ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1309 เครื่องดื่มชั้นเลิศ
ตอนที่ 1309 เครื่องดื่มชั้นเลิศ
………………..
มันค่อนข้างแปลกสำหรับคนที่เคยพบกันอย่างชัดเจนแต่หลังจากนั้นกลับจำรูปร่างหน้าตาของอีกฝ่ายไม่ได้ ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดอย่างมากและทั้งเย่เชียนกับหลินเฟิงต่างเห็นท่าทางประหลาดใจในดวงตาของกันและกัน เห็นได้ชัดว่าทั้งสองคนรู้สึกว่าเรื่องนี้น่าเหลือเชื่อเกินไป
หลังจากหยุดไปครู่หนึ่งหลินเฟิงก็หันไปถามว่า “เขามาคุยกับนายเรื่องอะไร?”
“เขาพูดอะไรที่น่าเหลือเชื่ออย่างมากจนผมไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ” เย่เชียนพูด จากนั้นเขาก็โน้มตัวไปที่ข้างๆหูของหลินเฟิงและกระซิบข่าวที่ชายวัยกลางคนบอกเขาเมื่อครู่นี้และเมื่อได้ยินสิ่งที่เย่เชียนพูดสีหน้าของหลินเฟิงก็แน่นิ่งไปในทันทีและสีหน้าของเขาก็ตกตะลึงอย่างมาก เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้คาดหวังถึงสถานการณ์แบบนี้เพราะหลังจากอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมานานหลินเฟิงก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นแล้วนับประสาอะไรกับเย่เชียน ซึ่งสิ่งนี้ยังสะท้อนให้เห็นว่าจินเจิ้งผิงและหยุนเซินวางแผนอย่างไรจากอีกมุมหนึ่ง
หลินเฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดว่า “ถ้าเป็นแบบนี้แผนการทั้งหมดของเราจะไร้ประโยชน์ทันทีแล้วเราจะทำยังไงกันต่อดี?”
“มันยังคงดำเนินไปตามแผนเดิมเราแค่ปรับเปลี่ยนกันเล็กๆน้อยๆ” เย่เชียนพูด “ผมไม่เชื่อหรอกว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาจะดีถึงขนาดนั้นและมันคงไม่มีอะไรมากไปกว่าการร่วมมือกันหรอก..ผมคิดว่าเมื่อไหร่ที่พวกเขาเผชิญกับความไม่สมดุลของผลประโยชน์มันก็ย่อมมีความขัดแย้งเกิดขึ้นได้..เอาล่ะ..ตอนนี้เราค่อยๆกระจายข่าวเท็จออกไปก่อน” จากนั้นเย่เชียนก็โน้มตัวเข้าไปที่ข้างๆหูของหลินเฟิงอีกครั้งและกระซิบสองสามคำ
หลินเฟิงผงะเล็กน้อยและพูดว่า “จะไม่เป็นไรแน่เหรอ?”
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “งั้นเรามาเดิมพันกับพวกนั้นกันเถอะ..ผมขอเดิมพันว่าพวกเขาต้องการผลกำไรมากกว่าผมและเรามาคอยดูกันว่าขุมทรัพย์ของราชวงศ์ชิงจะมีอยู่จริงหรือเปล่า..เนื่องจากพวกเขาต้องการเล่นกับผมแบบนี้ผมก็จะเล่นกับพวกเขาจนจบ..เอาล่ะพวกเรายังคงต้องเตรียมพร้อมกันอีกมาก” หลังจากหยุดไปชั่วขณะเย่เชียนก็พูดต่อ “เพื่อให้มั่นใจถึงผลลัพธ์ที่ดีแผนของเราก็ยังต้องทำเหมือนเดิมและถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดผมคิดว่าเราจะได้ผลลัพธ์เป็นสองเท่า..ตอนนี้เราต้องแพร่กระจายข่าวให้ถึงปากของพวกนั้น..พี่หลินน่าจะรู้นะว่าต้องทำยังไง”
หลินเฟิงผงกหัวเล็กน้อยและพูดว่า “อย่ากังวลไปเลยเพราะถ้าฉันไม่สามารถจัดการเรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้ได้ล่ะก็การที่ฉันอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาเป็นเวลาหลายปีคงจะเปล่าประโยชน์จริงๆ”
เย่เชียนนึกไม่ออกจริงๆว่าถ้าชายวัยกลางคนไม่มาบอกข่าวเขาแบบนี้เขาคงถูกขังอยู่ในความมืดและเขาไม่รู้ว่าพวกเขาถูกศัตรูเล่นงานยังไง เย่เชียนแอบรู้สึกขอบคุณเล็กน้อยและโชคดีที่เขารู้เรื่องนี้ล่วงหน้าไม่เช่นนั้นเขาคงพ่ายแพ้อย่างเละเทะแน่นอน
เย่เชียนมั่นใจในความสามารถของหลินเฟิงในการจัดการเรื่องต่างๆดังนั้นเขาจึงไม่พูดอะไรอีกและหลังจากขอให้หลินดูแลสองพี่น้องจินเหว่ยห่าวกับจินเหว่ยเซียงแล้วเย่เชียนก็หันหลังและจากไป ในความเป็นจริงหากชายวัยกลางคนไม่บอกข่าวนี้เย่เชียนก็อาจจะถูกขังเอาไว้ในความมืดชั่วนิรันดร์และเขาต้องยอมรับว่าแผนการของอีกฝ่ายสูงเกินไปและเขาก็ประมาทเลินเล่อไปเอง
อย่างไรก็ตามตอนนี้เย่เชียนรู้แล้วและมันง่ายมากที่จะแก้ไขให้ถูกต้อง
หลังจากออกจากฐานบัญชาการขององค์กรเซเว่นคิลแล้วเย่เชียนก็โทรหาหยุนเจียฮงทันทีเพราะถ้าหากทุกสิ่งที่ชายวัยกลางคนพูดเป็นความจริงเย่เชียนรู้สึกว่าในเวลานี้หยุนเจียฮงน่าจะเป็นอันตรายมากเพราะมีหลักฐานสำคัญอยู่ในมือและจะปล่อยให้เกิดอะไรขึ้นกับหยุนเจียฮงไม่ได้เพราะหลักฐานเหล่านี้อาจเป็นประโยชน์กับเขาในอนาคต
สายโทรศัพท์ก็ถูกเชื่อมต่ออย่างรวดเร็วและเมื่อเห็นว่าเป็นสายของเย่เชียนก็เห็นได้ชัดว่าหยุนเจียฮงรู้สึกประหลาดใจอย่างมากและตื่นเต้นเล็กน้อยและรีบพูดว่า “คุณเย่คุณตัดสินใจแล้วงั้นเหรอครับ?”
“อย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องนี้เลยตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน?..ผมจะไปหาคุณทันทีเพราะผมมีเรื่องสำคัญจะบอกกับคุณ” เย่เชียนพูด
หยุนเจียฮงตกตะลึงเล็กน้อยและรู้สึกประหลาดใจกับน้ำเสียงที่ประหม่าและกระวนกระวายของเย่เชียนและพูดว่า “คุณเย่เกิดอะไรขึ้นทำไมคุณถึงดูร้อนรนจัง?”
“ตอนนี้ผมมาทำธุระข้างนอกถ้างั้นก็เจอกันที่โรงแรมอิมพีเรียลก็แล้วกัน” หยุนเจียฮงพูด “คุณมาได้ใช่มั้ย?”
“ได้เดี๋ยวผมไป” เย่เชียนพูด “ระวังตัวด้วยล่ะผมจะไปที่นั่นให้เร็วที่สุด”
หยุนเจียฮงถึงกับผงะและถึงแม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจว่าทำไมเย่เชียนถึงดูร้อนรนมากแต่เขาก็ยังตอบสนองคำพูดของเย่เชียนและหลังจากวางสายไปแล้วหยุนเจียฮงก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยและเม้มริมฝีปากจากนั้นก็ยกมือขึ้นเพื่อตรวจสอบเวลาบนนาฬิกาข้อมือและขับรถไปยังโรงแรมที่เขานัดกับเย่เชียนเอาไว้ การที่เย่เชียนโทรมาหาเขานั้นหยุนเจียฮงก็ดีใจมากเพราะนี่แสดงให้เห็นว่าเย่เชียนตกลงที่จะร่วมมือกับเขาแล้วและนี่ก็เป็นข่าวดีสำหรับเขาและการที่เขาจะทำสำเร็จหรือไม่นั้นมันก็ขึ้นอยู่กับการตกลงกับเย่เชียนในครั้งนี้
หลังจากนั้นไม่นานหยุนเจียฮงก็มาถึงโรงแรมและจองห้องส่วนตัวแล้วตรงเข้าไป หลังจากได้รับน้ำชาแล้วหยุนเจียฮงก็นึกถึงสิ่งที่เขาควรจะพูดกับเย่เชียนพลางดื่มชาไปด้วย เขารู้ว่าไม่มีอาหารฟรีในโลกใบนี้และเย่เชียนก็คงจะไม่ช่วยเขาโดยไม่มีเหตุผล ถึงแม้ว่าจะเป็นการดีกว่าที่จะได้ร่วมมือกับเย่เชียนแต่ถ้าเขาไม่เสนอผลประโยชน์ที่น่าสนใจมันก็จะยากที่เย่เชียนจะยอมตกลง
ซักพักก็มีเสียงเคาะประตูและหยุนเจียฮงก็ตกใจแล้วลุกขึ้นยืนอย่างเร่งรีบเพื่อไปเปิดประตู เมื่อเห็นชายวัยกลางคนยืนอยู่ที่ประตูหยุนเจียฮงก็อดไม่ได้ที่จะชะงักไปครู่หนึ่งและคิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันและรู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก เมื่อเห็นแบบนั้นหยุนเจียฮงก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆและระงับความสงสัยในใจและถามว่า “ทำไมอาจารย์จินถึงมาที่นี่ล่ะครับ?”
“ฉันมาที่นี่เพื่อมาหาเอ็งโดยเฉพาะ” จินเจิ้งผิงแสยะยิ้มแล้วพูด
“คุณมาหาผมเหรอ?” หยุนเจียฮงตกตะลึงไปครู่หนึ่งจากนั้นก็พูดอย่างเย็นชาว่า “ผมคิดว่าเราไม่มีอะไรต้องคุยกันหรอกเพราะตระกูลหยุนกับตระกูลจินของเราก็อยู่ในสถานะที่ไม่ลงรอยกัน”
“ถ้าอาจารย์จินอยากใช้ที่นี่ผมจะยกสิทธิ์ห้องนี้ให้คุณก็แล้วกัน” หลังจากหยุนเจียฮงพูดจบเขาก็เดินออกไปและโดยธรรมชาติ เขาไม่สามารถให้จินเจิ้งผิงรู้เรื่องการพบกับเย่เชียนได้และถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างจินเจิ้งผิงกับหยุนเซินก็ตามแต่ยิ่งคนที่รู้เรื่องระหว่างเขากับเย่เชียนนั้นน้อยมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี
ห่างออกไปเพียงสองก้าวประตูก็ถูกใครบางคนขวางไว้และหยุนเจียฺฮงก็หันไปมองจินเจิ้งผิงและพูดว่า “อาจารย์จินนี่มันหมายความว่าไง?”
“ฉันแค่อยากคุยกับเอ็งดีๆ” จินเจิ้งผิงพูด “นี่เอ็งจะไม่ไว้หน้าฉันเลยงั้นเหรอ?”
หยุนเจียฮงตกตะลึงเล็กน้อยและในที่สุดเขาก็เดินกลับไปที่ที่นั่งของเขาและนั่งลงแล้วมองไปที่จินเจิ้งผิงและพูดว่า “เอาเป็นว่าถ้าอาจารย์จินจะพูดอะไรก็ระวังด้วยนะครับเพราะถ้าลุงของผมรู้ว่าเรามาพบกันผมกลัวว่าลุงจะสงสัยว่าผมสมรู้ร่วมคิดกับอาจารย์จินและเมื่อถึงเวลานั้นต่อให้ผมพูดอะไรทำยังไงมันก็ไม่มีประโยชน์แล้ว”
จินเจิ้งผิงก็ยิ้มแล้วพูดว่า “เอ็งไม่ได้สมรู้ร่วมคิดกับฉันแต่เอ็งสมรู้ร่วมคิดกับเย่เชียนคนนั้นใช่ไหม?..มีสิ่งหนึ่งที่ฉันอยากจะบอกเอ็งว่าฉันกับหยุนเซินลุงของเอ็งเราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน..จะให้พูดยังไงดีล่ะพูดง่ายๆลุงของเอ็งกับฉันเราเป็นเพื่อนสนิทกันน่ะ”
หยุนเจียฮงอดไม่ได้ที่จะตกใจและมองจินเจิ้งผิงด้วยความประหลาดใจและพูดว่า “อาจารย์จินคุณกำลังล้อผมเล่นอยู่หรือเปล่า..นี่คุณพยายามจะโกหกผมงั้นเหรอ?..ผมไม่ใช่คนที่จะถูกหลอกง่ายๆหรอกนะ”
จินเจิ้งผิงยักไหล่เล็กน้อยและพูดว่า “จะเชื่อหรือไม่เชื่อมันก็แล้วแต่เอ็ง..เอ็งน่าจะมีหลักฐานการลอบค้าอาวุธเถื่อนของลุงของเอ็งไม่ใช่เหรอ?..นี่เอ็งไม่รู้จริงๆเหรอว่าฉันมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลอบค้าอาวุธเถื่อนเหล่านั้นจริงๆ..เอาเถอะเรามาพูดถึงเงื่อนไขกันดีกว่า..ถ้าเอ็งยอมมอบหลักฐานในมือกับเงินหนึ่งพันล้านหยวนมาแล้วฉันจะปล่อยเอ็งไป”
หยุนเจียฮงก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดว่า “ฉันคิดว่าอาจารย์จินคงจะเข้าใจอะไรผิดนะครับผมจะไปมีเอกสารหลักฐานหรือเงินพันล้านหยวนได้ยังไง..ผมเป็นแค่เด็กคนหนึ่งในตระกูลหยุนแล้วนับประสาอะไรกับเงินพันล้านหยวน..ผมไม่เคยเห็นเงินจำนวนมากขนาดนั้นมาก่อนเลย”
“เอ็งอย่ามาเสแสร้ง” จินเจิ้งผิงพูด “ถ้าฉันไม่มีข้อมูลฉันจะกล้ามาหาเอ็งมั้ยล่ะ?..ลุงของเอ็งมอบอำนาจเต็มที่ให้กับฉันเพื่อมาจัดการเรื่องนี้เพราะงั้นเอ็งพูดตามตรงดีกว่า..ตอนนี้เรายังสามารถคุยกันดีๆได้อยู่ไม่อย่างงั้นฉันคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องใช้วิธีที่โหดร้าย”
“ผมไม่เข้าใจว่าคุณกำลังพูดอะไร?” หยุนเจียฮงพูด “ผมขอโทษด้วยนะครับถ้าคุณไม่มีอะไรจะพูดผมขอตัวก่อน” หลังจากพูดจบหยุนเจียฮงก็ยืนขึ้นและเดินออกไป
“จองหอง!” จินเจิ้งผิงตะคอกและลุกขึ้นยืนทันทีจากนั้นก็ต่อยหยุนเจียฮงแต่แน่นอนเขาไม่ได้มีเจตนาที่ฆ่าหยุนเจียฮงในตอนนี้ดังนั้นเขาจึงพยายามจับหยุนเจียฮงและค่อยเค้นข้อมูลจากปากของหยุนเจียฮงอย่างช้าๆเพราะเขาไม่เชื่อว่าหยุนเจียฮงจะปิดปากตลอดไปและถ้าหากเขาทำไม่ดีก็ไม่รู้เลยว่าหยุนเซินจะเย้ยหยันเขาอย่างไร
หยุนเจียฮงตกตะลึงเพราะเขาไม่ได้คาดหวังว่าจินเจิ้งผิงจะกล้าทำแบบนี้เพราะความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลหยุนกับตระกูลจินนั้นกำลังตึงเครียดมากในตอนนี้แต่จินเจิ้งผิงกลับไม่กลัวความขัดแย้งระหว่างทั้งสองตระกูลเลย เมื่อคิดแบบนี้หยุนเจียฮงก็ตกตะลึงเพราะดูเหมือนจะรู้สึกว่าสิ่งที่จินเจิ้งผิงเพิ่งพูดนั้นจะไม่ใช่เรื่องโกหกแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตามในเวลานี้เขาไม่สามารถปล่อยให้ตัวเองคิดมากได้และหลังจากตกตะลึงไปชั่วขณะจากนั้นเขาก็รีบหันหลังกลับและพยายามหลบหลีกการโจมตีเพราะเขาตระหนักดีถึงพลังของตัวเองว่าเขาไม่มีโอกาสชนะจินเจิ้งผิงเลยอย่างแน่นอนและคาดว่าจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหลบหนีและวิธีเดียวคือการชะลอเวลาเพราะเมื่อไหร่ที่เย่เชียนมาเขาอาจจะรอดไปได้และในที่สุดเขาก็เข้าใจความหมายของเย่เชียนที่บอกให้เขาระวังตัวเพราะดูเหมือนว่าเย่เชียนจะรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว