ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1375 ภูเขาเหยาวัง
ตอนที่ 1375 ภูเขาเหยาวัง
………………..
มันจะมีตะปูเหล่านี้อยู่บนถนนได้อย่างไร? เห็นได้ชัดว่ามีคนจงใจทำสิ่งนี้และจุดประสงค์ก็ชัดเจน
เย่เชียนขมวดคิ้วเล็กน้อยและรู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างมากและเขาก็มองไปรอบๆเห็นชายหนุ่มสองสามคนในวัยยี่สิบต้นๆเดินมาหาเขาอย่างช้าๆและถือเครื่องมือสำหรับซ่อมรถเอาไว้ในมือแลถเย่เชียนก็ผงะไปครู่หนึ่งและอดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างชั่วร้าย
ชายหนุ่มทั้งสามก็เดินไปหาเย่เชียนและมองเย่เชียนขึ้นลงจากหัวจรดเท้าและมองไปที่รถแล้วพูดคุยกันอยู่พักหนึ่ง ซึ่งเย่เชียนก็ชะงักไปครู่หนึ่งเพราะเขาไม่เข้าใจสิ่งที่พวกเขาพูดเลยและมันน่าจะเป็นภาษาทิเบตใช่ไหม? เมื่อมองไปที่ชายหนุ่มทั้งสามแล้วใบหน้าของพวกเขาก็แดงไปหมดราวกับว่าพวกเขาเพิ่งดื่มเหล้ามา
“ขอโทษทีครับผมไม่เข้าใจสิ่งที่คุณกำลังพูด” เย่เชียนพูด
“ผมจะถามคุณว่าคุณต้องการให้พวกเราซ่อมรถของคุณหรือเปล่า” ชายหนุ่มตัวสูงพูด “ที่นี่ไกลจากตัวเมืองมาก”
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและถามว่า “พวกคุณเป็นคนวางตะปูพวกนี้เอาไว้ใช่ไหม?..ถ้าพวกคุณแค่อยากหาเงินจริงๆก็ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้เลยเพราะมันจะเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายมาก”
ชายหนุ่มร่างกำยำก็อึ้งไปครู่หนึ่งจากนั้นก็พูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “แล้วจะซ่อมหรือไม่ซ่อม..คุณอยากเกินไปถึงเมืองงั้นเหรอ?..ถ้าแบบนั้นคงจะใช้เวลาถึงเที่ยงคืนเลย..อีกอย่างคุณเอารถมาจอดที่นี่ก็ไม่ปลอดภัยเหมือนกัน”
ถึงแม้ว่าเย่เชียนจะรู้ว่าสิ่งเหล่านี้ถูกจัดทำขึ้นโดยพวกเขาแต่เย่เชียนก็ไม่ต้องการเอาเรื่องเพราะพวกเขาแค่ต้องการเงินและถึง แม้ว่าจะทำมากเกินไปเล็กน้อยและทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายก็ตาม “เท่าไหร่?” เย่เชียนถาม
ราคาไม่แพงจนเกินไปซึ่งตอนแรกเย่เชียนก็คิดว่าพวกเขาจะรีดไถอย่างโหดเหี้ยมดูเหมือนว่าเขาจะคิดผิด “ผมไม่มียางอะไหล่ติดมาด้วย” เย่เชียนพูด
“เรามีอันหนึ่งและถ้าซื้ออันหนึ่งก็ราคาสองร้อยหยวน” ชายหนุ่มร่างกำยำพูด “ล้อใหม่แค่สองร้อยหยวนราคาถูกมาก”
สิ่งที่เขาพูดเป็นเรื่องจริงและราคาก็สมเหตุสมผลซึ่งทำให้เย่เชียนรู้สึกดีกับพวกเขาและถึงแม้ว่าสิ่งที่พวกเขาทำจะผิดแต่อย่างน้อยๆพวกเขาก็มีจิตสำนึกและนี่เป็นสิ่งที่เย่เชียนคาดไม่ถึงและหยักหน้าเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ได้..ผมขอรบกวนด้วย”
ชายหนุ่มร่างกำยำก็หันไปมองแล้วบอกให้เพื่อนกลับไปเอายาง จากนั้นเขาก็ตอบและหันหลังกลับเดินออกไปและไม่นานนักเขาก็วิ่งกลับมาพร้อมกับยางที่สะพายอยู่ เย่เชียนก็ยิ้มอย่างช่วยไม่ได้จะดีไหมถ้ามาที่นี่โดยแบกยางไว้บนหลังของเขา? ดูเหมือนว่าคนเหล่านี้ยังไร้เดียงสาและไม่รู้จักคิดให้ดีจริงๆ
เมื่อตกลงราคากันแล้วของก็พร้อมแล้วทั้งสามคนก็เริ่มทำงานโดยไม่พูดอะไรสักคำ จากนั้นเย่เชียนก็หยิบบุหรี่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อและยื่นบุหรี่สามมวนให้กับพวกเขาแล้วจุดเข้าปากตัวเองหนึ่งมวน ก่อนหน้านี้เขาอาจจะโกรธเล็กน้อยแต่เมื่อได้เห็นสถานการณ์ในตอนนี้เย่เชียนก็รู้สึกดีต่อพวกเขาเล็กน้อย เมื่อพูดถึงมันราคาเพียง 300 หยวนและใช้เวลาไม่นานและก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเขาดังนั้นเย่เชียนจึงไม่ต้องการสร้างปัญหาใดๆเพราะทุกวันนี้การหาเลี้ยงชีพมันไม่ง่ายเลย
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาทั้งสามคนตกตะลึงไปครู่หนึ่งแต่พวกเขาไม่คาดคิดว่าทั้งๆที่เย่เชียนรู้ว่าพวกเขากำลังรีดไถเย่เชียนอยู่แต่เย่เชียนก็ยังปฏิบัติต่อพวกเขาแบบนี้ซึ่งทำให้พวกเขาประหลาดใจอย่างมาก อย่างไรก็ตามทั้งสามก็รับบุหรี่ไปอย่างง่ายดาย
เมื่อเย่เชียนสูบบุหรี่เสร็จยากล้อก็ถูกเปลี่ยนเสร็จแล้วและชายหนุ่มร่างกำยำก็มองไปที่เย่เชียนและพูดว่า “ทั้งหมดสามร้อยหยวน..ถ้าคุณต้องการยางรถเก่าผมก็จะใส่เอาไว้ที่ท้ายรถให้แต่ถ้าคุณไม่ต้องการเราจะเอาไป..ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นเราจะให้ค่ายางเก่ากับคุณด้วยเป็นเงินห้าสิบหยวนเพราะงั้นคุณต้องจ่ายเราสองร้อยห้าสิบหยวน”
“อย่าต่อรองไปเลย..ผมบอกว่าสองร้อยห้าสิบมันก็ต้องสองร้อยห้าสิบเท่านั้น..ถ้าไม่คิดว่าคุณเป็นคนมีน้ำใจล่ะก็ผมคงไม่คิดค่ายางเก่าให้คุณหรอก” ชายร่างกำยำพูด
เย่เชียนอดไม่ได้ที่จะยิ้มและหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาแล้วหยิบเงินออกมาสองร้อยห้าสิบหยวนแล้วมอบให้ เมื่อทั้งสามคนเห็นเงินในกระเป๋าสตางค์ของเย่เชียนแล้วพวกเขาก็ตาโตในมันทีและเย่เชียนก็จับสายตานี้ได้อย่างชัดเจนและขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วพูดว่า “อย่าได้คิดที่จะโกงเด็ดขาด..คุณแค่ทำในสิ่งที่คุณควรจะทำแค่นั้นก็พอ” หลังจากพูดจบก็มีเสียง “ปัง” เย่เชียนเตะก้อนหินที่อยู่ตรงเท้าอย่างแรงและไปกระทบก้อนหินห้อนใหญ่ที่อยู่ถัดไปและหินก้อนนั้นก็แตกเป็นเสี่ยงๆ
พวกเขาทั้งสามคนอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงและตกใจและรีบสลัดความคิดในใจออกไปทันที ซึ่งเย่เชียนก็ยังเห็นว่าพวกเขายังมีร่องรอยของความไร้เดียงสาดังนั้นเย่เชียนจึงไม่ต้องการให้พวกเขาหลงทางเพราะความโลภของพวกเขาดังนั้นเขาจึงเตือนพวกเขาแบบนี้
ชายหนุ่มร่างกำยำก็รีบส่งเงินสองร้อยหาสิบหยวนคืนและพูดว่า “นี่..นี่..พี่ชายพวกเราขอโทษจริงๆ..นี่ถือว่าแทนคำขอโทษของพวกเราก็แล้วกัน
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “รับไปเถอะเพราะเงินพวกนี้เป็นเพียงเงินเล็กๆน้อยๆ..พวกคุณควรเก็บเอาไว้และอย่าทำแบบนี้อีกในอนาคต..การหาเงินน่ะมันมีอยู่หลายวิธีแต่อย่าคิดที่จะโกงใครเด็ดขาดเพราะมันจะทำให้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ได้ง่าย”
หลังจากพูดจบเย่เชียนก็ไม่สนใจชายทั้งสามคนและยื่นเงินให้พวกเขาแล้วหันหลังกลับและขึ้นรถและขับตรงไปยังเมืองลาซาต่อ
ประมาณห้าโมงเย็นเย่เชียนก็มาถึงเขตเมืองของลาซาและท้องฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว ซึ่งเมื่องมองดูเวลามันอาจจะสายเกินไปที่จะไปค่ายลัทธิมารและมันคงไม่ดีนักที่จะรบกวนพวกเขากลางดึกดังนั้นฉันจึงไปหาโรงแรมเพื่อพักค้างคืนและเช้าตรู่ของวันต่อมาเย่เชียนก็ขับรถไปที่ภูเขาเหยาวังซึ่งเป็นที่ตั้งของค่ายลัทธิมาร
ภูเขาเหยาวังอยู่ใกล้กับภูเขาแดงซึ่งเป็นที่ตั้งของพระราชวังโปตาลาและมีถนนสายหลักในเมืองตัดผ่านระหว่างภูเขาทั้งสองลูก ในอดีตภูเขาทั้งสองเชื่อมต่อกันด้วยเจดีย์สีขาวและชั้นล่างสุดเป็นประตูซึ่งเป็นประตูเมืองลาซาและในช่วงทศวรรษที่ 1960 เมื่อเมืองลาซาได้รับการขยายอาณาเขตเจดีย์ก็พังยับเยินและถนนลาดยางกว้างหลายสิบเมตรได้เปิดระยะห่างระหว่างภูเขาทั้งสองลูก และบางคนก็คิดว่าเส้นเลือดศักดิ์สิทธิ์ขาดและพยายามเชื่อมต่อภูเขาทั้งสองด้วยอธิษฐานเชื่อมเป็นสะพาน ในทุกๆปีเมื่อถึงปฏิทินทิเบตผู้ศรัทธาที่เคร่งศาสนาก็จะมาที่นี่เพื่อแขวนป้ายใหม่และตอนนี้ทางก็ถูมเชื่อมต่อกับหอคอยแล้ว
สำหรับผู้คนในซินเจียงแล้วภูเขาเหยาวังให้ความรู้สึกลึกลับและน่านับถือเช่นเดียวกับพระราชวังโปตาลาและศาสนาพุทธแบบทิเบตหรือที่เรียกว่าศาสนาพุทธลึกลับเป็นที่นิยมมากที่นี่ แต่ลัทธิมารก็มีความเชื่อของพวกเขาเช่นกันและหลายคนก็เชื่อในสิ่งนี้และหลังจากการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนขึ้นมาพวกเขาก็พยายามอย่างเต็มที่เพื่อขยายลัทธิมาร อันที่จริงรัฐบาลจีนก็เคยต่อต้านสิ่งเหล่านี้เพราะลัทธิมารขยายอำนาจมากเกินไปและไม่กล้าปล่อยให้พวกเขาทำอะไรตามอำเภอใจอีก ซึ่งความสมดุลและการดูแลประเทศแบบนี้เป็นวิธีการที่ผู้ปกครองของประเทศจีนถนัดและใช้บ่อยที่สุดนั่นเอง
หยานตงก็ไม่เข้าใจความจริงข้อนี้และเพียงแค่เขาขี้เกียจเกินไปที่จะไล่ตาม ดังนั้นพวกเขามักจะทำแต่เรื่องของตัวเองให้ดีและเขาจะทำในสิ่งที่ควรทำ ดังนั้นเขาจึงไม่ใส่ใจกับความตั้งใจของคนอื่นและตราบใดที่รัฐบาลไม่ได้คุกคามผลประโยชน์ของลัทธิมารแล้วหยานตงก็เต็มใจที่จะเพิกเฉยต่อมัน
รถจอดที่เชิงเขาเหยาวังและเย่เชียนก็หยิบดาบที่มีชื่อเสียงเรื่องลืออย่าง “ดาบแยกสวรรค์” ที่เตรียมเอาไว้ที่เบาะหลังของรถและเดินตรงไปที่ยอดเขา เมื่อเย่เชียนเงยหน้าขึ้นเขาก็เห็นอาคารที่ปูด้วยกระเบื้องสีแดงและผนังสีขาวบนภูเขานั้นโดดเด่นมากและภายใต้แสงสะท้อนยามเช้ามันดูมีบรรยากาศที่แปลกประหลาดและดุดันและเย่เชียนก็เข้าใจดีว่ามันคือสถานที่ที่ลัทธิมารเปิดให้นักท่องเที่ยวทั่วไปเยี่ยมชมและที่นั่นก็มีสาวกลัทธิมารไม่มากนักเพราะนักรบโบราณเหล่านั้นยังคงลึกลับสำหรับโลกใบนี้ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกมากเกินไปการจัดการแบบนี้จึงเหมาะสมที่สุด
เย่เชียนก็ยิ้มเล็กน้อยและเดินไปรอบๆเชิงเขาและไปถึงอีกด้านหนึ่งของภูเขาเหยาวังมันก็ไม่เหมือนเมื่อกี้นี้เพราะมันมีขั้นบันไดและส่วนใหญ่ก็เป็นหน้าผาสูงชัน จากนั้นเย่เชียนก็ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้และเงยหน้าขึ้นมองเพราะถ้าเขาปีนขึ้นไปเขาคงไม่เหนื่อยจนตายก่อนเหรอ? สิ่งที่เขากลัวที่สุดคือถ้าเขาปีนขึ้นไปได้ครึ่งทางแล้วเขาไม่สามารถขึ้นหรือลงได้อีกมันจะลำบากมาก
เมื่อเย่เชียนจ้องมองอยู่จู่ๆก็มีคนออกมาจากรอยแตกของภูเขาและมองเย่เชียนขึ้นและลงจากหัวจรดเท้าแล้วถามว่า “คุณเย่ใช่ไหมครับ?..ท่านผู้อาสุโสหยานสั่งให้ผมลงมารับคุณขึ้นไปบนภูเขา..เชิญครับคุณเย่!”
เย่เชียนถึงกับผงะและค่อนข้างแปลกใจที่มีคนโผล่ออกมาจากรอยแตกของหิน อย่างไรก็ตามโชคดีที่เย่เชียนยังคงสงบอยู่มากไม่อย่างนั้นเย่เชียนคงจะตกตะลึงและตกลงไปแล้ว จากนั้นเย่เชียนก็เดินตามสาวกลัทธิมารเข้าไปในช่องว่างของรอยแตกและมันก็ไม่ได้ใหญ่นักแต่มันเพียงพอสำหรับคนเดินไปด้านในซึ่งมันลึกลับมากและยากที่จะหาได้ถ้าคุณไม่ใส่ใจ จากนั้นก็มีส่วนที่มืดๆแคบๆแต่ไม่ยาวนักแต่ข้างในก็มีไฟติดตั้งเอาไว้ซึ่งไม่ค่อยสว่างนักคงเพราะกลัวคนข้างนอกจะสังเกตเห็นแสงไฟได้
หลังจากเข้าไปได้ไม่นานลิฟต์ก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเย่เชียนและเย่เชียนก็ผงะเพราะดูเหมือนว่าทั้งหมดนี้จะทำโดยลัทธิมารแต่โครงการก่อสร้างนี้ไม่เล็กและไม่ง่ายเลยซึ่งมันต้องดำเนินการในลักษณะที่ปกปิดมากและใช้จำนวนคำมหาศาล ซึ่งดูเหมือนว่าลัทธิมารจะไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
“คุณเย่เชิญครับ!” สาวกลัทธิมารกดปุ่มลิฟต์และประตูก็เปิดออก ซึ่งเย่เชียนก็ไม่เกรงใจและก้าวเข้าไปตามด้วยสาวกลัทธิมารที่กดปุ่ม
“โครงการก่อสร้างนี้ไม่เล็กเลย..มันถูกสร้างนานแค่ไหนกว่าจะเสร็จ?” เย่เชียนถาม
“ยี่สิบปีครับคุณเย่กว่าที่นี่จะถูกสร้างเสร็จ” สาวกลิทธิมารตอบ “ปัญหาหลักคือมันจำเป็นต้องทำอย่างลับๆเพื่อไม่ให้คนนอกรู้เรื่องไม่อย่างนั้นคงไม่ใช้เวลานานขนาดนี้จริงๆครับ”
เย่เชียนพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “นั่นก็จริงแต่ไม่จำเป็นต้องใช้การเดินทางแบบนี้เลย..มันก็เหมือนกันถ้าเราขึ้นไปจากข้างนอก”
“ครับผม..ซึ่งสถานที่นี้มีเอาไว้สำหรับใช้ในกรณีฉุกเฉินเท่านั้นและการที่คุณเย่มาที่ค่ายลัทธิมารของเราเพราะงั้นเราจึงต้อนรับคุณเย่ให้ดีและถ้าหากมีบางอย่างเกิดขึ้นอย่างเร่งด่วนคุณเย่จะได้ใช้ช่องทางนี้เพื่อลงไปได้ง่ายๆครับ” สาวกลัทธิมารตอบ
.