ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1174 หมัดต่อหมัด
ตอนที่ 1174 หมัดต่อหมัด
………………..
ไม่ว่าไถ่โจวจะสร้างความประทับใจในด้านของความจงรักภักดีเพียงใดแต่เย่เชียนก็ไม่สามารถยกโทษให้ไถ่โจวได้ เพราะเหตุผลที่เย่เชียนไม่ต้องการเป็นศัตรูกับไถ่โจวก็เพราะว่าไถ่โจวนั้นจริงใจและซื่อสัตย์ต่อผู้เป็นเจ้านายแต่ตอนนี้ไถ่โจวได้ละเมิดกฎของเย่เชียนและถึงแม้ว่ามันจะเป็นคำสั่งของเซินเจี๋ยก็ตามแต่ถึงยังไงเย่เชียนก็ไม่สามารถให้อภัยได้อยู่ดี
เสียงโทรศัพท์จากอีกฝั่งหยุดชะงักลงอย่างกะทันหันและหัวใจของเย่เชียนก็ประหม่ายิ่งขึ้นเพราะดูเหมือนว่าไถ่โจวจะเริ่มใช้กำลังแล้ว “พี่หลินเร็วกว่านี้หน่อย!” เย่เชียนพูดพลางขมวดคิ้วแน่น
หลินเฟิงตอบสนองขณะเร่งความเร็ว “มันเกิดอะไรขึ้น?” หลินเฟิงถาม
“เซินเจี๋ยทำอะไรบางอย่างกับซูเหว่ยและตอนนี้ลูกน้องมือขวาของเขาก็อยู่ที่บ้านของซูเหว่ยแล้ว..ผมกลัวว่ามันจะมีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้น!” เย่เชียนพูด
หลินเฟิงก็พยักหน้าเล็กน้อยและไม่พูดอีกต่อไปแล้วเพิ่มความเร็วให้สูงสุดเพื่อขับรถไปที่บ้านของซูเหว่ย ไม่นานนักรถก็ขับเข้าไปในหมู่บ้านของซูเหว่ยแล้วหยุดที่หน้าบ้านของเธอ จากระยะไกลเย่เชียนเห็นรถจอดอยู่หน้าประตูและคนและมีชายหนุ่มสองคนชุดสูทสวมแว่นกันแดดเฝ้าอยู่ข้างหน้า เมื่อเห็นแบบนั้นดวงตาของเย่เชียนก็เต็มไปด้วยเจตนาฆ่า
ด้วยเสียง “เอี๊ยด” รถก็หยุดด้วยการเบรกอย่างกะทันหันและทันทีที่รถหยุดเย่เชียนก็แทบรอที่จะเปิดประตูรถและออกไป เมื่อทั้งสองเห็นเย่เชียนเห็นได้ชัดว่าพวกเขาตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและรีบปิดกั้นเย่เชียนทันที ในตอนนี้เย่เชียนกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของซูเหว่ยและไม่อยากเสียเวลากับคนเหล่านี้แต่เนื่องจากพวกเขายังอยู่ที่นี่นั่นก็หมายความว่าซูเหว่ยยังไม่ตกอยู่ในกำมือของเซินเจี๋ย “พี่หลินผมฝากจัดการหน่อยนะ!” เย่เชียนกระโดดข้ามศีรษะของทั้งสองแล้ววิ่งเข้าไปในบ้านทันที
เมื่อทั้งสองกำลังจะตามไปแต่หลินเฟิงได้ขวางทางพวกเขาเอาแล้วฉีกยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “คู่ต่อสู้ของพวกแกคือฉัน!”
ทั้งสองก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งและไม่พูดอะไรจากนั้นพวกเขาพุ่งเข้าหาหลินเฟิงโดยตรงด้วยเสียงหัวเราะที่ดูถูกเหยียดหยาม เมื่อเห็นแบบนั้นหลินเฟิงก็หมุนตัวใช้ข้อศอกของเขากระแทกเข้ากับหนึ่งในนั้นที่คอ ซึ่งค่อนข้างรุนแรงจนได้ยินเสียงกระดูกหักอย่างชัดเจนและร่างกายของเขาก็ทรุดตัวลง
อีกคนก็ถึงกับผงะเพราะในเวลาชั่วพริบตาเพื่อนของเขาก็ถูกจัดการไปแล้ว ในความคิดของเขานั้นคู่ต่อสู้แข็งแกร่งเกินไปจริงๆ และเมื่อมองไปที่รอยยิ้มอันนุ่มนวลบนใบหน้าของหลินเฟิงแล้วเขาก็รู้สึกหนาบเหน็บจากก้นบึ้งของหัวใจราวกับว่าสมองของเขาไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของเขาเลยและเขาก็ไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าอีกต่อไป
หลังจากโจมตีสำเร็จหลินเฟิงก็ไม่ลังเลใดๆ และใช้มือขวาคว้าคอของคู่ต่อสู้โดยตรงแล้วบิดมันอย่างแรงจนอีกฝ่ายคอหักทันทีและหัวคนทั้งหัวก็ห้อยลงมาอย่างน่าสยดสยอง จากนั้นหลินเฟิงก็กวาดสายตามองออกไปรอบๆ และลากร่างทั้งสองเข้าไปในท้ายรถที่จอดอยู่ที่นี่แล้วใส่เข้าไป
เมื่อเย่เชียนเข้าไปในบ้านเขาก็เห็นไถ่โจวกำลังลากซูเหว่ยออกมา จากนั้นใบหน้าของเย่เชียนก็มืดมนลงแล้วตะโกนว่า “หยุด!”
เห็นได้ชัดว่าไถ่โจวตกใจอยู่ครู่หนึ่งและเมื่อเขาหันกลับมาเห็นเย่เชียนแล้วไถ่โจวก็ตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัดแล้วค่อยๆวางซูเหว่ยลงแล้วหันกลับมาและพูดว่า “นี่แกยังไม่ตายเหรอ?”
“ฉันยังไม่ตาย!” เย่เชียนพูด “ไถ่โจวฉันประทับใจในตัวของแกมาตลอดเพราะฉันคิดว่าแกเป็นคนซื่อสัตย์แต่ฉันไม่คิดว่าแกจะกล้าทำเรื่องน่าสมเพชแบบนี้”
ไถ่โจวก็แน่นิ่งไปครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “นายน้อยคือผู้มีพระคุณของฉันและชีวิตของฉันก็เป็นของนายน้อยเพราะงั้นฉันจะทำทุกอย่างที่นายน้อยสั่งให้ฉันทำและไม่ว่ามันจะถูกหรือผิด..ฉันรู้ว่าแกไม่ใช่ชายหนุ่มธรรมดาและแกคงมีความลับมากมายที่ซ่อนอยู่และปิดบังนายน้อยอยู่ใช่มั้ย?”
“เซินเจี๋ยมันคิดที่จะฆ่าฉันก่อนเพราะงั้นแกหยุดพล่ามได้แล้ว” เย่เชียนพูด
ไถ่โจวก็แสยะยิ้มแล้วพูดว่า “เรื่องนั้นมันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้วเพราะคำสั่งของนายน้อยคือให้ฆ่าแก!..แต่ในเมื่อแกยังไม่ตายเพราะงั้นฉันจะฆ่าแกให้ตายอีกครั้งเอง!”
“หึ..แกเนี่ยนะ? ..แกไม่มีความสามารถมากพอที่จะฆ่าฉันหรอก” เย่เชียนพูด “วันนี้แกไม่มีโอกาสรอดชีวิตกลับไปแน่เพราะงั้นฉันจะบอกความจริงกับแกให้..ฉันคือราชาหมาป่าเย่เชียนผู้นำขององค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่า..ที่สำคัญกว่านั้นคนที่ฉันถูกใจก็มีน้อยมากในโลกใบนี้และแกเคยเป็นหนึ่งในนั้นแต่น่าเสียดายที่แกทำให้ฉันต้องผิดหวังอย่างมาก”
เห็นได้ชัดว่าไถ่โจวตกตะลึงอย่างมากเพราะเขาไม่ได้คาดหวังว่าคนที่อยู่ข้างหน้าเขาจะเป็นถึงราชาหมาป่าเย่เชียนผู้นำขององค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าที่มีชื่อเสียงระดับโลก อย่างไรก็ตามหลังจากที่ตกตะลึงอยู่พักหนึ่งไถ่โจวก็ฉีกยิ้มแล้วพูดว่า “ช่างเป็นเกียรติจริงๆ ที่ได้ต่อสู้กับราชาหมาป่าเย่เชียนผู้โด่งดัง..คุณเย่ที่เป็นผู้นำทหารรับจ้างที่มีชื่อเสียงเพราะงั้นคุณช่วยบอกผมหน่อยได้ไหมว่าอะไรถูกและอะไรผิดในโลกใบนี้..ผมคิดว่าคุณคงไม่สามารถบอกได้ว่าทำไมเพราะเรามีตำแหน่งที่แตกต่างกันและคุณก็ไม่จำเป็นต้องยกย่องผมเพราะชีวิตของผมเป็นของนายน้อยเซินเพียงคนเดียวและผมจะทำทุกอย่างที่เขาสั่งให้ผมทำ..เพราะงั้นมันไม่มีความแตกต่างระหว่างถูกหรือผิดทั้งนั้น!”
เย่เชียนส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ “ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ไม่ต้องพล่ามอะไรแล้ว..ถึงแม้ว่าฉันเคยคิดที่จะลังเลว่าจะฆ่าแกดีมั้ยแต่ตอนนี้แกได้ทำเรื่องที่ฉันไม่สามารถให้อภัยได้”
“ผมก็ด้วย” ไถ่โจวพูด
“เอาล่ะแสดงให้ฉันเห็นหน่อยสิว่ากำปั้นเหล็กนั้นเหมือนเหล็กจริงๆ หรือแค่พวกกระจอกๆ มันคิดไปเองแค่นั้น..ขอดูฝีมือหน่อยซิ” หลังจากคำพูดจบลงพลังปราณในร่างกายของเย่เชียนก็หมุนเวียนอย่างรวดเร็ว ซึ่งพลังที่ทรงพลังนี้ทำให้ไถ่โจวถึงกับตกตะลึงและถึงแม้ว่าทักษะการต่อสู้ของเย่เชียนใบผับบาร์จะทำให้ไถ่โจวตกตะลึงไปแล้วก็ตามแต่มันต่างกับตอนนี้อย่างมาก ซึ่งพลังดังกล่าวได้กดดันไถ่โจวจนทำให้เขาแทบจะหายใจไม่ออกและเขาก็รู้ว่าการต่อสู้ในวันนี้คงจะยากมากที่จะรอดชีวิตกลับไปได้และถ้าเขาไม่ระวังชีวิตของเขาก็จะจบลงที่นี่ อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่มีความกลัวใดๆ เพราะสำหรับเขาความตายไม่ได้น่ากลัวเลย
หากไถ่โจวยังปล่อยให้สถานการณ์มันเป็นแบบนี้ต่อไปพลังในร่างกายของเย่เชียนก็จะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ และเขาก็จะถูกพลังของเย่เชียนกดทับอย่างสมบูรณ์ แต่แน่นอนว่าไถ่โจวจะไม่สามารถมองเห็นสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร? เพราะถ้าเขาไม่รีบลงมือตอนนี้เขาจะต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถตอบโต้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ดังนั้นไถ่โจวจึงพุ่งออกไปด้วยหมัดและตรงไปที่ใบหน้าของเย่เชียนอย่างรวดเร็วและไร้ความปรานี
เย่เชียนไม่ขยับไปไหนเลยแต่เย่เชียนง้างหมัดออกมาเพื่อตอบโต้และเมื่อเห็นการกระทำของเย่เชียนแล้วไถ่โจวก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะในใจเพราะเขาเป็นคนที่ฝึกฝนกังฟูมานานดังนั้นโดยไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขามีความได้เปรียบอย่างมากถ้าหากเย่เชียนยืนอยู่นิ่งๆ ในตอนนี้ไถ่โจวก็อดคิดไม่ได้ว่าราชาหมาป่าเย่เชียนผู้มีชื่อเสียงก้องโลกแท้ที่จริงแล้วก็เป็นเพียงคนที่เกาะลูกน้องเพื่อสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองและดูเหมือนว่าข่าวลือส่วนใหญ่นั้นเกินความจริงไปมาก
หมัดทั้งสองก็ประสานกันจนเกิดเสียงดัง “ปัง” จนไถ่โจวก้าวถอยหลังไปสองสามก้าวโดยไม่ตั้งใจและพยายามทำให้ร่างกายของเขามั่นคงอย่างทุลักทุเล ไถ่โจวนั้นมีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี ในการฝึกฝนกังฟูของเส้าหลิน ดังนั้นเขาจึงไม่ได้คาดหวังว่าภายใต้การสู้ตัวต่อตัวแบบนี้เขาจะถูกอีกฝ่ายทำให้เขาถอยกลับแบบนี้และเขาก็อดไม่ได้ที่จะตกใจอย่างมาก
ซึ่งฐานการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้โบราณของเย่เชียนนั้นสูงมากในปัจจุบันและพลังปราณในร่างกายของเย่เชียนก็มีพลังทำลายล้างสูง ยิ่งไปกว่านั้นหลังจากที่เย่เชียนได้ผ่านพิธีกรรมแลกเปลี่ยนเลือดของเผ่าเมียวแล้วจึงทำให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้น ด้วยเหตุนี้พลังของเย่เชียนจึงเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ ดังนั้นถึงแม้ว่าไถ่โจวจะฝึกฝนกังฟูเส้าหลินมานานกว่า 20 ปี ก็ตามแต่ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ไถ่โจวไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเย่เชียนเลย
เย่เชียนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ในเมื่อแกมั่นใจในกังฟูเส้าหลินของแกมากถ้างั้นก็มาเจอกันตัวต่อตัวมา..ฉันจะเอาชนะกำปั้นเหล็กคู่นั้นของแกและทำให้โลกรู้ว่ากำปั้นนั้นมันเป็นแค่ของไร้ประโยชน์..เอาล่ะเมื่อกี้นี้แกโจมตีฉันก่อนเพราะงั้นคราวนี้ถึงตาฉันบ้าง” ทันทีที่เสียงจบลงเย่เชียนก็เหยียบพื้นด้วยเท้าขวาของเขาจนหินอ่อนบนพื้นแตกร้าวแล้วพุ่งออกไปราวกับธนูจากคันศร
ไถ่โจวไม่มีเวลาตอบสนองเพราะความเร็วของเย่เชียนเร็วเกินไปและเย่เชียนก็อยู่ตรงหน้าเขาในชั่วพริบตาและก่อนที่เขาจะมีเวลาตอบสนองเขาก็รู้สึกเจ็บที่ท้องและกระเด็นออกไปเหมือนกับว่าวที่หักและกระแทกกับกำแพงอย่างแรง นี่คือมวยปาจี๋ที่พัฒนาแล้วของเย่เชียนและมันไม่เพียงแต่รวมพลังทำลายล้างอันทรงพลังเอาไว้ที่หมัดเท่านั้นเพราะระหว่างนั้นเย่เชียนใช้นิ้วชี้ของเขาเจาะเข้าไปในซี่โครงของไถ่โจวจนกระดูกซี่โครงของไถ่โจวแตกเป็นเสี่ยงๆ
ในเวลานี้หลินเฟิงก็จัดการคนข้างนอกเสร็จหมดแล้วและเมื่อเดินเข้ามาเห็นฉากดังกล่าวหลินเฟิงก็อดไม่ได้ที่จะฉีกยิ้มอย่างลับๆ เพราะเขาไม่ได้เห็นเย่เชียนมาระยะหนึ่งแล้วแต่ความแข็งแกร่งของเย่เชียนมีความก้าวหน้าอย่างมากซึ่งทำให้หลินเฟิงยังรู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย แน่นอนว่าหลินเฟิงไม่ได้เคลื่อนไหวใดๆ เพียงแค่ยืนดูอยู่อย่างเงียบๆ
เย่เชียนประสบความสำเร็จในการโจมตีเพียงครั้งเดียวแต่เย่เชียนก็ไม่ปรานีใดๆ และพุ่งเข้าไปอีกครั้ง ในขณะนี้ไถ่โจวกำลังยืนขึ้นอย่างโซซัดโซเซแต่มันก็สายเกินไปที่จะหลบดังนั้นเขาจึงใช้กำปั้นรับหมัดของเย่เชียนและสัมผัสได้ถึงแรงมหาศาลที่มาจากแขนของเขาราวกับว่าเขาถูกภูเขาทับ จนกระดูกนิ้วของเขาเริ่มหักทีละข้อและตามไปด้วยกระดูกแขนจนแขนของเขาห้อยลงมาอย่างน่าสยดสยอง
ความเจ็บปวดอันมหาศาลทำให้ไถ่โจวร้องออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ ซึ่งหมัดที่รุนแรงของเย่เชียนยังทำให้ซี่โครงที่หักอยู่แล้วไปทิ่มแทงทะลุอวัยวะภายในของเขาจนเขาอดไม่ได้ที่จะกระอักเลือดออกมาและใบหน้าของเขาก็ซีดทันที
.