ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1212 เลิกรา
ตอนที่ 1212 เลิกรา
………………..
แน่นอนว่าเย่เชียนรู้จักชายหนุ่มตรงหน้าเขาไม่อย่างนั้นเขาคงจะรู้สึกแปลกใจแต่เขาแค่ไม่เข้าใจว่าเหลียงหยานพาเขามาพบกับชายหนุ่มคนนี้ทำไมและเหลียงหยานและชายหนุ่มคนนี้ก็ไม่มีท่าทีแสดงการต่อต้านหรือความไม่พอใจแต่อย่างใด? ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากแฟนหนุ่มคนปัจจุบันของเหลียงหยานแต่เขาเป็นคนที่ไม่เคยแม้แต่จับมือของเหลียงหยานเลย ซึ่งแน่นอนว่าในประเทศจีนนั้นชายหนุ่มคนนี้ประสบความสำเร็จและมีอิทธิพลล้นหลามและถือเป็นนักธุรกิจในแวดวงกว้างและมักจะปรากฏในการพาดหัวข่าวของทีวีและหนังสือพิมพ์บ่อยครั้ง
ผู้ชายตรงหน้าเขามีนิสัยที่แตกต่างไปจากผู้ชายคนอื่นอย่างสิ้นเชิงเพราะถ้าเป็นผู้ชายธรรมดาๆ เมื่อเห็นแฟนสาวของตัวเองจับมือกับผู้ชายคนอื่นเขาก็อาจจะระเบิดความโกรธและพุ่งเข้าไปทำร้ายผู้ชายอีกคนในทันทีใช่ไหม? เพราะแม้แต่เย่เชียนเองก็ทนไม่ได้ที่จะเพิกเฉยเมื่อเผชิญกับสถานการณ์แบบนี้ อย่างไรก็ตามเจิ้งตงดูเหมือนจะสงบและเขาพูดกับเหลียงหยานอย่างนุ่มนวล แต่ทว่าเย่เชียนสัมผัสได้ถึงเจตน่าฆ่าที่รุนแรงจากเจิ้งตง
เย่เชียนทำหน้าบึ้งเล็กน้อยและมองออกไปนอกหน้าต่างเพราะในช่วงเวลาเช่นนี้เขาควรที่จะหลีกเลี่ยงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะถ้าหากเกิดอะไรขึ้นก็ให้พวกเขาแก้ปัญหากันด้วยตัวเอง
“ขอบคุณที่เป็นห่วงนะ” เหลียงหยานพูด “ชีวิตในปัจจุบันของฉันค่อนข้างดีและผู้หญิงก็ควรมีงานมีการเป็นของตัวเองและไม่สามารถพึ่งพาผู้ชายได้ตลอด..ผู้หญิงในยุคนี้เอาตัวรอดเองได้”
เจิ้งตงหยุดเล็กน้อยแล้วพูดว่า “เหลียงหยานเราคบกันมาสักพักแล้วเพราะงั้นเรามาแต่งงานกันเถอะ..ตอนนี้ครอบครัวของฉันอยากให้ฉันแต่งงานตั้งแต่เนิ่นๆ และรีบมีลูกไวๆ”
เหลียงหยานอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงไปครู่หนึ่งแล้วยิ้มอย่างเย็นชาและพูดว่า “คุณต้องการแต่งงานกับฉันเพราะความรักหรือเรื่องภายในตระกูลของคุณหรือว่าเพราะครอบครัวของคุณคิดว่าฉันมีสายเลือดจากตระกูลที่ดีเพื่อที่จะสร้างภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์ให้กับคุณกันแน่? ..ทำไมคุณถึงเลือกที่จะแต่งงานกับฉันล่ะเจิ้งตง..อันที่จริงทั้งคุณกับฉันต่างก็รู้ดีทั้งคู่ว่าเราไม่ได้รักกันเลย..ที่คุณเลือกฉันก็เพราะตระกูลและความสามารถของฉันเพราะงั้นลูกที่เกิดมาจะต้องมีพรสวรรค์ใช่มั้ยล่ะ? ..ในใจของคุณเคยรักฉันบ้างหรือเปล่าคุณก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจ!” เหลียงหยานพูดต่อว่า “ฉันเองก็ยอมรับว่าฉันไม่ได้รักคุณเลยแต่ตอนแรกฉันคิดว่ามันเป็นความรักและฉันก็คิดว่าพวกเราจะหยุดเกมสร้างภาพแบบนี้กันได้แต่คุณกลับยิ่งชัดเจนเรื่อยๆว่ามันไม่ใช่!”
ใบหน้าของเจิ้งตงเปลี่ยนไปอย่างมากและคิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันและพูดอย่างเย็นชาว่า “คุณต้องการเลิกกับผมงั้นเหรอ? ..เหลียงหยานคุณก็น่าจะรู้นะว่าตระกูลของผมเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงมากในประเทศจีนและแม้แต่ทั่วโลก..เพราะงั้นสิ่งที่คุณทำมันจะทำให้ผมกับตระกูลของผมเสียหน้าอย่างมากเพราะงั้นผมหวังว่าคุณจะกลับไปคิดอย่างจริงจังเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้นะ” คำพูดของเจิ้งตงเต็มไปด้วยรสชาติที่เย็นชาและการกดดันจนเย่เชียนอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วแต่ก็ยังไม่ได้หันหน้ากลับมาจากด้านนอกหน้าต่าง
“นั่นเป็นปัญหาของคุณไม่ใช่ปัญหาของฉัน” เหลียงหยานพูด
“เป็นเพราะเขางั้นเหรอ?” เจิ้งตงเหลือบมองเย่เชียนและพูด
“มันไม่เกี่ยวอะไรกับเขาเลย..ฉันนี่แหละที่ไม่เหมาะสมกับคุณอีกอย่างเราสองคนก็ไม่ได้รักกันเพราะงั้นเราก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกัน..ฉันรู้ว่าคุณเลือกฉันด้วยเหตุผลที่สำคัญและปัญหาที่ใหญ่กว่านี้เพราะงั้นได้โปรดเถอะอย่าทำแบบนี้ต่อเลย” เหลียงหยานพูด
เจิ้งตงพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “เหลียงหยานคุณคิดว่าคุณเป็นผู้บริหารและเลขาของประธานเครือน่านฟ้ากรุ๊ปแล้วผมจะไม่กล้าแตะต้องคุณงั้นเหรอ? ..ถ้าคุณทำให้ผมผิดหวังล่ะก็ฉันจะทำทุกอย่างที่ต้องทำ!..ถึงคุณจะซ่อนจากคนอื่นได้แต่คุณปิดบังผมไม่ได้หรอกเพราะจริงๆ แล้วมีผู้ชายคนอื่นและผู้ชายคนนั้นก็คือเขาใช่มั้ยล่ะ? …หึ..ถึงว่าล่ะเราคบกันมาตั้งนานแล้วแต่ทำไมถึงไม่เคยแม้แต่จะจับมือกันเพราะคุณมีคนอื่นนี่เอง!”
เหลียงหยานก็พูดด้วยรอยยิ้มที่ดูถูกเหยียดหยามว่า “ใช่!..ฉันมีผู้ชายคนคื่นแต่ตอนแรกมันไม่ใช่แบบนี้เพราะตั้งแต่เราคบกันแรกๆ ฉันพยายามเข้าหาคุณตลอดแต่คุณนั่นแหละที่คอยเอาแต่พลักไส..มันไม่ใช่ว่าฉันไม่ยอมให้คุณจับมือฉันแต่คุณนั่นแหละที่ไม่อยากจะจับมือฉันเลยเพราะคุณรู้สึกสกปรกใช่มั้ยล่ะ?”
เย่เชียนตกตะลึงไปชั่วขณะและไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะดูเหมือนว่ามีบางอย่างที่เขาไม่รู้ ซึ่งการแสดงออกของเจิ้งตงก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและถามว่า “คุณหมายความว่าไง?”
“คุณก็รู้ว่าฉันหมายถึงอะไร..คุณคงไม่ต้องการให้ฉันพูดมันหรอกใช่มั้ย?” เหลียงหยานพูด “คุณพยายามรักษาภาพลักษณ์ที่ดีต่อหน้าฉันเสมอและคุณก็ไม่ต้องการทำลายภาพลักษณ์นี้ไปดังนั้นทุกคนก็ควรจะอยู่ห่างๆ กันและไม่ต้องมายุ่งวุ่นวายแบบนี้แหละดีแล้วสำหรับคุณ..แต่ความจริงก็คือคุณไม่อยากให้ฉันรู้ว่าชีวิตจริงๆ ของคุณมันเป็นยังไงใช่มั้ยล่ะ?”
ดวงตาของเจิ้งตงยังคงจ้องเขม็งไปที่เหลียงหยานและมุมปากของเขาก็กระตุกสองครั้งและพูดว่า “ไม่!..คุณทำแบบนี้ไม่ได้!”
“ทำไมคุณถึงอยากจะรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของคุณต่อหน้าคนนอกนักล่ะ?” เหลียงหยานพูด “แล้วการแต่งงานแบบนี้มีความหมายกับคุณยังไง..คุณเอาแต่คิดเรื่องของตัวเองและคุณเคยคิดเกี่ยวกับฉันบ้างไหม? ..เพราะงั้นถึงแม้ว่าเราจะแต่งงานกันไปแล้วคุณคิดว่าฉันจะมีความสุขงั้นเหรอ?”
“ถ้าคุณคิดว่าผมเป็นหนี้คุณล่ะก็ตราบใดที่คุณแต่งงานกับผมแล้วทรัพย์สินครึ่งหนึ่งของผมจะถูกโอนไปเป็นชื่อของคุณ..ซึ่งทั้งหมดเป็นจำนวนเงินห้าพันล้านหยวนเพราะงั้นมันก็เพียงพอที่จะซื้อชีวิตของคุณแล้วใช่มั้ย?” เจิ้งตงพูด “นอกจากนี้ผมก็จะไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวของคุณและตราบใดที่คุณทำสิ่งต่างๆ อย่างลับๆ โดยไม่ให้สื่อหรือครอบครัวของผมรู้แค่นั้นก็พอ”
เย่เชียนอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงและคิดอย่างลับๆ ‘นี่หมายความว่ายังไง? ..นี่มันหมายความว่าเหลียงหยานสามารถมีผู้ชายคนอื่นได้แม้กระทั่งหลังจากแต่งงานกับเขาแล้วงั้นเหรอ?’ เย่เชียนรู้สึกสงสัยและประหลาดใจอย่างมากเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาเจอผู้ชายแบบนี้และไม่ว่าผู้ชายคนไหนจะเลวสักแค่ไหนแต่พวกเขาก็ไม่มีวันยอมให้ภรรยาของตัวเองทำแบบนี้อย่างแน่นอน
“คุณกำลังดูถูกฉันอยู่รู้บ้างมั้ย?” เหลียงหยานพูด “ฉันรู้ว่าคุณเองก็กำลังมีความรักเพราะงั้นมันจะดีกว่าถ้าเราหยุดความสัมพันธ์แบบนี้กันซะตอนนี้เลย..แบบนี้ยังจะดีซะกว่าเพราะต่อให้คนที่ฉันรักจะดูหมิ่นฉันก็ตามแต่ฉันก็ไม่เคยเสียใจเลย” ขณะที่เหลียงหยานพูดเธอก็มองไปที่เย่เชียนอย่างใจจดใจจ่อ
อย่างไรก็ตามเย่เชียนรู้สึกถึงการจ้องมองของเหลียงหยานได้อย่างชัดเจนแต่เขาไม่ได้หันไปแต่ยังคงมองออกไปนอกหน้าต่างเหมือนเดิม “เย่เชียน!..คุณมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย..แค่พูดอะไรสักคำมันยากขนาดนั้นเลยเหรอ? ..ไม่ว่าคุณจะรักฉันหรือไม่ก็ตามแต่คุณไม่สามารถแสร้งทำเป็นว่าคุณไม่รู้อะไรเลยแบบนี้มันถูกต้องแล้วงั้นเหรอ?” เหลียงหยานตะโกนอย่างบ้าคลั่งและทันใดนั้นทุกสายตาของลูกค้าภายในร้านกาแฟก็หันมาจับจ้องไปที่เหลียงหยาน
บอดี้การ์ดสองคนที่อยู่ข้างหลังเจิ้งตงก็มองไปรอบๆ ด้วยดวงตาที่เย็นชาจนทำให้ลูกค้าภายในร้านกาแฟกลัวจนรีบหันหน้ากลับไปทันทีและไม่กล้ามองมาอีกเลย จากนั้นเย่เชียนก็ยิ้มอย่างละอายใจเมื่อเห็นเหลียงหยานเป็นแบบนี้ จากนั้นเย่เชียนก็พูดว่า “เอ่อ..เราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้กันที่นี่ตกลงมั้ย?”
เมื่อได้ยินคำพูดของเหลียงหยานก่อนหน้านี้แล้วเย่เชียนก็เข้าใจว่าทำไมเจิ้งตงถึงเสนอเงื่อนไขดังกล่าวเพราะแท้จริงแล้วไม่ว่าตอนนี้คนทั่วไปจะเปิดใจรับกันมากแค่ไหนแต่ความสัมพันธ์แบบมีเซ็กส์อย่างไม่เป็นทางการในประเทศจีนก็ยังไม่เป็นที่ยอมรับจากทั่วโลกและเจิ้งตงก็มาจากตระกูลที่มีสถานะสูง ดังนั้นหากสื่อรู้ว่าพวกเขารักสนุกและมีเซ็กส์ไปวันๆ ล่ะก็คงจะมีการประชาสัมพันธ์และออกข่าวมากมายและเป็นผลทำให้ภาพลักษณ์ของเขาและตระกูลของเขาถูกโจมตีจากสื่อและประชาชนอย่างรุนแรง ดังนั้นเขาจึงต้องหาผู้หญิงที่จะแต่งงานและปิดบังความจริงที่เขามีความสัมพันธ์แบบนั้นกับผู้หญิงอื่นไปและแน่นอนว่าไม่มีใครเหมาะสมไปกว่าเหลียงหยานอีกแล้วทั้งในแง่ของรูปลักษณ์สติปัญญาและเอกลักษณ์ความสามารถและหน้าที่การงานของเธอดังนั้นเขาจึงเลือกเหลียงหยาน ดังนั้นแม้เขาจะรู้ว่าเหลียงหยานมีผู้ชายคนอื่นอยู่ในใจและเหลียงหยานก็ไม่ได้รักเขาเลยก็ตามแต่เขาก็อยากที่จะแต่งงานเพียงเพื่อรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของเขาต่อหน้าทุกคนเอาไว้ส่วนที่เหลือก็ไม่ได้สำคัญสำหรับเขา
นอกจากนี้เจิ้งตงยังพลักไสเธอออกไปเรื่อยๆ ดังนั้นเขาจะไม่สนิทสนมกับเหลียงหยานมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นความจริงแล้ววิธีการของเหลียงหยานจึงทำให้เขารู้สึกดีเพราะเขาไม่จำเป็นต้องทำให้เหลียงหยานรักเขาเพราะเขาแค่ต้องการเหลียงหยานเพื่อแต่งงานบังหน้าเท่านั้น ต่อให้เขาจะต้องเสียเงินจำนวนมากแต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาเลยขอแค่เหลียงหยานสวมบทบาทภรรยาของเขาต่อหน้าคนอื่นเท่านั้นและไม่ทำลายภาพลักษณ์ของเขาและครอบครัวของเขาก็พอและทุกอย่างก็จะดีเอง
“ฮึ่ม..ถ้าคุณอยากจะเลิกกับผมจริงๆ ผมก็ไม่เห็นด้วย!” เจิ้งตงพูดอย่างเย็นชาและพูดว่า “ใช่!..คุณเป็นคนของเครือน่านฟ้ากรุ๊ปและผมทำอะไรคุณไม่ได้ก็จริงแต่ผมสามารถฆ่าเขาได้!” ขณะที่เจิ้งตงพูดเขาก็ชี้ไปที่เย่เชียน “คุณเชื่อมั้ยว่าผมสามารถฆ่าเขาได้ง่ายๆ เลย..หึ..ทุกวันนี้ชีวิตมนุษย์คนหนึ่งไม่ได้มีค่าอะไรเลย..การฆ่าคนมันก็ใช้แค่เงินหนึ่งแสนหยวนเท่านั้นเอง”
เย่เชียนขมวดคิ้วและถอนหายใจอย่างเย็นชาแล้วสีหน้าของเย่เชียนก็เปลี่ยนไปแล้วพูดว่า “จริงเหรอ? ..ชีวิตของฉันมีค่าแค่เงินหนึ่งแสนหยวนเองงั้นเหรอ? ..แกประเมินฉันต่ำเกินไปแล้วไอ้โง่เพราะถ้าแกพาฉันไปที่ตลาดมืดล่ะก็แกจะสามารถทำเงินได้หลายพันล้ายเลย..แล้วแกเชื่อมั้ยล่ะว่าถ้าฉันต้องการชีวิตของแกฉันก็ไม่ต้องเสียเงินเลยสักหยวน!”
เสียงของเย่เชียนเย็นยะเยือกราวกับลมหนาวที่กัดเซาะในคืนอันหนาวเหน็บและเจาะเข้าไปในร่างกายของผู้คนจนทำให้ผู้คนสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ซึ่งบอดี้การ์ดข้างหลังเจิ้งตงก็รู้สึกได้ถึงจิตสังหารอันทรงพลังของเย่เชียนอย่างชัดเจนและอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงไปครู่หนึ่ง จากนั้นพวกเขาก็รีบก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าวและมองไปที่เย่เชียนด้วยสายตาที่ตื่นตัวอย่างมาก
“อย่ามาแสร้งทำเป็นมีศักดิ์ศรีต่อหน้าฉันหรือเอาเงินและครอบครัวของแกมากดขี่ฉันเพราะในสายตาของฉันแกมันก็เป็นได้แค่ตัวตลก..เหลียงหยานไม่ได้รักแกเลยแม้แต่น้อยและแกก็เห็นเธอเป็นแค่เกราะกำบังของแกเพราะงั้นแกควรจะหยุดรบกวนเธอได้แล้วไม่อย่างนั้นแกไม่ได้ตายดีแน่!” เย่เชียนพูดอย่างเย็นชาและไม่ว่าในกรณีใดเหลียงหยานก็เป็นถึงพี่น้องและคนของเครือน่านฟ้ากรุ๊ปและเธอก็เป็นผู้ช่วยคนโปรดของซ่งหลันอีกด้วย ดังนั้นเย่เชียนจึงไม่ต้องการให้ผู้หญิงที่ดีแบบนี้ถูกทำให้เป็นโล่ป้องกันของใคร