ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1263 ความจริงในวงเหล้า
ตอนที่ 1263 ความจริงในวงเหล้า
………………..
หากเป็นในช่วงเวลาปกติความสามารถของหลินเฟิงอาจจะอยู่ประมาณ 90/100 แต่ทว่าในตอนนี้ความสามารถของหลินเฟิงก็ทะลุ 100 ไปแล้วและไม่ชัดเจนว่าตอนนี้เขาควบคุมสติได้หรือว่ามันเป็นความบังเอิญกันแน่เพราะพลังโจมตีของหลินเฟิงเริ่มแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ และการเคลื่อนไหวก็แปลกและรวดเร็วมากแต่คำพูดของหลินเฟิงกลับฟังดูไม่ชัดเจนและร่างกายของเขาก็ดูเหมือนจะหกล้มอยู่ตลอดเวลาราวกับคนเมาที่ดื่มมากเกินไปและสมองก็ทำงานได้ไม่เต็มที่
เมื่อเห็นคู่ต่อสู้ของเขาล้มลงทีละคนหลินเฟิงก็ไม่สนใจเลยแม้แต่น้อยและยังโจมตีอย่างโหดเหี้ยมราวกับว่าจะฆ่าอีกฝ่ายให้ตายเท่านั้น เมื่อเห็นฉากนี้เย่เชียนก็รีบพูดว่า “พี่หลินอย่าให้พวกมันตายล่ะ!”
แต่ในเวลานี้หลินเฟิงจะไปฟังคำพูดของเย่เชียนได้อย่างไรเพราะเขายังคงบ้าคลั่งและไม่ได้ยินคำพูดของเย่เชียนเลย เมื่อเห็นแบบนั้นเย่เชียนก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวแล้วพูดว่า “พวกแกรีบพูดออกมาจะดีกว่าว่าใครเป็นคนสั่งพวกแกให้ทำแบบนี้? ..ไม่อย่างนั้นฉันก็ช่วยพวกแกไม่ได้หรอก”
ชายหนุ่มสองคนนั้นก็ตกอยู่ในความตื่นตระหนกเพราะนักฆ่าทั้งหกคนไม่สามารถแม้แต่จะต่อต้านหลินเฟิงได้เลยและทุกคนก็พ่ายแพ้หลินเฟิงภายในระยะเวลาสั้นๆ อีกด้วย ดังนั้นหากพวกเขายังยืนกรานที่จะปิดปากต่อไปพวกเขาก็จะมีจุดจบเดียวเท่านั้นและนั่นก็คือความตาย “ฉันจะบอกๆ ..ฉันจะบอกทุกอย่างเองเพราะงั้นได้โปรดหยุดไอ้บ้านี่ที!” ชายหนุ่มคนหนึ่งพูดอย่างเร่งรีบ
“พี่หลินพอได้แล้ว..พอเถอะพี่” เย่เชียนตะโกน
“ทำไมพวกแกพูดมากจังวะ..ฉันจะฆ่าพวกแกให้หมด!” หลินเฟิงสูญเสียความสุขุมของเขาไปโดยสิ้นเชิงและเพิกเฉยต่อคำพูดของเย่เชียน เมื่อเห็นแบบนั้นเย่เชียนก็ยิ้มอย่างขมขื่นและเหลือบหันไปมองจินเหว่ยห่าวและพูดว่า “พี่จินรีบไปหยุดเขากันเถอะ..ระวังด้วยล่ะ” เมื่อเสียงนั้นจบลงเย่เชียนก็รีบวิ่งเข้าไปก่อนและล็อคตัวหลินเฟิงจากด้านหลังเอาไว้
“ปล่อยฉัน!..นายมาจับฉันทำไม..นายเป็นพวกมันเหรอ?” หลินเฟิงยังคงดิ้นรนและความแข็งแกร่งของเขาก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเย่เชียนไม่สามารถควบคุมได้เลย จากนั้นหลินเฟิงก็ดิ้นรนออกไปได้และต่อยเย่เชียนด้วยหมัดจนเย่เชียนถึงกับเหงื่อออกและรีบกระโดดหลบออกไปทันที ในเวลานี้หลินเฟิงได้สูญเสียสติไปหมดแล้วและดูเหมือนว่าจะพูดกับเขาด้วยเหตุผลอีกต่อไปไม่ได้แล้ว อย่างไรก็ตามมันไม่ง่ายเลยที่จะหยุดหลินเฟิงได้โดยไม่ทำร้ายเขา
จินเหว่ยห่าวก็ไม่กล้าลังเลอีกต่อไปและรีบเข้าไปช่วยเย่เชียนเพื่อหยุดหลินเฟิง จากนั้นเย่เชียนก็ตะโกนว่า “พี่หลินหยุดเถอะ..ผมจะไปช่วยไอ้พวกที่มันจะมาฆ่าพวกเราได้ยังไง..มีเหตุผลหน่อยสิพี่…พี่ต้องตั้งสติให้ดี!” เย่เชียนตะโกน
เมื่อพวกเขาพบกันครั้งแรกในเมืองเซี่ยงไฮ้ทั้งเย่เชียน,ไป๋ฮวยและหลินเฟิงต่างก็ไปดื่มกันก่อนที่จะเริ่มต่อสู้กันแต่ทว่าใครจะไปรู้ว่าหลินเฟิงจะเมาง่ายขนาดนี้และน่ากลัวอย่างมากจนไป๋ฮวยกับเย่เชียนถึงกับต้องช่วยกันเพื่อหยุดหลินเฟิงไม่ให้อาละวาด แต่ตอนนี้มันแตกต่างกันออกไปเพราะหลินเฟิงแข็งแกร่งกว่าเดิมมากดังนั้นเย่เชียนจึงลำบากใจอย่างมาก
จากนั้นเย่เชียนก็เหลือบมองหลัวอวี่แล้วพูดว่า “ดูสิมันเป็นความผิดของคุณนั่นแหละ..ถ้างั้นคุณจัดการเองก็แล้วกัน!”
“คุณจิน..เย่เชียน!..ทั้งสองทำอะไรเนี่ย? ..นี่พวกนายคิดว่าฉันดื่มมากเกินไปงั้นเหรอ? ..อย่าบอกนะว่าฉันบ้าไปแล้ว?” หลินเฟิงพูดด้วยใบหน้าที่ตกตะลึง
“ใช่พี่หลินดื่มมากเกินไปจนเมา” เย่เชียนพูด “พี่หลินต้องใจเย็นๆ และฟังผมก่อนเพราะผมยังมีเรื่องที่จะถามพวกมันอยู่..ตอนนี้พี่น่ะไปคุยกับพี่หลัวก่อนจะดีกว่า..พี่ไปสงบสติอารมร์ก่อนเถอะ”
“หืม..นายพูดอะไรของนาย? ..พี่หลัวเธอไม่สนใจฉันหรอก..เธอปฏิเสธฉันมาตลอด..นายกำลังจะพูดอะไรกันแน่?” หลินเฟิงพึมพำ
“พี่หลัวทำอะไรสักอย่างสิ..เขากลัวพี่ที่สุดไม่ใช่เหรอ? ..ทำยังไงก็ได้ให้เขาหยุดทีเพราะถ้ามันเป็นแบบนี้ต่อไปมันจะไม่จบไม่สิ้น!” เย่เชียนพูดอย่างเร่งรีบ
หลัวอวี่จ้องไปที่หลินเฟิงอย่างดุเดือดและตะโกนว่า “หลินเฟิง!..นายยังเป็นผู้ชายอยู่หรือเปล่า? ..ถ้านายดื่มไปแค่ไม่กี่แก้วแล้วเป็นแบบนี้ก็อย่าดื่มเลย..มานั่งลงเดี๋ยวนี้!”
“ฉันไม่ได้เมา” หลินเฟิงพูด “ฉันแค่ตื่นเต้นเพราะงั้นทำไมฉันถึงจะไม่ใช่ผู้ชายล่ะ? ..ฉันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ? ..ทำไมเธอถึงไม่เคยมองมาที่ฉันเลย..ทำไมเธอถึงไม่เต็มใจที่จะยอมรับฉันล่ะ..ฉันน่ะรู้ดีว่าเธอยังมีผู้ชายคนนั้นอยู่ในใจแต่เขาก็ตายไปแล้ว..เธอไม่สามารถจมอยู่กับอดีตได้ตลอดไปหรอกนะ..เธอควรมองอนาคตของเธอ..แน่นอนว่าฉันอาจจะเทียบกับเขาไม่ได้แต่ฉันก็รักเธอไม่น้อยไปกว่าเขาเลย..ทำไมล่ะ? ..มันไม่ยุติธรรมกับฉันเลย..ทำไมเธอถึงไม่สนใจฉันบ้าง!”
“ลูกผู้ชายเขาเป็นแบบนี้กันเหรอ? ..ถ้าเป็นแบบนี้นายจะปกป้องฉันและดูแลฉันได้ยังไง?” หลัวอวี่พูด “อย่าคิดว่านายจะแกล้งบ้าและโง่ได้ทุกเมื่อที่นายดื่มแอลกอฮอล์ล่ะ..สิ่งที่นายต้องทำก็คือปกป้องคนรอบข้างไม่ใช่เหรอ? ..นายคือราชาแห่งนักฆ่าและตอนนี้นายก็ไม่ใช่เด็กน้อยอีกต่อไปแล้ว..แบบนี้นายจะทำให้ผู้หญิงเชื่อว่านายสามารถปกป้องเธอได้ยังไง?”
เย่เชียนเหงื่อออกไปทั้งตัวและมองดูหลัวอวี่อย่างไม่ลดละและคิดว่าหลัวอวี่กำลังเติมเชื้อเพลิงลงในกองไฟ ซึ่งเธอจะช่วยพูดอะไรดีๆ เพื่อเอาใจหลินเฟิงให้ใจเย็นลงก่อนไม่ได้หรือไง?
“ใช่!..ฉันมันไม่ดี..ฉันมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย..ฉันมันก็แค่เด็กน้อย..แล้วเธอชอบฉันหรือเปล่าล่ะ?” หลินเฟิงพูด
เมื่อได้ยินแบบนั้นเย่เชียนกับจินเหว่ยห่าวก็มองหน้ากันและไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดีแต่พวกเขาก็แอบโล่งใจที่หลินเฟิงเย็นลงได้
“ยัยโง่..เธอนี่มันงี่เง่าที่สุดเลย..มันคุ้มนักเหรอที่จะนึกถึงคนที่ตายไปแล้ว?” หลินเฟิงพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆ “เธอคิดว่าเธอจะรู้สึกดีขึ้นงั้นเหรอ? ..ยิ่งเธอเป็นแบบนี้เธอก็ยิ่งทำให้ฉันอึดอัดใจขึ้นเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่ฉันรักเธอมากขนาดนี้..ไม่มีผู้หญิงคนไหนโง่ไปกว่านี้อีกแล้วล่ะ!”
หลัวอวี่ตกตะลึงไปครู่หนึ่งและมองไปที่หลินเฟิงแล้วลังเลอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ในตอนนี้เธอก็ไม่รู้จะพูดอะไรจริงๆ
หลังจากหยุดไปชั่วขณะหลินเฟิงก็ตะโกนและบ้าคลั่งอีกครั้งซึ่งทำให้เย่เชียนกับจินเหว่ยห่าวตกใจแล้วพูดว่า “บ้าจริง!..พี่หลินจะเอาแบบนี้จริงๆ งั้นเหรอ?”
“อ๊า…” หลินเฟิงตะโกนเสียงดัง “ฉันกำลังจะบ้า!..ฉันต้องการระบายเพราะงั้นอย่าพยายามมาหยุดฉัน!..ใครก็ตามที่หยุดฉันก็อย่ามาโทษที่ฉันโหดร้ายก็แล้วกัน..ฉันจะไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้นแหละ!” เมื่อหลินเฟิงพูดจบเขาก็รีบวิ่งไปหาชายหนุ่มทั้งสองจนชายหนุ่มทั้งสองต่างก็หวาดกลัวและตัวสั่น ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้เพราะพวกเขาไม่คาดคิดเลยว่าจะมาเจอปรมาจารย์หมัดเมาที่เก่งกาจถึงขนาดนี้
เย่เชียนหมดหนทางและถอนหายใจเล็กน้อยแล้วพยายามหยุดหลินเฟิงอีกครั้ง ซึ่งไม่ต้องพูดถึงเลยเพราะการที่หลินเฟิงเมานั้นน่ากลัวจริงๆ แต่ก็ค่อนข้างน่ารักเช่นกัน จากนั้นเย่เชียนก็กอดหลินเฟิงเอาไว้แน่นๆ และจินเหว่ยห่าวก็จับแขนทั้งสองข้างของหลินเฟิงเอาไว้ อย่างไรก็ตามหลินเฟิงก็ยังคงดิ้นรนเพราะเนื่องจากความมึนเมาของเขาทำให้ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเย่เชียนอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจเพราะถ้าหากมีอะไรผิดพลาดจริงๆ เขาจะต้องผลักจินเหว่ยห่าวออกไปก่อน
เมื่อเห็นแบบนั้นหลัวอวี่ก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ และก้าวไปข้างหน้าแล้วตบหน้าหลินเฟิงอย่างแรง ด้วยการตบหน้าครั้งนี้เย่เชียนกับจินเหว่ยห่าวก็อดไม่ได้ที่จะผงะโดยแอบอธิษฐานว่ามันคงจะไม่เกิดอะไรขึ้นเพราะการตบหน้าหลินเฟิงในเวลานี้จะไม่ทำให้หลินเฟิงบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิมหรอกเหรอ? ซึ่งเย่เชียนก็ได้เตรียมการเอาไว้แล้วและถ้ามันไม่ได้ผลจริงๆ เขาก็จะทำให้หลินเฟิงสลบทันที
จากนั้นการเคลื่อนไหวของหลินเฟิงก็หยุดลงทันทีและมองไปที่หลัวอวี่ด้วยความประหลาดใจ
“นายจะสร้างปัญหาไปถึงไหนกัน!” หลัวอวี่ดุหลินเฟิง
จากนั้นหลินเฟิงก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งและใช้มือจับแก้มของเขาแล้วพูดอย่างรู้สึกผิดว่า “ฉันขอโทษ..คือฉัน..ฉัน..” จากนั้นหลินเฟิงก็หันไปข้างๆ แล้วมองเย่เชียนกับจินเหว่ยห่าวอย่างขอโทษว่า “ฉันขอโทษ..ฉันดื่มมากไปหน่อย..ฉันไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าฉันทำอะไรลงไป!”
ดูเหมือนว่าหลินเฟิงจะได้สติแล้วและเย่เชียนก็โล่งใจแล้วปล่อยเขาและพูดว่า “พี่หลินคนเดิมกลับมาแล้วเหรอ” แน่นอนว่าเย่เชียนรู้ว่าหลินเฟิงเป็นอะไรและเหตุผลนั้นก็ต้องเป็นเพราะหลัวอวี่ที่ตบหน้าหลินเฟิงอย่างแน่นอน ซึ่งถึงแม้ว่าหลินเฟิงจะดื่มไม่เก่งก็ตามแต่เขาก็รู้ดีว่าเมื่อเขาเมาเขามักจะพูดอะไรแปลกๆ และกระทำอะไรบ้าๆ ออกไป ดังนั้นเขาจึงมักจะห้ามใจไม่ดื่มแต่เมื่อเขาพบหลัวอวี่ในครั้งนี้เขาก็อดไม่ได้ที่จะดื่มย้อมใจและเขาก็ไม่เคยคัดค้านคำพูดของหลัวอวี่เลย ด้วยเหตุนี้เมื่อหลัวอวี่สั่งให้เขาดื่มเขาก็ต้องดื่มมัน
อาจกล่าวได้ว่าหลินเฟิงมีด้านที่น่ารักมากและถึงแม้ว่าเขาจะเคยพูดถึงแฟนสาวมาก่อนแต่เขาก็ไม่เคยรู้สึกแบบนี้เลยแบบที่เขามีให้กับหลัวอวี่ ด้วยเหตุผลบางอย่างต่อหน้าหลัวอวี่แล้วหลินเฟิงก็รู้สึกราวกับว่าเขาสูญเสียตัวตนของเขาไปทั้งจิตใจและสติ ซึ่งดูเหมือนว่าสิ่งที่เขาทำจะไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของพวกเขาเลย ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาชัดเจนมากว่าเขาตกหลุมรักหลัวอวี่แต่ในใจก็กลัวที่จะเจอ ดังนั้นมันจึงเป็นความขัดแย้งในหัวใจและทำให้หลินเฟิงต้องหนีทุกครั้งที่เจอหลัวอวี่
ถึงแม้ว่าหลัวอวี่จะรู้ว่าหลินเฟิงรู้สึกบางอย่างกับเธอแต่เธอก็แค่คิดว่ามันเป็นความชอบที่ผู้ชายมีต่อผู้หญิงทั่วๆ ไปแต่ความแตกต่างก็คือหลินเฟิงมักจะมีพฤติกรรมแบบนี้ในบางครั้งซึ่งน่ารักมากสำหรับเธอ ดังนั้นทุกครั้งที่หลัวอวี่เห็นหลินเฟิงเธอก็อดไม่ได้ที่จะมีความสุขและเมื่อเห็นปฏิกิริยาของหลินเฟิงหลัวอวี่ก็คิดว่ามันดูน่าตลกดี ถึงแม้ในเวลาต่อมาเธอจะมั่นใจมากขึ้นว่าหลินเฟิงตกหลุมรักเธอแต่เธอก็ไม่ต้องการทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าและไม่ต้องการทำร้ายหลินเฟิงเพราะชื่อเสียงที่แยบยลของเธอนั่นเอง
เมื่อฟังคำสารภาพของหลินเฟิงในวันนี้แล้วคงจะเป็นเรื่องโกหกที่จะบอกว่าหัวใจของหลัวอวี่ไม่หวั่นไหวเลย ซึ่งเมื่อมองไปที่การแสดงออกที่รู้สึกผิดของหลินเฟิงแล้วหลัวอวี่ก็รู้สึกมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าเธอทำเกินไปและเธอจะปฏิบัติผู้ชายที่ดีที่รักเธอแบบนี้ได้อย่างไร? พูดตามตรงว่าหลัวอวี่นั้นยอมรับจริงๆ ว่าหลินเฟิงเป็นคนดีจริงๆ และเป็นคนดีที่หายากมาก
จากนั้นหลัวอวี่ก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วยื่นมือของเธอออกมาและลูบแก้มของหลินเฟิงเบาๆ และพูดว่า “ฉันขอโทษ..ฉันไม่ควรตบหน้านายเลย..นายเป็นยังไงบ้าง? ..นายเจ็บมากหรือเปล่า?”
หลินเฟิงถึงกับตกตะลึงไปครู่หนึ่งและแน่นิ่งกลายเป็นหินอย่างสมบูรณ์แบบและจ้องมองไปที่หลัวอวี่อย่างว่างเปล่า