ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1189 เชือดไก่ให้ลิงทั้งโลกดู
ตอนที่ 1189 เชือดไก่ให้ลิงทั้งโลกดู
………………..
ยิ่งเขาต่อสู้มากเท่าไหร่แคสเปอร์เจคส์ก็ยิ่งรู้สึกผิดหวังมากเท่านั้นเพราะการโจมตีของเขาอย่างสุดกำลังยังไม่สามารถแม้แต่จะแตะต้องตัวของเย่เชียนได้ หากเป็นแบบนี้ต่อไปเขาจะมีพลังอยู่ดีอีกนานแค่ไหน? เมื่อถึงตอนนั้นเขากลัวว่าเย่เชียนจะต้องเริ่มโจมตีเขาอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามแคสเปอร์เจคส์ก็ไม่มีทางอื่นเพราะถ้าเขาหยุดตอนนี้มันก็จะเปิดช่องว่างให้กับเย่เชียนและเย่เชียนก็จะฉวยโอกาสอย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึงต้องกัดฟันและทำต่อไปเรื่อยๆ
ตอนนี้เขาทำได้เพียงหวังว่าด้วยการโจมตีเต็มกำลังของเขาจะสามารถทำให้เย่เชียนบาดเจ็บได้ไม่มากก็น้อยและทำให้เย่เชียนเริ่มโจมตีเขาและเขาจะต้องอยู่ทนให้ได้ถึงสิบครั้ง ถึงแม้ว่าเขาจะไม่คาดหวังให้เย่เชียนทำตามคำพูดแต่เขาก็คิดวิธีอื่นนอกเหนือจากนี้ไม่ได้แล้วจริงๆ
การโจมตีของแคสเปอร์เจคส์ครั้งนี้เป็นครั้งที่เก้าและทุกๆ ครั้งที่เขาโจมตีเขาใช้พละกำลังทั้งหมดของเขาซึ่งทำให้ร่างกายอ่อนแออย่างลงมากแต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น ซึ่งเมื่อเขาเห็นเย่เชียนหลบหมัดที่เก้าของเขาแล้วเขาก็หมุนตัวแล้วต่อยเย่เชียนด้วยแรงทั้งหมดของเขาอีกครั้ง
ทุกคนต่างพากันเหงื่อออกเพราะการโจมตีของแคสเปอร์เจคส์เป็นครั้งที่เก้าแล้วแต่เย่เชียนยังหลบหลีกอย่างสุ่มสี่สุ่มห้าและไม่ได้ต่อสู้กับแคสเปอร์เจคส์เลยแล้วแบบนั้นเย่เชียนจะชนะได้อย่างไร แต่ยกเว้นเฉินโม่แล้วที่รู้จักเย่เชียนดีเพราะทุกคนในตอนนี้คิดว่าเย่เชียนถอดใจไปแล้ว
อันที่จริงในการดวลระหว่างยอดฝีมือนั้นผลลัพธ์มักจะตัดสินได้ในทันทีและการเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียวสามารถตัดสินความสำเร็จหรือความล้มเหลวได้เลย ดังนั้นในการแข่งขันระหว่างปรมาจารย์แล้วสมาธิล้วนกำหนดทุกอย่างและใครมีสมาธิที่ดีกว่าก็จะเป็นผู้ได้เปรียบ เพราะไม่เพียงแค่ต้องโจมตีเท่านั้นแต่ต้องมองสถานการณ์โดยรวมให้ออก ดังนั้นการถอยและหลบหลีกของเย่เชียนเป็นเพียงเพื่อลดขวัญกำลังใจของแคสเปอร์เจคส์และลดกำลังให้เหลือน้อยที่สุด เนื่องจากการโจมตีของแคสเปอร์เจคส์ไม่ได้ราบรื่นนักจึงทำให้แคสเปอร์เจคส์ไม่มีใจที่จะสู้ต่อและนี่ก็เป็นโอกาสที่ดีที่สุด
เมื่อเห็นการชกจากแคสเปอร์เจคส์แล้วเย่เชียนก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างชั่วร้ายและเขาก็เอนตัวเล็กน้อยเพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีของแคสเปอร์เจคส์ จากนั้นเย่เชียนก็หมุนตัวแล้วใช้ฟ่ามือสับเข้าไปที่คอของแคสเปอร์เจคส์ทันที ซึ่งแรงนั้นไม่ได้แรงมากนักแต่ก็ไปกระทบจุดที่สำคัญที่สุดของหลอดลมทันที จากนั้นแคสเปอร์เจคส์ก็ล้มลงกับพื้นทันที
เมื่อเห็นแบบนั้นสมาชิกองค์กรสามมุมเมืองก็โล่งใจอย่างมากเพราะพวกเขาได้รับคำสั่งจากโจวเจิ้งผิงโดยไม่ว่าจะทำยังไงพวกเขาก็ต้องฆ่าพวกทหารรับจ้างอินทรีขาวให้ได้ ซึ่งนี่ไม่ใช่แค่ช่วยเหลือเย่เชียนแต่เป็นการแสดงความแข็งแกร่งและความจริงใจของพวกเขาอีกด้วย ในตอนแรกพวกเขาเป็นกังวลอย่างมากเพราะพวกเขาไม่รู้ว่าจะเผชิญหน้ากับทหารรับจ้างอินทรีขาวได้หรือเปล่าและเมื่อเห็นการล่าถอยอย่างต่อเนื่องของเย่เชียนพวกเขาก็แอบคิดว่าถ้าหากเย่เชียนสู้แคสเปอร์เจคส์ไม่ได้ล่ะก็พวกเขาจะต้องเป็นรายต่อไปอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามเมื่อเห็นสถานการณ์ในปัจจุบันแล้วในที่สุดเขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกอย่างมาก
เมื่อเห็นแคสเปอร์เจคส์ล้มลงแล้วพอลล์กับชาลล์ก็รีบวิ่งไปหาเขาและหยุดอยู่ตรงหน้าเย่เชียนราวกับเป็นผู้พิทักษ์ของแคสเปอร์เจคส์ เมื่อเห็นแบบนั้นเย่เชียนก็แสยะยิ้มแล้วพูดว่า “อะไรกัน..พวกแกจะไม่ทำตามการเดิมพันงั้นเหรอ?”
“เย่เชียนตราบใดที่เรายังอยู่ที่นี่เราจะไม่ปล่อยให้ใครมาทำร้ายกัปตันจนกว่าพวกเราจะตายซะก่อน!” ชาลล์พูดอย่างเกรี้ยวกราด
เย่เชียนพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “ฉันก็เคารพในความภักดีของพวกแกแต่ถ้าไม่ใช่เพราะความแตกต่างในสถานะของเราล่ะก็ฉันยินดีที่จะเป็นมิตรด้วย..แต่พวกแกก็ต้องยอมรับผลที่ตามมาด้วย..โทษทีนะ” เมื่อเสียงนั้นจบลงใบหน้าของเย่เชียนก็เปลี่ยนไปและร่างกายของเย่เชียนก็พุ่งออกไปราวกับธนูจากคันศร โดยไม่ทันได้ตั้งตัวพวกเขาทั้งสองก็ถูกเย่เชียนโจมตีพร้อมๆ กันจนร่างทั้งสองกระเด็นออกไปแล้วล้มลงกับพื้นอย่างแรงและกระอักเลือดออกมาเต็มปาก “ว้าว” เมื่อตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งหัวหน้ากลุ่มองค์กรสามมุมเมืองก็รีบชำเลืองมองลูกน้องของเขาและพวกเขาก็รีบวิ่งเข้าไปเพื่อซ้ำพอลล์กับชาลล์ให้ตาย
เย่เชียนอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงและคิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากัน จากนั้นความโกรธพุ่งออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจและสูดลมหายใจอย่างเย็นชา จากนั้นก็หันไปมองหัวหน้ากลุ่มคนนั้นแล้วพูดว่า “ใครสั่งให้ทำแบบนั้น?”
เมื่อเห็นดวงตาของเย่เชียนที่เย็นชาราวกับคุกน้ำแข็งใต้ดินแล้วเขาก็อดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านและเขาก็กลัวจนพูดอะไรไม่ออก เขาอยู่ในวงการมาเฟียมานานมากแล้วและได้เห็นฉากการตายมามากมายและถึงแม้ว่าเขาจะถูกไล่ล่าจากคนหลายสิบคนเขาก็ไม่เคยกลัวแต่ตอนนี้มันเป็นความรู้สึกที่หวาดกลัวไม่มีเหตุผล “เพลี้ยะ!” เย่เชียนพุ่งเข้าไปตบหน้าขาแล้วพูดอย่างเย็นชาว่า “อย่าคิดว่าแกเป็นสมาชิกขององค์กรสามมุมเมืองแล้วฉันจะไม่กล้าทำอะไรแก..แกเชื่อมั้ยว่าต่อให้ฉันฆ่าพวกแกตรงนี้แต่ประธานโจวก็ไม่ว่าอะไรฉันอยู่ดี”
“ครับ..ผมขอโทษครับ..ผม..ผม..” หัวหน้ากลุ่มลังเลแต่ไม่รู้จะพูดอะไร
เย่เชียนไม่พูดอะไรอีกเพราะเรื่องนี้ได้เกิดขึ้นแล้วและเขาจะทำอะไรได้ เขาจะฆ่าคนพวกนี้จริงๆ เหรอ? แน่นอนว่าไม่เพราะคนพวกนี้ไม่ผิดอะไรและถึงแม้ว่าพวกเขาไม่ฆ่าสมาชิกทหารรับจ้างอินทรีขาวก็ตามแต่ถึงยังไงเย่เชียนก็จะลงมือเอง เพียงแต่เย่เชียนต้องการให้พวกเขาเข้าใจสิ่งหนึ่งและนั่นคือพวกเขาไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจด้วยตนเอง
จากนั้นเย่เชียนก็หันไปมองที่เฉินโม่แล้วพูดว่า “เป็นไงบ้าง..นายถ่ายได้ชัดหรือเปล่า?”
“ชัดครับ..ทุกอย่างออกมาชัดเจนมากครับบอส” เฉินโม่พูด
เย่เชียนพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “ส่งวิดีโอนี้ให้คริสพาร์คเกอร์และบอกแจ็คว่าให้กระจายมันออกไปยังองค์กรทหารรับจ้างทั่วโลกและบอกว่าถ้าหากใครกล้าที่จะยั่วยุเราในอนาคต..พวกเขาจะต้องมีจุดจบแบบนี้”
“รับทราบครับบอส!” เฉินโม่ตอบ
หลังจากหยุดไปชั่วขณะเย่เชียนก็หันไปมองคนขององค์กรสามมุมเมืองอีกครั้งและพูดว่า “จัดการส่วนที่เหลือซะ..และจำเอาไว้ด้วยว่าต้องหุบปากเกี่ยวกับข่าวการตายของพวกมัน…ถ้าเรื่องนี้เผยแพร่ออกไปแกจะเป็นคนแรกที่ฉันจะไปหา..เอาล่ะ0ฝังศพพวกมันให้เรียบร้อยและอย่ามาตลกกับฉันรู้มั้ย?”
“ได้ครับคุณเย่!” ผู้นำกลุ่มตอบอย่างเร่งรีบ
“นายเคยได้ยินแคสเปอร์เจคส์พูดแล้วหนิ..ถ้างั้นก็ปลอมตัวเป็นเขาซะ..ฉันอยากรู้ว่าเซินเจี๋ยมันต้องการทำอะไร” เย่เชียนพูด จากนั้นดวงตาของพวกเขาก็กวาดสายตามองไปยังสมาชิกองค์กรสามมุมเมืองและพวกเขาก็ปิดปากอย่างเป็นธรรมชาติและสถานที่ที่วุ่นวายก่อนหน้านี้กลับเงียบลงในทันที
เฉินโม่รับสายและเสียงของเซินเจี๋ยก็ดังมาจากฝั่งตรงข้าม “แคสเปอร์เจคส์..ตอนนี้นายอยู่ที่ไหน..ทำไมนายยังไม่ลงมืออีก?”
“ตอนนี้เราพบกลุ่มคนที่ไม่ปรากฏฝ่ายโจมตีเราและการปะทะก็เพิ่งจะจบลง” เฉินโม่พูดเขาเลียนแบบเสียงและสำเนียงของแคสเปอร์เจคส์ได้อย่างดีเยี่ยม ในเขี้ยวหมาป่านั้นเฉินโม่เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้และได้รับการฝึกฝนมาเป็นพิเศษ ซึ่งถ้าหากเฉินโม่ได้เห็นหน้าใครและฟังสำเนียงการพูดของอีกฝ่ายได้ล่ะก็มันก็ยากมากที่จะแยกแยะความแตกต่างได้ นอกจากนี้ ภาษาอังกฤษที่พูดโดยคนจีนที่แท้จริงนั้นแตกต่างจากภาษาอังกฤษที่พูดโดยเจ้าของภาษาอย่างมาก แต่ทว่าเฉินโม่นั้นไม่ใช่เพราะเขาเชี่ยวชาญและมีความละเอียดละอ่อนอย่างมากในเส้นเสียง
เซินเจี๋ยก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งและพูดด้วยความประหลาดใจว่า “ไม่สามารถระบุฝ่ายได้งั้นเหรอ..แล้วเป็นไงบ้าง? ..ทุกอย่างเรียบร้อยดีมั้ย?”
“มีสองคนได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้นและมันก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไร” เฉินโม่พูดไม่ว่าเสียงที่เฉินโม่เลียนแบบจะคล้ายคลึงกันแค่ไหนแต่เขาก็ไม่เคยได้ยินประโยคที่แคสเปอร์เจคส์คุยกับเซินเจี๋ยเลย ดังนั้นในแง่ของการใช้คำนั้นและการวางตัวนั้นมันจึงไม่แม่นยำสักเท่าไหร่ ดังนั้นเฉินโม่จึงระมัดระวังอย่างมากและอยากจะจบการสนทนาให้เร็วที่สุดเพราะยิ่งสนทนากันนานเท่าไหร่ก็ยิ่งเปิดเผยข้อบกพร่องมากขึ้นเท่านั้น
ดูเหมือนว่าเซินเจี๋ยเองก็ไม่ต้องการพูดต่อและหลังจากตอบกลับมาเล็กน้อยเขาก็พูดว่า “เฮ้อ..มันแย่มากเพราะตอนนี้พวกนายเปิดเผยตัวตนกันแล้วเพราะงั้นไปหาแหล่งกบดานอื่นอยู่ซะ!..ศึกใหญ่กำลังจะมาถึงเร็วๆ นี้เพราะงั้นฉันจะติดต่อไปถ้ามีอะไรอีก”
เฉินโม่ตอบเล็กน้อยแล้ววางสายไป จากนั้นเขาก็หันไปมองเย่เชียนและเล่าว่าเกิดอะไรขึ้นในตอนนี้ เย่เชียนก็ยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ดูเหมือนว่าพวกเหวินปินจะถูกกำจัดหมดแล้วสินะ..พี่หลินนี่ไม่เปลี่ยนเลย..เอาล่ะเฉินโม่ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไปเซินเจี๋ยจะคิดว่านายเป็นแคสเปอร์เจคส์เพราะงั้นนายจะต้องรับหน้าที่ติดต่อประสานงานกับเซินเจี๋ยต่อไปและถ้ามีอะไรก็แจ้งฉันด้วย..เราจะเซอร์ไพรส์เซินเจี๋ยให้มันหน้าเหว๋อกันไปเลย!”
“รับทราบครับบอส!” เฉินโม่พูด
จากนั้นเย่เชียนก็ยกข้อมือขึ้นเพื่อมองดูเวลาบนนาฬิกาข้อมือและทำหน้ามุ่ยเล็กน้อยแล้วพูดว่า “เอาล่ะมันดึกแล้วเพราะงั้นฉันไปก่อนนะ..อย่าลืมล่ะถ้าเซินเจี๋ยติดต่อนายมานายต้องแจ้งฉันทันที..ส่วนเรื่องวิดีโอก็จัดการด้วย..ถ้าแจ็คได้รับมันแล้วเรื่องนี้ก็จะจบสิ้นสักที!”
.