ยอดยุทธ์ยุคดวงดาว - บทที่ 25 พวกนายมันอ่อนแอ
ภายในห้องทำงาน มีเสียงแปลกประหลาดดังขึ้น
สามสิบวินาทีต่อมา
เลขาสาวผุดลุกขึ้นพร้อมไออย่างรุนแรง
เธอใช้ลิ้นเลียริมฝีปาก แล้วกลืนสิ่งที่อยู่ในปากลงคอ
จากนั้นพูดด้วยเสียงออดอ้อน “กลืนแล้วค่ะ… ผู้จัดการเยี่ย เกิด
อะไรขึ้นคะ หรือว่าให้ฉันช่วยคิดหาทางออกดีไหม?”
เยี่ยเซียงพ่นลมหายใจด้วยความพึงพอใจ รัดเข็มขัด แล้วก็เล่า
เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้ฟัง
“จะยึดสลัมสินะคะ”
เลขาสาวหัวเราะเบา ๆ “เรื่องนี้จัดการง่ายมาก หลี่เซี่ยวเฟยฆ่าตู๋
กูเชวีย แสดงว่าเขามีค่ามากกว่าตู๋กูเชวีย แค่ควบคุมหลี่เซี่ยวเฟย
เท่านี้ก็ดำเนินการแผนในสลัมได้เหมือนเดิมแล้วค่ะ”
เยี่ยเซียงดวงตาเป็นประกายแต่ก็ส่ายหัวอีกครั้ง “เด็กนั่น
โหดเหี้ยมเกินไป ควบคุมไม่ได้หรอก แถมยังมีเจ้าบ้าเฉินคอยปกป้อง
มันอีก”
เลขาสาวใช้กระดาษทิชชูซับมุมปากแล้วหัวเราะคิกคัก “เรื่องนี้ก็
จัดการง่ายมากค่ะ”
“มนุษย์ทุกคนล้วนมีจุดอ่อน”
“หลี่เซี่ยวเฟย ถือคติว่าความซื่อสัตย์สำคัญที่สุด จริง ๆ แล้ว
จัดการได้ง่ายมาก”
“เช่น จับเพื่อนและญาติของเขามา ถ้ายังไม่เชื่อฟังก็ฆ่าสักสอง
สามคน ใช้ไม้แข็งสลับไม้อ่อนสักพัก เดี๋ยวเขาก็ยอมอยู่เฉย ๆ เองค่ะ”
“ถ้าควบคุมไม่ได้จริง ๆ ก็ตั้งค่าหัวแล้วฆ่าซะ การเปลี่ยนตัวผู้นำ
ใหม่ก็สามารถควบคุมสลัมได้เหมือนกัน”
“ส่วนเจ้าบ้าเฉินจัดการง่ายยิ่งกว่า”
“ผู้จัดการเยี่ยแค่สัญญาว่าตัวเองจะไม่ยุ่งกับหลี่เซี่ยวเฟย แต่
ไม่ได้บอกว่าคนอื่น ๆ ในตระกูลเยี่ยจะไม่ยุ่งนี่คะ”
“ทำเรื่องให้แนบเนียนหน่อย เขาไม่มีทางรู้หรอกค่ะ”
เธอวิเคราะห์อย่างเป็นขั้นเป็นตอน
ดวงตาของเยี่ยเซียงเป็นประกาย
เข้าท่าดีนี่
“เอาอย่างนั้นแหละ”
เขาเรียกผู้จัดการฝ่ายรักษาความปลอดภัยของโรงแรมมา แล้ว
สั่งการอย่างละเอียด
…
สามวันต่อมา
อากาศแจ่มใส ลมพัดโชยเบา ๆ
โรงเรียนมัธยมปลายหงฉี
หลี่เซี่ยวเฟยปรากฏตัวที่หน้าโรงเรียนตามนัด
โรงเรียนครอบคลุมพื้นที่หกหมื่นตารางเมตร อาคารคอนกรีต
เสริมเหล็ก อายุมากกว่าหนึ่งร้อยสามสิบปี โดนแดดและฝนจนดู
เก่าแก่
“เฮ้ ๆ ๆ เธอเป็นใคร มายืนทำอะไรลับ ๆ ล่อ ๆ มาหาใคร?”
ชายชราคนหนึ่งสวมเครื่องแบบเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
พร้อมแว่นสายตา เดินออกมาจากป้อมยาม
“ผมตามหาผู้อำนวยการเฉินครับ”
หลี่เซี่ยวเฟยเดินเข้าไปหาพร้อมพูดว่า “เขาให้ผมมาที่นี่วันนี้เพื่อ
มาจัดการเรื่องเอกสารเข้าเรียน”
“เธอคือหลี่เซี่ยวเฟยใช่ไหม?”
ชายชราสวมแว่นสายตามองเขาขึ้นลงและพยักหน้า “ผู้
อำนวยการเฉินพาทีมหัวกะทิไปฝึกที่นอกฐานวันนี้ ก่อนที่เขาจะไป
ได้ฝากเรื่องของเธอเอาไว้กับฉัน ตามฉันมาสิ”
จากนั้นก็พาหลี่เซี่ยวเฟยเดินเข้าไปในโรงเรียน พื้นในโรงเรียนปู
ด้วยซีเมนต์ แทบไม่มีต้นไม้เลย
จริง ๆ แล้ว ทั้งฐานหลิวเหอก็เป็นแบบนี้ เพราะขาดแคลนน ้าอย่าง
หนัก จึงแทบไม่เห็นต้นไม้ในเมือง สภาพอากาศก็แห้งแล้งและเต็มไป
ด้วยฝุ่น
“ปู่ครับ ปู่แซ่อะไรครับ”
หลี่เซี่ยวเฟยถามขึ้น
“ฉันแซ่ฉิน”
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยชราตอบโดยไม่หันกลับมามอง
“เรียกฉันว่าปู่ฉินก็พอ”
“ปู่ฉินครับ ผู้อำนวยการเฉินจะกลับมาเมื่อไหร่ครับ”
“ออกไปตั้งแต่บ่ายเมื่อวาน คาดว่าจะกลับมาพรุ่งนี้เช้า”
“นานขนาดนั้นเลยเหรอครับ แต่ว่า ไม่ใช่ว่ามีสัตว์ร้ายดวงดาว
มากมายนอกฐานและอันตรายมากเหรอครับ”
“อีกครึ่งเดือนก็จะถึงการประชันเทพสงครามระดับมัธยมปลายใน
ฐานหลิวเหอแล้ว โรงเรียนอยากได้ผลการแข่งที่ดี ก็ต้องไปฝึกฝนใน
สภาพแวดล้อมอันตราย รวมถึงกระตุ้นศักยภาพด้วย”
“การประชันเทพสงครามระดับมัธยมปลายเหรอครับ”
“ใช่ ในฐานมีทีมเข้าร่วมทั้งหมดสามสิบสองทีม ทรัพยากร
สนับสนุนที่โรงเรียนจะได้มากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับผลการแข่งขัน
นี้”
“แล้วโรงเรียนเราล่ะครับ ผลเป็นยังไง?”
“ที่หนึ่ง”
“เก่งขนาดนั้นเลยเหรอครับ?”
“อันดับสุดท้าย”
“เอ่อ…”
หลี่เซี่ยวเฟยพูดไม่ออก โรงเรียนมัธยปลายหงฉีแย่ขนาดนั้นเลย
เหรอ หรือว่าเขาโดนเฉินเฝ่ยหลอกมา
“ทำไมถึงไม่เห็นนักเรียนคนอื่นในโรงเรียนเลยล่ะครับ?”
เขาจำต้องเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
ปู่ฉินกล่าว “วันนี้มีนักเรียนจากสถาบันฉีเซินมาท้าประลอง ทุก
คนก็เลยพากันไปดูการต่อสู้น่ะ”
สถาบันฉีเซิน?
ชื่อคุ้นหูจัง
หลี่เซี่ยวเฟยครุ่นคิดเล็กน้อย จากนั้นก็จำได้ในทันทีว่านี่ไม่ใช่
สถาบันผู้ดีที่จงหลิงอยู่เหรอ?
“ปู่ฉิน พวกเราไปดูกันไหมครับ?”
เขาเกิดสนใจขึ้นมา
แต่ใครจะรู้ว่าปู่ฉินจะส่ายหัว “ไม่ได้ ต้องจัดการเรื่องการ
ลงทะเบียนเข้าเรียนก่อน ถึงจะมีสิทธิ์เข้าไปชมได้”
ดังนั้น ภายใต้การนำของปู่ฉิน หลี่เซี่ยวเฟยก็ได้ทำบัตรนักเรียน
รับสมุดเรียนอิเล็กทรอนิกส์และรับชุดนักเรียนพร้อมของใช้ใน
ชีวิตประจำวันอื่น ๆ อย่างรวดเร็ว
บัตรนักเรียนฝังชิป ซึ่งสามารถใช้เป็นทั้งบัตรอาหาร บัตรเข้า
หอพัก กุญแจห้อง บัตรซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ตในโรงเรียน และยัง
ใช้เป็นบัตรประจำตัวนอกโรงเรียนได้อีกด้วย
เมื่อมีบัตรประจำตัวนี้ หลี่เซี่ยวเฟยก็สามารถทำกิจกรรมนอก
สลัมได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
“ปู่ ปู่ไม่ได้เป็นแค่ยามเหรอ ทำไมมาจัดการเรื่องการลงทะเบียน
เข้าเรียนได้ด้วย”
หลังจากหลี่เซี่ยวเฟยเปลี่ยนเป็นชุดนักเรียนแล้วก็อดถามไม่ได้
ปู่ฉินถอดป้ายชื่อบนหน้าอกออก แล้วเปลี่ยนเป็นอีกป้ายหนึ่ง
พร้อมกล่าว “แนะนำตัวใหม่อย่างเป็นทางการ ฉินเต๋อเวย หัวหน้า
ฝ่ายวิชาการของโรงเรียนมัธยมปลายหงฉี”
หลี่เซี่ยวเฟยมองป้ายชื่อบนหน้าอก ‘หัวหน้าฝ่ายวิชาการ’ ที่ปู่
ฉินเพิ่งเปลี่ยนใหม่ใต้แสงแดดแล้วคิดหนัก
สถานการณ์ดูไม่ค่อยปกติ
ลางสังหรณ์ที่บอกว่าตนตกหลุมพรางยิ่งชัดเจนมากขึ้น
“ปู่ ผมโดนหลอกรึเปล่าเนี่ย?”
เขาถามเสียงจริงจัง
ปู่ฉินก็ตอบอย่างจริงใจ “น่าจะใช่”
“งั้นตอนนี้ผมลาออกทันไหม?”
“ฮ่า ๆ หลังจากลงทะเบียนแล้ว ก็ถือว่าเป็นคนของโรงเรียนมัธยม
ปลายหงฉี ต่อให้ตายก็เป็นผีของโรงเรียนมัธยมปลายหงฉี”
“ปู่ ช่วยใจกว้างหน่อยเถอะ”
“ไม่ได้ ๆ เฉินเฝ่ยเพิ่งหลอกล่อให้นักเรียนเข้ามาได้หนึ่งคน ถ้า
ฉันทำหลุดมือ ฉันคงกลายเป็นคนบาปของโรงเรียนมัธยมปลายหงฉี
แน่ ๆ”
“ปู่ ผมอยากถามว่า โรงเรียนของเรามีนักเรียนทั้งหมดกี่คน?”
“โรงเรียนของเราครอบคลุมพื้นที่เก้าสิบหมู่*[1] มีห้องเรียน
ทั้งหมดห้าสิบห้อง ซึ่งรวมถึงห้องคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่สี่ห้อง
ห้องปฏิบัติการผ่าตัดระดับชีวภาพสามสี่ห้อง…”
“ปู่ ผมถามว่ามีนักเรียนกี่คน?”
“โอ้ ใช่ ยังมีสนามฝึกซ้อมมาตรฐานระดับสามสองแห่ง หอพัก
นักเรียนสามร้อยห้าสิบเอ็ดห้อง โรงอาหารสี่แห่ง”
“ปู่ครับ ใส่เครื่องช่วยฟังอยู่รึเปล่าเนี่ย ผมถามว่ามีนักเรียนกี่
คน?”
“เฮ้อ เจ้าหนูนี่ ยังไม่เข้าใจอีกเหรอ ถ้ามีนักเรียนเยอะ ฉันต้อง
เปลี่ยนหัวข้อไปเรื่อย ๆ อย่างนี้เหรอ”
“แม่ง…”
“พูดคำหยาบต่อหน้าอาจารย์ฝ่ายปกครองแบบนี้จะโดนหัก
คะแนนความประพฤติได้นะ”
“ขอโทษครับ”
“ไม่เป็นไร ไปกันเถอะ เธอจะไปดูการประลองไม่ใช่เหรอ”
“ครับ… แล้วมีนักเรียนทั้งหมดกี่คนครับ”
“รวมเธอด้วยก็หกสิบเอ็ดคน”
“แม่ง น้อยชะมัด”
“พูดคำหยาบอีกแล้วนะ ฉันจะหักคะแนนเธอจริง ๆ แล้วนะ”
“ขอโทษครับ”
ไม่นานนัก ทั้งสองก็มาถึงสนามฝึกซ้อมทางทิศใต้
สนามแห่งนี้กว้างใหญ่และดูอลังการมาก ครึ่งหนึ่งเป็นพื้นซีเมนต์
แข็ง ส่วนอีกครึ่งเป็นพื้นยางสังเคราะห์พิเศษ มีเครื่องออกกำลังกาย
ประเภทต่าง ๆ วางอยู่เป็นโซนแยกจากกัน
ถึงแม้จะดูเก่าแก่ตามกาลเวลา แต่ทุกอย่างก็ได้รับการดูแลรักษา
เป็นอย่างดี
ตรงกลางสนามซีเมนต์มีหลุมทรงกลมขนาดใหญ่คล้ายสนาม
ประลอง มีขั้นบันไดปูนวนลงไปทั้งหมดยี่สิบเอ็ดขั้น ซึ่งเป็นที่นั่ง
สำหรับชมการแข่งขัน
ขณะนี้ นักเรียนสองกลุ่มนั่งอยู่บนขั้นบันไดฝั่งทิศเหนือและทิศ
ใต้
นักเรียนฝั่งทิศใต้มีทั้งหมดห้าสิบสองคน สวมชุดนักเรียนสีขาว
ดำของโรงเรียนมัธยมปลายหงฉี
ฝั่งทิศเหนือนั่งอยู่เก้าคน สวมชุดต่อสู้สีขาวบริสุทธิ์พร้อมอาวุธ
ครบครัน พวกเขาคือเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ดาวรุ่งของสถาบันฉีเซิน
ในกลุ่ม มีชายหนุ่มรูปงามคุ้นหน้า ชายหนุ่มที่ขับรถพาจงหลิงไป
วันนั้น โจวอี้โหยว ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นหัวหน้าทีมของสถาบันฉีเซิน
ตรงพื้นที่ต ่าสุดด้านล่างเป็นสนามประลองขนาดเส้นผ่าน
ศูนย์กลางห้าสิบเมตร ขณะนี้การต่อสู้กำลังดำเนินอยู่
“รุ่นพี่หวัง สู้ ๆ!”
“สู้ ๆ!”
นักเรียนโรงเรียนมัธยมปลายหงฉีต่างตะโกนเชียร์สุดเสียง
แต่สถานการณ์ในสนามประลองกลับไม่ค่อยดีนัก
หวังอวี่ถิง ตัวแทนของโรงเรียนมัธยมปลายหงฉี กำลังถูกคู่ต่อสู้ที่
อายุน้อยกว่าสองปีไล่ต้อน เหมือนแมวหยอกหนู
รัศมีพลังดวงดาวส่องประกาย
เสียงระเบิดดังกึกก้องทั่วสนาม
ตู้ม!
เสียงดังสั่นสะเทือน
หวังอวี่ถิงล้มลงบนพื้น นอนนิ่งไม่ไหวติง
ฝั่งตรงข้าม
ฉีอี๋เชี่ยนจากสถาบันฉีเซินหรี่ตามองอย่างดูถูก พลางเย้ยหยัน
“ฝีมือของตัวแทนโรงเรียนมัธยมปลายหงฉีมีแค่นี้เหรอ ฮ่า ๆ อ่อนแอ
สิ้นดี อ่อนแอจนน่าสมเพช”
[1] หน่วยวัดของจีน 1 หมู่ ประมาณ 666.66 ตารางเมตร