ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1240 ปีศาจแห่งตระกูลจิน
คำถามของเย่เชียนทำให้จินเหว่ยห่าวลำบากใจอย่างมากเพราะจินเหว่ยห่าวไม่เคยคิดที่จะทำร้ายน้องชายของเขาเลยและท้ายที่สุดแล้วทุกๆ ครอบครัวต่างก็มีความรักความผูกพันเสมอและเด็กคนนั้นก็เป็นเพียงคนเดียวที่ให้ความรักกับเขา ดังนั้นสำหรับจินเหว่ยห่าวแล้วในใจของเขาก็เต็มไปด้วยความอบอุ่นและความขอบคุณและไม่เคยคิดที่จะทำร้ายน้องชายของเขาเลยแต่ต้องการทำหน้าที่ของเขาในฐานะพี่ชายและปกป้องเขาให้ดีนั่นเอง
อย่างไรก็ตามเมื่อเขานึกถึงความเจ็บปวดที่แม่ของเขาได้รับจากตระกูลจินแล้วจินเหว่ยห่าวก็ไม่สามารถปล่อยวางได้และเขาแค่ต้องการต่อสู้เพื่อสิ่งที่แม่ของเขาดังนั้นหากสถานการณ์ที่เย่เชียนพูดเกิดขึ้นในอนาคตล่ะก็จินเหว่ยห่าวก็ไม่รู้จริงๆ ว่าต้องทำอย่างไร
จินเหว่ยห่าวจ้องมองไปที่เย่เชียนด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยวแล้วพูดว่า “อย่าถามคำถามนี้กับฉันเลยเพราะจริงๆ แล้วฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงเหมือนกัน”
เย่เชียนถอนหายใจเงียบๆ โดยไม่ถามคำถามต่อเพราะอันที่จริงถ้าเป็นเย่เชียนเองในสถานการณ์เหล่านั้นเขาก็ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงและไม่สามารถทำร้ายพี่น้องเพื่อแม่ได้เพราะท้ายที่สุดพี่น้องที่ซื่อสัตย์ก็มีค่ากับเขามากเช่นกัน
จินเหว่ยห่าวก็ไม่ได้พูดอะไรต่อและก้มหน้าลงอย่างเงียบๆ และดื่มเบียร์พร้อมกับคิดเกี่ยวกับคำถามของเย่เชียน แน่นอนว่าเย่เชียนก็ไม่ได้รบกวนเขาเช่นกันแต่มองไปที่เสี่ยวเทียนและยิ้มเล็กน้อยเพราะเหมือนว่าเธออยากจะถามอะไรบางอย่างแต่ทว่าเธอรู้ดีว่าเรื่องบางเรื่องก็ไม่ควรถามจะดีกว่า
ในขณะนั้นชายหนุ่มคนหนึ่งก็เดินเข้ามาที่ประตูซึ่งมีอายุใกล้เคียงกับจินเหว่ยห่าวและใบหน้าของเขาก็ดูหยิ่งผยองมากและเขาก็มีความเคร่งขรึมอย่างมาก ตั้งแต่เขาเข้ามาเขาไม่ได้ไปรอบๆ และเอาแต่จ้องมองไปที่สาวนักร้องบนเวทีของผับบาร์และมีสีหน้าที่ดูถูกเหยียดหยาม ซึ่งไม่รู้เลยว่าเขารู้สึกรังเกียจกับความธรรมดาและชนชั้นต่ำของผับบาร์ที่นี่หรืออย่างอื่นหรือเปล่าแต่เขาก็ยังหาที่นั่งลงและมีคนหนุ่มสาวหลายๆ คนทั้งชายและหญิงมากับเขาด้วย
“นายน้อยหยุนทำไมคุณถึงพาเรามาที่กระจอกๆ แบบนี้ล่ะ..ที่นี่มันสกปรกมาก!” ชายหนุ่มคนหนึ่งขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วพูด
“นายน้อยหยุนไม่ได้มาเพื่อดื่มนายไม่รู้เหรอ?” ชายร่างอ้วนคนหนึ่งพูดขึ้น “นายน้อยหยุนชอบสาวนักร้องของที่นี่เพราะงั้นเขาจึงมาหาเธอ”
“เธอเหรอ? ..ผู้หญิงแบบนี้หาได้ง่ายมาก..แค่ใช้เงินก็หาได้แล้ว!” ชายหนุ่มคนที่พูดก่อนหน้านี้ตอบกลับ “ดูฉันสิ..สาวๆ ทุกคนชอบเงินกันทั้งนั้นทำไมต้องทำอะไรให้ยุ่งยากด้วย?” เขาพูดพร้อมกับดึงผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ เขาเข้ามาและโอบเอวเธอ
“นี่ๆ ผู้ชายอย่างนายมันขี้ขลาดที่เอาแต่ใช้เงินเพื่อให้ได้สิ่งที่อยากได้” ชายหนุ่มร่างผอมพูด “การไล่ล่าสาวๆ น่ะเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีความเป็นลูกผู้ชายเข้าใจมั้ย? ..การที่ได้มาเพราะความรู้สึกกับการได้มาเพราะงั้นมันต่างกัน!”
เมื่อต้องเผชิญกับการสัมผัสร่างกายของชายหนุ่มแล้วถึงแม้ว่าหญิงสาวในอ้อมแขนของชายหนุ่มคนนั้นจะไม่พอใจแต่เธอก็ไม่กล้าโต้ตอบเพราะเธอรู้ดีว่าคนเหล่านี้มาจากตระกูลชนนั้นสูงและมีสถานะที่ดี ดังนั้นถ้าเธอทำให้พวกเขาขุ่นเคืองก็จะไม่มีใครสามารถปกป้องเธอได้เลย
เมื่อได้ยินแบบนั้นแล้วชายหนุ่มคนนั้นก็ยิ้มอย่างขมขื่นและไม่กล้าตอบกลับอีก
ชายหนุ่มผู้นำกลุ่มได้แต่มองดูหญิงสาวที่กำลังร้องเพลงอยู่บนเวทีอย่างเงียบๆ และไม่ดื่มและไม่สนใจเพื่อนๆ รอบตัวเขาเลยแม้แต่น้อย
เมื่อได้ยินการสนทนาในตอนนี้การแสดงออกของจินเหว่ยห่าวก็ตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัดและเขาก็หันไปมองและเจตนาฆ่าก็พุ่งเข้ามาในดวงตาของเขาทันทีจนเสี่ยวเทียนที่อยู่ข้างๆ ถึงกับตัวสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความสยดสยอง และเธอก็มองไปที่จินเหว่ยห่าวด้วยความประหลาดใจ แน่นอนว่าเย่เชียนเองก็ตกตะลึงเล็กน้อยและมองไปที่จินเหว่ยห่าวด้วยความประหลาดใจและถามว่า “เกิดอะไรขึ้นพี่จินรู้จักเขางั้นเหรอ?” อันที่จริงเย่เชียนคาดเดาตัวตนของชายหนุ่มคนนั้นไม่ได้เลยเพราะใครจะสามารถทำให้จินเหว่ยห่าวเกิดความโกรธจนระเบิดเจตนาฆ่าออกมาได้ถึงขนาดนี้? ซึ่งนอกจากตระกูลจินแล้วก็มีคนจากตระกูลหยุนที่ฆ่าผู้หญิงที่เป็นรักแรกของจินเหว่ยห่าวในสมัยก่อนอีกคน
จินเหว่ยห่าวไม่ได้พูดแต่เจตนาฆ่าและจิตสังหารของเขาก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และโชคดีที่มันอยู่ในผับบาร์จึงมีคนมากมายและชายหนุ่มก็ให้ความสนใจกับหญิงสาวบนเวทีอยู่ตลอดเวลาดังนั้นเขาจึงไม่รู้สึกถึงการจ้องมองและเจตนาฆ่าของจินเหว่ยห่าว
ในขณะนี้จินเหว่ยเซียงน้องชายของจินเหว่ยห่าวก็หยิบขวดเบียร์ขึ้นมาแล้วขว้างมันออกไปอย่างไร้ความปรานีแต่โชคดีที่ชายหนุ่มตอบสนองได้เร็วพอไม่อย่างนั้นหัวของเขาคงจะแตกไปแล้ว “ใครวะ!” ชายหนุ่มไม่ได้พูดแต่เพื่อนๆ ที่อยู่ข้างๆ ยืนขึ้นแล้วตะโกนอย่างเกรี้ยวกราดและหันกลับมามองอย่างโกรธเกรี้ยว
ชายหนุ่มก็หันกลับมามองแล้วกวาดสายตามองผู้คนในผับบาร์ทีละคนและดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยเจตนาฆ่า “ฉันเอง..แกจะทำไมวะ?” จินเหว่ยเซียงยืนขึ้นแล้วพูด “ไอ้เวรเอ๊ยนี่มันผับบาร์พวกแกคิดว่ามันเป็นซ่องหรือโรงแรมม่านรูดเหรอวะ? ..มันทุเรศจนตาของฉันจะบอดอยู่แล้ว”
ขณะพูดเขาก็เหลือบมองสาวๆ ที่อยู่ข้างๆ คนเหล่านั้นและทุกคนก็สวมเสื้อผ้าวับๆ แวบๆ และเผยบางส่วนออกมา ซึ่งพรรคพวกของจินเหว่ยเซียงล้วนแต่เป็นวัยรุ่นแต่ใครจะคิดว่าจู่ๆ พวกเขาจะกล้าสร้างปัญหาที่นี่? ยิ่งไปกว่านั้นใบหน้าของเขายังไม่มีความกลัวเลยแม้แต่น้อยและพวกเขาก็ลุกขึ้นทีละคนและเริ่มตะโกนด่าอย่างไม่หยุดยั้ง ว่ากันว่าวุ่ยรุ่นสมัยนี้ใจกล้ากว่าพวกนักเลงอันธพาลและแน่นอนว่ามันเป็นความจริงเพราะกลุ่มวัยรุ่นเหล่านี้ไม่เกรงกลัวอย่างเห็นได้ชัด พวกเขามีความเป็นลูกผู้ชายมากและความหุนหันพลันแล่นก็เต็มเปี่ยม
เห็นได้ชัดว่าชายหนุ่มรู้จักทายาทของตระกูลจินอย่างจินเหว่ยเซียงเป็นอย่างดีและเมื่อเห็นแบบนั้นเขาก็สูดลมหายใจเข้าอย่างเย็นชาและพูดว่า “ไอ้เด็กเวรแกคิดว่าฉันไม่กล้าแตะต้องแกจริงๆ งั้นเหรอ?”
เมื่อเห็นแบบนั้นเย่เชียนก็แสยะยิ้มและพูดว่า “ดูเหมือนว่าน้องชายของพี่จินจะกล้าไม่เบาเลยนี่? ..ในอนาคตเขาอาจจะโตมาเป็นคนที่ยอดเยี่ยมก็ได้นะ”
จินเหว่ยห่าวอดไม่ได้ที่จะยิ้มแล้วพูดว่า “เขาเป็นปีศาจตัวน้อยของตระกูลจินและคนในตระกูลก็ตามใจเขามากเกินไปตั้งแต่เขายังเป็นเด็กเพราะงั้นเขาก็เลยไม่รู้ว่าท้องฟ้านั้นกว้างแค่ไหน” หลังจากพูดจินเหว่ยห่าวก็ลุกขึ้นเพราะท้ายที่สุดเขาก็ไม่สามารถนั่งดูน้องชายของเขาเป็นอันตรายได้
“เดี๋ยวๆ นั่งดูไปก่อนไม่ต้องกังวลหรอก” เย่เชียนพูด “พวกเราอยู่ที่นี่แล้วเพราะงั้นมันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก..ผมอยากเห็นว่าน้องชายของพี่จะจัดการกับเรื่องนี้ยังไง”
จินเหว่ยห่าวอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวและนั่งลงอีกครั้ง
จินเหว่ยเซียงจะไปกลัวการคุกคามของคนเหล่านี้ได้ยังไง? ดังนั้นเขาจึงหัวเราะอย่างดูถูกเหยียดหยามและพูดว่า “ฮ่าๆ ..แกเนี่ยนะจะทำอะไรฉันได้..ตระกูลหยุนของแกมันก็แค่มดปลวก..ฉันยังไม่ได้ล้างแค้นให้พี่ชายเลยเพราะงั้นคราวหน้าแกก็ระวังตัวเอาไว้ด้วยไม่อย่างนั้นแกอาจจะถูกรถชนตายก็ได้นะ” จินเหว่ยเซียงไม่มีแม้แต่ความหวั่นเกรงต่อคนกลุ่มนี้เลยแม้แต่น้อย
เมื่อได้ยินแบบนั้นจินเหว่ยห่าวก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งและไม่ค่อยมีคนที่รู้เรื่องเรื่องนี้มากนักเพราะตอนนั้นเด็กคนนี้ก็ยังเด็กอยู่มากดังนั้นเขาไม่น่าจะรู้เรื่องนี้ได้ ซึ่งจินเหว่ยห่าวไม่รู้เลยว่าจินเหว่ยเซียงได้ยินเรื่องนี้มาจากใครแต่เขาก็รู้สึกอบอุ่นในใจเพราะแค่มีน้องชายที่พร้อมจะยืนหยัดเพื่อเขาก็เพียงพอแล้วในชีวิตนี้
“ไอ้เด็กเวรแกจะมากเกินไปแล้ว” หยุนเจียเซิงสูดลมหายใจเข้าอย่างเย็นชาและพูดว่า “พี่ชายของแกมันเป็นคนขี้ขลาด..มันไม่กล้าแม้แต่จะมาหาฉันเลยด้วยซ้ำ..ไอ้เด็กน้อยแกควรรู้เอาไว้นะว่าสถานการณ์ของทั้งสองตระกูลในตอนนี้กำลังตึงเครียดมากเพราะงั้นการที่แกมากวนประสาทฉันอยู่ในตอนนี้แกรู้ผลที่จะตามมาบ้างหรือเปล่า?”
“บัดซบ!..ผลที่ตามมาคืออะไร..ทำไมแกจะฆ่าฉันงั้นเหรอ?” จินเหว่ยห่าวพูด “มาสิวะฉันยืนอยู่ตรงนี้เพราะงั้นถ้าแกกล้าก็เข้ามาสิ!”
“นายน้อยหยุนเด็กคนนี้มันเป็นใคร? ..ทำไมมันปากดีจัง!” ชายหนุ่มเจ้าชู้คนที่เอาเงินฟาดหัวผู้หญิงพูดอย่างเกรี้ยวกราด “นายน้อยหยุนคุณไม่จำเป็นต้องลงมือเองหรอกเพราะเดี๋ยวผมจะสอนบทเรียนดีๆ ให้มันเอง”
“โว้วๆ ..เจ้านายเอาแต่มุดอยู่ในรูและให้ลูกหมาออกมากัดแทนงั้นเหรอ?” จินเหว่ยเซียงก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าวแล้วพูดว่า “เข้ามาสิวะ..ด้วยรูปร่างที่น่าสงสารของมันก็เหมือนลูกหมาเดินเข้ามาในฝูงหมาป่าเจ้าถิ่นชัดๆ”
เมื่อได้ยินแบบนั้นเย่เชียนก็ฉีกยิ้มเพราะเด็กคนนี้ปากร้ายและบ้าบิ่นจริงๆ จนเห็นได้ชัดว่าชายหนุ่มเจ้าชู้ถึงกับทนไม่ไหวอีกต่อไป และตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยวพร้อมกับรีบวิ่งไปข้างหน้า ซึ่งเดิมทีหยุนเจียเซิงต้องการที่จะหยุดเขาแต่มันก็สายเกินไปแล้วเพราะในช่วงเวลาที่ตึงเครียดแบบนี้เขาก็ยังลังเลที่จะขัดแย้งกับจินเหว่ยเซียงเพราะท้ายที่สุดเรื่องนี้จะทำให้สถานการณ์ของตระกูลจินกับตระกูลหยุนดุเดือดและร้อนระอุมากขึ้น อย่างไรก็ตามหลังจากคิดๆ ดูแล้วเขาก็เลิกคิดที่จะหยุดชายหนุ่มเจ้าชู้เพราะถ้าเขาทำแบบนั้นนั่นก็เท่ากับทำให้ตระกูลหยุดเสื่อมเสียศักดิ์ศรีและหน้าตาต่อสังคมอย่างมาก
จินเหว่ยห่าวไม่มีความกลัวใดๆ เลยเพราะถึงแม้ว่าเขาจะยังเด็กแต่เขาก็เกิดในตระกูลนักรบโบราณ ดังนั้นเมื่อเห็นชายหนุ่มเจ้าชู้วิ่งเข้ามาจินเหว่ยเซียงก็หยิบขวดเบียร์บนโต๊ะขึ้นมาแล้วฟาดมันอย่างแรงจนชายหนุ่มเจ้าชู้ไม่สามารถตอบสนองได้เลยและได้ยินเสียง “เพล้ง!” ขวดเบียร์แตกและเลือดก็หยดลงมาจากหน้าผากของชายหนุ่มเจ้าชู้ทันที
“แกกล้าตีหัวฉันงั้นเหรอ?” ชายหนุ่มเจ้าชู้เช็ดเลือดบนหน้าผากของเขาและตะโกนด้วยความตกใจและความโกรธ
“แล้วแกจะทำไมวะ? ..แกจะทำอะไรฉัน?” หลังจากที่จินเหว่ยเซียงพูดจบเขาก็เตะออกไปอย่างสุดแรง อย่างไรก็ตามท้ายที่สุดแล้วอีกฝ่ายก็เป็นชายหนุ่มแต่เขายังเด็กดังนั้นความแตกต่างของความแข็งแกร่งทางกายภาพจึงไม่เหมือนกันและทำให้ชายหนุ่มเจ้าชู้เซถอยหลังไปสองสามก้าว
ชายหนุ่มเจ้าชู้ก็เจ็บปวดอยู่พักหนึ่งและเห็นได้ชัดว่าเขาไม่ต้องการทำให้ตัวเองอับอายต่อหน้าผู้หญิงเหล่านั้น ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่สามารถเสียหน้าได้และหลังจากตะโกนแล้วเขาก็พุ่งออกไปใส่จินเหว่ยเซียงแต่หยุนเจียเซิงรีบคว้าตัวเขาเอาไว้แล้วพูดว่า “นายไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมั้นหรอก..ไอ้เด็กเวรนี่มันพยายามปั่นหัวนายอยู่นายไม่รู้เหรอ?”
ชายหนุ่มเจ้าชู้ก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งและถึงแม้ว่าเขาจะโกรธแต่เขาก็ไม่กล้าเคลื่อนไหวและเนื่องจากหยุนเจียเซิงพูดแบบนั้นแล้วเขาก็รู้ตัวแล้วว่าเขาตกหลุมพรางของจินเหว่ยเซียง จากนั้นหยุนเจียเซิงก็หัวเราะอย่างเย็นชาและก้าวไปข้างหน้าสองก้าวแล้วพูดว่า “ไอ้เด็กน้อยฉันมีสองทางเลือกให้แกเลือก..หนึ่งคือแกรีบขอโทษเพื่อนของฉันแล้วรีบไสหัวออกไปซะ..ส่วนทางเลือกที่สองสองแกถูกฉันสั่งสอนและโยนแกออกไป”
“ฉันจะเลือกตัวเลือกที่สามและนั่นคือฉันจะโยนแกออกไปแทน!” จินเหว่ยเซียงพูด
บรรยากาศในผับบาร์ก็เริ่มตึงเครียดขึ้นทันทีและใบหน้าของหยุนเจียเซิงก็มืดมนลงในทันทีและดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยเจตนาฆ่าอย่างมาก
.