ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1275 รักและเกลียด
ตอนที่ 1275 รักและเกลียด
………………..
ทุกอย่างที่อู๋เป้งเต๋าทำเพื่อตระกูลจินล้วนเป็นคำสั่งของฮั่นหนิงซือทั้งหมดดังนั้นเขาจึงไม่เคยถามว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้เช่นเดียวกันกับสิทธิ์ในการขุดเจาะของภูเขาหินและไม่เคยถามตระกูลจินเลยว่าทำไม อย่างไรก็ตามมันก็ไม่สามารถระงับความอยากรู้อยากเห็นของเขาเอาไว้ได้เพราะเขาเองก็รู้ว่าภูเขาหินนั้นไม่มีมูลค่าในการทำธุรกิจแต่อย่างใดและนั่นคือเหตุผลที่ทำให้เขาอยากรู้อยากเห็นมาก
หลังจากได้ยินคำอธิบายของฮั่นหนิงซือแล้วอู๋เป้งเต๋าก็ตระหนักได้ว่าแท้ที่จริงแล้วหากสิ่งที่ฮั่นหนิงซือพูดเป็นความจริงก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าภูเขาหินนั้นจะต้องมีสมบัติทางฮวงจุ้ยอย่างแน่นอนและเมื่อลองคิดดูว่ามันเป็นสถานที่ที่กองทัพในสมัยราชวงศ์ชิงเคยประจำการอยู่และสมบัติที่ซ่อนอยู่ในนั้นย่อมเป็นมรดกทางดาราศาสตร์และประวัติศาสตร์ทั้งนั้น ซึ่งเต็มไปด้วยสิ่งล่อใจสำหรับทุกคนโดยเฉพาะผู้ที่มาจากตระกูลจินหรือตระกูลหยุนเนื่องจากบรรพบุรุษของพวกเขามีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับราชวงศ์ชิงดังนั้นพวกเขาจึงสามารถรู้สิ่งต่างๆ และความลับที่ซ่อนอยู่ในสมัยโบราณได้เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตามฮั่นหนิงซือก็ไม่ได้สนใจเรื่องนี้มากนักเพราะความมั่งคั่งของเขาก็มีมากอยู่แล้วแต่สิ่งที่เขาคาดหวังในตอนนี้คือการไม่ได้รับความรักจากฮั่นหนิงซือนั่นเอง ดังนั้นเมื่อได้ยินคำถามของฮั่นหนิงซือแล้วอู๋เป้งเต๋าก็รีบพูดว่า “ดูสิ่งที่เธอพูดสิ..ไม่ว่าเธอจะขอให้ฉันทำอะไรเพื่อเธอฉันก็จะทำด้วยความเต็มใจและต่อให้ต้องตายก็ตาม”
ฮั่นหนิงซือพยักหน้าด้วยความพึงพอใจและพูดว่า “เอาล่ะในเมื่อแกพูดอย่างนั้นแกก็ตายเพื่อฉันกับลูกก็แล้วกัน!”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้หลุดออกออกมาอู๋เป้งเต๋าก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงอยู่พักหนึ่งและมองฮั่นหนิงซือด้วยความประหลาดใจและแทบจะไม่เชื่อสิ่งที่เขาได้ยินเลยจนเขารีบพูดว่า “หนิง..หนิงซือ..เธอล้อเล่นใช่มั้ย?”
“คิดว่าฉันพูดเล่นงั้นเหรอ?” ฮั่นหนิงซือพูดอย่างจริงจัง “แกควรจะทำเอง..อย่าปล่อยให้ฉันลงมือเลย!”
เมื่อเห็นการแสดงออกของฮั่นหนิงซือกับคำพูดที่จริงจังแล้วอู๋เป้งเต๋าก็เข้าใจแล้วว่าสิ่งที่ฮั่นหนิงซือพูดนั้นเป็นความจริงและไม่ได้ล้อเล่นกับเขา เพราะหลังจากอยู่กับฮั่นหนิงซือมานานขนาดนี้อู๋เป้งเต๋าจะไม่เข้าใจผู้หญิงคนนี้ได้อย่างไร? จากนั้นเขาก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วถามว่า “ทำไมกันล่ะ? ..ถ้าเธออยากจะให้ฉันตายจริงๆ ฉันก็อยากจะรู้เหตุผล”
“เหตุผลนั้นก็ง่ายมากเพราะตอนนี้จินเจิ้งผิงสงสัยในความสัมพันธ์ของเราดังนั้นฉันจึงต้องอธิบายให้เขาฟังและถ้าไม่เป็นแบบนั้นเขาจะระแวงฉันอย่างแน่นอนและนั่นจะเป็นอันตรายต่อเสี่ยวเซียง..เพราะแบบนี้แกจะต้องตายเท่านั้น!” ฮั่นหนิงซือพูด “ถ้าแกต้องการทำเพื่อฉันและเสี่ยวเซียงจริงๆ ก็ปลิดชีพตัวเองซะ!”
เมื่อได้ยินแบบนั้นอู๋เป้งเต๋าก็หัวเราะอย่างน่าสังเวชและมองไปที่ฮั่นหนิงซือแล้วพูดว่า “ฮ่าๆ ..ถ้าเธออยากจะให้ฉันตายฉันก็จะทำ..แต่ก่อนที่ฉันจะตายฉันขอถามอะไรเธอสักอย่างได้มั้ย?”
“ถามมาสิ” น้ำเสียงของฮั่นหนิงซือดูสงบมากราวกับว่าเธอไม่มีความรู้สึกเลย
“เธอเคยรักฉันบ้างมั้ย?” อู๋เป้งเต๋าถาม
“แล้วแกคิดว่าไง?” ฮั่นหนิงซือไม่ตอบคำถามของอู๋เป้งเต๋าแต่ถามกลับ
อู๋เป้งเต๋าก็แสยะยิ้มแล้วพูดว่า “ต้องมีอยู่แล้วไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ยอมมีลูกกับฉันหรอก..ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อแม่ของเธอคัดค้านในตอนนั้นบางทีในตอนนี้เราอาจจะเป็นคู่รักกันไปแล้ว..ทุกอย่างคือโชคชะตาเพราะงั้นถ้าฉันตายเพื่อทำให้เธอกับเสี่ยวเซียงมีชีวิตที่ดีได้ฉันก็จะทำ..แต่ฉันหวังมาเสมอว่าสักวันหนึ่งเสี่ยวเซียงจะเรียกฉันว่าพ่อจากปากของเขา..แต่ดูเหมือนว่าฉันจะไม่มีโอกาสที่จะได้ยินมันอีกแล้วสินะ..หนิงซือเธอช่วยสัญญาอะไรกับฉันหน่อยได้มั้ย?”
“ว่ามา!” การแสดงออกของฮั่นหนิงซือก็ยังคงเหมือนเดิมราวกับว่าเขาไม่ได้จริงจังกับคำพูดสุดท้ายและคำสั่งเสียของอู๋เป้งเต๋าเลย
“ถ้ามีโอกาสในอนาคตเมื่อเสี่ยวเซียงโตขึ้นเธอช่วยบอกเขาได้มั้ยว่าฉันเป็นพ่อแท้ๆ ของเขาและบอกให้เขามาที่หลุมศพของฉันเพื่อสักการะและเรียกฉันว่าพ่อสักครั้ง” อู๋เป้งเต๋าพูด
ฮั่นหนิงซือก็พยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “ได้..ฉันจะบอกเขาให้!”
เมื่อได้ยินแบบนั้นอู๋เป้งเต๋าก็ยิ้มอย่างเศร้าสร้อยและพูดขอบคุณและทันใดนั้นเขาก็หยิบมีดปอกผลไม้ขึ้นมาจากบนโต๊ะแล้วแทงเข้าที่หน้าอกของตัวเองและเลือดก็ไหลออกจากมุมปากของเขาแต่เขาก็ยังคงยิ้มและพูดว่า “หนิงซือรู้อะไรมั้ย? ..ในใจของฉันน่ะมีเธอเพียงคนเดียวและเพื่อเธอแล้วฉันก็ทำได้ทุกอย่าง..ชีวิตของฉันน่ะเป็นของเธอเสมอ..อีกอย่างฉันมีเงินหลายสิบล้านอยู่ในธนาคารสวิสและถึงแม้ว่ามันจะไม่มากนักแต่นี่ก็คือความตั้งใจของฉัน..ส่วนบัตรเครดิตธนาคารอยู่ในตู้ในห้องของฉันและรหัสผ่านคือวันเกิดของเธอ..เลี้ยงดูลูกชายของเราให้ดีล่ะ”
“อ๊ะ…อ๊ะ…” หลังจากไอไปสองครั้งอู๋เป้งเต๋าก็กระอักเลือดออกมาแล้วพูดว่า “หนิงซือเธอต้องระวังตัวให้มากล่ะ..ตอนนี้ฉันไม่ได้อยู่เคียงข้างเธอแล้ว..ความเสียใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตฉันคือการที่ฉันไม่สามารถอยู่กับเธอได้..หากมีชีวิตหลังความตายฉันก็ยังหวังที่จะรู้จักและตกหลุมรักเธอในชาติหน้าอีกครั้งและฉันจะไม่ปล่อยให้เธอจากฉันไปอีก”
“ฉันคิดว่าฉันควรจะบอกความจริงกับแก” ฮั่นหนิงซือพูด “เสี่ยวเซียงน่ะเกิดก่อนกำหนดตั้งสองเดือนและเขาก็ไม่ใช่ลูกชายของแก..เขาเป็นลูกชายแท้ๆ ของจินเจิ้งผิงต่างหาก”
เมื่อได้ยินแบบนั้นอู๋เป้งเต๋าก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งและมองไปที่ฮั่นหนิงซือด้วยความประหลาดใจและพูดว่า “เธอ..เธอพูดอะไรของเธอ? ..เธอบอกฉันว่าเสี่ยวเซียงเป็นลูกชายของฉันไม่ใช่เหรอ? ..ไม่..มันเป็นไปไม่ได้!..เสี่ยวเซียงตัวน้อยคือลูกชายของฉัน!..เขาคือลูกชายของเราใช่มั้ยหนิงซือ!”
“ฉันเป็นแม่ของเสี่ยวซียงและฉันก็รู้ดีกว่าใครว่าเขาเป็นลูกของใคร” ฮั่นหนิงซือพูด “อู๋เป้งเต๋าฉันยอมรับว่าเคยรักแกมาก่อนแต่ตอนนี้ฉันเกลียดแกมาและอยากให้แกตายๆ ไปซะ..แกพูดว่าแกรักฉันใช่มั้ย? ..ถ้าแกรักฉันมากจริงๆ ในตอนนั้นแกก็คงไม่นอกใจฉันหรอก..เพราะงั้นแกคิดว่าฉันจะให้อภัยแกงั้นเหรอ?”
อู๋เป้งเต๋าตกตะลึงและรีบพูดด้วยความประหลาดใจว่า “ฉันยอมรับว่าตอนนั้นฉันหุนหันพลันแล่นไปหน่อยแต่เธอก็ยกโทษให้ฉันแล้วไม่ใช่เหรอ? ..อีกอย่างฉันก็ทำสิ่งต่างๆ เพื่อเธอมาโดยตลอด”
“แน่นอน..นั่นเป็นเพราะฉันรู้ดีว่าแกจะทำตามคำสั่งของฉันทุกอย่างเพื่อฉันในอนาคต..แต่หัวใจของฉันน่ะมันเต็มไปด้วยความเกลียดชังและฉันก็อยากจะฆ่าแกเสมอ” ฮั่นหนิงซือพูด “หลังจากนั้นไม่นานฉันก็ตั้งท้องและฉันก็กังวลว่าเสี่ยวเซียงจะเป็นลูกของแกหรือลูกของจินเจิ้งผิงกันแน่..ถ้าเขาเป็นลูกของแกล่ะก็มันจะเกิดอะไรขึ้นกับฉันในตระกูลจิน..เพราะงั้นฉันก็เลยไปตรวจดีเอ็นเอหลังจากนั้นและผลการทดสอบก็ชี้ชัดว่าฉันตั้งท้องลูกของจินเจิ้งผิงไม่ใช่ลูกของแก!”
“เหอะๆ ..ฮ่าๆ …” อู๋เป้งเต๋าก็หัวเราะอย่างน่าสังเวชและมองไปที่ฮั่นหนิงซือและพูดว่า “ฉันคิดว่าฉันสามารถทำลายกฎของสวรรค์ได้และทุกสิ่งทุกอย่างก็ตกอยู่ในกำมือของฉันแต่ฉันไม่เคยคิดเลยว่าฉันจะพ่ายแพ้ให้กับเธอ..บางทีสิ่งที่อาจารย์พูดในตอนนั้นอาจจะถูกต้องจริงๆ ว่าฉันทำสิ่งที่เลวร้ายมากเกินไปและฝืนโชคชะตามากเกินไปและนี่ก็คือการแก้แค้นที่พระเจ้ามอบให้ฉัน..หนิงซือเธอเจ้าเล่ห์เกินไปและโกหกฉันมาตลอดเลยงั้นเหรอ?”
“ทั้งหมดนี้เป็นบาปของแกเอง..ในเมื่อแกทำแบบนั้นแกก็ควรจะรู้ว่าผลลัพธ์มันจะต้องเป็นแบบนี้ไม่ใช่เหรอ? ..แกน่ะตายๆ ไปได้แล้ว!” เมื่อพูดจบฮั่นหนิงซือก็ตบหน้าผากของอู๋เป้งเต๋า “ปัง!” จากนั้นอู๋เป้งเต๋าก็กระอักเลือดออกมาและร่างกายของเขาก็ล้มลงอย่างช้าๆ
เมื่อมองไปที่ร่างอันไร้วิญญาณของอู๋เป้งเต๋าแล้วฮั่นหนิงซือก็ไม่ได้แสดงความเห็นอกเห็นใจหรือเสียใจหรือสงสารใดๆ ต่อผู้ชายที่เธอรักเมื่อตอนที่เธอยังเด็กแต่ตอนนี้ในใจของเธอมีแต่ความเกลียดชัง จากนั้นฮั่นหนิงซือก็เดินเข้าไปในครัวเพื่อหยิบมีดและตัดหัวของอู๋เป้งเต๋าแล้วห่อด้วยผ้าและค่อยๆ ลุกขึ้นเดินออกไป
ด้านนอกประตูลูกศิษย์ของอู๋เป้งเต๋าก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นข้างในและเมื่อเห็นฮั่นหนิงซือเดินออกมาพวกเขารีบและพูดอย่างเคารพว่า “คุณผู้หญิงจะกลับแล้วเหรอครับ?”
จากนั้นฮั่นหนิงซือก็พยักหน้าแล้วพูดว่า “อู๋เป้งเต๋าตายแล้วเพราะงั้นพวกแกทุกคนก็ตามฉันมาในอนาคตและฉันจะไม่ปฏิบัติต่อพวกแกอย่างเลวร้าย..แต่ถ้าใครไม่ต้องการก็ไสหัวออกไปซะ!”
ลูกศิษย์เหล่านั้นก็อดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านและเมื่อนึกถึงฉากที่พวกเขาเพิ่งเห็นไปและการต่อสู้อันยอดเยี่ยมที่ฮั่นหนิงซือแสดงต่อหน้าของพวกเขาและฆ่าสายหมอกได้อย่างง่ายดายแล้วพวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหนาวสั่นในใจและดวงตาของฮั่นหนิงซือก็บอกพวกเขาอย่างชัดเจนว่ามีเพียงสองทางเลือกเท่านั้นและทางหนึ่งคือความตายและอีกทางหนึ่งคือการยอมจำนนนั่นเอง ดังนั้นพวกเขาจะไม่เชื่อคำพูดของฮั่นหนิงซือเพราะดวงตาของเธอแสดงอย่างชัดเจนว่าเธอหมายถึงอะไร เมื่อเห็นแบบนั้นเหล่าลูกศิษย์จึงตอบตกลงโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อยและยอมจำนนทีละคน
ฮั่นหนิงซือพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “พวกแกควรจะทำยังไงกับศพข้างในพวกแกคงรู้ใช่มั้ย?” เมื่อเสียงนั้นจบลงฮั่นหนิงซือก็เดินออกไปและหัวของอู๋เป้งเต๋าก็ถูกโยนไปที่เบาะหลังของรถและขับรถไปที่บ้านของตระกูลจินทันที
ทุกสิ่งคือชีวิตและทุกสิ่งก็ไม่มีวันหยุดยั้ง! อาจกล่าวได้ว่าอู๋เป้งเต๋าเป็นปรมาจารย์ที่มีความสำเร็จอย่างมากในด้านฮวงจุ้ยซึ่งสามารถทำลายกฎของสวรรค์ได้ อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้ทำตามคำแนะนำของอาจารย์และยืนกรานในความคิดของตัวเองอย่างสุ่มสี่สุ่มห้าและในที่สุดมันก็นำไปสู่ผลลัพธ์อันขมขื่นในวันนี้ ทุกคนต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่พวกเขาทำและอู๋เป้งเต๋าเองก็ไม่สามารถหนีจากการลงโทษแห่งโชคชะตาได้
โดยธรรมชาติแล้วเย่เชียนไม่รู้ว่าสิ่งนี้เกิดขึ้น ในตอนนี้เย่เชียนจึงโทรหาเสี่ยวเทียนแล้วถามเธอว่าเกิดอะไรขึ้นและมีปัญหาอะไรหรือเปล่า ซึ่งคำตอบของเสี่ยวเทียนก็ดูลังเลเล็กน้อยซึ่งทำให้เย่เชียนสงสัย
เสี่ยวเทียนก็ดูเหมือนจะรับรู้ถึงความสงสัยของเย่เชียนแล้วรีบพูดว่า “ไม่เป็นไรค่ะรองนายกเทศมนตรีเย่..ตอนนี้ฉันกำลังดำเนินการอยู่และคาดว่าจะเตรียมเอกสารให้พร้อมในวันพรุ่งนี้ค่ะ”
เย่เชียนก็พยักหน้าเล็กน้อยแล้วพูดว่า “อืม..ถ้างั้นผมขอรบกวนด้วยแล้วเราค่อยคุยเรื่องนี้กันทีหลัง” หลังจากนั้นเย่เชียนก็วางสายไป เสี่ยวเทียนไม่เข้าใจว่าเย่เชียนหมายถึงอะไรกับคำพูดว่าค่อยคุยกันทีหลัง”