ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1315 ผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลง
ตอนที่ 1315 ผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลง
………………..
มันเป็นเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ดังนั้นจึงมีการต่อต้านในใจของหลัวอวี้อยู่เสมอและในความเป็นจริงในฐานะผู้หญิงแล้วเธอก็หวังว่าจะมีไหล่ที่แข็งแกร่งเป็นที่พึ่งได้เสมอมาแต่เธอก็กลัวว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตจะซ้ำรอย ดังนั้นถึงแม้ว่าเธอจะมีความประทับใจที่ดีต่อหลินเฟิงอยู่ในใจแต่เธอยังคงปฏิเสธเพราะกลัวนั่นเอง
หลินเฟิงเป็นคนที่จีบสาวไม่เก่งและยิ่งไปกว่านั้นความกังวลในใจของหลัวอวี้นั้นก็ยากที่จะแก้ไขและเมื่อเผชิญหน้ากับปัญหาหัวใจของหลัวอวี้แล้วหลินเฟิงก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลยและเย่เชียนก็รู้สึกว่าการรุกและตื้อเท่านั้นที่สามารถเปลี่ยนโลกได้แต่ถึงแม้ว่านี่จะดูน่ารังเกียจเล็กน้อยแต่ตราบใดที่สามารถบรรลุผลได้มันก็ไม่เป็นไร
หลังจากฟังคำพูดของเย่เชียนแล้วหลินเฟิงก็ตกตะลึงเล็กน้อยและถามว่า “มันจะไม่เป็นไรเหรอ?”
เย่เชียนกลอกตาไปมาและพูดว่า “พี่เองก็น่าจะรู้นี่?..ถ้าเราไม่ลองเราก็ไม่มีวันรู้หรอกว่ามันจะสำเร็จหรือเปล่า”
หลินเฟิงหัวเราะอย่างเขินอายและพูดว่า “ฉันแค่กลัว..ฉันกลัวว่าเธอจะรังเกียจฉันถ้าฉันทำอะไรที่ล้ำเส้นเกินไป..นายก็รู้ว่าฉันไม่เคยจีบผู้หญิงมาก่อนแล้วฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่าพวกผู้หญิงคิดยังไงกับเรื่องพวกนี้”
“แล้วเซี่ยจือยี่ล่ะ?” เย่เชียนยิ้มแล้วถาม
“ช่างเถอะเรื่องนั้นมันผ่านนานมาแล้วอย่าไปพูดถึงมันเลย” หลินเฟิงพูด “ตอนนั้นฉันกับเซี่ยจือยี่ก็ยังเด็กเพราะงั้นมันก็เป็นแค่เรื่องไร้สาระเท่านั้น..อีกอย่างถ้าหากม่อหลงรู้เรื่องนี้ล่ะก็เขาจะคิดยังไงล่ะ”
เย่เชียนเม้มริมฝีปากเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ก็นะ..ผมบอกวิธีการให้พี่แล้วส่วนพี่จะทำตามวิธีที่ผมบอกหรือเปล่านั่นก็เรื่องของพี่..ผมไม่เกี่ยวข้องอะไรด้วยและไม่อยากที่จะเข้าไปยุ่ง”
หลินเฟิงหัวเราะเบาๆแล้วพูดว่า “ดูนายสินายกำลังพูดอะไรน่ะ..ฉันจะไม่เชื่อนายได้ยังไง..เดี๋ยวฉันจะทำทุกอย่างตามที่นายแนะนำเอง”
“ไม่ต้องกลัวเราเป็นพี่น้องกันเพราะงั้นผมไม่แนะนำอะไรที่ไม่ดีให้พี่หรอก..ผมรับปากเลยว่าทันทีที่พี่ทำตามที่ผมแนะนำแล้วพี่สาวหลัวอวี้จะยอมจำนนทันทีและพี่จะสามารถทำอะไรก็ได้ที่พี่ต้องการทำกับพี่หลัวอวี้ในอนาคต” เย่เชียนยิ้มแล้วพูด
ในขณะที่พูดเย่เชียนก็เห็นหยุนเจียเซิงลุกขึ้นยืนโดยมีผู้หญิงอยู่ในอ้อมแขนของเขาและบอดี้การ์ดทั้งสามคนก็เดินตามไป จากนั้นเย่เชียนกับหลินเฟิงก็มองหน้ากันจากนั้นพวกเขาก็ลุกขึ้นและเดินตามออกไป
หลังจากหยุนเจียเซิงเข้าไปในรถพร้อมกับหญิงสาวที่มีเสน่ห์ในอ้อมแขนของเขาแล้วหยุนเจียเซิงก็รีบออกจากบาร์และขับรถไปไกล ซึ่งหลินเฟิงก็จอดรถของตัวเองทิ้งเอาไว้และเข้าไปในรถของเย่เชียนและทั้งสองก็ตามหลังไป ต้องบอกเลยว่าหยุนเจียเซิงเป็นคนที่สุรุ่ยสุร่ายจริงๆเพราะในเวลานี้เขายังต้องการใช้เวลาทั้งวันทั้งคืนไปกับผู้หญิงและการดื่มเที่ยวโดยไม่สนสถานการณ์ปัจจุบันแต่อย่างใด
เย่เชียนไม่ได้เปิดเผยแต่อย่างใดแค่ขับรถตามไปตลอดทางและไม่นานก็มาถึงหน้าโรงแรมจากนั้นหยุนเจียเซิงก็เดินตรงไปพร้อมกับผู้หญิงในอ้อมแขนของเขาและบอดี้การ์ดทั้งสามคนก็ตามหลังไปตลอดเวลา แน่นอนว่าคนเหล่านี้ได้รับคำสั่งมาจากหยุนเซินให้ปกป้องนายน้อยและถ้าหากมีอะไรเกิดขึ้นกับหยุนเจียเซิงล่ะก็พวกเขาจะต้องรับผิดชอบด้วยชีวิต
เมื่อเขาไปถึงประตูห้องพักหยุนเจียเซิงก็ผลักประตูและเดินเข้าไป ส่วนบอดี้การ์ดทั้งสามที่ตามหลังเขาและกำลังจะเข้าไปแต่หยุนเจียเซิงก็หันกลับไปชำเลืองมองพวกเขาและขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดว่า “อะไรกัน..พวกแกตาบอดรึไง?..ฉันจะไปทำเรื่องส่วนตัวเพราะงั้นพวกแกจะตามฉันมาทำไม?..พวกแกต้องการให้ฉันแสดงหนังสดให้ดูหรือไง?”
บอดี้การ์ดทั้งสามก็หยุดด้วยความลำบากใจและหนึ่งในนั้นก็พูดว่า “นายน้อยครับนี่เป็นคำสั่งของอาจารย์หยุน..เขาสั่งให้เรามาคอยปกป้องคุณและถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับนายน้อยล่ะก็พวกเราไม่รู้จะอธิบายให้อาจารย์หยุนฟังยังไงเลย”
“มีอะไรที่ต้องให้พวกแกปกป้อง?..หรือพวกแกกลัวว่าเธอจะเป็นนักฆ่า?” หยุนเจียเซิงผลักผู้หญิงที่อยู่ในอ้อมแขนของเขาออกขณะที่เขาพูดและพูดว่า “ถ้าพวกแกต้องการปกป้องก็คอยคุ้มกันอยู่ข้างนอกและอย่าให้ใครเข้ามาเด็ดขาด..ถ้าพวกแกมารบกวนฉันตอนที่ฉันกำลังทำธุระอยู่ล่ะก็พวกแกได้ซวยกันจริงๆแน่” หลังจากพูดจบหยุนเจียเซิงก็ปิดประตูเสียงดัง “ปัง!”
บอดี้การ์ดทั้งสามก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและถอยออกไปด้านนอกด้วยความลำบากใจและไม่ว่าในใจพวกเขาจะไม่พอใจหยุนเจียเซิงแค่ไหนแต่พวกเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้แต่ทว่าหากมีอะไรเกิดขึ้นกับหยุนเจียเซิงล่ะก็ชีวิตของทั้งสามคนจะต้องพังทลายอย่างแน่นอนดังนั้นพวกเขาจึงยังคงเฝ้าอยู่ข้างนอกอย่างระแวดระวังมาก
ที่ทางเข้าลิฟต์ในล็อบบี้เย่เชียนกับหลินเฟิงก็มองหน้ากันหลังจากที่ลิฟต์ที่หยุนเจียเซิงขึ้นไปก่อนหน้านี้หยุดอยู่ที่ชั้นหกและทั้งสองก็แสยะยิ้ม ซึ่งหลังจากลิฟต์ลงมาทั้งสองก็เดินเข้าไปในลิฟต์และกดปุ่มเพื่อไปยังชั้นที่หกและหลังจากนั้นไม่นานลิฟต์ก็หยุดที่ชั้นหกแล้วทั้งสองก็เหลือบมองเห็นบอดี้การ์ดของหยุนเจียเซิงสามคนเฝ้าประตูห้องอยู่ เมื่อเห็นแบบนั้นพวกเขาก็รู้ว่าหยุนเจียเซิงจะต้องอยู่ในห้องนั้นอย่างแน่นอน
เย่เชียนส่งสัญญาณมือให้หลินเฟิงจากนั้นทั้งสองก็ใช้ผ้าที่เตรียมมาปิดหน้าและรีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็วแต่ก่อนที่บอดี้การ์ดทั้งสามจะตอบสนองได้ทันเย่เชียนกับหลินเฟิงก็ใช้มีดปาดคอของพวกเขาและในไม่ช้าพวกเขาทั้งสามก็ล้มลงจมกองเลือดทันที สำหรับหนึ่งในนั้นเย่เชียนจงใจชีมีดแทงเข้าไปเล็กน้อยและไม่ได้ฆ่าเขาทันที จากนั้นหลินเฟิงก็เตะเปิดประตูห้องและรีบเข้าไปแล้วพบว่าหยุนเจียเซิงกำลังเปลือยกายอยู่บนเตียง
เมื่อได้ยินเสียงประตูพังเข้ามาหยุนเจียเซิงก็หันกลับมาและชำเลืองมองพวกเขาแล้วถึงกับผงะไปครู่หนึ่งแล้วรีบตะโกนว่า “พวกแกเป็นใคร?..พวกแกต้องการทำอะไร?”
“เป็นคนที่จะมาฆ่าแกยังไงล่ะ!” เย่เชียนพูด
“ห๊ะ!..แล้วพวกแกรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร?..ถ้าพวกแกฆ่าฉันล่ะก็พวกแกจะไม่มีวันได้ออกจากเมืองเสิ่นหยางแน่นอน!” หยุนเจียเซิงพูด “ใครสั่งให้พวกแกมาที่นี่..ถ้าพวกแกพูดฉันจะยอมปล่อยพวกแกไป..ไม่อย่างนั้นในเมืองเสิ่นหยางจะไม่มีที่ไหนให้พวกแกหลบซ่อนได้อีก!”
เย่เชียนและหลินเฟิงมองหน้ากันและแสยะยิ้มแล้วพูดว่า “หยุนเจียเซิงแกนี่มันโง่จริงๆ..ถ้าพวกเราไม่รู้ว่าแกเป็นใครแล้วพวกเราจะมาฆ่าแกงั้นเหรอ?..วิธีการข่มขู่ของแกมันไร้ประโยชน์มาก..แต่ก็นะไหนๆแกก็จะตายแล้วเพราะงั้นฉันก็จะบอกแกให้ว่าอาจารย์จินแห่งตระกูลจินจ้างให้พวกเรามาฆ่าแก..ถ้าแกจะโทษใครล่ะก็แกไปโทษเขาเถอะเพราะเขาแค่ทำตามคำสั่งของเขาเท่านั้น”
“จินเจิ้งผิง?” หยุนเจียเซิงตกตะลึงและพูดว่า “พวกแกล้อฉันเล่นงั้นเหรอ?..ความสัมพันธ์ระหว่างจินเจิ้งผิงกับตระกูลหยุนนั้นแน่นแฟ้นกว่าที่พวกแกคิดเพราะงั้นเขาจะมาฆ่าฉันทำไม..หืม..พวกแกคิดว่าจะหลอกฉันด้วยเรื่องพวกนี้ได้งั้นเหรอ?..ฝันไปซะ!”
เย่เชียนยักไหล่เล็กน้อยและพูดว่า “จะเชื่อหรือไม่เชื่อมันก็เรื่องของแกเพราะถึงยังไงฉันก็ไม่คิดที่จะปล่อยให้แกมีชีวิตอยู่ต่อหรอก” ทันทีที่คำพูดจบลงเย่เชียนก็พุ่งไปข้างหน้าจนหยุนเจียเซิงตกตะลึงและรู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่ได้มาที่นี่เพื่อพยายามยั่วยุให้เกิดความขัดแย้งระหว่างทั้งสองตระกูลแต่จะมาฆ่าเขาจริงๆดังนั้นหยุนเจียเซิงจึงไม่กล้าที่จะประมาทเลยแม้แต่น้อยและรีบกระโดดขึ้นจากเตียงและใช้เท้าเตะไปที่คอของเย่เชียนทันที
การเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างรวดเร็วแต่เขาอยู่ในท่าทางที่ไม่ได้เตรียมพร้อมและไม่ได้สวมเสื้อผ้าใดๆและแน่นอนว่าเย่เชียนก็ไม่ได้หลบเช่นกันแล้วใช้มีดคลื่นโลหิตในมือที่กำลังฉายแสงสีแดงเหมือนเลือดสดๆแทงตรงไปที่ขาของหยุนเจียเซิงทันที เมื่อเห็นแบบนั้นหยุนเจียเซิงก็ดึงเท้ากลับและกลิ้งไปกับพื้นแล้วใช้ผ้าปูที่นอนคลุมตัวและต่อยสวนเย่เชียนอย่างรวดเร็ว
หยุนเจียเซิงเป็นแค่ขี้เหล้าและทักษะการต่อสู้ของเขาก็ธรรมดาและนอกจากนี้เขากินและดื่มอยู่ตลอดทั้งปีและร่างกายของเขาก็เต็มไปด้วยแอลกอฮอล์จนเสื่อมโทรมอย่างมาก ดังนั้นเขาจะไปเป็นคู่ต่อสู้ของเย่เชียนได้อย่างไรและไม่มีโอกาสแม้แต่จะหลบหนีไปได้เพราะนี่คือโรมแรมชั้นหกและเขาก็ไม่กล้ากระโดดลงมาอย่างแน่นอน
เย่เชียนแสยะยิ้มแล้วพลิกข้อมือแล้วใช้มีดคลื่นโลหิตแทงเข้าไปที่มือของหยุนเจียเซิงจนหยุนเจียเซิงกรีดร้องและเลือดก็พุ่งออกมาทันที ส่วนผู้หญิงที่อยู่ข้างหลังเขาไม่เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนและกรีดร้องด้วยความตกใจและเป็นลมหมดสติลงบนเตียงทันที
“อย่าขัดขืนเลยจะดีกว่าเพราะยิ่งขัดขืนแกก็ยิ่งทรมานเพราะงั้นมันจะไม่ดีกว่าเหรอถ้าจะให้ฉันฆ่าแกด้วยมีดเพียงแค่เสี้ยววินาทีเดียว” เย่เชียนฉีกยิ้มแล้วพูด
“ไอ้เวรเอ๊ย!..แกกล้าท้าทายตระกูลหยุนงั้นเหรอ..ถ้าแกฆ่าฉันแกจะไม่สามารถอยู่ในเมืองเสิ่นหยางต่อไปได้อีก” ใบหน้าของหยุนเจียเซิงบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดสุดขีดและค่อนข้างหยิ่งยโสและยังปฏิเสธที่จะยอมจำนนในเวลานี้
“แกคิดว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือคือโลกของตระกูลหยุนของแกงั้นเหรอ?..พวกเราได้รับประโยชน์มากมายจากจินเจิ้งผิงและพวกเราก็สามารถไปไหนมาไหนได้อย่างง่ายดายเพราะงั้นแกอย่ามาข่มขู่ให้เสียเวลาเลย..ตายซะเถอะ!” หลังจากคำพูดของเย่เชียนจบลงเขาก็ดึงมีดที่ติดอยู่ที่ข้อมือของหยุนเจียเซิงออกมาแล้วเสียบเข้าไปที่ช่องท้องของหยุนเจียเซิงอีกครั้ง
การกระทำนั้นรวดเร็วมากและในช่วงเวลาสั้นๆเย่เชียนได้แทงหยุนเจียเซิงไปมากกว่าสิบครั้งแล้วและร่างกายของหยุนเจียเซิงก็เต็มไปด้วยเลือดและเขาก็ไม่มีกำลังพอที่จะต่อต้านอีกต่อไปและเขาไม่มีแม้แต่แรงที่จะพูด ไม่ใช่ว่าเย่เชียนโหดร้ายแต่การทำแบบนี้เท่านั้นที่จะกระตุ้นความโกรธของหยุนเซินได้ เมื่อใครระเบิดความโกรธออกมาคนๆนั้นก็จะเสียสติและเสียความสามารถในการตัดสินที่ถูกต้องการไตร่ตรองไปทั้งหมดและแบบนี้ย่อมเป็นผลดีกับแผนการของเย่เชียนอย่างมาก
เมื่อเห็นว่าหยุนเจียเซิงหายใจโรยรินก็รู้ว่าเขากำลังจะตายดังนั้นเย่เชียนก็แทงมีดเข้าที่หน้าอกของหยุนเจียเซิงทันทีจากนั้นก็ดึงมันออกมาแต่ทว่าใบมีดของมีดคลื่นโลหิตกลับไม่ได้เปื้อนรอยเลือดเลยแม้แต่น้อย ส่วนหลินเฟิงก็มองไปที่ผู้หญิงที่นอนหมดสติอยู่บนเตียงและขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดว่า “เราจะทำยังไงกับเธอดี?”
“แน่นอนว่าเราไม่สามารถปล่อยใครให้รอดไปได้” เย่เชียนพูด “เพราะตระกูลหยุนมีอำนาจมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและผู้หญิงคนนี้ก็เคยเห็นพวกเรามาก่อนเพราะงั้นถ้าเราไว้ชีวิตเธอล่ะก็ในอนาคตพวกเราจะลำบาก” แน่นอนว่าในความเป็นจริงแล้วทั้งหมดนี้เป็นเพียงการแสดงละครให้บอดี้การ์ดที่ยังไม่ถูกฆ่าได้เห็นไม่อย่างนั้นเย่เชียนคงไม่ใส่ใจที่จะพูดเรื่องไร้สาระแบบนี้มากนักและคงจะฆ่าหยุนเจียเซิงโดยตรง
.