ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1364 เพลงดาบสี่ทิศ
ตอนที่ 1364 เพลงดาบสี่ทิศ
………………..
ตามที่คาดเอาไว้ว่าเป็นลูกชายของเลิ่งหานปิงอดีตปรมาจารย์นักดาบอันดับหนึ่งของโลกนั้นไม่ธรรมดาจริงๆ
เมื่อเลิ่งหานปิงเสียชีวิตไปภรรยาของเขาก็ตั้งครรภ์แล้วแต่เลิ่งหานปิงไม่รู้ในเวลานั้นและหลังจากการตายของเลิ่งหานปิงภรรยาของเขาก็ได้ไปนำดาบทำลายวิญญาณคืนมาจากตระกูลโอ่วหยางและหลบซ่อนอยู่ในถ้ำตั้งแต่นั้น
แปดเดือนต่อมาเขาก็ลืมตาขึ้นมาดูโลก! เขาไม่มีทั้งชื่อดังนั้นชื่อของเขาก็คือชื่อของดาบทำลายวิญญาณตั๋วโพ่ ซึ่งดูเหมือนว่าเขาจะเกิดมาเพื่อแก้แค้นเพราะแม่ของเขาเฆี่ยนตีเขาไม่หยุดตั้งแต่เขายังเด็กเพื่อที่จะทำให้เขาไม่ลืมความแค้นและความเกลียดชังไป ซึ่งเขาไม่ได้มีชีวิตในวัยเด็กที่มีความสุขเหมือนเด็กทั่วๆไปเพราะเขาต้องฝึกวิชาดาบซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยมีแม่ของเขาคอยตำหนิและดุด่าเขาทุกวัน
เมื่อเขาอายุได้สิบหกปีในที่สุดแม่ของเขาก็ไม่สามารถต้านทานความปรารถนาอันแรงกล้าในหัวใจของเธอได้และล้มป่วยจนเสียชีวิตไปอย่างหดหู่ใจและตอนที่เธอกำลังจะตายเธอก็พูดว่า ‘แม่ขอโทษ’ แต่เธอกลับแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเธอต้องการให้เขานำอัฐิพ่อของเขากลับมาจากนั้นก็ฝังเอาไว้กับเธอและต้องฆ่าโอ่วหยางอู๋เต๋อเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีให้พ่อของเขา
หลังจากฝึกฝนอย่างหนักมาตั้งแต่เกิดในที่สุดเขาก็ออกมาจากภูเขามา! ซึ่งเขาไม่เคยเกรงกลัวตระกูลโอ่วหยางและชื่อเสียงที่กู่ก้องของโอ่วหยางอู๋เต๋อเลยแม้แต่น้อย
จากนั้นโอ่วหยางอู๋เต๋อก็โบกมือของเขาเล็กน้อยและส่งสัญญาณให้คนเหล่านั้นถอยกลับไปและค่อยๆลืมตาขึ้นและประกายแวววาวก็ส่องผ่านดวงตาของเขาและมันก็เต็มไปด้วยเจตนาฆ่า จากนั้นเขาก็มองชายหนุ่มขึ้นและลงจากหัวจรดเท้าและพูดว่า “แกคือลูกชายของเลิ่งหานปิงผู้สืบทอดดาบทำลายวิญญาณอย่างงั้นเหรอ?”
“ใช่!” ตั๋วโพ่ตอบ “ในตอนนั้นคุณใช้กลอุบายบางอย่างและฆ่าพ่อของผมเพราะงั้นวันนี้ผมจะมาทวงความยุติธรรมให้กับเขา”
“ไม่จำเป็น!” ตั๋วโพ่พูด “คุณก็เป็นเพียงแค่ดวงอาทิตย์ตกดินแต่ผมคือดวงอาทิตย์ที่กำลังขึ้นในภาคตะวันตกเฉียงเหนือ..อีกอย่างการประลองกันก็ไม่มีคำว่าแก่กว่าหรือเด็กกว่าทั้งนั้นหรือว่าคุณไม่กล้าสู้กับผมเพราะกลัว?..แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะถ้าคุณไม่ยอมสู้ผมก็จะฆ่าสมาชิกในตระกูลโอ่วหยางทุกวันๆและไม่ช้าก็เร็วคุณก็จะออกมายอมสู้กับผมในสักวันหนึ่งอยู่ดี”
“ไอ้เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าไม่รู้ที่ต่ำที่สูง!” โอ่วหยางอู๋เต๋อพูด “ฉันไม่ได้รู้สึกแบบนี้มาสิบกว่าปีแล้วและวันนี้ฉันจะเอาดาบของแกมาสังเวยและหลอมมันให้เป็นฝักดาบของฉัน!” หลังจากพูดจบโอ่วหยางอู๋เต๋อก็กระโดดขึ้นไปบนอากาศแล้วใช้มือขวาคว้าดาบที่อยู่ในกล่องที่ลูกศิษย์ของเขาถือมาแล้วเอามือคว้ามันทันทีซึ่งการเคลื่อนไหวทั้งหมดเป็นเหมือนสายน้ำที่ลื่นไหลและเสร็จสิ้นในชั่วพริบตาเดียวและผู้คนก็อดไม่ได้ที่จะปรบมือให้
ตั๋วโพ่ก็ไม่แสดงสีหน้าใดๆบนใบหน้าและหันกลับมาอย่างช้าๆและหยุดอยู่ตรงข้ามกับโอ่วหยางอู๋เต๋อแล้วใช้มือหยิบดาบทำลายวิญญาณออกมาอย่างช้าๆและสะบัดข้อมือจากนั้นผ้าที่พันรอบดาบก็หลุดออกแล้วเผยให้เห็นใบดาบสีดำเงางามราวกับมาจากนรก!
ผู้คนที่เฝ้าดูอยู่รอบๆก็หยุดพูดคุยกันทันทีและเพ่งสายตาไปที่พวกเขาและไม่มีใครพูดอะไรอีกเลย ส่วนโอ่วหยางกัวเหว่ยก็แสยะยิ้มด้วยความดูถูกเหยียดหยามและยังคงสัมผัสหญิงสาวที่อยู่ข้างๆเขาต่อไป
ดาบยาวกับดาบใหญ่ปะทะกัน! พลังของดาบนั้นก็คมราวกับเข็ม! รวดเร็วดังสายฟ้า!
เพียงแค่การชักดาบออกมาโอ่วหยางอู๋เต๋อก็ถอนความดูถูกในใจทันทีและคิดอย่างลับๆว่า “เด็กคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ!” จากนั้นโอ่วหยางอู๋เต๋อก็หยิบดาบประจำตัวเขาทั้งหมดออกมาและผู้ชมทั้งหมดก็ตกตะลึงและอยากจะเห็นว่าเพลงดาบเก้าเล่มของโอ่วหยางอู๋เต๋อนั้นทรงพลังแค่ไหนและไม่ว่ามันจะเป็นตำนานจริงๆที่เขย่าโลกได้หรือไม่นั้นพวกเขาก็อยากจะเห็นอยู่ดี
ตั๋วโพ่นั้นมองว่าโอ่วหยางอู๋เต๋อเป็นศัตรูในจินตนาการของเขามาโดยตลอดและเมื่อเห็นตัวจริงในตอนนี้เขาก็อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจไปกับพลังงานที่ดาบอันทรงพลังจนทำให้เขารู้สึกกดดันเล็กน้อยและก่อนที่ดาบจะออกมาจากฝักพลังงานของดาบนั้นก็มหาศาลมากและถ้ามันออกมาแล้วจะทรงพลังแค่ไหนกัน ถ้าไม่ใช่เพราะเขาฝึกฝนมาตั้งแต่เด็กล่ะก็เขาคงจะต้องหวาดหวั่นจริงๆ
อย่างไรก็ตามหากยังเป็นแบบนี้ต่อไปสมาธิของเขาคงจะถูกระงับโดยสิ้นเชิงและในเวลานั้นเขาก็กลัวว่าจะเสียเปรียบอีกฝ่ายไปแล้ว ดังนั้นด้วยการพลิกข้อมือตั๋วโพ่ก็พุ่งออกไปและตวัดออกไปในแนวทแยงและแสงมืดก็แวบผ่านไปราวกับดาวตกที่เปล่งแสงสีดำออกมา ซึ่งความเร็วนั้นก็เร็วมากจนผู้คนไม่สามารถมองตามได้
เลิ่งหานปิงได้ชื่อว่าเป็นนักดาบที่รวดเร็วที่สุดในโลกเพราะดาบใหญ่ของเขานั้นรวดเร็วมากและเร็วจนคนแทบจะไม่เชื่อสายตาเพราะตัวดาบนั้นมันหายไปแล้วแต่ภาพของมันยังคงติดตาอยู่! ซึ่งทักษะดาบนี้แตกต่างไปจากดาบอื่นๆอย่างสิ้นเชิงเพราะส่วนใหญ่จะเป็นการฟันและสับแต่ดาบทำลายวิญญาณนั้น ส่วนใหญ่เป็นการสับและฟันแต่ดาบทำลายวิญญาณนั้นเป็นรูปแบบของการตวัดดาบด้วยความรวดเร็ว
เมื่อเห็นแบบนั้นโอ่วหยางอู๋เตก๋อ็ไม่กล้าดูถูกและประมาทอีกต่อไปดังนั้นเขาจึงตบฝักดาบอย่างรวดเร็วและดาบอันล้ำค่าก็ลอยออกมาจากฝักดาบทันที จากนั้นโอ่วหยางอู๋เต๋อก็เอื้อมมือไปคว้ามันและดาบเล่มแรกที่ออกมาจากฝักก็คือชุนเล่ย ดาบที่เคลื่อนไหวดั่งสายฟ้า! จากนั้นดาบถูกฟันออกไปข้างหน้าเร็วเหมือนฟ้าแลบและรุนแรงเหมือนฟ้าร้อง!
ดาบแรกชุนเล่ย!
ผู้ชมต่างเฝ้าดูอย่างตั้งใจเพราะการต่อสู้ด้วยดาบน่าตื่นเต้นโดยเฉพาะดาบทำลายวิญญาณที่เหมือนแม่น้ำที่กว้างใหญ่ไหลไปไหลมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุดและดุร้ายและรวดเร็วเหมือนดาวตก!
จากนั้นโอ่วหยางอู๋เต๋อก็พุ่งไปข้างหน้าด้วยดาบและแทงเข้าไปที่ตาขวาของตั๋วโพ่อย่างดุร้ายและเจ้าเล่ห์แต่ด้วยการสะบัดข้อมือของตั๋วโพ่ดาบทำลายวิญญาณก็สะบัดไปตรงคอของโอ่วหยางอู๋เต๋อเพราะเขาเกิดมาเพื่อแก้แค้นและไม่เคยคิดจะรักษาชีวิตของตัวเองเลย ดังนั้นตั๋วโพ่จึงไม่กลัวความตายเลยแม้แต่น้อย อย่างไรก็ตามโอ่วหยางอู๋เต๋อก็ไม่ได้เป็นเหมือนตั๋วโพ่เพราะเขาจะไม่มีวันยอมแลกชีวิตของเขากับการโจมตีที่เสี่ยงอันตรายเด็ดขาด ด้วยเหตุนี้โอ่วหยางอู๋เต๋อจึงดึงดาบของเขากลับมาแล้วหันกลับไปเพื่อหลบการโจมตีของตั๋วโพ่และพูดว่า “ถ้าแกยังทำแบบนี้อยู่พวกเราจะตายกันทั้งคู่และแกจะไม่มีทางเอาชนะฉันเลยได้”
จากนั้นโอ่วหยางอู๋เต๋อก็ถอยหลังกลับไปและเก็บชุนเล่ยเข้าไปในฝักและด้วยการตบอีกครั้งดาบอีกเล่มก็พุ่งออกมาและโอ่วหยางอู๋เต๋อก็เอื้อมมือไปรับมัน
ดาบสองหมิงตง!
“ที่เรียกว่าเก้าดาบนั้นจริงๆแล้วคนนอกจะไม่รู้ความจริงและคิดว่าคุณนั้นใช้ดาบเก้าเล่มพร้อมกันได้แต่มันก็เป็นแค่กระบวนท่าและสไตล์การต่อสู้ของดาบที่แตกต่างกันไปของดาบแต่ละเล่มเท่านั้น!” ตั๋วโพ่พูดอย่างเหยียดหยาม
“หืม..พูดไปมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก!” โอ่วหยางอู๋เต๋อพูด “สุดท้ายแล้วพ่อของแกก็พ่ายแพ้ด้วยดาบเล่มที่หกของฉันและแกก็จะต้องมีชะตากรรมเดียวกันกับเขา”
ไม่ไกลจากตรงนั้นนักหลินเฟิงชำเลืองมองเย่เชียนและถามว่า “เป็นไง?..นายคิดว่าไงบ้าง?”
เย่เชียนพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “กระบวนท่าและสไตล์การต่อสู้ของโอ่วหยางอู๋เต๋อนั้นขึ้นอยู่กับดาบที่แตกต่างกันออกไปในมือของเขาสินะ..ซึ่งเขาอาศัยการเคลื่อนไหวที่แตกต่างกันของรูปแบบดาบที่เขาถือเพื่อทำให้คู่ต่อสู้สับสนในการรับมือและคาดเดาได้ยาก..ซึ่งถ้าหากนำดาบเล่มที่สองไปใช้แบบชุนเล่ยเล่มแรกมันก็ไม่สามารถแสดงประสิทธิภาพสูงสุดออกมาได้เลย..อย่างไรก็ตามดาบเล่มที่สองก็มีพลังโจมตีที่รุนแรงมากและเมื่อพิจารณาจากสถานการณ์นี้ก็เดาได้ว่าอย่างมากที่สุดผมก็อาจจะต้านทานได้เพียงแค่ห้ากระบวนท่าเท่านั้นนอกจากผมจะใช้เคล็ดวิชาประตูแปดด่าน..เหมือนเราจะได้ประโยชน์การต่อสู้ครั้งนี้มากเลย”
“ดาบสามโป่วเฟิง!” ระบำสายลม! ดาบหมุนรอบตัวเหมือนพายุทมิฬ
ในตอนนี้ร่างกายของตั๋วโพ่ก็มีรอยของการถูกฟันและเลือดก็ไหลไปทั่วร่างกายของเขาในทันที! จนตั๋วโพ่สะบัดดาบในมือของเขาและก้าวถอยหลังไปทันทีและพยายามรักษาระยะห่างจากโอ่วหยางอู๋เต๋อและโอ่วหยางอู๋เต๋อก็ไม่ได้ไล่ตามตั๋วโพ่อีกแต่ยืนอยู่ที่นั่นอย่างเงียบๆและยิ้มอย่างดูถูกเหยียดหยามและพูดว่า “หึ..ฉันก็คิดว่าแกจะแข็งแกร่งกว่าพ่อของแกแต่แกไม่สามารถแม้แต่จะหลบเพลงดาบทั้งสี่ของฉันได้เลย”
ตั๋วโพ่ก็ถอนหายใจอย่างเย็นชาและพูดว่า “ถ้าคุณยังไม่ได้ฆ่าผมนั่นก็แสดงว่าคุณยังไม่ชนะ” หลังจากสัมผัสบาดแผลของเขาแล้วสีหน้าของตั๋วโพ่ก็ไม่เปลี่ยนไปเลยราวกับว่าเขาไม่รู้จักความเจ็บปวด
โอ่วหยางอู๋เต๋อก็ยิ้มอย่างเย็นชาและพูดว่า “แกคิดว่าแกจะมีโอกาสที่ชนะงั้นเหรอ?..ฉันขอแนะนำให้แกยอมแพ้ซะและฉันจะให้เวลาแกอีกสองสามปีแล้วกลับมาหาฉันหลังจากที่แกพร้อมแล้ว”
“ไม่จำเป็นเพราะผมคิดว่าคุณจะอยู่ได้อีกไม่เกินสองสามวันหรอกด้วยร่างกายที่แก่และอ่อนแอขนาดนี้” ตั๋วโพ่พูดต่อ “เพราะงั้นถ้าคุณตายไปแบบนี้มันจะไม่เป็นผลดีกับคุณมากกว่าเหรอเพราะคุณจะได้ตายอย่างสมเกียรติเพราะผมจะฆ่าคุณด้วยมือของผมเอง”
บนต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลชายร่างกำยำก็เม้มปากและพูดว่า “เขามีฝีมือแค่นี้เองเพราะเพราะแม้เพลงดาบสีเล่มของโอ่วหยางอู๋เต๋อเขายังต้านทานไม่ได้เลย..ฉันไม่รู้จริงๆว่ามาสเตอร์ชอบอะไรในตัวเขากัน”
“อย่าเพิ่งรีบตัดสินสิเพราะดูเหมือนว่ามันยังมีอะไรดีๆให้ดูอยู่” ชายหนุ่มพูด “ดูเหมือนว่าเขายังมีบางอย่างซ่อนอยู่”
“หืม..ไร้สาระ” ชายร่างกำยำพูด “ฉันคิดว่าเราควรลงไปได้แล้วเพราะถ้าเด็กคนนี้ตายมาสเตอร์จะตำหนิพวกเราเอานะ..ดูเหมือนว่าเราจะเสียเวลามากเกินไปแล้ว..รีบๆไปทำภารกิจให้สำเร็จเถอะไม่อย่างนั้นเดี๋ยวเป้าหมายของเราได้ตายอีกและพวกเราจะซวยเอา”
“ถ้าเขาไม่สามารถแม้แต่จะเอาชนะโอ่วหยางอู๋เต๋อได้เราก็ไม่จำเป็นต้องให้เขาเข้าร่วมสกายเน็ตใช่ไหมล่ะและถ้าเขาตายนั่นมันก็ไม่เกี่ยวกับเรา” ชายหนุ่มยักไหล่อย่างเฉยเมยและพูด
“แต่มาสเตอร์ต้องการให้เราพาเขากลับไปแบบเป็นๆไม่ใช่เหรอ..ถ้าเขาตายแล้วเราจะอธิบายให้มาสเตอร์ฟังยังไง?”
“ถ้าเขาถูกโอ่วหยางอู๋เต๋อฆ่าตายล่ะ?..แบบนั้นเราก็แค่ฆ่าโอ่วหยางอู๋เต๋อเพื่อล้างแค้นให้กับเขาเพราะงั้นมันก็ไม่สำคัญหรอกว่าเขาจะเป็นหรือตาย” ชายหนุ่มพูดต่อ “เนื่องจากมาสเตอร์สั่งให้พวกเรานำศพคนตายจำนวนมากกลับไปให้เขาเพราะงั้นเราจะใช้เวลาทั้งวันขุดหลุมศพไปทำไมเพราะงั้นถ้าหากเด็กนั่นตายไปบางทีมันอาจจะมีประโยชน์มากก็ได้เพราะไม่แน่ว่าตอนที่เขาตายไปแล้วอาจมีประโยชน์มากกว่าตอนที่เขายังมีชีวิตด้วยซ้ำ..ถึงยังไงมาสเตอร์ก็ให้เราตัดสินใจตามที่เห็นควรเพราะงั้นถ้าหากเขาไม่ยอมล่ะก็เราก็แค่ฆ่าเขา..แต่เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะตามมาเราก็แค่รอดูไปก่อนจะดีกว่า”
“ฉันคิดว่าแกก็แค่อิจฉาเขาเพราะแกกลัวว่าหลังจากเด็กคนนี้เข้าร่วมสกายเน็ตแล้วแกจะไม่มีสถานะเหมือนตอนนี้อีก” ชายหนุ่มพูด
ชายร่างกำยำพูดว่า “เขาน่ะเหรอ?..เชื่อเถอะว่าฉันสามารถจัดการเขาได้ทุกวินาทีเพราะงั้นฉันจะไปอิจฉาเขาทำไม..เขายังตามหลังฉันอยู่มาก”
.
.