ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1204 การตัดสินใจเลือก
ตอนที่ 1204 การตัดสินใจเลือก
………………..
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ถูกพูดออกมาทุกคนในองค์กรเทียนเต๋าก็โกรธเกรี้ยวทันทีเพราะในใจของพวกเขาสถานะของเซินเฉาหยางนั้นสูงมาก ดังนั้นการที่เซินเจี๋ยยอมรับเป็นการส่วนตัวว่าเขาได้ฆ่าเซินเฉาหยางจริงๆ แบบนี้ก็ทำให้ทุกคนโกรธแค้นกันอย่างมาก นอกจากนี้เซินเฉาหยางยังเป็นบิดาผู้ให้กำเนิดของเซินเจี๋ยอีกด้วย ซึ่งคนที่ฆ่าพ่อของตัวเองแบบนี้พวกเขาก็ไม่สามารถยอมรับได้
เซินเจี๋ยแสยะยิ้มและพูดว่า “เป็นเพราะความเฉยเมยของพวกแกทุกคนที่ทำให้องค์กรเทียนเต๋าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาย่ำแย่ลง..ที่ฉันทำลงไปก็เพื่อองค์กรเทียนเต๋าเพราะงั้นถ้าองค์กรเทียนเต๋าถูกส่งมอบให้ฉันล่ะก็ฉันขอสัญญาว่าจะทำองค์กรเทียนเต๋าแข็งแกร่งขึ้นและกลายเป็นองค์กรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในไต้หวัน..ถ้าทำการใหญ่ใจเราต้องนิ่งเข้าไว้เพราะงั้นพวกแกอย่ายึดติดกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ พวกนั้นเลย..มันจะไปมีความสำเร็จอะไรโดยที่ไม่ต้องเสียสละบ้าง? ..ดูอย่างในสมัยโบราณจักรพรรดิฆ่าพี่ชายของตัวเองและทำให้พ่อต้องมอบอำนาจให้จากนั้นเขาก็สร้างกองทัพที่ไม่มีใครต้านทานได้..เพราะงั้นฉันก็เลยจะทำแบบที่จักรพรรดิในสมัยโบราณเขาทำกัน!”
“ไอ้เด็กนรก!” ชางหมิงตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยว “แกยังมีความเป็นมนุษย์อยู่หรือเปล่า? ..แกไม่คู่ควรที่จะเป็นมนุษย์เลยไอ้เด็กเวร..แกมีคุณสมบัติอะไรที่จะเป็นผู้นำองค์กรเทียนเต๋าได้? ..เซินเจี๋ย!..ตอนนี้ความจริงก็ถูกเปิดเผยแล้วเพราะงั้นแกยอมแพ้ซะเถอะ..ถ้าเราไม่ทำตามกฎขององค์กรล่ะก็ในก็ยากที่จะยืนหยัดได้ในอนาคต!”
จากนั้นเซินเจี๋ยก็ยิ้มอย่างดูถูกเหยียดหยามและชำเลืองมองบรรดาแขกที่มาเข้าร่วมงานแล้วพูดว่า “ทุกท่านครับตอนนี้องค์กรเทียนเต๋าของเรามีเรื่องภายในที่ต้องแก้ไขเพราะงั้นได้โปรดทุกท่านช่วยออกไปจากที่นี่ด้วย!” มันเป็นเรื่องตลกแต่เหล่าหัวหน้าเขตและสมาชิกองค์กรเทียนเต๋าก็เห็นด้วยกับคำพูดของเซินเจี๋ยเพราะการไม่มีคนนอกในเวลานี้จะดีที่สุด
ถึงแม้ว่าแขกเหล่านั้นจะอยากดูต่อแต่เนื่องจากถูกไล่ให้ออกไปแล้วพวกเขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะดูต่อไปจริงๆ จากนั้นทุกคนก็ลุกขึ้นทีละคนและหันหลังเดินออกไปข้างนอก แน่นอนว่าหลัวอวี่ก็ลุกขึ้นยืนอย่างเป็นธรรมชาติและเหลือบมองเย่เชียนก่อนจะจากไปเธอก็ส่งยิ้มให้เย่เชียนอย่างยั่วยวนแล้วเดินออกไป
ไม่นานหลังจากนั้นทั่วทั้งสถานที่จัดงานศพก็มีเพียงแค่สมาชิกขององค์กรเทียนเต๋าและแน่นอนว่าเย่เชียนกับหลินเฟิงก็อยู่ท่ามกลางพวกเขาด้วย
เซินเจี๋ยเหลือบมองทุกคนและพูดว่า “ในเมื่อพวกทุกคนคิดว่าแนวทางของฉันผิดแต่ฉันมีความเห็นเป็นของตัวเอง..ซึ่งทุกคนก็มีเป้าหมายเดียวกันแต่แค่วิธีการต่างกันเท่านั้น..แต่ถ้าใครไม่เห็นด้วยกับฉันในตอนนี้ล่ะก็ฉันต้องขอโทษด้วย!” ทันทีที่เซินเจี๋ยพูดจบเซินเจี๋ยก็ตะโกนออกมา ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามันเป็นสัญญาณลับ
เมื่อได้ยินแบบนั้นสมาชิกองค์กรเทียนเต๋าก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงไปครู่หนึ่งแต่ก็ไม่มีอะไรต้องกังวลเพราะนี่คืออาณาเขตขององค์กรเทียนเต๋า ดังนั้นถึงแม้ว่าเซินเจี๋ยจะมีกองกำลังอยู่เบื้องหลังแต่ก็ไม่สามารถจัดการกับคนจำนวนมากได้ใช่ไหม? ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ต้องกลัวและเมื่อสัญญาณของเซินเจี๋ยจบลงเฉินโม่ซึ่งอยู่ท่ามกลางฝูงชนก็ได้นำสมาชิกเขี้ยวหมาป่าออกมาอย่างช้าๆ เมื่อเห็นแบบนั้นหัวหน้าเขตแต่ละเขตก็ตกตะลึงไปชั่วขณะและอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว ซึ่งก่อนที่พวกเขาจะได้ออกคำสั่งนั้นเหล่าสมาชิกขององค์กรเทียนเต๋าก็ได้ก้าวไปข้างหน้าเพื่อขวางทางของพวกเขาเอาไว้แล้ว
เซินเจี๋ยก็ประหลาดใจอย่างมากเพราะเขาติดต่อประสานงานกับแคสเปอร์เจคส์เอาไว้อย่างชัดเจนแต่ทำไมจู่ๆ ถึงกลายเป็นคนแปลกหน้าเหล่านี้ที่เดินออกมา? เมื่อเห็นแบบนั้นเซินเจี๋ยก็อดไม่ได้ที่จะสิ้นหวังเมื่อตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติจนเขาอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
“ไม่ต้องกังวลไปทุกคน..นี่คือคนของฉันเอง!” หวังหมิงซูพูด ในเวลานี้แน่นอนว่าเย่เชียนไม่สะดวกที่จะพูดอะไรมากกว่านี้เพราะนี่เป็นเวลาที่จะสร้างศักดิ์ศรีอันยิ่งใหญ่ให้กับหวังหมิงซู นอกจากนี้เขายังเป็นคนนอกและเขาก็จะไม่ประกาศความสัมพันธ์ที่แท้จริงของเขากับหวังหมิงซูในตอนนี้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นมันจะมีผลลัพธ์ตรงกันข้ามเพราะเมื่อไหร่ที่เขาพูดสถานการณ์จะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นในเวลานี้การกระทำของหวังหมิงซูจะเพิ่มชื่อเสียงของเขาในองค์กรเทียนเต๋าอย่างไม่ต้องสงสัยและสร้างภาพลักษณ์ที่สูงส่งในจิตใจของสมาชิกองค์กรเทียนเต๋าทุกคนและนั่นจะทำให้หวังหมิงซูสามารถสืบทอดตำแหน่งผู้นำและประธานขององค์กรเทียนเต๋าได้อย่างสมเหตุสมผล สำหรับในอนาคตเย่เชียนก็ไม่เคยคิดที่จะเปิดเผยความสัมพันธ์ของเขากับหวังหมิงซูแต่อย่างใดเพราะมันไม่จำเป็นสำหรับเรื่องนั้นตราบใดที่หวังหมิงซูยังภักดีกับเขา ซึ่งเย่เชียนก็จะสามารถออกคำสั่งผ่านหวังหมิงซูได้ ส่วนสำหรับเรื่องที่หวังหมิงซูจะทรยศเขาในอนาคตหรือไม่นั้นเย่เชียนก็ไม่สามารถรับประกันได้อยู่ดีแต่เนื่องจากเย่เชียนกล้าที่จะทำแบบนี้เย่เชียนก็มีความมั่นใจที่จะกำจัดหวังหมิงซูเมื่อทรยศเขานั่นเอง
“เซินเจี๋ย!..นี่แกคาดหวังให้พวกทหารรับจ้างอินทรีขาวมาช่วยแกงั้นเหรอ? ..หึ..ฉันจะบอกความจริงกับแกให้นะว่าฉันส่งพวกทหารรับจ้างอินทรีขาวไปลงนรกแล้ว” หวังหมิงซูพูด “ทุกคนครับ..นี่คือแผนการของเซินเจี๋ย..มันต้องการยึดตำแหน่งผู้นำองค์กรและฆ่าพวกเราทุกคนที่ไม่เห็นด้วยในวันนี้ด้วยความช่วยเหลือจากพวกทหารรับจ้างอินทรีขาว..แต่โชคดีที่ผมเตรียมรับมือเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้วด้วยความช่วยเหลือของคุณเย่..เพราะงั้นสมาชิกทหารรับจ้างอินทรีขาวจึงถูกกำจัดในคราวเดียว..ซึ่งวันนี้จริงๆ แล้วพวกเราควรจะไว้อาลัยให้กับท่านประธานเซินเพื่อตอบแทนท่าน..เพราะงั้นผมจึงกวาดล้างและกำจัดขยะขององค์กรเพื่อไม่ให้เกิดอะไรขึ้นกับองค์กรของเรา!”
ในเวลานี้เซินเจี๋ยกลัวอย่างมากดังนั้นเขาจะยังคิดที่จะรับตำแหน่งผู้นำและประธานคนต่อไปได้อย่างไร? ในความคิดของเขาตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะต่อสู้อย่างประมาทและต้องหนีรอดไปให้ได้และกลับไปที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อรวบรวมกองกำลังใหม่และหาโอกาสแก้แค้นในอนาคต “อย่าให้ใครมาทำอะไรฉันเด็ดขาด..ฆ่าพวกมันให้หมด!” เซินเจี๋ยออกคำสั่งและเหล่าลูกน้องของเขาก็เริ่มโจมตีหัวหน้าเขตคนอื่นๆ กับเหล่าผู้อาวุโสที่อยู่ข้างหน้าทันที แน่นอนว่าทุกคนต่างก็มีผู้ใต้บังคับบัญชาที่ทรยศและแน่นอนว่าเซินเจี๋ยเองก็ไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นเมื่อคนเหล่านั้นเคลื่อนไหวแล้วสมาชิกทั้งหมดขององค์กรเทียนเต๋าที่ภักดีกับองค์กรก็ไม่อยู่เฉยเช่นกัน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้สถานที่จัดงานศพทั้งหมดอยู่ในความโกลาหลทันที
จากนั้นเซินเจี๋ยซึ่งใช้ประโยชน์จากความโกลาหลอย่างเงียบๆ เพื่อพยายามที่จะหลบหนีไป แน่นอนว่าเย่เชียนเตรียมพร้อมเอาไว้นานแล้วแต่เขาแค่ยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ ดังนั้นเย่เชียนจึงเดินไปที่ด้านข้างของหวังหมิงซูและยื่นมีดสั้นให้เขา จากนั้นเย่เชียนก็ฉีกยิ้มแล้วพูดว่า “ตอนนี้เป็นโอกาสที่ดีสำหรับนายที่จะสร้างความเชื่อใจและเกียรติยศของนาย..ที่เหลือมันอยู่ที่นายแล้ว!”
หวังหมิงซูตกตะลึงไปครู่หนึ่งแล้วพยักหน้าพร้อมรับมีดสั้นจากมือของเย่เชียนแล้วเดินไปหาเซินเจี๋ยทันที ซึ่งคนของเซินเจี๋ยมีเพียงแค่ไม่กี่สิบคนเท่านั้นดังนั้นเขาจะสู้คนขององค์กรเทียนเต๋าทั้งหมดได้อย่างไร? ซึ่งถึงแม้ว่าหัวหน้าเขตเหล่านั้นจะไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้ในตอนนี้แต่ลูกน้องของเซินเจี๋ยก็แทบจะไม่สามารถต้านทานได้เลย หลังจากนั้นไม่นานลูกน้องของเซินเจี๋ยมากกว่าหนึ่งโหลก็นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้น
“เซินเจี๋ยวันนี้ฉันจะแก้แค้นให้ท่านประธานเซิน!” หวังหมิงซูตะโกนแล้วรีบวิ่งไปที่เซินเจี๋ยแล้วใช้มีดสั้นในมือของเขาแทงเข้าไปที่หัวใจของเซินเจี๋ยโดยตรง ถึงแม้ว่าเซินเจี๋ยจะเป็นคนเจ้าชู้และสั่งการคนอื่นตลอดเวลาแต่ทักษะของเขาก็ไม่ได้แย่แต่ท้ายที่สุด มันเป็นเพียงแค่รูปแบบการต่อสู้ระหว่างพวกอันธพาลเท่านั้น แต่ทว่าทักษะการต่อสู้ของเซินเจี๋ยก็ยังคงดีอยู่และถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ศิลปะการต่อสู้โบราณของจีนแต่เขาก็ได้เรียนคาราเต้เมื่ออยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาและได้สายดำคาราเต้ ดังนั้นเขาจึงไม่มีปัญหาในการรับมือกับหวังหมิงซูแต่อย่างใด
จากนั้นสมาชิกขององค์กรเทียนเต๋าทั้งหมดก็หยุดทีละคนและมองไปที่หวังหมิงซูกับเซินเจี๋ยที่กำลังสู้กันแบบตัวต่อตัวและพวกเขาก็ไม่ได้เข้าไปยุ่ง เพราะกฎของมาเฟียและนักเลงที่ดีนั้นต้องให้เกียรติในการต่อสู้เสมอ ซึ่งไม่นานนักร่างของหวังหมิงซูก็ถูกปกคลุมไปด้วยรอยแผลแต่สิ่งนี้กลับปลุกเร้าจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของหวังหมิงซูมาก จากนั้นสมาชิกองค์กรเทียนเต๋าหลายๆ คนก็เริ่มตะโกนเชียร์หวังหมิงซูอย่างดุเดือด ซึ่งในความเป็นจริงถึงแม้ว่าหวังหมิงซูจะแพ้ในการต่อสู้ครั้งนี้แต่สถานะของเขาในสายตาของคนในองค์กรเทียนเต๋าก็เพิ่มขึ้นอยู่ดี
หลินเฟิงก็แอบยิ้มเล็กน้อยและเหลือบมองไปที่เย่เชียนและเมื่อเห็นแบบนั้นเย่เชียนก็กลอกตาไปมาและแน่นอนว่าเย่เชียนเข้าใจความหมายของหลินเหิงดี นี่เป็นเพราะหลินเฟิงรู้ว่าเย่เชียนจงใจสร้างสถานการณ์ดังกล่าวเพราะอันที่จริงถ้าเย่เชียนไม่รู้เกี่ยวกับทักษะการต่อสู้ของเซินเจี๋ยล่ะก็เย่เชียนคงจะเป็นคนโง่จริงๆ เหตุผลที่เย่เชียนทำแบบนี้ก็เพียงเพื่อให้หวังหมิงซูสร้างภาพลักษณ์ของตัวเองให้ดียิ่งขึ้นนั่นเอง
แน่นอนเย่เชียนจะไม่ปล่อยให้หวังหมิงซูถูกเซินเจี๋ยฆ่าตายเพราะถ้าหากเป็นกรณีนี้ความพยายามทั้งหมดของเขาที่อยู่ข้างหน้าเขาคืออะไร? เมื่อเห็นหวังหมิงซูถือมีดและกระโจนใส่เซินเจี๋ยอีกครั้งเซินเจี๋ยก็ยิ้มอย่างดูถูกเหยียดหยามและกระแทกหมัดใส่หวังหมิงซูทันทีแต่ทว่าในเวลานี้เย่เชียนก็ใช้นิ้วดีดหินใส่ข้อมือของเซินเจี๋ยจนเซินเจี๋ยรู้สึกเพียงว่าแขนของเขาชาไปในทันทีจนไม่มีแรงและไม่สามารถออกแรงใดๆ ได้เลย ในเวลานี้หวังหมิงซูก็ได้ใช้มีดสั้นแทงเข้าไปที่หัวใจของเซินเจี๋ยโดยตรงและดวงตาของเซินเจี๋ยก็เบิกกว้างด้วยความประหลาดใจและเขาก็ไม่อยากจะเชื่อ เขาไม่เข้าใจว่าตอนที่เขากำลังจะต่อยหวังหมิงซูแต่ทำไมจู่ๆ แขนของเขาถึงชาหรือนี่จะเป็นเพราะพระเจ้าลงโทษเขาจริงๆ?
มีเพียงเย่เชียนกับหลินเฟิงเท่านั้นที่รู้ อย่างไรก็ตามหวังหมิงซูก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งเพราะเขาเห็นปฏิกิริยาของเซินเจี๋ยอย่างชัดเจนและเขาก็เดาว่าเย่เชียนเป็นคนช่วยเขาใช่ไหม อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องนี้และหวังหมิงซูก็ดึงมีดสั้นของเขาออกมาแล้วแทงเซินเจี๋ยหลายต่อหลายครั้งจนกระทั่งเซินเจี๋ยล้มลงกับพื้นอย่างอ่อนแรงและหวังหมิงซูเองก็นั่งลงบนพื้นอย่างหมดแรงเช่นกัน
เมื่อเห็นแบบนั้นเหล่าสมาชิกองค์กรเทียนเต๋าก็ส่งเสียงเชียร์โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกน้องของหวังหมิงซูที่ซึ่งกำลังเหงื่อออกเพราะความกังวล แต่ตอนนี้เมื่อเห็นหวังหมิงซูฆ่าเซินเจี๋ยได้แล้วพวกเขาก็ดีใจอย่างมากและรีบวิ่งไปข้างหน้าแล้วกอดเสินเจี๋ยด้วยความดีใจจากนั้นก็ยกตัวเซินเจี๋ยขึ้นส่งเสียงตะโกนสรรเสริญดังๆ
จากนั้นเย่เชียนก็ฉีกยิ้มและเหลือบมองไปที่หลินเฟิง ซึ่งหลินเฟิงก็เข้าใจแล้วก้มลงไปกระซิบที่หูของชางหมิงแล้วเขาก็ออกจากสถานที่จัดงานศพไปพร้อมกับเย่เชียนเพราะในเวลานี้เย่เชียนไม่จำเป็นต้องอยู่ต่อเนื่องจากสถานการณ์โดยรวมได้รับการแก้ไขแล้วและหวังหมิงซูจะต้องได้รับตำแหน่งผู้นำและประธานคนต่อไปขององค์กรเทียนเต๋าย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งไม่ว่าจะเป็นสถานะของเขาในใจของสมาชิกทุกคนหรือคำพูดสุดท้ายของเซินเฉาหยางก็ตามถึงยังไงหวังหมิงซูก็เหมาะสมที่สุดแล้วที่จะนั่งในตำแหน่งนี้ได้และจะไม่มีใครสามารถหยุดเขาได้อีกต่อไป
.