ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1313 รู้ทั้งหมด
ตอนที่ 1313 รู้ทั้งหมด
………………..
จินถิงซานรู้ว่ามันไม่มีประโยชน์ที่จะพูดอะไรอีกต่อไปเพราะในตอนนี้จินเจิ้งผิงบ้าคลั่งอย่างสมบูรณ์และในใจของจินเจิ้งผิงเขาไม่สามารถฟังคำพูดของคนอื่นได้เลยจินถิงซานจึงไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีกและมันก็ไม่มีประโยชน์ที่จะพูดมากเกินไป ตรงกันข้ามอาจเป็นเพราะความเกลียดชังของจินเจิ้งผิงที่ทำให้ตัวเองเป็นคนที่หยิ่งผยองไม่ขวางโลกในที่สุด
เมื่อเห็นจินถิงซานจากไปจินเจิ้งผิงก็ขมวดคิ้วราวกับว่าเขากำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างและแท้จริงแล้วเขายังมีความผูกพันอยู่ในใจและอันที่จริงความรักที่เขามีต่อแม่ของจินเหว่ยห่าวนั้นเป็นเรื่องจริงและไม่ว่าตอนนี้จะเป็นอย่างไรแต่อย่างน้อยๆในอดีตเขาก็รักเธออย่างสุดหัวใจ
ในตอนนี้หยุนเจียเซิงอยู่ในความเครียดแค้นมากในทุกวันนี้นับตั้งแต่ที่เขาถูกเย่เชียนสอนบนเรียนในบาร์ครั้งล่าสุดเขาก็รู้สึกอับอายมาโดยตลอด ยิ่งไปกว่านั้นจินเหว่ยห่าวผู้ซึ่งถูกเขาข่มเหงมาโดยตลอดแต่ตอนนี้จินเหว่ยห่าวกลับกล้าที่จะท้าทายเขาอย่างเปิดเผยและยังมีรองนายกเทศมนตรีคนใหม่ที่สนับสนุนจินเหว่ยห่าวอีกด้วย
หยุนเจียเซิงนั้นได้บอกหยุนเซินไปแล้วแต่ทุกวันนี้ไม่เพียงแต่พ่อของเขาไม่ล้างแค้นให้เขาเท่านั้นแต่ยังเข้าหาเย่เชียนอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นหยุนเซินยังใช้เงินจำนวนมากเพื่อเอาใจเย่เชียนอีกซึ่งทำให้หยุนเจียเซิงรู้สึกเสียใจ เขาได้บอกหยุนเซินนับครั้งไม่ถ้วนเพื่อให้แก้แค้นให้เขาแต่หยุนเซินกลับไม่ต้องการทำแบบนั้นดังนั้นหยุนเจียเซิงจึงไม่สบอารมณ์อย่างมาก
เนื่องจากหยุนเซินไม่เต็มใจที่จะทำตามที่เขาต้องการดังนั้นหยุนเจียเซิงต้องพึ่งพาตัวเองเท่านั้น อย่างไรก็ตามสิ่งแรกที่เขาต้องทำคือค้นหาที่อยู่ของจินเหว่ยห่าวเพราะครั้งนี้เขาจะไม่ง่ายเหมือนครั้งก่อนที่เพียงแค่ลืมมันไปอย่างสบายๆและเขาก็มุ่งมั่นที่จะฆ่าจินเหว่ยห่าวให้ตาย ด้วยเหตุนี้หยุนเจียเซิงจึงพาพรรคพวกของเขาและลูกน้องสองสามคนไปที่บาร์
แน่นอนว่าหยุนเซินรู้ว่าหยุนเจียเซิกำงลังคิดอะไรอยู่ดังนั้นเขาจึงสั่งไม่ให้สมาชิกในตระกูลหยุนช่วยหยุนเจียเซิงหาข้อมูลต่างๆ ดังนั้นหยุนเจียเซิงจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องหาวิธีแก้แค้นด้วยตัวเอง ซึ่งผับบาร์มักจะเป็นสถานที่ที่มังกรและงูคลาคล่ำและเขาซึ่งเป็นทายาทของตระกูลหยุนจึงมีชื่อเสียงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเช่นกันและมีคนมากมายที่ต้องการประจบประแจงเขาดังนั้นการหาผู้ช่วยจึงไม่ยากสำหรับเขานัก
หลังจากที่หยุนเจียเซิงออกจากบ้านตระกูลหยุนไปร่างเงาสีดำก็ออกมาจากมุมห้องพร้อมรอยยิ้มจากนั้นก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วโทรออกโดยพูดว่า “เด็กนั่นไม่ไหวจริงๆ..เหอะๆ..อาจารย์หยุนเซินที่เข้มงวดขนาดนี้ยังหยุดลูกชายเอาไว้ไม่ได้” จากนั้นเขาก็พยักหน้าแล้วพูดว่า “เอาล่ะเข้าใจแล้ว..เดี๋ยวจะติดต่อกลับไปทีหลังไม่งั้นเดี๋ยวจะคาดกับเขากันพอดี..แบบนั้นฉันคงเสียหน้าแย่เลย” หลังจากพูดจบเขาก็วางสายโทรศัพท์ไปแล้วเข้าไปในรถจากนั้นก็ขับตามรถของหยุนเจียเซิงไปอย่างใกล้ชิด
หยุนเซินรู้ดีเพราะเหมือนว่าถ้ามองจากผิวเผินภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะดูสงบแต่เขารู้ดีว่ามันไม่ใช่และลูกชายของเขาก็ไม่ได้มีความสามารถหรือทักษะที่ยอดเยี่ยมใดๆและมีแต่จะสร้างปัญหาตลอดทั้งวันดังนั้นถ้าหยุนเจียเซิงออกไปข้างนอกในเวลานี้หยุนเจียเซิงจะสร้างปัญหาได้ง่ายและถ้ามีอะไรเกิดขึ้นเขาจะไม่แย่หรอกเหรอ? เขาไม่เหมือนจินเจิ้งผิงที่โหดร้ายและฆ่าได้แม้กระทั่งลูกชายแท้ๆของตัวเอง แต่สำหรับหยุนเซินแล้วถึงแม้ว่าลูกชายของเขาจะไม่ได้เรื่องแต่หยุนเจียเซิงก็ยังเป็นลูกชายแท้ๆของเขาเสมอ
แต่หยุนเจียเซิงจะไปฟังหยุนเซินได้อย่างไรเพราะหยุนเจียเซิงไม่สามารถกลืนคำว่าไม่แก้แค้นลงไปได้ ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานรถของหยุนเจียเซิงก็หยุดที่ทางเข้าบาร์แห่งหนึ่งและพวกเขากับลูกน้องสามคนก็เดินตรงเข้ามา ที่ด้านหลังเขารถของหลินเฟิงก็จอดอยู่เช่นกันและหลังจากที่เห็นพวกเขาเข้ามาไปบาร์หลินเฟิงก็กดเบอร์โทรศัพท์ของเย่เชียนแล้วพูดว่า “เย่เชียนพวกเขาเข้าไปในเลิฟบาร์แล้วนายจะมาเมื่อไหร่”
“ฉันกำลังไปและอีกประมาณสิบนาทีผมจะไปถึงที่นั่น” เย่เชียนพูด “พี่หลินจับตาดูพวกเขาเอาไว้ก่อนนะและอย่าปล่อยให้เด็กคนนี้หลุดมือไปเด็ดขาด”
หลินเฟิงก็แสยะยิ้มแล้วพูดว่า “อย่ากังวลไปเลยถ้าฉันปล่อยให้เขาหลุดมือไปฉันจะไม่มีที่ยืนในวงการนี้อีก..ว่าแต่จินเหว่ยห่าวล่ะเขาจะมาที่นี่ด้วยมั้ย?”
“ตอนนี้จินเหว่ยเซียงกำลังแย่อยู่เพราะงั้นผมก็เลยไม่ได้บอกพี่จิน..ช่วงนี้ให้เขาอยู่กับจินเหว่ยเซียงจะดีกว่าเพราะสิ่งที่จินเหว่ยเซียงต้องการมากที่สุดในเวลานี้ก็คือการมีสมาชิกในครอบครัวอยู่เคียงข้างเพื่อปลอบโยนเขาและให้ความอบอุ่นแก่เขา” เย่เชียนพูด “เดี๋ยวผมจะรีบไป..เราจัดการเรื่องเล็กๆน้อยๆนี้กันเองได้และไม่จำเป็นต้องไปรบกวนพวกเขา”
หลินเฟิงพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “ใช่รีบๆมาก็แล้วกันฉันจะรอนาย”
ชายวัยกลางคนคนนี้หลินเฟิงรู้จักเขาและเขาก็ไม่ได้มีอิทธิพลอะไรมากนักในวงการใต้ดินในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและหลินเฟิงเองก็เคยไปหาเขาครั้งหนึ่งและบอกให้เขาช่วยสืบข้อมูลบางอย่าง แต่ถึงแม้ว่าราคาจะค่อนข้างแพงแต่สิ่งสำคัญก็คือข้อมูลเหล่านั้นถูกต้องและรวดเร็วจนแม้แต่หลินเฟิงเองก็ไม่รู้ว่าเขาใช้วิธีใดในการหาข้อมูล
หลินเฟิงหาที่นั่งไม่ไกลจากพวกเขาและนั่งลง จากนั้นหลินเฟิงก็สั่งเครื่องดื่มเล็กๆน้อยๆซึ่งหลินเฟิงดูดีกว่าเย่เชียนมากในแง่ของรูปร่างหน้าตาเพราะเขาเป็นผู้ชายที่หล่อเหลาจริงๆแต่เย่เชียนมีความเป็นลูกผู้ชายดุดันและน่าดึงดูดมากกว่า แต่ถ้าเป็นเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอกแล้วเย่เชียนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหลินเฟิงเลย
ไม่นานหลังจากที่หลินเฟิงนั่งลงสาวๆภายในบาร์หลายคนก็เข้ามารุมล้อมเขา อย่างไรก็ตามหลินเฟิงก็ไม่เหมือนกับเย่เชียนเพราะหลินเฟิงแสร้งปั้นหน้าตาเฉยเมยและพูดจาขวานผ่าซากกับพวกเธอจนพวกเธอต่างก็ออกไปจากตรงนั้น ไม่นานนักชายวัยกลางคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของหยุนเจียเซิงก็ลุกขึ้นและจากไปและดูเหมือนว่าจะมีข้อตกลงบางอย่างเกิดขึ้น อันที่จริงหยุนเจียเซิงมีเงินมากมายดังนั้นหากเขาสามารถกำจัดจินเหว่ยห่าวได้ด้วยเงินจำนวนหนึ่งล่ะก็เขาก็ไม่สนใจอะไร
ชายวัยกลางคนเพิ่งก้าวออกจากบาร์และชนเข้ากับเย่เชียนจนชายวัยกลางคนชะงักไปครู่หนึ่งและยิ้มอย่างขอโทษแล้วพูดว่า “ผมขอโทษ..ผมต้องขอโทษจริงๆ”
แน่นอนว่าก่อนหน้านี้เย่เชียนเคยได้ยินหลินเฟิงบอกเขาเกี่ยวกับตัวตนชายวัยกลางคนคนนี้ดังนั้นเย่เชียนจึงจำเขาได้ทันที หลังจากนั้นเย่เชียนก็ยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “คุณรู้จักผมใช่มั้ย?..ดูเหมือนว่าฉายาผู้รู้แจ้งของคุณจะเหมาะสมกับคุณจริงๆ”
“คุณเย่อย่าล้อผมเล่นสิครับผมแค่ทำมาหากินเท่านั้น..แต่ไม่ต้องกังวลไปครับคุณเย่ผมรับปากเลยว่ามันจะไม่มีอะไรที่เกี่ยวกับคุณรั่วไหลออกไปเด็ดขาด” หว่านจื่อตงพูดอย่างประหม่า ความสามารถในการรู้ทุกสิ่งของเขาย่อมรู้ดีว่ามีบางสิ่งที่เขาควรทำและบางสิ่งที่เขาไม่ควรทำและแน่นอนว่าเขารู้ว่าเย่เชียนนั้นคือใครแต่เขาไม่คิดที่จะขายข้อมูลของเย่เชียนเพราะนั่นจะเท่ากับการแสวงหาความตาย ยิ่งไปกว่านั้นเขาไม่มีทางหนีเลยและไม่ว่าเขาจะไปที่ไหนเขาอาจจะต้องจบลงด้วยความตายเท่านั้น
“ในเมื่อคุณคือผู้รู้แจ้งเพราะงั้นคุณก็น่าจะรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของจินเหว่ยห่าวกับผมใช่มั้ย?” เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ถ้างั้นก็บอกผมมาสิว่าหยุนเจียเซิงมาจ้างให้คุณช่วยค้นหาที่อยู่ของจินเหว่ยห่าวหรือเปล่า?”
“ใช่ครับใช่!” หว่านจื่อตงรีบพูด “เขาจ้างให้ผมช่วยค้นหาที่อยู่ของจินเหว่ยห่าวแต่ผมไม่เห็นด้วย..คือคุณเย่ครับผมไม่กล้าทำให้คุณขุ่นเคืองหรอกครับ”
“ในเมื่อคุณรู้จักผมถ้างั้นคุณก็น่าจะรู้ว่าฉันเป็นใครสินะ..เพราะงั้นอย่ามาโกหกผมจะดีกว่า..ผมรู้ว่าคุณมีข้อมูลดีๆแต่ผมรับประกันได้เลยว่าถ้าคุณยังมีความคิดที่จะลับหลังผมล่ะก็ไม่ว่าคุณจะซ่อนตัวอยู่ที่ไหนและแม้แต่ในภูเขาลึกหรือป่าใหญ่แค่ไหนผมก็สามารถตามล่าคุณได้ทุกที่เชื่อมั้ย?” เย่เชียนพูด
“ผมเชื่อครับ” หว่านจื่อตงพูดอย่างเร่งรีบ
เย่เชียนก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจและถามต่อ “ถ้าอย่างนั้นคุณจะทำยังไงถ้ามีคนมาถามคุณเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในบาร์นี้หลังจากนี้?”
“ไม่รู้สิ..ผมไม่รู้อะไรเลย” หว่านจื่อตงพูด “ผมสัญญาว่าจะปิดปากและสัญญาว่าจะไม่ทำให้ข้อมูลของคุณรั่วไหลออกไปแม้แต่นิดเดียว..ถ้าผมไม่ทำตามที่เขาพูดล่ะก็ขอให้ผมถูกฟ้าผ่าตาย!”
เย่เชียนแสยะยิ้มแล้วพูดว่า “แต่คุณเป็นที่รู้จักในฐานะผู้รู้แจ้งเพราะงั้นถ้าหากว่าคุณบอกว่าคุณไม่รู้จะมีใครเชื่องั้นเหรอ?..มันจะทำให้คนอื่นสงสัยว่าคุณไม่เต็มใจหรือกลัวที่จะบอกข้อมูลน่ะสิ..นั่นเป็นเหตุผลที่คุณทำธุรกิจนี้ได้..แต่คุณก็น่าจะรู้ใช่ไหมว่าจุดจบคืออะไรเมื่อต้องเผชิญกับความตายเพราะงั้นผมไม่เชื่อหรอกว่าคุณจะปิดปากได้จริงๆ”
หว่านจื่อตงตัวสั่นไปทั้งตัวและคุกเข่าลงพร้อมกับเอาหัวโขกพื้นแล้วพูดว่า “คุณเย่ไม่ต้องกังวลครับผมสัญญา..ผมสัญญาว่าจะไม่บอกถึงแม้ว่าผมจะต้องตายก็ตาม..คุณแค่ปล่อยผมไป..ผมสัญญาว่าจะไม่มีใครรู้เรื่องนี้เด็ดขาด” เมื่อมาถึงจุดนี้หว่านจื่อตงจะไม่เข้าใจได้อย่างไรว่าเย่เชียนมาที่นี่ก็เพื่อจัดการกับหยุนเจียเซิงเพราะงั้นมันจึงเป็นเรื่องปกติมากที่เย่เชียนจะฆ่าเขาเพื่อปิดปากเขาดังนั้นเขาจึงทนกับสถานการณ์แบบนี้ไม่ได้
“ไม่..คุณเย่..คุณต้องเชื่อผม..ผมสัญญาว่าจะไม่พูดอะไรใดๆทั้งสิ้น” หว่านจื่อตงพูด “คืนนี้ผมจะออกจากเมืองเสิ่นหยางและจะไม่กลับมาอีกตลอดชีวิต..ขอร้องเถอะครับครั้งนี้ปล่อยผมไปเถอะ!”
“ลุกขึ้นซะ..ทำไมคุณถึงกระวนกระวายแบบนี้ล่ะ..ผมพูดเหรอว่าผมจะฆ่าคุณ?” เย่เชียนยิ้มและจับหว่านจื่อตงยืนขึ้นและงุนงงเพราะเขาไม่รู้ว่าเย่เชียนกำลังวางแผนอะไรอยู่ “ที่จริงวันนี้ผมมีเรื่องอยากจะถามคุณและผมหวังว่าคุณจะไว้หน้าผมในครั้งนี้..แน่นอนว่าข้อมูลเหล่านี้มีค่าตอบแทน..ถ้าคุณต้องการอะไรก็ว่ามา” เย่เชียนพูด
“ครับคุณเย่?..คุณเย่อย่าพูดแบบนั้นเลยครับ..ถ้าคุณเย่ต้องการข้อมูลอะไรก็ถามผมมาได้เลยครับ..ผมจะทำให้ดีที่สุดและจะทำให้ดีครับ” หว่านจื่อตงพูด
“ที่จริงมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก..ผมคิดว่าคุณน่าจะรู้จุดประสงค์ที่ผมมาที่นี่ในวันนี้ใช่ไหม?..ด้วยสติปัญญาของคุณแล้วผมคิดว่าถึงคุณไม่มีข่าวล่วงหน้าคุณก็น่าจะเดาคร่าวๆได้ใช่ไหม?” เย่เชียนแสยะยิ้มแล้วพูด