ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1271 วางอุบาย
ตอนที่ 1271 วางอุบาย
………………..
เย่เชียนเชื่อในทฤษฎีทางพุทธศาสนาบางทฤษฎีเพราะจริงๆ แล้วเย่เชียนไม่ได้สนใจอะไรมากและไม่สนใจว่าสิ่งที่เขาทำคือการฆ่าล้างบาปหรือสะสมบุญใดๆ ทั้งสิ้น อันที่จริงบางครั้งความแตกต่างระหว่างคนดีกับคนเลวก็ไม่ชัดเจนนัก
ถ้าเย่เชียนเป็นคนเลวล่ะก็คงจะไม่มีเด็กยากไร้หรือครอบครัวที่ยากจนได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนมูลนิธิเพื่ออนาคตที่เขาจัดตั้งขึ้นมาอย่างแน่นอน ซึ่งนี่ไม่ใช่การสะสมคุณธรรมและความดีหรอกหรือ? แน่นอนว่าทั้งหมดนี้เป็นการกระทำจากก้นบึ้งของหัวใจของเย่เชียนและเขาก็ไม่ต้องการใช้สิ่งนี้เพื่อพิสูจน์ว่าเขามั่งคั่งหรือเพื่อชื่อเสียงแต่อย่างใดและไม่สนใจว่าใครจะมองเขาอย่างไร
เย่เชียนไม่ใช่คนโง่ที่จะถูกหลอกได้ง่ายๆ และถึงแม้ว่าเขาจะกระตือรือร้นที่จะรักษาโรคของหลัวสุ่ยและช่วยเธอให้ตื่นจากฝันร้ายโดยเร็วที่สุดก็ตามแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเย่เชียนจะเสียสติไปโดยสมบูรณ์ในขณะนี้เพราะสิ่งต่างๆ ยังไม่ชัดเจนอย่างมาก
เมื่ออู๋เป้งเต๋าพูดจบจินเจิ้งผิงก็รีบพูดขึ้นว่า “ใช่ครับรองนายกเทศมนตรีเย่..ทางตระกูลจินเองก็เต็มใจที่จะช่วยเหลือในเรื่องนี้..ซึ่งในตอนนี้ก็เหมาะที่จะบูรณะวัดโบราณบนภูเขาหินขึ้นใหม่และสิ่งนี้ก็จะสามารถสะสมบุญให้กับรองนายกเทศมนตรีเย่ได้เป็นอย่างดี”
เย่เชียนฉีกยิ้มอย่างลับๆ ในใจเพราะดูเหมือนว่าจินเจิ้งผิงตั้งใจแน่วแน่ที่จะได้รับสิทธิ์การขุดเจาะภูเขาหินและไม่ว่าเขาจะจ่ายเท่าไหร่เขาก็ต้องได้รับสิทธิ์ในการขุดเจาะไป ขั้นแรกเขาส่งทับทิมขนาดเท่ากำปั้นและเช็คเงินสดมูลค่า 3 ล้านหยวนให้กับเย่เชียนและตอนนี้จินเจิ้งผิงก็ต้องการช่วยลงเงินทุนในการบูรณะวัดโบราณ ซึ่งเย่เชียนก็ไม่ได้จะมาเป็นรองนายกเทศมนตรีตลอดไปและเขาก็ไม่สนใจว่าเขาจะถูกจินเจิ้งผิงลากลงไปในน้ำแต่อย่างใด ดังนั้นถ้าหากเย่เชียนไม่เก็บเกี่ยวผลประโยชน์เหล่านี้เอาไว้ล่ะก็นั่นจะไม่เป็นการเสียเวลาหรอกเหรอ?”
“อาจารย์จินครับแบบนี้มันไม่มากไปหน่อยหรอครับผมรู้สึกเกรงใจจริงๆ ที่ต้องให้อาจารย์จินช่วยมากขนาดนี้” เย่เชียนพูดและทิ้งภาพลักษณ์ของเจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริตอย่างเฉียบขาดและชัดเจนโดยไม่ทิ้งร่องรอยเอาไว้เลย
“รองนายกเทศมนตรีเย่พูดอะไรแบบนั้น..ปัญหาของคุณก็คือปัญหาตระกูลจินของผมเหมือนกัน..เพราะงั้นตราบใดที่ตระกูลจินสามารถช่วยได้ผมก็ยินดีช่วยอย่างเต็มที่” จินเจิ้งผิงพูด “พวกเราเหมือนครอบครัวเดียวกันครับเพราะงั้นมันก็เป็นเรื่องปกติที่จะช่วยรองนายกเทศมนตรีเย่จัดการปัญหาต่างๆ”
ความหมายเหล่านั้นชัดเจนอย่างมากและเย่เชียนก็พูดว่า “อาจารย์จินใจกว้างมากถ้างั้นผมจะไม่เกรงใจนะครับ..ส่วนเรื่องสิทธิ์ในการขุดเจาะภูเขาหินนั้นถ้าหากอาจารย์จินอยากได้จริงๆ ล่ะก็ผมจะหาทางช่วยตระกูลจินเอง..แต่ว่าภูเขาหินไม่มีมูลค่าในการขุดเจาะและไม่มีแร่ที่สามารถทำกำไรได้เลย..เพราะงั้นตระกูลจินจะเสียรายได้และมันไม่คุ้มกับเงินลงทุนเลย”
“ผมไม่กลัวที่จะบอกความจริงกับรองนายกเทศมนตรีเย่ว่าอันที่จริงแล้วด้วยสถานะการเงินของตระกูลจินในปัจจุบันก็เพียงพอแล้วเพราะการทำเงินนั้นไม่ใช่ประเด็นหลักเพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการรักษาเกียรติของตระกูล..ดังนั้นการที่ตระกูลหยุนต้องการสิทธิ์ในการขุดเจาะครั้งนี้ดังนั้นโดยธรรมชาติแล้วผมก็ไม่สามารถยอมมอบให้ตระกูลหยุนได้..ไม่อยากนั้นตระกูลจินของผมจะยืนหยัดในอนาคตได้ยังไง?” จินเจิ้งผิงพูด
เย่เชียนก็พยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “ผมเข้าใจสิ่งที่อาจารย์จินพูดเพราะงั้นเนื่องจากตระกูลจินยืนกรานที่จะทำแบบนี้เพราะงั้นผมจะทำทุกอย่างเพื่อสนับสนุนตระกูลจินเอง” หลังจากหยุดไปชั่วขณะดวงตาของเย่เชียนก็หันไปหาอู๋เป้งเต๋าและพูดว่า “อาจารย์อู๋ครับแล้วเรื่องเพื่อนของผมล่ะ?”
“เนื่องจากอาจารย์จินเต็มใจจะช่วยรองนายกเทศมนตรีเย่บูรณะวัดโบราณขึ้นมาใหม่เพราะงั้นสิ่งต่างๆ ก็ง่ายขึ้นมาก..เพราะถ้าหากมีเงินทุนของอาจารย์จินล่ะก็โครงการบูรณะวัดโบราณก็สามารถเริ่มได้เลยและเมื่อถึงตอนนั้นเราก็พร้อมที่จะปัดเป่าความชั่วร้ายและโรคภัยไข้เจ็บของเธอได้..ต่อให้ฉันจะถูกพระเจ้าลงโทษสำหรับการทำแบบนั้นก็ตามแต่เมื่อเห็นว่ารองนายกเทศมนตรีเย่ซื่อสัตย์กับเพื่อนและยอมทำทุกอย่างเพื่อเธอแบบนี้แล้วฉันก็ยินดีช่วยและจะไม่เสียใจเลย” อู๋เป้งเต๋าพูด
อันที่จริงความคิดของอู๋เป้งเต๋ากับจินเจิ้งผิงนั้นก็เป็นไปตามที่คาดเอาไว้เพราะการลงทุนในการบูรณะวัดโบราณไม่ใช่เรื่องใหญ่และใช้เงินทุนเพียงเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ส่วนสำหรับเย่เชียนแล้วเพื่อที่จะรักษาเพื่อนของเขาเย่เชียนก็ต้องทำทุกอย่างและแม้กระทั่งยอมมอบสิทธิ์ในการขุดเจาะภูเขาหินอย่างแน่นอน แต่ถ้าเย่เชียนไม่ยอมเขาก็จะจงใจชะลอสิ่งต่างๆ ลงและเย่เชียนก็จะไม่สามารถอดทนได้ใช่ไหม? ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมีคำพูดของอู๋เป้งเต๋าอีกด้วยและไม่ควรเป็นปัญหาใดๆ ในการทำสิ่งเหล่านี้ให้สำเร็จ
เย่เชียนสามารถคาดเดาได้ว่าพวกเขาคิดอะไรอยู่แต่สำหรับเย่เชียนแล้วไม่ว่าอู๋เป้งเต๋าจะพูดจริงหรือไม่ก็ตามแต่เย่เชียนก็ต้องลองเสี่ยงเพราะบางทีมันอาจจะรักษาหลัวสุ่ยได้จริงๆ ส่วนสิทธิ์ในการขุดเจาะภูเขาหินนั้นเย่เชียนก็สามารถมอบให้กับจินเจิ้งผิงได้เพราะเย่เชียนเชื่อว่ามันจะต้องซ่อนความลับที่ไม่รู้ซึ่งเป็นสาเหตุที่ตระกูลจินกับตระกูลหยุนสู้กันแต่เย่เชียนไม่สามารถรู้ได้ว่าความลับนั้นคืออะไรในตอนนี้แต่บางทีหลังจากที่มอบสิทธิ์การขุดเจาะให้กับตระกูลจินแล้วเขาก็จะสามารถรู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของพวกเขาได้และเมื่อถึงเวลาเย่เชียนก็จะยึดสิทธิ์ในการขุดเจาะคืนได้
สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการทดสอบว่าอู๋เป้งเต๋าสามารถช่วยชีวิตหลัวสุ่ยได้หรือเปล่านั่นเอง สำหรับส่วนที่เหลือก็เป็นขั้นตอนต่อไป
เย่เชียนขอบคุณเขาหลายครั้งและพูดว่า “อาจารย์อู๋ผมอยากจะขอบคุณอาจารย์จริงๆ ..ถ้าคราวนี้คุณสามารถรักษาเพื่อนของผมได้ล่ะก็ผมยินดีที่จะทำทุกอย่าง”
“รองนายกเทศมนตรีเย่ก็พูดเกินไปเพราะอาจารย์จินก็บอกไปแล้วว่าพวกเราเหมือนครอบครัวเดียวกันแล้วทำไมเราถึงต้องเกรงใจกันขนาดนั้นด้วยล่ะ..ฉันน่ะไม่สนใจหรอกว่าจะถูกลงโทษแบบไหนเพราะถ้าได้ช่วยรองนายกเทศมนตรีเย่แล้วฉันก็ยินดีช่วย..และฉันก็ไม่เสียใจเพราะการได้ช่วยผู้คนนั้นคือสิ่งที่ถูกต้อง” อู๋เป้งเต๋าพูด
“เอาล่ะถ้างั้นเราพักเรื่องนี้เอาไว้ก่อนดีกว่า..มากินข้าวกันเถอะเพราะถ้าไม่รีบกินอาหารจะเย็นชืดกันพอดี” จินเจิ้งผิงพูดและเขาก็มีความสุขมาก ซึ่งก่อนหน้านี้จินเจิ้งผิงได้สืบหาข้อมูลส่วนตัวของเย่เชียนแต่น่าเสียดายที่เขาไม่มีเบาะแสใดๆ เลย ซึ่งทำให้จินเจิ้งผิงรู้สึกลำบากใจมากเพราะถ้าเขาไม่ทราบรายละเอียดของเย่เชียนละก็มันจะเป็นการยากที่จะโน้มน้าวเย่เชียนและกำหนดวิธีการที่ถูกต้องได้และนั่นก็ทำให้เขาไม่กล้าทำอะไรมากเกินไปเพราะถ้าหากเย่เชียนมีภูมิหลังที่ซับซ้อนและพลาดไปคุกคามเย่เชียนล่ะก็ตระกูลจินก็จะมีปัญหาใช่ไหม? อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้คาดหวังว่าทุกอย่างจะราบรื่นแบบนี้และเขาก็ต้องขอบคุณอู๋เป้งเต๋าอย่างมาก
อย่างไรก็ตามไม่มีใครสังเกตเห็นว่าดวงตาของจินเจิ้งผิงที่มองไปที่อู๋เป้งเต๋าไม่ได้แสดงถึงความขอบคุณแต่กลับมีเจตนาฆ่าอย่างแผ่วเบาแต่มันก็ไม่ชัดเจนนักเพราะมันหายไปในชั่วพริบตาและทั้งเย่เชียนและอู๋เป้งเต๋าก็ไม่สามารถเห็นมันได้
หลังอาหารกลางวันเย่เชียนกับอู๋เป้งเต๋าก็ออกไปจากบ้านตระกูลจินและในเวลานี้เย่เชียนก็กำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมสิทธิ์ในการขุดเจาะของภูเขาหิน ส่วนเขาจะมอบสิทธิ์เหล่านี้ให้จินเจิ้งผิงในเวลาไหนนั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งและนอกจากนี้เรื่องนี้ก็จำเป็นต้องบอกกับหลินเฟิงและจินเหว่ยห่าวด้วยไม่อย่างนั้นมันจะไม่ยุติธรรมสำหรับพวกเขา อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้เป็นความเห็นของเย่เชียนเองและเป็นการตัดสินใจชั่วคราวเบื้องหน้าเท่านั้น
สำหรับอู๋เป้งเต๋านั้นตอนนี้เขายังมีสิ่งสำคัญมากที่ต้องทำเพราะเขาต้องฆ่าจินเหว่ยห่าวให้ได้โดยเร็วที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในอนาคต เพื่อฮั่นหนิงซือกับจินเหว่ยเซียงแล้วเขาก็ยินดีที่จะทำทุกอย่างและแม้แต่รับบทคนเลวเขาก็ยอม
หลังจากส่งเย่เชียนและอู๋เป้งเต๋าออกไปแล้วจินเจิ้งผิงก็เรียกจินเจิ้งรุ่ยมาหาแล้วสั่งว่า “รีบไปเตรียมตัวซะ..ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดเราก็จะได้รับสิทธิ์การขุดเจาะภูเขาหิน..เพราะงั้นแกไปเตรียมตัวให้พร้อมและเราจะเริ่มลงมือทันทีหลังจากได้รับสิทธิ์การขุดเจาะอย่างเป็นทางการแล้ว”
จินเจิ้งรุ่ยก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งและพูดด้วยความประหลาดใจว่า “พี่ใหญ่สำเร็จแล้วเหรอ? ..รองนายกเทศมนตรีเย่รับปากว่าจะมอบสิทธิ์การขุดเจาะภูเขาหินให้เราแล้วงั้นเหรอ?”
“ใช่!” จินเจิ้งผิงพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดมันก็จะเป็นแบบนั้น..เพราะตอนที่เรากินมื้อเที่ยงกันเมื่อกี้เขาพูดอย่างชัดเจนเพราะงั้นเราเลยต้องรีบเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ ..ทั้งหมดคือสมบัติของบรรพบุรุษของเราและนี่ถือได้ว่าเป็นการคืนสู่เจ้าของเดิม!”
“ได้ครับเดี๋ยวผมจะรีบจัดการสิ่งต่างๆ เดี๋ยวนี้แหละ” จินเจิ้งรุ่ยพูดอย่างเร่งรีบ “พี่ใหญ่มีอะไรอีกหรือเปล่า..ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมจะไปเตรียมการทันที”
จินเจิ้งผิงก็พยักหน้าเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ไม่มีอะไรแล้วแกรีบไปเตรียมตัวเถอะ!”
จินเจิ้งรุ่ยตอบและรีบลุกขึ้นเดินออกไปและหลังจากออกจากห้องไปแล้วจินเจิ้งรุ่ยก็เดินออกไปข้างนอกแล้วเหลือบมองไปรอบๆ แต่ก็ไม่พบใครจากนั้นเขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือของเขาออกมาแล้วกดเบอร์โทรศัพท์หลายๆ หมายเลขติดต่อกัน ในไม่ช้าการโทรก็ถูกเชื่อมต่อและจินเจิ้งรุ่ยก็พูดว่า “จินเจิ้งผิงทำสำเร็จแล้ว..ตอนนี้รองนายกเทศมนตรีคนใหม่ยืนยันแล้วว่าจะมอบสิทธิ์ในการขุดเจาะภูเขาหินให้ของกับตระกูลจิน..เพราะงั้นพวกคุณมัวรออะไรกันอยู่เพราะตอนนี้สิทธิ์นั่นอยู่ในมือของตระกูลจินแล้วและมันก็กำลังจะสายไปแล้วเพราะงั้นผมจะไม่พูดอะไรมากไปกว่านี้เพราะพวกคุณน่าจะคิดได้ด้วยตัวเอง” หลังจากพูดจบจินเจิ้งรุ่ยก็วางสายไปโดยไม่ให้อีกฝ่ายมีโอกาสพูดเลย
หลังจากที่จินเจิ้งรุ่ยออกจากห้องไปจินเจิ้งผิงก็กำลังจะโทรหาฮั่นหนิงซือให้มาหาแต่จู่ๆ ประตูก็ถูกผลักเปิดออกและฮั่นหนิงซือก็เดินเข้ามาโดยตรงและมองจินเจิ้งผิงด้วยความประหลาดใจแล้วพูดว่า “เจิ้งรุ่ยมาทำอะไรที่นี่? ..ทำไมเขาถึงดูรีบร้อนขนาดนั้นล่ะ? ..ว่าแต่เป็นไงบ้างคุณคุยกับเย่เชียนแล้วหรือยังเขายอมมอบสิทธิ์ในการขุดเจาะภูเขาหินให้เราหรือเปล่า?”
“ดูเหมือนคุณจะกังวลเรื่องนี้มากกว่าฉันซะอีกนะ” จินเจิ้งผิงพูดเบาๆ
เมื่อได้ยินแบบนั้นฮั่นหนิงซือก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งและถามด้วยความประหลาดใจว่า “คุณหมายความว่าไง? ..แน่นอนฉันก็ต้องกังวลสิเพราะสิ่งเหล่านี้เดิมทีเป็นของตระกูลจินของเราเพราะงั้นเราจะยอมให้ตระกูลหยุนได้ไปได้ยังไง?”
.