ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1467 ขอข้อมูล
ตอนที่ 1467 ขอข้อมูล
……………
นี่เป็นงานใหญ่และเป็นโอกาสที่สำคัญมากสำหรับตระกูลบิลล์ในการเลือกผู้นำตระกูลคนใหม่ ซึ่งการที่พอลบิลล์ พอลบิลล์สามารถเป็นผู้นำได้นั้นจะส่งผลต่อแผนการในอนาคตของเย่เชียน ดังนั้นการสนับสนุนพอลบิลล์ให้ขึ้นเป็นผู้นำของตระกูลบิลล์นั้นจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อเย่เชียนอย่างไม่ต้องสงสัยและยังเป็นการเคลื่อนไหวที่สำคัญมากอีกด้วย
เมื่อได้ยินคำพูดของพอลบิลล์แล้วเย่เชียนก็ยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “คุณรู้ไหมว่าอะไรคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดของมนุษย์?..มันคือการสูญเสียจิตวิญญาณการต่อสู้และความกล้าหาญไปเพราะงั้นมันไม่สำคัญว่าคุณจะมีกำลังรบหรือไม่ก็ตามเพราะอันดับแรกคือเราต้องมีใจสู้..ถ้าไม่มีใจจะสู้ชะตาก็จะขาด..แต่ถ้าคนเรามีความทะเยอทะยานมีเป้าหมายมีแรงฮึดสู้แต่ถ้าไม่มีใจสู้คุณก็จะอยู่แต่กับที่และจะไม่มีวันประสบความสำเร็จ”
“ขอบคุณครับคุณเย่ที่เตือนสติผม” พอลบิลล์พูด
“ช่วยบอกผมเกี่ยวกับสถานการณ์ของตระกูลบิลล์หน่อย..ตอนนี้มีใครบ้างที่กำลังแข่งกันเพื่อตำแหน่งผู้นำตระกูล?” เย่เชียนถาม
“คนแรกคือจอร์จลุงของผม..เขารับผิดชอบอุตสาหกรรมและธุรกิจใต้ดินหลายอย่างของตระกูลบิลล์..เช่น..องค์กรทหารรับจ้างอินทรีขาวเป็นต้นและยังรับผิดชอบอุตสาหกรรมที่สำคัญบางอย่างของตระกูล..เขาเป็นคู่ต่อสู้ที่ประมาทไม่ได้เลย..ส่วนคนที่สองคืออีแวนส์พี่ชายของผมซึ่งดูแลอุตสาหกรรมสำคัญหลายอย่างของตระกูลบิลและนอกจากนี้เขายังจบปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจและเศรษฐศาสตร์และกฎหมายจากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ดอีกด้วย..เขามีปริญญาตรีอีกสองใบและมีใจรักในธุรกิจมาก..ซึ่งอิทธิพลของเขาในตระกูลนั้นสูงกว่าของจอร์จและถึงแม้ว่าคนอื่นๆจะมีความแข็งแกร่งในการแข่งขันแต่ก็ยังด้อยกว่าสองคนนี้มาก”
เย่เชียนขมวดคิ้วเล็กน้อยและครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “คุณจะต้องจัดการข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลของคุณในภายหลัง โดยเฉพาะข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับคู่แข่งที่สามารถเข้าร่วมการแข่งขันนี้ได้และหลังจากนั้นผมจะช่วยคุณหาวิธี..เนื่องจากพวกเราร่วมมือกันแล้วเพราะงั้นผมสัญญากับคุณว่าผมจะสนับสนุนคุณไปสู่จุดสูงสุดและผมจะทำมันให้ได้อย่างแน่นอน..เพราะงั้นผมหวังว่าคุณจะทำตามสัญญาได้เมื่อถึงเวลา”
“แน่นอนครับคุณเย่วางใจได้เลยว่าตราบใดที่ผมสามารถรับตำแหน่งผู้นำตระกูลบิลล์ได้ล่ะก็ขอแค่คุณเย่สั่งผมพอลบิลล์คนนี้ฉันจะทำอย่างเต็มที่” พอลบิลล์ตบหน้าอกและพูด เหตุผลที่เขาพูดว่าเขาไม่มีพลังเพราะเขาหวังว่าเย่เชียนจะริเริ่มเพื่อช่วยเขาและใช้เล่ห์เหลี่ยมของเย่เชียนในการดำเนินการนี้นั่นเอง
อย่างไรก็ตามเย่เชียนจะไม่เข้าใจได้อย่างไร? เย่เชียนสังเกตเห็นความทะเยอทะยานของพอลบิลล์แล้วเมื่อเขาอยู่ในทวีปตะวันออกกลางและพอลบิลล์จะพอใจกับสถานะธรรมดาๆได้อย่างไร? เย่เชียนพูดด้วยรอยยิ้มเล็กน้อยว่า “เป็นการดีที่สุดถ้าคุณคิดแบบนี้และถ้ามีอะไรในอนาคตก็บอกผมตรงๆไม่ต้องเกรงใจผมเป็นคนตรงๆชอบคนตรงไปตรงมา..ผมไม่ชอบให้ใครมาหลอกผม”
พอลบิลล์ผงะไปครู่หนึ่งและยิ้มอย่างขมขื่นและพูดว่า “ผมเข้าใจ..ผมเข้าใจ”
“เอาล่ะหลังจากนี้คุณก็ไปเตรียมสิ่งที่ผมบอกได้เลย” เย่เชียนพูด “มาเถอะ..กินอาหารกันดีกว่าเพราะถ้าเราไม่กินผมคิดว่าเขาจะกกินมันคนเดียวจนหมด” ขณะที่เขาพูดเขาก็หันกลับมามองไปที่เซี่ยเฟยเพราะเขาเอาแต่หยิบช้อนและยัดคาเวียร์เข้าปากทีละช้อนอย่างไม่หยุดยั้ง
“นายรวยแล้วเพราะงั้นนายคงจะเบื่อที่จะกินสิ่งเหล่านี้แล้วใช่ไหมล่ะ..ฉันมันเด็กบ้านนอกไม่เคยกินของแพงแบบนี้เพราะงั้นฉันจะกินมันไม่ให้เหลือเลย” เซี่ยเฟยพูด
พอลบิลล์ไม่สามารถเข้าใจรายละเอียดของเซี่ยเฟยได้และเขาก็ไม่กล้าถามแต่เขาเดาได้ว่าในเมื่ออีกฝ่ายสามารถอยู่กับเย่เชียนได้แบบสบายๆอย่างนี้เขาจะต้องไม่ใช่คนธรรมดาๆอย่างแน่นอน “คุณเย่ถ้าคุณต้องการให้ผมจัดการกับพวกทหารรับจ้างอินทรีขาวก็บอกผมมาตรงๆได้เลยนะครับ..ไม่ว่าจะเงินหรือบบุคลากรผมก็จะสนับสนุนอย่างเต็มที่” พอลบิลล์พูด
“ตอนนี้ยังไม่จำเป็นเพราะมันยังไม่เหมาะเท่าไหร่ที่คุณจะโดดเด่นเกินไปในเวลานี้ไม่อย่างนั้นถ้าลุงจอร์จของคุณรู้เข้ามันจะเลวร้ายมากสำหรับคุณ” เย่เชียนพูด หลังจากหยุดไปชั่วคราวเย่เชียนก็พูดต่อ “อ้อ..มีบางอย่างที่ผมเกือบจะลืมบอกคุณ..นี่คือหลินเฟิงผู้นำองค์กรนักฆ่าเซเว่นคิลชื่อดังระดับโลก..และที่สำคัญผมได้แนะนำคุณบิลล์ให้เขารู้จักเมื่อไม่กี่วันก่อนนี้และมีคนว่าจ้างเขาให้ฆ่าคุณ..บอกเลยว่าถ้าผมไม่โทรหาเขาทันเวลาว่าคุณเป็นเพื่อนของผมล่ะก็ผมเกรงว่าคุณคงจะตายไปแล้ว”
พอลบิลล์อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงและพูดด้วยความประหลาดใจว่า “มีคนต้องการฆ่าผมงั้นเหรอ?”
หลินเฟิงพูดเบาๆ “ใช่..แต่นักฆ่ามีกฎในโลกของนักฆ่าเพราะงั้นผมไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผู้ว่าจ้างได้และนอกจากนี้ ผมก็ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเป็นตัวการที่แท้จริงผมเดาว่ามีคนอื่นอยู่เบื้องหลังอีก..ดังนั้นอีกฝ่ายคือใครมันก็ขึ้นอยู่กับคุณที่จะสืบข้อมูลเหล่านี้เอง..แต่ผมกำลังจะยกเลิกภารกิจนี้และเชื่อว่าพวกเขาจะจ้างนักฆ่ารายใหม่ในอนาคตเพราะงั้นคุณต้องระวังตัวให้ดี”
“พี่หลินพูดถูก..คุณควรระมัดระวังให้มากและสืบหาว่าอีกฝ่ายเป็นใคร” เย่เชียนพูด “เขาเป็นคนตระกูลบิลล์ของคุณหรือคนนอกกันแน่”
พอลบิลล์ขมวดคิ้วเล็กน้อยและพยักหน้าแล้วพูดว่า “ผมไม่คิดว่าจะเป็นคนจากตระกูลบิลล์เพราะสำหรับพวกเขาแล้วผมไม่มีความสามารถในการแข่งขันกับพวกเขาเลยและพวกเขาคงจะไม่มีวันเห็นผมในสายตาเพราะงั้นผมคิดว่าน่าจะเป็นคนนอกที่ว่าจ้างและผมคิดว่าผมอาจจะมีเบาะแสอยู่”
“คุณสามารถตรวจสอบเรื่องนี้ได้ด้วยตัวเอง” เย่เชียนพูด “ในอนาคตคุณควรพยายามมาที่นี่ให้น้อยที่สุดและถ้ามีอะไรเราจะติดต่อคุณทางโทรศัพท์เองเพราะถ้าคนในตระกูลของคุณรู้ว่าคุณอยู่กับผมแบบนี้พวกเขาจะสงสัยคุณและนั่นคงไม่ดีแน่”
“ผมเข้าใจแล้วครับ” พอลบิลล์พูด
“นอกจากนี้ผมอยากให้คุณช่วยตรวจสอบบางอย่างเกี่ยวกับตระกูลบรูนส์ให้หน่อย” เย่เชียนพูด
“ตระกูลบรูนส์?” พอลบิลล์ผงะเล็กน้อยและพูดว่า “คุณเย่มีปัญหาอะไรกับตระกูลบรูนส์หรอครับ?”
“ฉันไม่มีปัญหาอะไรกับพวกเขาหรอกแต่เพื่อให้คุณประสบความสำเร็จในการขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำของตระกูลบิลล์ผมก็ต้องรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับกองกำลังหลักๆในประเทศสหรัฐอเมริกา..เพราะอิทธิพลของตระกูลบิลล์ในประเทศสหรัฐอเมริกานั้นยิ่งใหญ่มากและตระกูลก็กำลังจะเปลี่ยนผู้นำตระกูลดังนั้นมันจะต้องดึงดูดความสนใจของตระกูลอื่นอย่างแน่นอน..เพราะงั้นเราควรให้ความสนใจกับพวกเขามากขึ้น” เย่เชียนพูด
“คุณเย่รอบคอบมากจริงๆ” พอลบิลล์พูด “ฝากเรื่องนี้ให้ผมจัดการได้เลยครับ..อ้อ..อีกอย่างเหมือนผมจะเคยได้ยินข่าวลือมาว่าเมื่อเร็วๆนี้เร็กซ์บรูนส์จากตระกูลบรูนส์กำลังเจรจาธุรกิจขนาดใหญ่กับประเทศเยอรมันและตระกูลบรูนส์ก็ทำธุรกิจค้าอาวุธมาโดยตลอดและบริษัทอาวุธภายใต้ตระกูลบรูนส์ก็เป็นบริษัททางกฎหมายที่ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลของประเทศสหรัฐอเมริกา..นอกจากจะพัฒนาอาวุธบางส่วนให้กับรัฐบาลของสหรัฐอเมริกาแล้วพวกเขายังลักลอบนำเข้าและขายให้กับโลกภายนอกอีกด้วย..ผมคิดว่าเร็วๆนี้เร็กซ์บรูนส์จะต้องเคลื่อนไหวครั้งใหญ่แน่ๆแต่ผมไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคือใครและมีมูลค่าเท่าไหร่”
เร็กซ์บรูนส์คนนี้เย่เชียนจำได้ชัดเจนมากเพราะตอนที่เขาอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาอีกฝ่ายมาคุกคามจ้าวหยาและยิ่งไปกว่านั้นอีกฝ่ายยังส่งคนมาลอบสังหารเขาด้วยแต่เขาเกือบจะลืมเรื่องนี้ไป หลังจากหยุดเล็กน้อยเย่เชียนก็พูดว่า “คุณช่วยสืบหาหน่อยว่าเขาซื้อขายกับใครและซื้อขายอะไรปริมาณเท่าไหร่..ผมต้องการรู้อย่างชัดเจนคุณคงไม่มีปัญหาใช่ไหม?”
“ผมจะลองหาทางดู” พอลบิลล์พูด “แค่ไม่ว่าจะยากแค่ไหนผมจะช่วยหาข้อมูลเหล่านี้มาให้คุณเย่อย่างแน่นอน”
เย่เชียนพยักหน้าเล็กน้อยและไม่พูดอะไรอีก สำหรับเร็กส์บรูนส์แล้วเย่เชียนจะไม่ปล่อยไปเพราะครั้งสุดท้ายที่อีกฝ่ายทำให้เขาต้องโกรธอย่างมากและครั้งนี้เย่เชียนก็ต้องการแก้แค้น อีกอย่างการเจรจาข้อตกลงกับคนในประเทศเยอรมันจนเย่เชียนอดไม่ได้ที่จะยิ้มเพราะนี่เป็นโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตจริงๆ
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จพอลบิลล์ก็ไม่ได้อยู่ในโรงแรมอีกต่อไปและกลับไปจัดการสิ่งที่เย่เชียนได้อธิบายเอาไว้ นี่ไม่ใช่เพื่อตอบแทนเย่เชียนเท่านั้นแต่เพื่อตัวเขาเองด้วย ตอนนี้กำลังของเขาไม่เพียงพอที่จะต่อสู้กับจอร์จและอีแวนส์ได้และเขาไม่สามารถต่อสู้กับใครในตระกูลบิลล์ได้ด้วยซ้ำ ดังนั้นเขาต้องพึ่งพาความแข็งแกร่งของเย่เชียนซึ่งเขาก็ยังชัดเจนด้วยว่าความแข็งแกร่งของเย่เชียนนั้นไม่ใช่สิ่งที่เขาจะสั่นคลอนได้และสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเป็นลูกผู้ชายที่รู้สิ่งต่างๆอย่างดีเพราะหากเขาต้องการได้บางอย่างเขาก็ต้องจ่ายบางอย่างและใช้ประโยชน์จากมัน เขาเชื่อว่าหากเย่เชียนมีความสามารถในการพาเขาไปสู่จุดสูงสุดได้เขาก็มีความสามารถมากพอที่จะช่วยเย่เชียนได้เช่นกัน
เมื่อคิดดูแล้วตำแหน่งของเขาในตระกูลบิลล์ก็ต่ำต้อยมากและไม่คู่ควรที่จะให้เย่เชียนมาร่วมมือกับเขาได้เลย เขาเชื่อว่าไม่ว่า เย่เชียนจะพยายามร่วมมือกับสมาชิกคนใดในตระกูลบิลล์เขาก็กลัวว่าอีกฝ่ายจะปฏิเสธได้ยากใช่ไหม? ดังนั้นนี่จึงเป็นโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตสำหรับเขาเพราะในเมื่อเย่เชียนเลือกเขาแล้วเขาก็ควรจะเข้าใจสิ่งต่างๆให้ดี
หลังจากเฝ้าดูพอลบิลล์จากไปเซี่ยเฟยก็เม้มปากเล็กน้อยแล้วพูดว่า “นายจะช่วยเขาให้เป็นผู้นำตระกูลบิลล์ยังไง”
“นายมีคำแนะนำอะไรดีๆไหมล่ะ” เย่เชียนถามกลับ
“คำแนะนำอะไรล่ะฉันมาที่นี่เพื่อเรียนรู้จากนายเพราะงั้นฉันจึงเอาแค่ตากับหูมาไม่ใช่ปาก..ส่วนนายต้องแสดงให้ฉันเห็นว่านายเก่งแค่ไหนและให้ฉันตั้งใจเรียนรู้จากนายซะ” เซี่ยเฟยพูด
“ไร้สาระจริงๆ..นายนี่ชอบเยาะเย้ยฉันอยู่เรื่อย” เย่เชียนกลอกตาไปมาและพูดว่า “ฉันยังไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง..เอาไว้ค่อยคุยกันหลังจากได้ข้อมูลของพอลบิลล์ก็แล้วกัน” หลังจากหยุดไปชั่วคราวเย่เชียนก็หันไปมองหลินเฟิงแล้วพูดว่า “พี่หลินช่วยโทรไปยกเลิกภารกิจที..เพราะผมสัญญากับเขาเอาไว้แล้วว่าจะช่วยเขาเพราะงั้นผมต้องขอโทษพี่หลินจริงๆ”
“ไม่มีปัญหาหรอก..ก็แค่องค์กรเซเว่นคิลจะสูญเสียความเชื่อใจไปเท่านั้นเอง” หลินเฟิงส่ายหัวเล็กน้อยและพูดด้วยรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์
.
.
.
……………