ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1377 ถ่อมตัว
ตอนที่ 1377 ถ่อมตัว
………………..
เดิมทีเย่เชียนวางแผนจะบอกเหตุผลที่เขามาที่นี่แต่ตอนนี้มีบางอย่างเกิดขึ้นในลัทธิมารดังนั้นจึงดูเหมือนจะไม่เหมาะสมสักเท่าไหร่ที่จะขอให้หยานตงช่วยในเวลานี้ ดังนั้นเย่เชียนจึงเปลี่ยนหัวข้อและไม่พูดอะไรเกี่ยวกับความตั้งใจเดิมของเขา
หยานตงก็หัวเราะเบาๆ และพูดว่า “มันเป็นดาบที่ดีจริงๆ ..แต่น่าเสียดายที่ฉันไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับวิชาดาบ..เพราะงั้นการเก็บดาบนี้เอาไว้ข้างกายคงเสียเปล่าแน่”
“ผู้อาวุโสหยานถ่อมตัวเกินไปแล้วครับ” เย่เชียนพูด “ถึงแม้ว่าผู้อาวุโสหยานจะไม่ใช้ดาบแต่จะต้องมีสาวกของลัทธิมารจำนวนไม่น้อยที่ใช้วิชาดาบใช่ไหมครับ? ..ถ้าแบบนั้นผมก็ยินดีเหมือนกัน”
“แบบนั้นฉันก็คิดว่าดีเหมือนกัน” หยานตงยิ้มเล็กน้อยและใส่ดาบกลับเข้าไปในฝักแล้ววางไว้ข้างๆ เขาและมองไปที่เย่เชียนแล้วพูดว่า “ฉันได้ยินมาว่าเอ็งเพิ่งจะกวาดล้างตระกูลโอ่วหยางไปเมื่อวันก่อนและดูเหมือนว่าดาบแยกสวรรค์เล่มนี้จะเป็นสมบัติของตระกูลโอ่วหยางสินะ..ว่าแต่วิชาดาบของโอ่วหยางอู๋เต๋อนั้นไม่ใช่ธรรมดาๆ และฉันคิดว่าเอ็งคงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาเลยเพราะงั้นมันเกิดอะไรขึ้นบ้างเล่าให้ฉันฟังที”
“โอ่วหยางอู๋เต๋อไม่ได้ถูกผมฆ่าครับแต่เป็นตั๋วโพ่” เย่เชียนพูดจากนั้นก็อธิบายสั้นๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตระกูลโอ่วหยางบ้างและหยานคงก็ขมวดคิ้วและพูดว่า “ฉันไม่คาดคิดเลยว่าลูกชายของเลิ่งหานปิงจะมีวิชาดาบขั้นสูงขนาดนี้เพราะแม้แต่โอ่วหยางอู๋เต๋อก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา..ว่าแต่พวกสกายเน็ตที่เอ็งพูดมันคืออะไรกันแน่?”
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันและผมก็ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับสกายเน็ต..แต่สิ่งที่แน่นอนก็คือสกายเน็ตไม่ธรรมดาและสมาชิกแต่ละคนก็มีความสามารถพิเศษกันหมดทุกคน” เย่เชียนพูด
“มันบ้าจริงๆ ..หลายๆ อย่างเกินความคาดหมายมากโดยเฉพาะโอ่วหยางกัวเหว่ย..ฉันไม่คิดเลยว่าเขาจะเก่งกว่าโอ่วหยางอู๋เต๋ออีกซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจมาก..แต่ถึงอย่างนั้นโอ่วหยางกัวเหว่ยก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกสกายเน็ตอีก..ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ธรรมดาจริงๆ นั่นแหละ..พวกนี้ปรากฏตัวมาในโลกนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลย” หยานตงพูดและหลังจากหยุดไปชั่วขณะหยานตงก็พูดต่อ “แล้วเอ็งจะทำยังไงกันต่อ?”
“เฮ้อ..ก่อนหน้านี้ผมสามารถทำได้ทุกอย่างที่ผมต้องการได้แต่ตอนนี้ผมทำอะไรไม่ได้เลยตั้งแต่สกายเน็ตโผล่มาและไม่ว่าผมจะหนีไปหรือทำยังไงมันก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี” เย่เชียนพูด “เดี๋ยวฉันจะส่งคนไปสืบเรื่องของสกายเน็ตทันทีเพราะตอนนี้พวกเขารู้เรื่องเกี่ยวกับอีกฝ่ายน้อยเกินไปและถ้าพวกเรายังไม่รู้อะไรอีกล่ะก็จะไม่มีทางรับมือพวกนั้นได้เลย”
“ผมก็คิดอย่างนั้น..เพราะเราไม่สามารถทำสิ่งต่างเพียงเพราะข้อมูลเพียงเล็กๆ น้อยๆ เรามีแต่จะผิดพลาดและนอกจากนี้เราก็ไม่รู้ว่าสกายเน็ตคืออะไร” หยานตงพูด “ไม่ต้องกังวลไปฉันจะส่งคนคอยไปสืบหาข้อมูลและถ้ามีข่าวจากสกายเน็ตเมื่อไหร่จะรีบบอกเอ็งทันที”
“ขอบคุณครับผู้อาวุโสหยาน” เย่เชียนพูด “แต่ผมได้ยินมาว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นกับลัทธิมารแต่ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไร..มันร้ายแรงหรือเปล่าครับ..มีอะไรที่ผมพอจะช่วยได้หรือเปล่า? ..เอาตามตริงผมไม่อยากติดค้างคุณมากเกินไปเพราะผู้อาวุโสหยานช่วยผมเอาไว้มากเพราะงั้นให้ผมตอบแทนผู้อาวุโสหยานบ้างสิ”
“ที่จริงแล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนักหรอก” หยานตงพูด “เดิมทีบรรพบุรุษลัทธิมารของฉันมาจากประเทศอินเดียและชื่อจริงของกลุ่มก็คือนักรบศักดิ์สิทธิ์และต่อมาผู้คนก็มักจะเรียกว่าลัทธิมารเพราะคิดว่าพวกเราเป็นปีศาจที่ไล่เข่นฆ่าคน..ซึ่งความจริงแล้วลัทธิมารแบ่งออกเป็นหลายสาขาและเมื่อเร็วๆ นี้ผู้อาวุโสสูงสุดต้องการให้ฉันและเหล่าสาวกยอมจำนนต่อเขาและรับใช้เขา..ซึ่งฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมผู้อาวุโสสูงสุดถึงได้ต้องการแบบนี้”
เย่เชียนขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดว่า “ให้ตายเถอะนี่มันยุคสมัยไหนแล้ว? ..เขาคิดว่านี่คือยุคโบราณที่ใช้กำลังภายในต่อสู้กันอย่างงั้นเหรอ? ..ตอนนี้สาวกของลัทธิมารล้วนเป็นชาวจีนเพราะงั้นทำไมพวกเราถึงต้องยอมจำนนต่อพวกเขาด้วยล่ะ? ..มันไร้สาระสิ้นดี”
หยานตงยักไหล่เล็กน้อยและพูดว่า “ถึงแม้ว่าลัทธิมารจะถูกส่งต่อมาจากอินเดียอีกทีแต่หลังจากพัฒนามาหลายร้อยปีพวกเราลัทธิมารก็มีจุดยืนและตัวตนเพราะงั้นฉันเองก็ไม่คิดที่จะยอมหรอก..แต่ทว่ามันก็ไม่ง่ายจริงๆ เพราะในประเทศอินเดียมีนักรบพราหมณ์จำนวนมากและครอบคลุมทั้งแวดวงการการเมืองธุรกิจและการทหารและองค์กรใต้ดินแทบจะทั้งหมดของประเทศล้วนเป็นนักรบพราหมณ์กันทั้งนั้น..พูดได้ว่าผู้ปกครองที่แท้จริงของประเทศอินเดียคือพวกนักรบพราหมณ์จริงๆ”
เย่เชียนขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดว่า “แล้วจุดประสงค์ที่พวกนั้นจะทำให้ลัทธิมารยอมจำนนก็เพื่อต้องการใช้อิทธิพลของลัทธิมารทำอะไรบางอย่างในประเทศจีนใช่ไหม?”
หยานตงยิ้มแล้วพูดว่า “เอ็งฉลาดมากจริงๆ เพราะเอ็งสามารถมองทะลุได้ปรุโปร่งเลย..ใช่แล้วเอ็งก็น่าจะรู้สถานการณ์ระหว่างประเทศจีนกับประเทศอินเดียเมื่อเร็วๆ นี้ใช่ไหม? ..ช่วงนี้กองทัพอินเดียมักจะสร้างปัญหาที่เขตชายแดนภายใต้การยุยงของประเทศสหรัฐอเมริกาและในบรรดาเขตทหารหลักทั้งแปดแห่งของจีนประตูด่านหน้าก็คือกองทัพเขตปกครองซินเจียงของฉันนี่แหละเพราะว่านี่คือเขตชายแดนระหว่างจีนกับอินเดียเพราะงั้นพวกนั้นจึงต้องการทำให้ลัทธิมารของฉันยอมจำนน”
“พวกนักรบพราหมณ์พวกนั้นแปลกจริงๆ” เย่เชียนพูด “อะไรกันพวกมันต้องการทำรัฐประหารแบบไหนในประเทศจีนกันแน่..มันบ้ามาก” ”
“ถึงแม้ว่าฉันจะต่อต้านแต่พวกนั้นคงไม่ยอมง่ายๆ แน่” หยานตงพูด “ฉันไม่กล้าที่จะประเมินพวกนั้นต่ำไปแต่กำลังรบของพวกนั้นก้เหนือกว่าฉันมากเพราะเมื่อย้อนกลับไปในตอนนั้นผู้ก่อตั้งนักรบพราหมณ์ก็เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของโลกในเวลานั้นและต่อมานักรบพราหมณ์ก็ได้รับการขยายอำนาจมาสู่ประเทศจีนแต่หลังจากนั้นหลายร้อยปีหลายๆ ศิลปะการต่อสู้มันก็ได้สูญหายไปตามกาลเวลาเพราะงั้นฉันก็ยังหวาดหวั่นต่อพวกนั้นจริงๆ”
เย่เชียนก็ยิ้มแล้วพูดว่า “มันไม่จำเป็นเลยเพราะไม่ว่าความสามารถของพวกนั้นจะดีแค่ไหนแต่พวกมันก็ไม่สามารถสู้กับขีปนาวุธได้ไม่ใช่เหรอ? ..ถึงยังไงผู้อาวุโสหยานก็เป็นผู้ดูแลเขตทหารซินเจียงเพราะงั้นถ้าหากมันกล้าเข้ามาอีกก็แค่ยิงมิสไซล์ใส่พวกมันซะ”
หยานตงกลอกตาไปมาและพูดว่า “สถานการณ์ระหว่างสองประเทศตึงเครียดมากแล้วและถ้าหากมีเหตุการณ์ใหญ่แบบนี้เกิดขึ้นอีกครั้งมันคงจะเกิดสงครามโลกครั้งที่สามกันพอดี..เอ็งอย่าลืมที่ฉันบอกสิว่าพวกนักรบพราหมณ์เป็นผู้มีอำนาจที่แท้จริงของประเทศอินเดีย”
“ผู้อาวุโสหยานผมคิดมาเสมอว่าคุณเป็นนักสู้เพื่อปกป้องประเทศชาติแต่ไม่คิดเลยว่าคุณจะเป็นนักสร้างสันติ” เย่เชียนพูด “ที่จริงคุณควรจะตอบโต้พวกนั้นไม่อย่างนั้นพวกมันจะได้ใจและไม่เกรงกลัวพวกเรากันพอดี..ผมเชื่อว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นประเทศสหรัฐอเมริกาคงไม่กล้าทำอะไรจริงๆ หรอก”
“ถึงจะพูดอย่างนั้นก็จริงแต่ประเทศเล็กๆ พวกนี้ไม่ได้สำคัญอะไรเลยเพราะคู่ต่อสู้หลักของเราตอนนี้คือประเทศสหรัฐอเมริกาต่างหากล่ะ..มันเหมือนกับว่าเมื่อเอ็งต่อสู้กับตระกูลโอ่วหยางเอ็งก็ต้องใช้เขี้ยวหมาป่าต่อสู้และถึงแม้ว่าเอ็งจะชนะแต่เอ็งก็จะไม่ได้อะไรเลยในตอนท้ายเพราะรัฐบาลจีนจะได้ประโยชน์สูงสุดและเรื่องนี้ก็เหมือนกันเพราะถึงแม้ว่าเราจะเอาชนะประเทศอินเดียได้แต่ในที่สุดเราก็ต้องเผชิญหน้ากับสหรัฐอเมริกาอยู่ดี” หยานตงพูด
เย่เชียนตกตะลึงเล็กน้อยและรู้สึกว่าคำพูดของหยานตงมีเหตุผลแต่เย่เชียนไม่เข้าใจการเมืองและเขาก็ไม่ได้สนใจที่จะคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้และหลังจากหยุดไปชั่วขณะเย่เชียนก็พูดต่อ “ถ้าเป็นแบบนั้นก็ให้ประเทศญี่ปุ่นลงมือทำแทนซะสิ..ผมรับรองได้ว่าเรื่องไม่คาดฝันจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน..ผมล่ะเกือบลืมเขาไปซะแล้ว”
หยานตงชะงักไปครู่หนึ่งและมองไปที่เย่เชียนด้วยความประหลาดใจและพูดว่า “เย่เชียนนี่เอ็งล้อฉันเล่นหรือเปล่า? ..เอ็งจะใช้ประเทศญี่ปุ่นเพื่อสู้กับประเทศอินเดียเหมือนกับที่ประเทศสหรัฐอเมริกาทำน่ะเหรอ?”
เย่เชียนก็ฉีกยิ้มแล้วพูดว่า “พูดตามตรงนะความจริงแล้วนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของประเทศญี่ปุ่นนั้นกำลังร่วมมือกับผมอยู่..ถ้าพูดให้เข้าใจก็คือเขาเป็นคนรับใช้ของผมและผมก็สามารถควบคุมเขาได้!”
เมื่อได้ยินแบบนั้นหยานตงก็ถึงกับตกตะลึงและมองไปที่เย่เชียนด้วยความประหลาดใจ เมื่อเห็นว่าเย่เชียนดูเหมือนจะไม่ได้ล้อเล่นหยานตงก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มและพูดว่า “เอ็งนี่มันน่าเหลือเชื่อจริงๆ ..ถามจริงเถอะเอ็งอยากจะเป็นประธานาธิบดีหรือเปล่า?”
เย่เชียนเม้มริมฝีปากเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ผมไม่สนใจเรื่องนั้นหรอก..ผมก็แค่อยากจะใช้ประเทศญี่ปุ่นเป็นโล่กำบังเท่านั้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาใดๆ ในอนาคต..เพราะงั้นถ้าผู้อาวุโสหยานตกลงผมก็จะโทรไปหาเขาทันทีและให้กองทัพญี่ปุ่นยิงขีปนาวุธยิงตรงไปที่นั่นและถล่มพวกมันซะ!”
หยานตงยิ้มจางๆ แล้วพูดว่า “ไม่จำเป็นต้องทำขนาดนั้นหรอกเพราะเรื่องนี้ไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้นและนอกจากนี้เอ็งควรจะเก็บไพ่ตายของประเทศญี่ปุ่นเอาไว้ใช้ยามที่เอ็งจำเป็นจะดีกว่า..ซึ่งการไพ่ตายนี้กับเรื่องนี้มันไม่คุ้มกันเลยเพราะถึงแม้ว่าทัศนคติผู้นำสูงสุดจะจะเป็นแบบนั้นและกำลังรบของพวกเขาจะแข็งแกร่งแค่ไหนแต่ที่นี่ก็คือประเทศจีนเพราะงั้นพวกนั้นไม่กล้าที่จะทำอะไรมากเกินไปหรอก..เอ็งไม่ต้องกังวลไปเพราะฉันสามารถแก้ปัญหานี้ได้”
“ในเมื่อผู้อาวุโสหยานมีความมั่นใจแบบนี้ผมก็จะไม่พูดอะไรมาก” เย่เชียนพูด “แต่ว่าอาวุโสหยานอย่าได้ยอมพวกมันมากเกินไปล่ะไม่อย่างนั้นพวกมันจะยิ่งได้ใจ”
หยานตงยิ้มแล้วพูดว่า “การให้อภัยผู้อื่นนั่นเป็นสิ่งที่ดีและไม่จำเป็นต้องโหดร้ายเกินไปหรอกเพราะงั้นตราบใดที่พวกมันไม่ก่อเรื่องมากเกินไปฉันก็ไม่อยากที่ล้างบางพวกมันจริงๆ”
เย่เชียนกลอกตาไปมาและพูดว่า “อาวุโสหยานเป็นคนที่คุยด้วยแล้วเข้าใจง่ายจริงๆ ..ผมเชื่อว่าถ้าทุกอย่างมันเกินควบคุมจริงๆ หยานตงแห่งลัทธิมารก็จะสวมวิญญาณคนเลวและโหดเหี้ยมราวกับปีศาจแน่นอน”
เมื่อได้ยินแบบนั้นหยานตงก็ฉีกยิ้มและไม่ได้พูดอะไรมากเกี่ยวกับเรื่องนี้และเขาก็เปลี่ยนหัวข้อและพูดว่า “นี่มันก็ใกล้จะค่ำแล้วและพวกเราก็คุยกันมาตั้งนานมากและยังไม่ได้กินข้าวกันเลย..เอาล่ะไปกันเถอะ..มาดื่มด้วยกันสักหน่อยก็แล้วกัน!”
.