ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1261 เมา
ตอนที่ 1261 เมา
………………..
ใบหน้าของหลินเฟิงก็รู้สึกเขินอายอย่างมากและเขารู้สึกกระสับกระส่าย ส่วนเย่เชียนที่ด้านข้างก็รู้สึกได้ว่าร่างกายของหลินเฟิงแข็งทื่อไปทันทีและเย่เชียนก็อดไม่ได้ที่จะฉีกยิ้มเพราะดูเหมือนว่าหลินเฟิงจะกลัวหลัวอวี่จริงๆ
คนที่มาที่นี่ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหนึ่งในสี่สุดยอดนักฆ่าของตระกูลจินหลัวอวี่ เมื่อเดินไปข้างหน้าทั้งสามคนแล้วดวงตาของหลัวอวี่ก็จ้องไปที่หลินเฟิงและขมวดคิ้วพร้อมกับพูดว่า “นายจะไม่หนีอีกแล้วใช่มั้ย?”
“ไม่..ไม่หนี” หลินเฟิงยิ้มอย่างเขินอายและพูดว่า “ทำไมฉันต้องหนีด้วยล่ะ..ว่าแต่ทำไมเธอถึงมาที่นี่ล่ะพอดีเรากำลังพูดถึงเธออยู่พอดี”
“จริงเหรอ? ..พวกนายกำลังพูดถึงฉันเรื่องอะไรล่ะ? ..นี่พวกนายกำลังนินทาฉันอยู่งั้นเหรอ?” หลัวอวี่พูดและนั่งลงพร้อมฉีกยิ้มกว้างๆ
“ไม่ใช่แบบนั้นฉันจะไปพูดไม่ดีเกี่ยวกับเธอทำไม..ฉันแค่บอกพวกนี้ว่าหลัวอวี่เป็นสาวงามอันดับหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเราและไม่มีใครเทียบได้เลย..แม้กระทั่งในโลกใบนี้ก็ไม่มีใครเทียบเธอได้เลย” หลินเฟิงพูด
เย่เชียนก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มเพราะเขาไม่นึกเลยว่าหลินเฟิงจะมีด้านแบบนี้ อย่างไรก็ตามหลัวอวี่ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยและจ้องไปที่หลินเฟิงแล้วพูดว่า “นายพูดอะไรของนาย? ..นายกำลังล้อฉันเล่นงั้นเหรอ? ..หรือกำลังประชดกันอยู่?”
“ไม่..ไม่..ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้น” หลินเฟิงโบกมือซ้ำแล้วซ้ำเล่า..เธอน่ะเป็นเทพธิดาที่อยู่ในใจของผู้ชายนับไม่ถ้วนเพราะงั้นฉันจะไปล้อเธอได้ยังไง? ..อย่าเข้าใจฉันผิดสิ”
“นายนี่แถได้เก่งจริงๆ นะ” หลัวอวี่มองหลินเฟิงด้วยหางตาแล้วพูดว่า “ตั้งแต่นายได้อยู่กับเย่เชียนแล้วดูเหมือนว่าปากของนายจะร้ายขึ้นมากเลยนะ..เอาเถอะถ้านายไม่หนีจริงๆล่ะก็นายก็มาดื่มแข่งกับฉันสักหน่อยสิ”
“ไม่..เธอก็รู้ว่าฉันดื่มเยอะไม่ได้เพราะถ้าฉันดื่มมากเกินไปมันจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของฉัน” หลินเฟิงพูดอย่างขมขื่น
“ถ้านายไม่ดื่มนายก็หนีไปซะ” หลัวอวี่พูด
เย่เชียนก็แสยะยิ้มแล้วเติมเบียร์ใส่แก้วและพูดว่า “ผมจะดื่มแทนพี่หลินเองเพราะเขาดื่มไม่เก่งและถ้าเขาดื่มมากเกินไปเขาจะกลายเป็นคนละคนไปเลย” หลังจากพูดจบเย่เชียนก็หยิบแก้วเบียร์มาดื่ม
“ไม่จำเป็น..ฉันจะดื่มเอง” หลินเฟิงรีบหยุดเย่เชียนเอาไว้และเติมเบียร์ด้วยตัวเองและใบหน้าของเขาก็กลายเป็นสีแดงดอกกุหลาบและมีเสน่ห์แพรวพราวประกายมากขึ้นเช่นเดียวกับดอกกุหลาบสีสดใสจนอดไม่ได้ที่จะสั่นและจ้องไปที่หลัวอวี่และความหมายนั้นก็ชัดเจนเพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นในภายหลังหลัวอวี่จะต้องรับผิดชอบ
หลัวอวี่ก็ขดริมฝีปากของเธอเล็กน้อยและเพิกเฉยเนื่องจากเย่เชียนยังรู้ว่าหลินเฟิงจะเปลี่ยนไปเมื่อดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปแล้วเธอจะไม่รู้ได้ยังไง? เธอเพียงแค่ตั้งใจจะแกล้งหลินเฟิงเท่านั้นและทุกครั้งที่เธอเห็นเขาดื่มทีไรเธอก็คิดว่ามันสนุกและถึงแม้ว่ามันจะอันตรายมากก็ตาม
จินเหว่ยห่าวหันไปมองหลัวอวี่และพูดว่า “พี่หลัว!”
หลัวอวี่ก็พยักหน้าเล็กน้อยแล้วหันไปมองจินเหว่ยห่าวอย่างระมัดระวังและพูดว่า “นายน้อยดูผอมและซีดเซียวมากเลยนะ”
จินเหว่ยห่าวก็ยิ้มและพูดว่า “ชีวิตมันก็แบบนี้แหละ..ว่าแต่พี่หลัวมาที่นี่ทำไมเหรอ?”
“ฉันมาเพื่อเตือนนายน้อยนี่แหละ” หลัวอวี่ถอนหายใจเล็กน้อยแล้วพูดว่า “คุณผู้หญิงรองเพิ่งโทรหาใครสักคนและสั่งให้เขาส่งคนมาลอบสังหารนายน้อยแล้ว..เพราะงั้นนายน้อยต้องระวังตัวเอาไว้นะ..เฮ้อตระกูลจินไม่ใช่ของตระกูลจินอีกต่อไปแล้วแต่มันเป็นโลกของเธอ..เพราะทั้งๆ ที่อาจารย์จินย้ำแล้วย้ำอีกว่าห้ามแตะต้องนายน้อยแต่คุณผู้หญิงรองต้องการจะฆ่านายน้อยในเวลานี้โดยไม่สนคำพูดของอาจารย์จินเลย”
“เธอโทรหาใคร?” เย่เชียนขมวดคิ้วเล็กน้อยและถาม
“ฉันไม่รู้เหมือนกันเพราะตอนนั้นฉันยืนอยู่ห่างๆ และไม่ได้ยินเสียงในโทรศัพท์แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนก็คืออีกฝ่ายน่าจะคุ้นเคยกับคุณผู้หญิงรองเป็นอย่างดี..เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายน่าจะเป็นคนใกล้ชิดกับคุณผู้หญิงและมีอำนาจมากนอกตระกูลจิน” หลัวอวี่เรียกฮั่นหนิงซือว่าคุณผู้หญิงรองมาโดยตลอดซึ่งเห็นได้ชัดว่าในหัวใจของเธอนั้นเธอถือว่าแม่ของจินเหว่ยห่าวเป็นคุณผู้หญิงแห่งตระกูลจินมาเสมอและเป็นเพราะเหตุนี้เองที่ฮั่นหนิงซือมักจะไม่พอใจหลัวอวี่ แต่พี่น้องนักฆ่าทั้งสี่ของตระกูลจินนั้นเป็นลูกศิษย์ของจินเจิ้งผิงดังนั้นเธอจึงทำอะไรไม่ได้ อาจกล่าวได้ว่าพวกเธอมีตำแหน่งที่สำคัญมากในตระกูลจิน ดังนั้นถึงแม้ว่าฮั่นหนิงซือจะไม่ชอบหลัวอวี่มากแค่ไหนแต่เธอก็ไม่กล้าที่จะรุกรานหลัวอวี่แต่อย่างใด
“ฉันรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ยอมปล่อยฉันไปง่ายๆ หรอก ไม่สำคัญหรอก” จินเหวยห่าวพูดด้วยรอยยิ้มที่น่าสังเวช
“ไม่ว่ายังไงนายน้อยก็ควรระวังให้มากนะ” หลัวอวี่พูด “แต่ยังไงก็เถอะเพราะตอนนี้มีสองจตุรเทพอยู่ข้างๆ นายน้อยแบบนี้ฉันก็โล่งใจ” หลังจากหยุดไปชั่วขณะและดวงตาของหลัวอวี่ก็หันไปหาหลินเฟิงอีกครั้งและพูดว่า “หลินเฟิงนายต้องช่วยฉันปกป้องนายน้อยด้วย”
“ได้..ไม่มีปัญหา..ถ้าใครกล้าคุกคามเขาล่ะก็ฉันจะฆ่าพวกมันเอง!” หลินเฟิงพูดอย่างเกรี้ยวกราดและทำมือเหมือนกรงเล็บแล้วกำแน่นๆ
เย่เชียนถึงกับเหงื่อออกเพราะดูเหมือนว่าหลินเฟิงจะดื่มมากเกินไปแล้วและเขาก็อดไม่ได้ที่จะอธิษฐานในใจอย่างลับๆ ว่าอย่าให้หลินเฟิงบ้าคลั่งขึ้นมาเพราะแอลกอฮอล์ไม่อย่างนั้นสวนอาหารแห่งนี้จะเสียหาย ดังนั้นเย่เชียนจึงรีบเหลือบมองหลัวอวี่และพูดเบาๆ ว่า “อย่ายั่วยุเขาอีกเลย..ถ้าเขาดื่มมากกว่านี้เขาจะเป็นบ้าเอาและผมก็หยุดเขาไม่ได้จริงๆ”
“ใคร..ใครดื่มมากเกินไป? ..ฉันดื่มมากไปงั้นเหรออย่ามาล้อฉันเล่นนะ..เย่เชียน!..นายเคยได้ยินประโยคนี้มั้ยว่าคนคออ่อนนั้นเป็นคนกระจอกเพราะงั้นมาแข่งกันเถอะ..ถ้าใครแพ้จะต้องเป็นลูกน้องของอีกฝ่ายหนึ่งเดือน!..เอาไงนายจะเดิมพันกับฉันมั้ย?” หลินเฟิงพูด
“อย่าเลย..ผมเองก็ไม่อยากดื่มมากเกินไปเพราะตอนนี้ผมก็รู้สึกเวียนหัวนิดหน่อยและถ้าผมดื่มมากกว่านี้ผมคงจะต้องคลานกลับ” เย่เชียนพูดอย่างเร่งรีบ
“เอาเถอะฉันยังไหว!” หลินเฟิงตบไหล่เย่เชียนและพูดว่า “นายก็หยุดดื่มได้แล้วเพราะถ้าตับนายพังมันคงจะเป็นเรื่องที่ลำบากมาก” จากนั้นหลินเฟิงก็หันไปมองจินเหว่ยห่าวแล้วพูดว่าต่อ “คุณจินคุณเป็นพี่ชายของเย่เชียนและเย่เชียนก็เป็นน้องชายของผมเพราะงั้นเราคือเพื่อนกัน..ถึงแม้ว่าองค์กรเซเว่นคิลของผมจะเทียบไม่ได้กับตระกูลจินก็ตามแต่พวกเราก็มีมิตรภาพที่ดีกับน้องเย่เพราะงั้นองค์กรเซเว่นคิลของผมจะคอยปกป้องคุณเอง..เอาล่ะตอนนี้เราก็มาดื่มกันเถอะ!”
เมื่อเห็อเย่เชียนสบตากับเขาจินเหว่ยห่าวก็เหงื่อออกและพูดอย่างเร่งรีบว่า “ขอบคุณมากครับคุณหลิน..มันช่างเป็นเกียรติของผมจริงๆ ..ถ้างั้นเรามาดื่มกันเถอะ”
“คุณอย่าพูดอะไรแบบนั้นเลยพวกเราคือพี่น้องกันเพราะงั้นทำตัวสบายๆ กันเถอะ” หลินเฟิงหยิบขวดเบียร์ขึ้นมาแล้วเทลงใส่แก้วของจินเหว่ยห่าว เมื่อเห็นแบบนั้นจินเหว่ยห่าวก็ทำอะไรไม่ถูกอยู่พักหนึ่งและหัวเราะอย่างเชื่องช้าและรีบหยิบแก้วเบียร์ขึ้นมาดื่ม
หลินเฟิงก็ยืนขึ้นและเหลือบมองไปที่หลัวอวี่และพูดว่า “หลัวอวี่ฉันรู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่แต่อดีตมันก็ผ่านไปแล้วเพราะงั้นเราควรมองไปข้างหน้าใช่มั้ย? ..ถึงฉันจะไม่ได้ดีเลิศแต่ฉันก็ยังเป็นคนเดิมและอย่างน้อยๆ ฉันก็เป็นคนดีเมื่อเทียบกับหมอนี่เพราะฉันไม่ได้มีภรรยาหลานคนแบบเขา” หลินเฟิงตบที่ไหล่ของเย่เชียนและพูดว่า “ในใจของฉันเธอเป็นนางฟ้าเสมอและแน่นอนว่าคนสวยๆ น่ะมีมากมายแต่พวกเธอก็แค่เปลือกนอก..ต่อหน้าเธอแล้วพวกนั้นก็เป็นได้แค่ขยะ..เอาล่ะแก้วนี้ฉันขอดื่มเพื่อเธอและหวังว่าเธอจะสวยและมีเสน่ห์แบบนี้ตลอดไป”
เย่เชียนกับจินเหว่ยห่าวก็อดไม่ได้ที่จะมองหน้ากันและทั้งคู่ก็เข้าใจเพราะเมื่อฟังคำพูดของหลินเฟิงแล้วดูเหมือนว่าหลินเฟิงจะมีความรู้สึกดีๆ ให้กับหลัวอวี่จนเย่เชียนอดไม่ได้ที่จะคิดอย่างลับๆ ว่า ‘พี่หลินคงไม่ได้ชอบหลัวอวี่ใช่มั้ย?’ แต่พอคิดๆ ดูแล้วมันก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เพราะหลัวอวี่เป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์มากจริงๆ และถึงแม้ว่าเธอจะแก่กว่าหลินเฟิงแต่เธอก็ยังดูสาวอยู่ แต่นั่นก็เป็นเรื่องปกติเพราะอายุมักจะไม่เกี่ยวกับความรัก อีกอย่างหลัวอวี่ก็ไม่ได้ดูแก่และเธอก็ยังดูอ่อนกว่าวัยกว่าราวกับหญิงสาวอายุยี่สิบต้นๆ
หลัวอวี่จ้องมองหลินเฟิงอย่างดุเดือดและพูดว่า “นายกำลังพูดเรื่องไร้สาระอะไร..มันจะไปเป็นแบบนั้นตลอดได้ยังไง? ..ถ้านายยังไม่หยุดพูดแบบนี้อีกฉันจะฆ่านาย!”
หลินเฟิงก็ยิ้มอย่างร่าเริงและไม่รังเกียจคำพูดของหลัวอวี่แต่อย่างใดและวางแก้วเบียร์ลง ผู้คนในร้านอาหารต่างก็สนใจเสียงของหลัวอวี่และทุกสายตาก็จับจ้องมาที่พวกเขา จากนั้นหลินเฟิงก็หันไปจ้องมองคนเหล่านั้นอย่างดุเดือดและพูดว่า “มองอะไรกัน? ..มันไม่มีอะไรน่ามองสักหน่อย..พวกคุณอย่ายุ่งเรื่องของชาวบ้านสิ..ถ้ายังไม่เลิกสนใจเรื่องของคนอื่นอีกเชื่อมั้ยว่าผมจะฆ่าพวกคุณซะตอนนี้เลย!”
คนที่ดื่มมากไปเป็นคนไร้เหตุผลบ้าๆบอๆและไม่อยากยั่วโมโหโดยไม่มีเหตุผล ถ้าโดนคนบ้านี้เตะเข้าที่หัวโดยไม่ได้ตั้งใจเขาจะเดือดร้อนมาก
ขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันก็มีคนสองสามคนเดินเข้ามาจากด้านนอกและกวาดสายตามองไปรอบๆ และเมื่อสายตาของพวกเขาจับจ้องไปที่จินเหว่ยห่าวแล้วพวกเขาก็รีบเดินเข้ามาและนั่งลงที่โต๊ะอาหารด้านหลังจินเหว่ยห่าว เมื่อเห็นแบบนั้นเย่เชียนก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะถึงแม้ว่าคนเหล่านี้จะทำตัวอย่างแนบเนียนแค่ไหนแต่เย่เชียนยังสัมผัสได้สึกถึงเจตนาฆ่าของพวกเขาและเย่เชียนก็อดไม่ได้ที่จะหันไปชำเลืองมองจินเหว่ยห่าวกับหลัวอวี่
.