ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1466 ห้องระดับVIP
ตอนที่ 1466 ห้องระดับVIP
……………
หลังจากพักผ่อนในเมืองเซี่ยงไฮ้อีกสองสามวันและพบกับหลินเฟิงแล้วเย่เชียน,เซี่ยเฟยและหลินเฟิงก็บินตรงไปยังเมืองนิวยอร์กประเทศสหรัฐอเมริกาโดยเครื่องบิน ก่อนหน้านี้เซี่ยเฟยยังใช้เวลาว่างในช่วงสองสามวันที่ผ่านมาเพื่อสอนเย่หลินอย่างเคร่งครัด เย่เชียนไม่ได้อยู่ดูและไม่ได้ถามว่าเขาสอนอะไรให้เธอแต่ในความเห็นของเขาสิ่งที่เซี่ยเฟยสอนนั้นจะต้องมีประโยชน์เพราะผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดาๆ
นิวยอร์กเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลกและมีอิทธิพลอย่างมากต่อโลกในด้านธุรกิจและการเงิน ซึ่งมีอิทธิพลต่อสื่อ,การเมือง,การศึกษา,ความบันเทิงและแฟชั่นของโลกที่มีชื่อเสียงมากมาย อาจกล่าวได้ว่าเมืองนิวยอร์กมีตำแหน่งที่สำคัญมากในโลก และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกได้ง่าย
เครื่องบินมาถึงสนามบินนานาชาตินิวยอร์กและผ่านการตรวจการรักษาความปลอดภัยและได้รับการต้อนรับจากใครบางคนทันทีที่ออกจากทางเข้าเทอร์มินอลเย่เชียนก็ชำเลืองมองยิ้มเล็กน้อยแล้วเดินตรงไป พอลบิลล์ตัวหมากที่สำคัญมากของเย่เชียนในประเทศสหรัฐอเมริกาก็เป็นแผนการสำคัญในการจัดการระยะยาวของเย่เชียน
“คุณเย่ตามคำขอของคุณตอนนี้ผมจองโรมแรมเอาไว้ให้คุณแล้ว” พอลบิลล์พูด “เชิญครับ!”
เย่เชียนพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “ให้ผมแนะนำให้คุณรู้จักนี่คือเซี่ยเฟยส่วนนี่หลินเฟิงทั้งคู่เป็นเพื่อนที่ดีของผม..เซี่ยเฟย,พี่หลินนี่คือคนที่ผมพูดถึงคุณพอลบิลล์แห่งตระกูลบิลล์!”
ทั้งเซี่ยเฟยและหลินเฟิงก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งและแอบคิดในใจว่า ‘ดูเหมือนว่านี่จะเป็นตัวหมากรุกสำคัญที่เย่เชียนวางเอาไว้ในประเทศสหรัฐอเมริกาใช่ไหม?” แต่พวกเขาไม่คาดคิดว่าจะเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงอย่างคนในตระกูลดังแบบนี้ ในประเทศสหรัฐอเมริกามีตระกูลมาเฟียรายใหญ่สามตระกูล ได้แก่ ตระกูลบิลล์,ตระกูลมัวร์และตระกูลโจนส์ ทั้งสามตระกูลนั้นมีอำนาจตามเขตปกครองของตัวเองในเมืองนิวยอร์ก,นั่นคือเขตแมนฮัตตัน,ควีนส์และบรู๊คลิน ในบรรดาสามตระกูลหลักตระกูลบิลล์นั้นเป็นตระกูลที่มีอำนาจทางการเงินมากที่สุดและคนที่รวยที่สุดในโลกก็คือสมาชิกของตระกูลบิลล์นั่นเอง อย่างไรก็ตามนั่นเป็นเพียงธุรกิจที่ตระกูลบิลล์โยนทิ้งลงบนโต๊ะเบื้องหน้าเท่านั้น ซึ่งเขตการปกครองของตระกูลบิลล์นั้นอยู่ที่แมนฮัตตัน
แมนฮัตตันเป็นเขตที่อยู่ใจกลางเมืองนิวยอร์กระหว่างแม่น้ำฮัดสันและแม่น้ำอีสต์และเป็นเขตที่เล็กที่สุดในห้าเขตในนิวยอร์ก อย่างไรก็ตามที่นี่ก็เป็นศูนย์กลางการค้าและการเงินของเมืองนิวยอร์กซึ่งเป็นที่ตั้งของวอลสตรีทที่มีชื่อเสียง ดังนั้นดูเหมือนว่าตระกูลบิลล์จะครอบครองดินแดนที่เล็กที่สุดในบรรดาสามตระกูลมาเฟียหลักแต่กลับไม่มีใครกล้าที่จะเพิกเฉยต่อความแข็งแกร่งทางการเงินของตระกูลบิลล์เลย
แมนฮัตตันเป็นใจกลางเมืองของนิวยอร์กและธุรกิจหลักของการค้าการเงินและบริษัทประกันภัยของนิวยอร์กล้วนตั้งอยู่ในแมนฮัตตัน ดังนั้นแมนฮัตตันจึงเป็นพื้นที่ที่ร่ำรวยที่สุดในโลกเนื่องจากมีคนจำนวนมากที่ทำงานด้านการเงินและการประกันภัยในแมนฮัตตัน ซึ่งในแมนฮัตตันตอนล่างมีย่านการเงินวอลล์สตรีทที่มีความยาวเพียง 1.54 กิโลเมตรและพื้นที่น้อยกว่า 1 ตารางกิโลเมตรแต่เป็นที่ตั้งของธนาคารขนาดใหญ่และบริษัทประกันภัย,ตลาดหลักทรัพย์,สำนักงานใหญ่ของบริษัทขนาดใหญ่หลายร้อยแห่งและพนักงานหลายแสนคนตรงศูนย์กลางการเงินของโลก
เหตุผลที่นิวยอร์กสามารถสร้างภาพลักษณ์ในฐานะเมืองนานาชาติได้และองค์กรธุรกิจระหว่างประเทศสามารถเติบโตได้ในนิวยอร์กนั้นส่วนใหญ่มาจากแมนฮัตตันซึ่งเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเศรษฐกิจของนิวยอร์ก ดังนั้นแม้แมนฮัตตันจะเล็กแต่ก็มีจุดยืนที่ไม่อาจละเลยได้
เย่เชียนมาที่นี่ดังนั้นพอลบิลล์ก็ไม่กล้าละเลยแต่อย่างใดและโรงแรมที่เขาจัดเตรียมเอาไว้ให้ก็เป็นโรงแรมที่หรูหราที่สุดในแมนฮัตตันด้วย พอลบิลล์จองเพียงห้องเดียวเพราะเขาไม่รู้ว่าจะมีคนมาถึงสามคน อย่างไรก็ตามห้องVIPนี้ก็ไม่เล็กสำหรับสามคนที่จะพัก ซึ่งในย่านที่พลุกพล่านนี้ค่าเช่าห้องเพรสซิเดนเชียลก็มีมูลค่าสูงถึงประมาณ 40,000 หยวนต่อวันซึ่งไม่น้อยเลย
นี่เป็นข้อตกลงของพอลบิลล์และเย่เชียนก็ไม่ได้พูดอะไรมาก เขาพูดแค่ว่า “จริงๆแล้วคุณไม่จำเป็นต้องจองห้องดีๆแบบนี้เลย” หลังจากนั้นภายใต้การยืนกรานของพอลบิลล์เย่เชียนก็ไม่ได้พูดอะไรอีก หลังจากพาเย่เชียน,เซี่ยเฟยและหลินเฟิงไปที่ห้องพักในโรงแรมแล้วพอลบิลล์ก็พูดว่า “นี่ก็เกือบจะเที่ยงแล้วคุณและอีกสองท่านน่าจะหิวแล้วใช่ไหมครับ..สั่งได้อาหารที่โรงแรมเอาไว้แล้วพวกคุณจะทานที่ร้านหรือจะทานในห้องครับ”
“ในห้อง” เย่เชียนพูด
พอลบิลล์พยักหน้าและไม่พูดอะไรมากจากนั้นเขาก็โทรออกและไม่นานพนักงานเสิร์ฟก็นำอาหารที่สั่งเอาไว้ล่วงหน้าโดยพอลบิลล์มาเสิร์ฟ เนื่องจากมีอีกสองคนและพอลบิลล์จองเอาไว้เพียงที่เดียวดังนั้นเขาจึงสั่งเพิ่มอีกสองที่ ถึงแม้ว่าการบริโภคของโรงแรมจะมีราคาแพงมากแต่คุณภาพการบริการก็ดีมากเช่นกันและการบริโภคที่มีราคาแพงเช่นนี้ก็ไม่ได้ไร้ประโยชน์
นอกจากนี้ยังมีอาหารพิเศษสำหรับห้องเพรสซิเดนเชียลเช่น สเต็ก ไวน์แดง คาเวียร์ และปลาปักเป้าสด ซึ่งอาหารค่อนข้างหลากหลายเลยทีเดียว
“ผมไม่รู้ว่าพวกคุณชอบทานอะไรผมก็เลยสั่งแต่เมนูยอดนิยมมาแต่ถ้ามีอะไรที่อยากทานก็สามารถสั่งเพิ่มได้เลยนะครับ..โรงแรมนี้ก็มีอาหารจีนด้วยแต่รสชาติไม่ดีเท่ากับที่ไชน่าทาวน์แน่นอน” พอลบิลล์พูด
“ไม่จำเป็นหรอกครับ..ผมอาศัยอยู่ในทวีปตะวันออกกลางมาแปดปีแล้วและนอกจากนี้ผมก็เดินทางอยู่บ่อยๆเพราะงั้นผมก็ไม่ใช่คนที่ต่อต้านอาหารตะวันตก” เย่เชียนพูด “นอกจากนี้อาหารที่คุณสั่งก็มีราคาสูงเพราะงั้นคราวหน้าอย่าทำแบบนี้เลยพวกเราไม่ได้ทำตัวโออ่าหรืออะไรแบบนั้น..ไม่ต้องการอะไรที่มันเว่อร์วังเกินไป”
“นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ทำอะไรให้กับคุณเย่และถ้าไม่ใช่เพราะคุณเย่แล้วผมคงไม่สามารถอยู่แบบนี้ได้เพราะงั้นผมจึงต้องขอบคุณคุณเย่ให้ดีที่สุด” พอลบิลล์พูด “ผมจะจำสัญญาของเราและเราจะเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดตลอดไป” ถ้าเย่เชียนไม่ช่วยเขาทำภารกิจในทวีปตะวันออกกลางให้สำเร็จพอลบิลล์ก็คงไม่ได้รับการยอมรับจากตระกูลและไม่มีโอกาสพลิกผันอีก ซึ่งนี่เป็นเหตุผลที่พอลบิลล์นับถือเย่เชียนเป็นผู้มีพระคุณ
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “อย่าพูดแบบนั้น..เราไม่ต้องการคำพูดพวกนั้นระหว่างเราตราบใดที่เราปฏิบัติต่อกันด้วยความจริงใจ”
พอลบิลล์พยักหน้าเล็กน้อยเป็นการตอบกลับและพูดว่า “ใช่..ตราบใดที่เราจริงใจต่อกันมันก็ไม่มีอะไรต้องแสดงอีกต่อไป..ยังไงก็เถอะคุณเย่จะทำอะไรในสหรัฐอเมริกาครั้งนี้..คุณมีแผนอะไรหรือเปล่า?”
“คุณน่าจะเคยได้ยินเกี่ยวกับกลุ่มทหารรับจ้างอินทรีขาวใช่ไหม” เย่เชียนพูด
“แน่นอน..นั่นคือองค์กรทหารรับจ้างแห่งประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับสองของโลก..มันเกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?”
“ในการประชุมร่วมองค์กรทหารรับจ้างนั้นผมเคยประกาศเอาไว้อย่างชัดเจนว่าองค์กรรับจ้างทุกองค์กรจะต้องแจ้งให้ผมทราบเมื่อจะมาปฏิบัติภารกิจในประเทศจีนและเมื่อใดก็ตามที่พบองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าของผมพวกเขาจะต้องยอมถอนกำลังไป..แต่พวกทหารรับจ้างอินทรีขาวทำผิดกฎที่ผมตั้งเอาไว้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะงั้นหากผมไม่เชือดไก่ให้ลิงดูผมเกรงว่าจะไม่มีใครกลัวเขี้ยวหมาป่าของผมอีกในอนาคต” เย่เชียนพูดต่อ “จุดประสงค์แรกของการมาที่ประเทศสหรัฐอเมริกาในครั้งนี้คือเพื่อจัดการกับพวกทหารรับจ้างอินทรีขาวและจุดประสงค์ที่สองคือเพื่อตรวจสอบสถานการณ์ในประเทศสหรัฐอเมริกาและดูว่าตอนนี้คุณเป็นยังไงบ้าง..เนื่องจากเราตกลงกันเอาไว้และให้คุณร่วมมือและสนับสนุนไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น..เพราะงั้นผมต้องทำอะไรสักอย่างไม่งั้นจะผิดสัญญาที่ให้เอาไว้ใช่ไหมล่ะ”
“แน่นอน..ผมเชื่อคำพูดของคุณเย่และตั้งแต่ต้นจนจบผมไม่เคยสงสัยเกี่ยวกับคุณเย่เลย” พอลบิลล์พูด “ยังไงก็เถอะมีสิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าควรคุยกับคุณเย่..เพราะองค์กรทหารรับจ้างอินทรีขาวนั้นเป็นหนึ่งธุรกิจที่ตระกูลบิลล์ของผมเป็นเจ้าของ”
ยกเว้นสีหน้าเฉยเมยของเซี่ยเฟยที่เอาแต่ก้มหน้ากินอาหารอยู่นั่นทั้งเย่เชียนและหลินเฟิงต่างก็ตกตะลึง ถ้าไม่ใช่เพราะคำพูดของพอลบิลล์แล้วพวกเขาก็ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆเพราะเป็นเวลานานแล้วที่อุตสาหกรรมและอำนาจส่วนใหญ่ของตระกูลบิลล์มุ่งเน้นไปที่เชิงธุรกิจ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงจริงๆที่องค์กรทหารรับจ้างอินทรีขาวจะเป็นหนึ่งในธุรกิจของพวกเขา
เย่เชียนขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดว่า “แล้วคุณหมายความว่าไง?”
“คุณเย่อย่าเพิ่งเข้าใจผมผิดผมไม่ได้หมายถึงอย่างอื่น” พอลบิลล์พูด “ถึงแม้ว่าองค์กรทหารรับจ้างอินทรีขาวจะเป็นทรัพย์สินของตระกูลบิลล์ของผมแต่จอร์จบิลล์ผู้เป็นลุงของผมเขาบริหารจัดดการมาโดยตลอดเพราะงั้นถ้าผมต้องการประสบความสำเร็จและขึ้นไปอยู่จุดสูงสุดของตระกูลล่ะก็เราจะต้องเขี่ยเขาลงมา..เพราะงั้นถ้าหากคุณเย่ต้องการจัดการกับองค์กรทหารรับจ้างอินทรีขาวล่ะก็ผมจะสนับสนุนด้วยกำลังทั้งหมดของผมอย่างแน่นอน”
เย่เชียนพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “นี่คือเรื่องที่ดีจริงๆเพราะถ้าองค์กรทหารรับจ้างอินทรีขาวอยู่ในการดูแลของคุณล่ะก็ผมคงจะลำบากมาก” หลังจากหยุดไปชั่วคราวเย่เชียนก็พูดต่อ “เนื่องจากองค์กรทหารรับจ้างอินทรีขาวอยู่ในการดูแลของลุงของคุณเพราะงั้นผมอยากจะขอให้คุณช่วยผมหาแผนที่ฐานประจำการของพวกเขารวมทั้งจำนวนสมาชิก..รูปแบบการป้องกันและอาวุธ ฯลฯ..คุณคงไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม?”
“มันค่อนข้างยากนิดหน่อยแต่ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร” พอลบิลล์พูด “ผมได้วางคนของผมเอาไว้ข้างๆจอร์จแล้วและไม่น่ามีปัญหาที่จะขอให้เขานำข้อมูลเหล่านี้มา..ยิ่งไปกว่านั้นพ่อของผมก็กำลังจะวางมือแล้วด้วย..ซึ่งตอนนี้เองผมก็กำลังจดจ่อกับเรื่องนี้อย่างสุดใจและคงไม่มีเวลาสนใจเรื่องอื่นอีก”
“อะไรนะตระกูลบิลล์กำลังจะเปลี่ยนผู้นำคนใหม่เหรอ?” เย่เชียนถามอย่างสงสัย
“มันยังไม่เริ่มต้นอย่างเป็นทางการแต่โดยพื้นฐานแล้วเขามีความตั้งใจนี้อยู่” พอลบิลล์พูด “พ่อของผมเริ่มวางมือจากสิ่งต่างๆแล้วและกำลังจะสละตำแหน่งผู้นำเพราะงั้นจอร์จจึงพยายามทำงานอย่างหนักในตอนนี้โดยหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากตระกูลให้ขึ้นเป็นผู้นำคนใหม่และด้วยการสนับสนุนของผู้อาวุโสเหล่านั้นเขาจะขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำตระกูล”
“แล้วคุณล่ะคิดว่ายังไง” เย่เชียนถาม
“ถึงแม้ว่าสถานะในตระกูลของผมจะดีขึ้นอย่างมากจากเหตุการณ์ครั้งก่อนแต่ผมก็ยังไม่มีคุณสมบัติมากพอที่จะรับตำแหน่งผู้นำตระกูลและพวกผู้อาวุโสก็ไม่สนใจผมเลย..นอกจากนี้ในแง่ของความแข็งแกร่งทางกองกำลังผมเองก็ไม่มีเพราะงั้นผมยังไม่สามารถเทียบกับคนอื่นได้เลย” พอลบิลล์พูด “ถึงผมจะมีอำนาจแต่ก็ยังไร้กำลังรอยู่ดี”
.
.
.
……………