ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1252 ติดสินบน
ตอนที่ 1252 ติดสินบน
………………..
จินเจิ้งผิงไม่รู้ว่าคำพูดก่อนหน้าของเย่เชียนเป็นเรื่องตลกหรือไม่ดังนั้นเขาจึงเตรียมหูฉลามและหอยเป๋าฮื้อเอาไว้โดยธรรมชาติเพราะสำหรับเขาอาหารหรูๆ เหล่านี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่แต่เขาไม่ต้องการรุกรานเย่เชียนในเวลานี้ ไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่นเลยเพราะการสืบสวนของจินเจิ้งรุ่ยแล้วเขาก็ไม่พบข้อมูลใดๆ เลยแม้แต่น้อยซึ่งแสดงให้เห็นว่าตัวตนของเย่เชียนนั้นลึกลับมากขึ้นเรื่อยๆ และเขาก็ควรระวัง
“คุณเย่เคยทำงานที่ไหนมาก่อนหรือครับ?” จินเจิ้งผิงถามอย่างไม่เป็นทางการ
เย่เชียนก็ยังคงกินหอยเป๋าฮื้อและพูดอย่างคลุมเครือว่า “ผมก็ทำไปเรื่อยๆ และหลายๆ ที่หลายๆ แผนกน่ะแต่ก็ไม่เป็นที่พอใจสักที..อันที่จริงผมค่อนข้างอิจฉาตระกูลจินมากเพราะพวกคุณสบายกว่าผมเยอะ..ดูเราสิไม่ว่าจะกินดื่มหรือทำอะไรเราก็ตัดสินใจเองไม่ได้และต้องใช้ของที่คนอื่นเตรียมเอาไว้เท่านั้น..บางทีผมก็อึดอัดใจจริงๆ”
จินเจิ้งผิงตกตะลึงไปครู่หนึ่งแล้วแอบยิ้มในใจเพราะเขาไม่ได้สนใจว่าเย่เชียนจะเป็นคนโลภมากแต่เขากลัวว่าเย่เชียนจะไม่โลภต่างหากเพราะคนโลภจะรับมือได้ง่ายดังนั้นถ้าหากเขาสามารถใช้เงินเป็นเหยื่อล่อเย่เชียนได้ล่ะก็เย่เชียนก็จะถูกลากลงไปในน้ำ ซึ่งเมื่อเทียบกับผลประโยชน์มหาศาลที่ภูเขาหินมีนั้นเงินที่จะมอบให้กับเย่เชียนก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวของเศษเสี้ยวเท่านั้น
“คุณเย่ก็พูดเกินไปเพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เราจะมีธุรกิจแบบในทุกวันนี้ได้..ถ้าหากเราไม่ดิ้นรนล่ะก็เราคงจะต้องเต้นกินรำเท่านั้น..แต่คราวนี้มันแตกต่างไปจากภูเขาหินส่วนเรื่องสิทธิ์ในการขุดเจาะภูเขาหินเพราะถ้าหากคุณเย่ปฏิเสธไม่ให้สิทธิ์ในการขุดเจาะล่ะก็แผนการลงทุนของเราก็จะสูญเปล่าและเราจะต้องรอโอกาสและมองหาโครงการในการลงทุนอีกครั้งแต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย..ถ้าเป็นแบบนั้นเราจะสูญเสียกำไรจำนวนมากไป” จินเจิ้งผิงพูด
“ผมน่ะเคารพคนที่เคารพผมเสมอแต่ถ้าใครไม่ไว้หน้าผมล่ะก็ผมก็จะทำแบบเดียวกัน..ที่ผมมาอยู่ในตำแหน่งนี้ก็เพื่อมีชีวิตที่ดีแต่ใครจะไปรู้ว่าผมจะอยู่ในตำแหน่งนี้ได้นานสักแค่ไหนกัน..คุณคิดแบบนั้นหรือเปล่า?” เย่เชียนพูด “ถึงแม้ว่าผมจะไม่รู้ว่าทำไมตระกูลจินและตระกูลหยุนถึงต้องต่อสู้กันเพื่อแย่งภูเขาหินก็ตามเพราะภูเขาหินมันไม่มีมูลค่าหรือสามารถทำกำไรได้เลยแต่อย่างที่อาจารย์จินพูดก่อนหน้านี้ว่ามันไม่ใช่ธุระของผมใช่มั้ย? ..ซึ่งเดิมทีผมก็จะไปคุยกับตระกูลหยุนในวันนี้เหมือนกันแต่พอผมรู้ว่าจินเหว่ยห่าวถูกคุณจับเอาไว้ผมก็เลยแวะมาที่นี่ก่อน”
คำพูดของเย่เชียนค่อนข้างฟังดูสับสนเล็กน้อยแต่จินเจิ้งผิงก็สามารถได้ยินความหมายแฝงจากมัน อย่างแรกคือความสัมพันธ์ของเย่เชียนกับจินเหว่ยห่าวนั้นไม่ธรรมดาแต่เขาไม่รู้ว่าเป็นเพราะความสัมพันธ์ของจินเหว่ยเซียงหรืออย่างอื่นกันแน่ ประการที่สองเย่เชียนก็มาหาเขาก่อนดังนั้นเขาจะต้องห้ามพลาดโอกาสนี้ไปใช่ไหม? เพราะถ้าหากเย่เชียนไปหาตระกูลหยุนก่อนเขาก็จะพลาดโอกาสไป
จินเจิ้งผิงถอนหายใจอย่างเงียบๆ และพูดว่า “มันก็ค่อนข้างน่าตลกดีที่จะบอกว่าลูกชายของผมต่อต้านผมมาตลอดตั้งแต่เขายังเป็นเด็กและผมก็ทำอะไรกับเขาไม่ได้เลย..อันที่จริงมันก็เป็นความผิดของผมเองเพราะผมทำหน้าที่พ่อไม่ดีพอเพราะงั้นผมก็เลยไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำแบบนี้..แต่ผมจะบอกความจริงกับคุณเย่ให้ว่าเขาเหมือนเพชฌฆาตเพราะเมื่อตอนที่เขาเกิดมาแม่ของเขาก็ตาย..เขาเกิดมาเพื่อเป็นมารผจญของตระกูล..เอาเถอะเรื่องพวกนี้ผมก็ไม่อยากจะพูดถึงนักหรอก..ตามที่คุณเย่พูดผมจะปล่อยจินเหว่ยห่าวไปแต่ผมแค่หวังว่าเขาจะไม่สร้างปัญหาอีกในอนาคต”
เย่เชียนขมวดคิ้วเล็กน้อยและเห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้คาดหวังว่าหัวหน้าตระกูลจินผู้หยิ่งผยองจะเชื่อคำพูดของจอมเจ้าเล่ห์อย่างเขา ถึงแม้ว่าเย่เชียนจะได้เห็นสิ่งแปลกๆ มากมายแต่เขาก็ไม่อยากจะเชื่อว่ามารผจญในโลกใบนี้นั้นมีจริงแต่เย่เชียนเพราะเขาไม่ใช่หมอดูหรือหมอผี แต่เย่เชียนก็ไม่กล้าตรวจสอบสิ่งที่จินเจิ้งผิงพูดว่ามันจริงหรือเท็จกันแน่เพราะถ้าหากมันเป็นเรื่องจริงก็อาจจะเป็นเพราะเหตุนี้เองที่ตระกูลจินทอดทิ้งจินเหว่ยห่าวและเดาว่าพวกเขาคงอาจจะถูกคนอื่นหลอกใช่ไหม?
“ผมไม่ได้คิดเลยว่าอาจารย์จินจะเชื่อเรื่องพวกนี้ด้วย..ผมเกรงว่าจะไม่มีใครเชื่อหรอกถ้าคุณพูดออกไป” เย่เชียนพูด
“ฮวงจุ้ยและสิ่งลี้ลับเหล่านี้มีมาตั้งแต่โบราณแล้วและถึงแม้ว่ามันจะลึกลับแต่เราก็ไม่สามารถละเลยได้..ยิ่งไปกว่านั้นตระกูลจินของผมสามารถยืนหยัดในทุกวันนี้ได้อย่างราบรื่นก็เพราะอาจารย์หมอและฮวงจุ้ยที่รู้แจ้งสิ่งเหล่านี้ได้อย่างถ่องแท้..ผมรู้ว่าคุณเย่ไม่เชื่อเรื่องลี้ลับพวกนี้เพราะงั้นการที่พูดสิ่งเหล่านี้ต่อหน้าคุณก็ไม่เหมาะสมเลย” จินเจิ้งผิงยิ้มและพูด
“ฮ่าๆ ..นั่นไม่จริงหรอก” เย่เชียนพูด “พวกอาจารย์หมอส่วนใหญ่ที่ผมเคยเจอมาก่อนล้วนเป็นพวกลวงโลก..แต่ถ้าอาจารย์จินรู้จักอาจารย์หมอดีๆ ล่ะก็นั่นก็เป็นสิ่งที่ดีเพราะงั้นคุณช่วยแนะนำให้ผมหน่อยสิเพราะผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าผมจะมีชีวิตที่ราบรื่นต่อไปได้ถึงเมื่อไหร่”
จินเจิ้งผิงตกตะลึงไปครู่หนึ่งแล้วยิ้มและพูดว่า “ไม่มีปัญหาครับ..เนื่องจากรองนายกเทศมนตรีเย่พูดแบบนี้ผมก็จะพยายามช่วยให้ดีที่สุด..เดี๋ยวผมจะติดต่ออาจารย์หมอแล้วเราค่อยคุยเรื่องนี้กันทีหลังก็แล้วกันครับ..ผมหวังว่าอาชีพการงานของรองนายกเทศมนตรีเย่จะก้าวหน้าได้อย่างต่อเนื่องในอนาคตนะครับ”
“ผมต้องขอรบกวนอาจารย์จินด้วยครับ” เย่เชียนยิ้มและพูดว่า “ไม่ต้องกังวลไปครับเพราะถึงแม้ว่าผมจะเป็นข้าราชการแต่ผมก็รู้ว่าจะต้องสนับสนุนคนที่จริงใจกับผม..ถ้าหากมีอะไรเกิดขึ้นก็แจ้งให้ผมทราบได้เลยและผมจะพยายามช่วยเหลือคุณอย่างเต็มที่”
“ถ้าอย่างนั้นผมก็ขอขอบคุณคุณเย่มากนะครับ..แต่ถ้าหากคุณเย่สามารถมอบสิทธิ์ในการขุดเจาะภูเขาหินให้กับผมได้ล่ะก็ผมจะขอบคุณคุณเย่มากเลยครับ” จินเจิ้งผิงพูด “ในอนาคตพวกเราคือพรรคพวกกันและถ้าคุณเย่ต้องการอะไรล่ะก็ตระกูลจินก็ยินดีที่จะสนับสนุนคุณเย่อย่างเต็มที่ครับ”
ขณะที่ทั้งสองกำลังสนทนากันด้วยคำพูดที่ดูจริงจังเย่เชียนก็ก้มหน้าลงและพูดว่า “ถึงแม้ว่าผมจะอยู่ในราชการแต่ผมก็รู้อยู่เหมือนกันว่าในประเทศจีนมีสี่สำนักและแปดตระกูลใหญ่ซึ่งตระกูลชางกวนถูกกำจัดหมดแล้วและสำนักหยุนหยานเหมินก็ล่มสลายไปแล้ว..ส่วนกองกำลังที่ใหญ่ที่สุดคือตระกูลถังที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลเย่และตระกูลหม่า..ซึ่งนอกจากนี้เท่าที่ผมรู้มาตอนนี้จินเหว่ยห่าวเป็นหลานเขยของผู้นำสำนักถังเพราะงั้นอาจารย์จินเป็นคนฉลาดและผมก็เชื่อว่าคุณน่าจะรู้ว่าผมหมายถึงอะไรใช่มั้ย? ..ถึงแม้ว่าผมกับจินเหว่ยห่าวจะพบกันไม่กี่ครั้งแต่ผมก็สนิทกับเขามากเพราะงั้นถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับเขาล่ะก็ไม่เพียงแค่ตระกูลจินจะต้องเผชิญหน้ากับตระกูลใหญ่ทั้งสามแต่แม้กระทั่งผมในฐานะรองนายกเทศมนตรีก็ด้วย..อาจารย์จินเข้าใจสิ่งที่ผมจะสื่อใช่มั้ย?”
จินเจิ้งผิงตกตะลึงไปครู่หนึ่งและเห็นได้ชัดว่าเขามีความชัดเจนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสามตระกูลใหญ่นี้และเขาก็ยังเข้าใจถึงความสัมพันธ์ที่จินเหว่ยห่าวเกี่ยวข้องกับตระกูลจินด้วย ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้ต้องการฆ่าจินเหว่ยห่าวเพราะถึงยังไงจินเหว่ยห่าวก็ยังเป็นลูกชายแท้ๆ ของเขาอยู่ อย่างไรก็ตามถ้าหากจินเหว่ยห่าวต้องการใช้ประโยชน์จากความแข็งแกร่งจากทั้งสามตระกูลใหญ่เพื่อจัดการตระกูลจินล่ะก็นั่นก็เป็นสิ่งที่น่ากลัวอย่างมาก ซึ่งถ้าหากเป็นแบบนั้นการที่เขาจับตัวจินเหว่ยห่าวเอาไว้นั่นก็ถือว่าเป็นความเสี่ยงอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้นจู่ๆ คนอย่างเย่เชียนก็ปรากฏตัวขึ้นซึ่งดูเหมือนจะรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดีซึ่งทำให้จินเจิ้งผิงรู้สึกว่าเขาไม่ควรมองข้ามเย่เชียนในตำแหน่งนายกเทศมนตรีเลย
เย่เชียนก็ไม่พูดอะไรอีกและพยักหน้าเล็กน้อยเพราะเรื่องนี้ก็มาถึงจุดนี้แล้วและเย่เชียนก็เชื่อว่าจินเจิ้งผิงได้ยินสิ่งที่เขาจะสื่อและไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเย่เชียนจะต้องปกป้องจินเหว่ยห่าวในวันนี้ให้ได้ จากนั้นเย่เชียนก็หยิบทิชชู่แล้วเช็ดปากและพูดว่า “เอาล่ะถ้างั้นผมขอกลับก่อนนะ..ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับตระกูลจินก็โทรมาหาผมได้เลย..ว่าแต่ตระกูลจินคงจะมีหมายเลขโทรศัพท์สายตรงของรัฐสภาใช่ไหมครับ?” เย่เชียนลุกขึ้นยืนและพูดกับจินเหว่ยห่าวแล้วหันหลังเดินออกไป
จากนั้นไม่นานจินเจิ้งผิงก็รีบวิ่งตามเขามาแล้วหยิบกล่องของขวัญที่เตรียมเอาไว้ยื่นให้เย่เชียนแล้วพูดว่า “คุณเย่ครับนี่คือสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เพื่อแสดงความจริงใจครับ..ผมหวังว่ารองนายกเทศมนตรีเย่จะให้เกียรติและรับมันนะครับ..มันไม่ใช่สิ่งที่มีค่าอะไรนักเพราะงั้นคุณเย่ไม่ต้องกังวลนะครับ..มันเป็นแค่ของเล็กๆ น้อยๆ เพราะงั้นผมไม่รู้ว่าคุณเย่จะชอบหรือเปล่า”
“เล็กๆ น้อยๆ จริงเหรอครับ?” เย่เชียนรับมาแล้วเปิดดูก็พบว่ามีอัญมณีทับทิมอยู่ข้างในและดูเหมือนว่ามันจะราคาสูงมาก จากนั้นเย่เชียนก็ยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “เอาไว้ผมจะพิจารณาเรื่องภูเขาหินดูนะครับเพราะมันต้องผ่านการอนุมัติจากหลายๆ ฝ่ายก่อนและมันต้องใช้เวลามากอยู่เหมือนกัน”
จินเจิ้งผิงจะไม่เข้าใจความหมายที่เย่เชียนจะสื่อได้ยังไง? ดังนั้นจินเจิ้งผิงก็พูดว่า “ผมเข้าใจครับ..ตอนนี้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับรองนายกเทศมนตรีเย่..ถ้าแบบนั้นผมจะส่งคนนำของเหล่านี้ไปให้คุณเย่ที่บ้านนะครับ”
“ไม่ครับเพราะตอนนี้ผมพักอยู่ที่โรงแรมแต่คุณสามารถส่งไปที่สำนักงานของผมได้โดยตรงในอาคารรัฐสภา” เย่เชียนพูด “ทั้งหมดขึ้นอยู่กับผมเพราะงั้นคุณไม่ต้องกังวลไปครับ..คุณก็ดำเนินการเบื้องต้นก่อนล่วงหน้าเลยเพื่อที่จะได้ไม่เสียเวลา”
จินเจิ้งผิงก็อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจและเขาก็ไม่เคยเห็นการรับสินบนที่โจ่งแจ้งแบบนี้จากเจ้าหน้าที่รัฐเลยและเย่เชียนก็ยังบอกให้เขาส่งเงินไปที่สำนักงานในอาคารรัฐสภาด้วย อย่างไรก็ตามเนื่องจากเย่เชียนกล้าทำแบบนี้เขาก็ไม่ต้องกลัวว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งนั่นหมายความว่าเย่เชียนมีคนสนับสนุนมากมายอยู่เบื้องหลังเย่เชียนและสิ่งนี้ก็ทำให้จินเจิ้งผิงรู้สึกว่าถ้าหากเขาร่วมมือกับเย่เชียนได้ล่ะก็เขาจะสามารถกำจัดตระกูลหยุนได้อย่างแน่นอนในอนาคต
“ได้ครับ..ถ้างั้นผมขอรบกวนรองนายกเทศมนตรีเย่ด้วยนะครับ” จินเจิ้งผิงพูด “เอาไว้คราวหน้าผมจะไปพบคุณด้วยตัวเองนะครับ”
.