ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1236 ข้อความของไป๋ฮวย
คำพูดของหูวหนานเจียนดูเหมือนจะเป็นการเตือนแต่มันก็ไม่ได้ร้ายแรงเกินไปและไม่ว่าพวกเขาจะคิดอะไรอยู่เย่เชียนก็ไม่กลัวเพราะตราบใดที่เขาทำสิ่งต่างๆตามที่เบื้องบนต้องการ แต่เย่เชียนไม่สามารถทำอะไรผิดพลาดได้เพราะถ้าหากเย่เชียนพลาดเขาอาจจะไม่มีโอกาสพลิกสถานการณ์กลับมาได้อีก
เย่เชียนยักไหล่เล็กน้อยแล้วพูดว่า “คุณพูดแบบนี้แล้วผมจะไปทำอะไรได้..อีกอย่างผมก็ไม่ควรเข้าไปแทรกแซงอย่างสุ่มสี่สุ่มห้าเพราะอิทธิพลของพวกเขาในประเทศจีนนั้นกว้างขวางมากทั้งในกองทัพแวดวงทหารและตำแหน่งในทางการอีกมากมายเพราะงั้นถ้าผมพลาดล่ะก็มันจะลำบากเอา”
“เอาหน่า” หูวหนานเจียนฉีกยิ้มแล้วพูดว่า “ยังไงก็เถอะอิทธิพลของเอ็งก็ไม่ธรรมดาทั้งตระกูลของแม่กับแม่ของเอ็งและยังมีตระกูลหวงฟู่ที่จะสนับสนุนเอ็งโดยไม่ลังเลอยู่อีกเพราะงั้นฉันเชื่อว่าพวกเขาไม่กล้าทำอะไรเอ็งหรอกเพราะนั่นไม่ใช่ทางเลือกที่ดี”
“มันไม่มีอะไรที่แน่นอนหรอก..อีกอย่างผมเองก็ไม่เชื่อใจรัฐบาลหรอกและถ้าเมื่อไหร่ที่ผมมีปัญหากับพวกนั้นล่ะก็ผมขอเดาเลยว่าพวกคุณจะต้องหัวเราะเยาะอย่างสะใจแน่นอน” เย่เชียนพูดต่อ “เพราะงั้นพวกคุณต้องเตรียมพร้อมทางจิตใจเอาไว้ให้ดีเพราะถ้ามีอะไรเกิดขึ้นพวกคุณจะต้องจัดการรับหน้าเอาเอง..เอาล่ะผมขี้เกียจเกินกว่าจะพูดถึงเรื่องพวกนี้แล้ว”
“เอ็งมันเป็นคนที่มีความทะเยอทะยานสูงเพราะงั้นฉันเชื่อว่าเอ็งทำได้” หูวหนานเจียพูด “ฮ่าๆ ช่วงนี้เอ็งอยู่ตามที่กลางแจ้งบ่อยมากนะ..ระวังล่ะแสงอาทิตย์มันไม่ดีต่อผิวและตอนนี้รังสีอัลตราไวโอเลตก็อันตราย”
หลังจากนั้นเย่เชียนก็ส่ายหัวเพราะถึงแม้ว่าหูวหนานเจียนจะเป็นถึงรองนายกรัฐมนตรีแต่บางครั้งเมื่อเขาก็ชอบพูดอะไรที่มันไร้สาระ “เอาเถอะอย่าหยุดพูดเรื่องไร้สาระได้แล้ว..ผมจะขึ้นเครื่องบินตอนเช้าวันพรุ่งนี้และอย่าทำอะไรที่มันโดดเด่นเกินไปล่ะผมไม่ค่อยชอบอะไรที่มันเป็นพิธี”
“เอ็งพูดอะไรน่ะ?” หูวหนานเจียนพูดว่า “สิ่งที่มันแขวนคอของฉันอยู่ในตอนนี้คือตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีเลยนะเพราะงั้นฉันจะทำอะไรที่มันธรรมดาๆ ได้ยังไงแบบนั้นมันก็ทำลายภาพลักษณ์ของฉันและพรรคหมดน่ะสิ..เอ็งต้องทำตัวให้ชินเข้าไว้เพราะในอนาคตเอ็งจะพัฒนาอิทธิพลจนอาจจะเป็นส่วนหนึ่งในรัฐบาลหรือรับช่วงต่อตำแหน่งของฉันก็เป็นไปได้นะ”
“ไร้สาระ!” เย่เชียนพูดอย่างไม่อดทนและวางสายโทรศัพท์ไปทันที แน่นอนว่าเย่เชียนไม่มีความสนใจในตำแหน่งการเมืองและเขาก็ไม่ชอบความวุ่นวายแบบนั้น ซึ่งถ้าหากเย่เชียนกลายเป็นคนของทางการจริงๆ ล่ะก็เย่เชียนกลัวว่าเขาจะถูกควบคุมโดยคนอื่นๆ และไม่สามารถยืนหยัดต่อไปได้อีก
เย่เชียนก็แวะร้านอาหารข้างของถนนเพื่อทานอาหารกลางวันแล้วกลับไปที่โรงแรมจากนั้นก็โทรหาจินเหว่ยห่าวและบอกให้จินเหว่ยห่าวเดินทางไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือในวันพรุ่งนี้ทันที เห็นได้ชัดว่าจินเหว่ยห่าวนั้นดูกระตือรือร้นอย่างมากและเขาก็รอเวลานี้มานานแล้วเพราะมันเป็นสถานที่ที่ไม่มีวันลืมเลือนและในใจของเขาก็เต็มไปด้วยความเกลียดชังและความแค้นของสถานที่แห่งนึ้
ที่นั่นจินเหว่ยห่าวฝังความรักและฝังความแค้นของเขาและเขาไม่สามารถปล่อยวางได้เลย จินเหว่ยห่าวไม่ได้มีความทะเยอทะยานมากนักและเขาก็ไม่อยากครอบครองตระกูลจินแต่อย่างใดเพราะสิ่งเหล่านั้นเป็นแค่ภาพลวงตาแต่เขาแค่อยากให้ขี้เถ้าของแม่ถูกฝังอยู่ในหลุมฝังศพของตระกูลจินในห้องโถงบรรพบุรุษของตระกูลนั่นเองเพราะในสายตาของเขาแม่ของเขาถูกตระกูลจินทำลายชีวิตไปและในที่สุดแม่ของเขาก็ไม่ได้รับสิ่งที่ควรจะเป็นของเธอแต่ยังโดนดูถูกอีกด้วย เป็นเพราะการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมของตระกูลจินที่ทำให้จินเหว่ยห่าวโกรธแค้นและเขาก็ไม่มีครอบครัวเหมือนคนอื่นๆ
ฉากในอดีตเป็นเหมือนใบมีดที่คมชัดเจาะเข้าไปในหัวใจของเขาทำให้เขาเจ็บปวดและก็ทำให้เขาร้องไห้ออกมาในเวลานี้แต่แน่นอนว่าเย่เชียนนั้นไม่รู้และหลังจากพูดคุยกับจินเหว่ยห่าวอีกสองสามประโยคเย่เชียนก็วางสายโทรศัพท์ไป
จากนั้นเย่เชียนก็ได้เปิดไฟล์ข้อมูลที่หูวหนานเจียนส่งมาให้และศึกษามันอย่างรอบคอบ ถึงแม้ว่าข้อมูลจะมีมากมายแต่เย่เชียนก็อ่านมันอย่างเคร่งครัดและเห็นได้ชัดว่ามันแปลกประหลาดอย่างมากจนเย่เชียนเชื่อว่ารัฐบาลและเบื้องบนเองก็รู้ว่ามันไม่สะดวกที่จะเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ได้
เห็นได้ชัดว่าตระกูลจินต่อสู้กับตระกูลหยุนและทั้งสองตระกูลนี้ก็มีอำนาจมากมายในประเทศจีน ยิ่งไปกว่านั้นมันก็เป็นเพราะสิ่งนี้เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐหลายๆ คนจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือและไปยิ่งกว่านั้นก็มีผู้บริสุทธิ์จำนวนมากเข้ามาเกี่ยวข้องและถูกลากลงไปในบ่อโคลนอีกมากมาย ดังนั้นทางรัฐบาลและเบื้องบนจึงไม่สามารถทำอะไรตระกูลจินและตระกูลหยุนได้และด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงต้องให้เย่เชียนเป็นคนจัดการแทน
แน่นอนว่าตระกูลใหญ่ทั้งสองทำให้รัฐบาลปวดหัวอย่างมากและเป็นการยากที่จะไปรุกรานพวกเขาได้
หลังจากอ่านข้อมูลเสร็จแล้วเย่เชียนก็โทรไปหาหลินเฟิงและหลังจากที่หลินเฟิงเห็นว่าเย่เชียนโทรมาเขาก็พูดว่า “มันน่าสนใจจริงๆ ที่นายโทรมาหาฉัน!”
เย่เชียนก็ฉีกยิ้มแล้วพูดว่า “มันค่อนข้างเร่งด่วนเพราะงั้นผมจึงรีบกลับมาก่อน..ว่าแต่ตอนนี้พี่หลินอยู่ที่ไหน? ..ตอนนี้พี่ยังอยู่ในไต้หวันหรือเปล่า?”
“ฉันจะขึ้นเครื่องในคืนนี้” หลินเฟิงพูด “แล้วนายล่ะจะกลับไปเมื่อไหร่?”
“ผมขึ้นเครื่องพรุ่งนี้เช้าครับ” เย่เชียนพูดว่า “ที่นั่นเป็นอาณาจักรของพี่เพราะงั้นพี่ต้องดูแลผมให้ดีๆ ..ผมกลัวว่าถ้าผมไปทำให้ใครโกรธเข้าแล้วผมจะโดนพวกเขาฆ่าเอาน่ะสิ”
“นี่นายล้อฉันเล่นอยู่งั้นเหรอ? ..ใครมันจะกล้าทำอะไรนาย? ..ต่อให้เป็นตระกูลจินและตระกูลหยุนก็เถอะแต่ในเวลานั้นฉันก็คิดว่าพวกเขาคงไม่กล้าหรอก..อีกอย่างรัฐบาลและเบื้องบนก็คอยสอดส่องอยู่เพราะงั้นฉันคิดว่าพวกเขาไม่ทำอะไรที่มันร้ายแรงเกินไปหรอก”
“นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ!” เย่เชียนหัวเราะและพูดว่า “ถึงยังไงนี่มันก็คือถ้ำเสืออยู่ดีไม่ใช่เหรอ? ..เอาเถอะต่อให้พวกตาแก่เหล่านั้นจะทำอะไรถึงยังไงพวกเขาก็หยุดผมไม่ได้เพราะผมจะจัดการกับตระกูลจินและตระกูลหยุด”
พี่หลินพูดอะไรน่ะ..พวกเราเป็นพี่น้องกันเพราะงั้นตราบใดที่พี่พูดล่ะก็ผมจะออกจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือและผมสัญญาเลยว่าผมจะไม่พูดอะไรเลยและจะไม่เข้ามาแทรกแซงในเรื่องนี้อีก” เย่เชียนพูด
“ฉันแค่ล้อเล่นเฉยๆ นายก็จริงจังไปได้..ฉันน่ะชอบที่จะเห็นนายทำสิ่งต่างๆ อย่างยิ่งใหญ่และฉันก็คิดว่าฉันควรจะเรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างจากนายด้วย..เพราะงั้นนายกับไป๋ฮวยอยากจะทำอะไรก็ทำได้อย่างเต็มที่เลยฉันจะรอดู” หลินเฟิงพูด
เย่เชียนตกตะลึงเล็กน้อยและถามด้วยความประหลาดใจ “หืม..พี่หลินรู้เหรอว่าตอนนี้ไป๋ฮวยอยู่ที่ไหน? ..ครั้งสุดท้ายผมเจอเขาที่สำนักถังและก็ไม่เจอเขาอีกเลย” สิ่งต่างๆ ที่ไป๋ฮวยพูดกับเย่เชียนนั้นมักคลุมเครือเสมอและเย่เชียนก็กังวลเกี่ยวกับสิ่งที่ไป๋ฮวยทำทุกครั้งและตอนนี้หลินเฟิงก็พูดอย่างคลุมเครืออีกครั้งซึ่งทำให้เย่เชียนกังวลมากขึ้น
“เท่าที่ฉันรู้มาฉันมีรายละเอียดไม่ค่อยเยอะ..อีกอย่างเขาบอกฉันว่าไม่ให้ฉันบอกอะไรกับนายแต่น่าเสียดายที่ฉันทำแบบนั้นไม่ได้” หลินเฟิงพูด “แต่นายไม่ต้องกังวลไปหรอกเพราะฉันคิดว่าตั้งแต่การต่อสู้ครั้งสุดท้ายของนายกับไป๋ฮวยนั้นเขาเปลี่ยนไปมากและเขาก็ทำสิ่งต่างๆ เพื่อผลประโยชน์ของนายทั้งนั้น”
“ผมไม่ได้กังวลว่าเขาจะทำอะไรไม่ดีกับผมเพราะสำหรับผมแล้วแม้ว่าเขาจะฆ่าผมถึงยังไงผมก็ไม่เสียใจหรอก” เย่เชียนพูดต่อ “ผมกังวลเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขามากกว่าเพราะถึงแม้ว่าเขาจะสงบและมีสมาธิมากกว่าผมก็ตามแต่เขาสู้ตัวคนเดียวและไม่มีพวกพ้องคอยสนับสนุนเลยเพราะงั้นถ้าเขากำลังทำบางสิ่งบางอย่างอยู่ผมจะรู้สึกสบายใจได้ยังไง”
“นายสามารถมั่นใจได้เลยเพราะตอนนี้ไป๋ฮวยได้เริ่มดำเนินการไปแล้ว..แต่ในเรื่องนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าการช่วยนายทางอ้อมและบางทีถ้าพวกนายได้พบกันอีกครั้งในอนาคตมันอาจจะเป็นสถานการณ์ที่ดีสำหรับพวกนายก็ได้” หลินเฟิงพูด
เย่เชียนตกตะลึงเล็กน้อยและสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดว่า “พี่หลินถ้างั้นพี่ช่วยบอกผมหน่อยก็แล้วกันว่าเขาเป็นยังไงบ้าง..เพราะถ้ามีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นเขาจะไม่มาบอกผมอย่างแน่นอนแต่เขาอาจจะมาปรึกษาและบอกอะไรกับพี่หลินแทน”
“ไม่มีปัญหา” หลินเฟิงพูด “ถึงแม้ว่าจะมีโอกาสไม่มากแต่ฉันก็อยากจะเจอพวกนายทั้งสองพร้อมกันอีกครั้งจริงๆ “ทันใดนั้นหลินเฟิงก็ถามว่า “ว่าแต่นายจะทำอะไร?”
“แผนการนี้มันมีรายละเอียดมากเกินไปและสถานการณ์มันก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว” เย่เชียนพูด “โดยเฉพาะตระกูลใหญ่ๆ อย่างตระกูลจินแล้วเราไม่สามารถคาดเดาพวกเขาได้เลย”
“ถ้างั้นพรุ่งนี้เรามาคุยกัน” หลินเฟิงพูด “ฉันไม่ได้คาดคิดจริงๆ ว่าคราวนี้นายจะทำตามคำขอของรองนายกเทศมนตรี”
เย่เชียนกลอกตาไปมาแล้วพูดว่า “นี่พี่คอยสอดแนมผมอยู่งั้นเหรอ?”
หลินฉีกเฟิงยิ้มและหลังจากตอบไม่กี่คำเขาก็วางสายโทรศัพท์ไป