า “คุณ..คุณคือราชาหมาป่าเย่เชียนจริงๆ เหรอ?”
เย่เชียนยักไหล่เล็กน้อยเพราะในเวลานี้เขาไม่จำเป็นต้องปิดบังตัวตนอีกต่อไปและตอบว่า “ใช่!”
“แล้วทำไมคุณไปติดตามเซินเจี๋ยล่ะ? ..แล้วนี่เซินเจี๋ยให้คุณมาจัดการกับผมงั้นเหรอ?” ชางหมิงไม่สนใจว่าเย่เชียนจะเป็นผู้นำของเขี้ยวหมาป่าหรือเป็นใครเพราะถ้าเย่เชียนต้องการจัดการกับเขาล่ะก็เขาก็ไม่ลังเลที่จะเปิดศึก
หลินเฟิงก็แสยะยิ้มแล้วพูดว่า “หัวหน้าเขตชางคุณประเมินน้องเย่ต่ำเกินไปแล้ว..แค่เซินเจี๋ยตัวเล็กๆ คนนั้นจะซื้อเย่เชียนได้ยังไง? ..จริงมั้ยน้องเย่?”
“ในโลกนี้มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้จักผมดีที่สุดและพี่หลินเองก็เป็นหนึ่งในนั้น” เย่เชียนพูด “ฮ่าๆ ..แต่ผมไม่ได้คาดหวังว่าพี่หลินจะมาที่นี่..ผมประหลาดใจมาก”
“ไม่ต้องแปลกใจไปหรอกเพราะธุรกิจมันก็คือธุรกิจและฉันก็ทำได้แค่งานลอบสังหารเท่านั้น..ฉันไม่เหมือนกับนายนะ..ดูนายสิไม่มีอะไรที่นายทำไม่ได้จริงๆ” หลินเฟิงพูดด้วยใบหน้าที่ขมขื่น
เย่เชียนก็กลอกตาไปมาเพราะคนอื่นไม่รู้แต่เย่เชียนรู้ว่าถึงแม้ว่าองค์กรเซเว่นคิลจะอยู่ในแวดวงธุรกิจของนักฆ่าแต่ก็ไม่ใช่แค่ธุรกิจของการลอบสังหารเท่านั้นเพราะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาหลินเฟิงได้ขยายธุรกิจสำหรับองค์กรเซเว่นคิลเริ่มเข้าสู่ธุรกิจอื่นๆ ด้วย ยิ่งไปกว่านั้นองค์กรเซเว่นคิลยังมีการร่วมมือกับองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่ามากมาย ดังนั้นทำไมเย่เชียนถึงจะไม่รู้?
“เซินเจี๋ยสั่งให้คุณมาฆ่าผมหรือเปล่า” ชางหมิงพูดด้วยสีหน้าที่สงสัย
“ใช่!” เย่เชียนพูด “แต่ผมไม่เคยคิดที่จะฆ่าคุณ”
ชางหมิงจะเชื่อได้อย่างไรดังนั้นเขาจึงถอนหายใจด้วยความโกรธ เมื่อเห็นแบบนั้นเย่เชียนก็ขมวดคิ้วและขี้เกียจเกินกว่าจะอธิบาย จากนั้นหลินเฟิงก็พูดว่า “หัวหน้าเขตชางไม่ต้องสงสัยในเรื่องนี้ไปหรอกเพราะถ้าน้องเย่จะฆ่าคุณจริงๆ ลูกน้องของคุณข้างหน้าและแม้แต่คนของผมก็คงจะไม่รอดหรอก..ผมคิดว่าน้องเย่จะต้องมีจุดประสงค์อื่นจริงๆ ใช่มั้ยล่ะ?”
เย่เชียนก็ฉีกยิ้มแล้วพูดว่า “พี่หลินรู้อยู่แล้วและจะมาถามผมทำไมล่ะ..ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ซ่อนจากพี่หลินกับไป๋ฮวยได้จริงๆ”
“ในเมื่อคุณไม่ได้มาเพื่อฆ่าผมเพราะงั้นคุณมาที่นี่ทำไม?” ชางหมิงพูด
“ผมมาคุยกับคุณเพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือ” เย่เชียนยิ้มแล้วพูด จากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นมองดูเวลาและพูดว่า “แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเพราะคนของเซินเจี๋ยยังรอผมอยู่ข้างนอกและถ้าผมไม่ออกไปในเร็วๆ นี้พวกเขาจะสงสัย..ถ้าหัวหน้าเขตชางไว้ใจผมล่ะก็เดี๋ยวเราค่อยคุยกันทีหลัง”
ชางหมิงก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยและไม่พูดอะไรเพราะดูเหมือนเขากำลังคิดว่าจะปล่อยเย่เชียนออกไปดีหรือไม่ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยเห็นฝีมือของเย่เชียนมาก่อนแต่เขาก็รู้จักชื่อและวีรกรรมของเย่เชียนมากมาย ดังนั้นเขาจึงกลัวว่าสิ่งต่างๆ คงไม่ง่ายอย่างที่คิดและดูเหมือนว่าหลินเฟิงกับเย่เชียนจะสนิทกันมากเพราะฉะนั้นหลินเฟิงคงจะไม่ช่วยเขาใช่ไหม?ถ้าเขาต้องการฆ่าเย่เชียนจริงๆ มันก็คงจะไม่ง่ายเลย
แต่เมื่อชางหมิงลองคิดอย่างรอบคอบแล้วเย่เชียนในฐานะผู้นำขององค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าจะเต็มใจเป็นลูกน้องของเซินเจี๋ยได้ยังไง?ดังนั้นมันต้องมีจุดประสงค์บางอย่างใช่ไหม? “หัวหน้าเขตชางผมรับรองได้เลยว่าถ้าเขาต้องการจะไปก็ไม่มีใครที่นี่หยุดเขาได้หรอก” หลินเฟิงพูด
เมื่อได้ยินแบบนั้นเย่เชียนก็ฉีกยิ้มแล้วพูดว่า “ผมอยากได้บางสิ่งบางอย่างที่ติดตัวคุณหรือสามารถยืนยันตัวของคุณได้เพราะไม่อย่างนั้นคนของเซินเจี๋ยจะไม่เชื่อว่าผมฆ่าคุณไปแล้ว”
ชางหมิงก็ถอนหายใจด้วยความโกรธแล้วหยิบหินหยกเจ้าแม่กวนอิมออกมาแล้วยื่นให้โดยพูดว่า “นี่คือสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดของผมเพราะงั้นทุกคนในองค์กรเทียนเต๋าจึงรู้ดีว่าหินหยกเจ้าแม่กวนอิมชิ้นนี้เป็นของผมจริงๆ ..ถ้าคุณนำมันไปให้เซินเจี๋ยล่ะก็ไอ้เด็กนั่นจะเชื่อคุณอย่างแน่นอน”
ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าจุดประสงค์ของเย่เชียนคืออะไรแต่เนื่องจากเขาได้เลือกที่จะเชื่อในตัวของเย่เชียนเขาก็ทำได้เพียงเชื่อต่อไป แต่เขาก็เลือกเชื่อในตัวหลินเฟิงมากกว่าเย่เชียนอยู่ดี อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าชางหมิงจะหุนหันพลันแล่นไปหน่อยแต่เขาก็ไม่ใช่คนโง่เขลาและเขาก็รู้ดีว่าผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไรต่อไปถ้าหากเขาฆ่าเย่เชียน เพราะเขาจะต้องทนทุกข์กับการแก้แค้นอย่างบ้าคลั่งขององค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าและยิ่งในช่วงเวลาวิกฤติแบบนี้เขาก็ไม่ต้องการสร้างศัตรูเพิ่ม
“ขอบคุณครับ!” เย่เชียนรับมาพร้อมรอยยิ้มและพูดว่า “ฉันหวังว่าก่อนที่ผมจะหนีไปได้หัวหน้าเขตชางจะไม่ออกไปไหนเพราะเขาจะส่งคนมาสอดส่องรอบนอกอาบอบนวดเพราะงั้นเรียกรถพยาบาลมาและกลับไปพร้อมกับรถพยาบาลจะดีที่สุดและไม่ถูกจับได้”
ชางหมิงถอนหายใจอย่างเย็นชาแล้วพูดว่า “ฉันรู้ว่าต้องทำยังไง..คุณแค่ทำในสิ่งที่คุณต้องการและคุณก็ไม่ควรจะโกหกผมไม่อย่างนั้นผมก็ไม่สนใจหรอกว่าคุณจะเป็นผู้นำของเขี้ยวหมาป่าหรือจะเป็นอะไรและผมจะฆ่าคุณเอง”
เมื่อได้ยินแบบนั้นเย่เชียนก็ยักไหล่เล็กน้อยและไม่พูดอะไรอีกจากนั้นก็โบกมือให้ชางหมิงและหลินเฟิงแล้วรีบวิ่งไปที่ด้านนอกของสถานอาบอบนวดทันที
ตามเส้นทางที่กำหนดไว้เย่เชียนก็หายตัวไปในความมืดอย่างรวดเร็วและเมื่อคนของเซินเจี๋ยเห็นเย่เชียนออกมาเขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วโทรหาเซินเจี๋ยและพูดว่า “นายน้อยเซินครับเย่เชียนออกมาแล้ว”
“อย่ากังวลไปเลยนายน้อย..ผมรับประกันว่าคุณจะต้องพึงพอใจ” หลังจากที่ชายหนุ่มตอบเขาก็วางสายและหายตัวไปในความมืดอย่างรวดเร็ว
ถึงแม้ว่าชางหมิงจะประมาทและไม่รู้ว่าเย่เชียนกำลังคิดที่จะทำอะไรแต่เขาก็ยังทำตามคำขอของเย่เชียนอยู่ดี ในตอนนี้สถานอาบอบนวดวุ่นวายมากและลูกน้องของชางหมิงก็วิ่งไปวิ่งมาด้วยความตื่นตระหนกและไม่นานนักรถพยาบาลก็มาถึง ทั้งหมดนี้เป็นเพียงฉากตบตาเซินเจี๋ยเท่านั้น
หลินเฟิงอดไม่ได้ที่จะแสยะยิ้มแล้วส่ายหัวเพราะเมื่อเขาอยู่กับเย่เชียนเขาก็รู้ว่าเย่เชียนจะไม่ได้มีชีวิตที่สุขสบายแต่ชีวิตของนั้นก็จะมีเสน่ห์และการผจญภัยเสมอ เห็นได้ชัดว่าตั้งแต่เย่เชียนเข้าร่วมในสงครามกลางเมืองของสามขั้วอำนาจในไต้หวันแล้วหลินเฟิงก็รู้ได้ทันทีว่าเย่เชียนจะต้องแฝงตัวเข้าไปในองค์กรเทียนเต๋า
ถึงแม้ว่าหลินเฟิงจะไม่สนใจการแข่งขันแย่งชิงอำนาจเหล่านี้มากนักแต่เขาก็ยังหวังว่าจะเห็นสิ่งนี้เกิดขึ้นและอยากเห็นเย่เชียนเอาชนะกองกำลังเหล่านี้ทีละฝ่าย เมื่อคิดแบบนั้นหลินเฟิงก็รู้สึกกระตือรือร้นเป็นพิเศษ ยิ่งไปกว่านั้นเนื่องจากความร่วมมือกับเขี้ยวหมาป่านั้นความแข็งแกร่งขององค์กรเซเว่นคิลก็ได้รับการพัฒนาอย่างมากเช่นกันทั้งในด้านเศรษฐกิจและกำลังรบ ดังนั้นเหลินเฟิงจึงกระตือรือร้นที่จะเห็นสถานการณ์ดังกล่าวมากยิ่งขึ้น
ชางหมิงหันไปมองหลินเฟิงและพูดว่า “คุณหลิน..ดูเหมือนว่าคุณจะสนิทกับเย่เชียนคนนี้มากเลยนะ..คุณหลินคิดยังไงกับเขาและคุณเชื่อใจเขาจริงๆ งั้นเหรอ?”
หลินเฟิงอดไม่ได้ที่จะฉีกยิ้มแล้วพูดว่า “หัวหน้าเขตชางไม่ได้ตัดสินใจไปแล้วเหรอ? ..เพราะในเมื่อคุณปล่อยเย่เชียนไปนั่นก็พิสูจน์ว่าคุณเชื่อเขาแล้วไม่ใช่รึไง?” หลังจากหยุดไปชั่วขณะหลินเฟิงก็พูดต่อ “ผมได้ตรวจสอบประวัติของเซินเจี๋ยแล้วและรู้ว่าเซินเจี๋ยไม่ใช่คนที่เรียบง่ายอย่างแน่นอน..เขาเกี่ยวข้องกับพวกมาเฟียอเมริกันตอนที่เขาอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา..ประวัติของเขาซับซ้อนมาก..ยิ่งไปกว่านั้นเขาเป็นคนที่เจ้าเล่ห์มากและแผนการของเขาคือการล่าถอยและอยู่ในเงามืดเพื่อให้ศัตรูเข่นฆ่ากันเอง..ซึ่งเขาได้ทำการยั่วยุให้เกิดความขัดแย้งระหว่างหัวหน้าเขตทั้งสิบสองคนขององค์กรเทียนเต๋า..จากนั้นเขาจะเคลื่อนไหวอย่างลับๆ แล้วค่อยจัดการพวกคุณทีละคน..ผมต้องขอโทษด้วยที่พูดบางอย่างที่ไม่ควรพูดเพราะหัวหน้าเขตชางไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเซินเจี๋ยเลย”
“’ งั้นเหรอ?” ชางหมิงพูด “แล้วคุณหลินคิดว่าฉันควรทำยังไงดีล่ะ?”
หลินเฟิงก็ชี้นิ้วออกไปเล็กน้อยและพูดว่า “คุณตัดสินใจไปแล้วไม่ใช่รึไง?” ทิศทางของนิ้วหลินเฟิงนั้นชี้ไปทางที่มืดๆ แต่ไม่มีใครอยู่ที่นั่นเลย จากนั้นชางหมิงก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งแล้วมองไปในทิศทางนั้นด้วยความตกใจ