ยอดยุทธ์ยุคดวงดาว - บทที่ 51 สามความปรารถนาอันยิ่งใหญ่
เริ่มซื้อของกันเถอะ
ไม่ว่ายังไง ก็ยังมีตรา ‘ระดับเหนือเทพ’ อยู่ ซื้อของประเภทอาวุธ
สามารถลด 10-20% ตลอดชีวิต
ถึงแม้ฉันจะใช้เงินไป แต่ก็ยังได้กำไรอยู่ดี
หลี่เซี่ยวเฟยซื้อชุดอุปกรณ์การแพทย์มูลค่าหนึ่งพันเหรียญ
ดวงดาว ให้น้าก่อน รวมไปถึงเสื้อผ้าที่ทนทานและสวมใส่สบายอีก
สองชุด
แล้วก็ซื้ออุปกรณ์การเรียนและเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เสี่ยวเจี๋ย และ
นักเรียนคนอื่นในสลัมอีกหกคน
หลังจากนั้นก็ถึงเวลาตามใจตัวเอง
เขาใช้สองพันเหรียญดวงดาว ซื้อเสื้อเกราะซ่อนที่ทำจาก
ไทเทเนียม
ทุ่มเงินอีกสามพันเหรียญดวงดาว ซื้อชุด ‘หร่วนกังรุ่นสาม’ สีดำ
บริเวณหัวไหล่ ข้อศอก หน้าอก แผ่นหลัง เป้า ก้น หัวเข่า ข้อเท้า
และบริเวณสำคัญอื่น ๆ ล้วนมีการป้องกันด้วยหนังสัตว์ร้ายต่างดาว
ระดับหนึ่ง ‘แรดเขาเหล็กยักษ์’ ซึ่งมีการกล่าวขานว่าหนังของมันหนา
มาก สามารถทนทานได้ทั้งดาบและคมหอก รวมถึงทนน ้าทนไฟ
ห้าพันเหรียญดวงดาวจ่ายไปอย่างคุ้มค่า
ซื้อยาพลังดวงดาวรุ่นสี่ ยี่ห้อ ‘ซิงฮุย’ อีกสี่ขวด
จ่ายไปอีกหกหมื่นเหรียญดวงดาว
เดิมที หลี่เซี่ยวเฟยต้องการซื้อแก่นดารามาลองใช้
ทว่าพลังงานที่อยู่ในแก่นดารานั้นมีปริมาณมาก แต่ร่างกาย
มนุษย์ไม่สามารถดูดซับและนำมาใช้ได้โดยตรง หากต้องการดึง
พลังงานออกมาจะต้องซื้ออุปกรณ์บ่มเพาะพลังดวงดาวโดยเฉพาะ
ซึ่งราคาก็แพงมาก
เกินกว่าที่หลี่เซี่ยวเฟยจะจ่ายไหว
ดังนั้นจึงต้องล้มเลิกความคิดนี้ไป
ขณะที่เลื่อนดูสินค้า ก็มีชุดเกราะหมัดชื่อว่า ‘มังกรเพลิง’ ปรากฏ
ขึ้นบนหน้าจอ ดึงดูดความสนใจของหลี่เซี่ยวเฟยทันที
ลักษณะภายนอกเป็นสีทองแดง เหมือนถุงมือธานอส แต่การ
ออกแบบดูประณีตบรรจงกว่า โดยใช้ระบบขับเคลื่อนพลังงาน
ดวงดาวขนาดเล็ก ซึ่งเป็นระบบสากลในปัจจุบัน ทำให้เพิ่มพลังการ
ต่อสู้ได้สูงถึง 20%
เข้าได้ดีมากกับหมัดวัชระ
เมื่อดูราคา
“สองหมื่นเหรียญดวงดาว… คราวหน้าค่อยซื้อละกัน”
หลี่เซี่ยวเฟยตัดใจไม่ซื้อ
หนทางการใช้เงินไร้ที่สิ้นสุด
อยากจะเก่งขึ้นก็ต้องใช้เงินอีก
แต่ถึงอย่างนั้นก็ควรเริ่มคิดได้แล้วว่าจะใช้อาวุธประเภทไหนใน
อนาคต
ใช้กระบี่ก็เท่
ใช้ดาบก็ดูโหด
ใช้ทวนก็เจาะทะลุทุกสิ่ง
อาวุธทั้งสามชิ้นนี้ เมื่อห้าร้อยปีก่อน หลี่เซี่ยวเฟยเคยฝึกมาแล้ว
และชอบมากด้วย
แต่ในเวลานั้น อาจารย์ทุกท่านต่างก็ว่า การฝึกฝนย่อมต้อง
มุ่งเน้นไปในทางใดทางหนึ่ง ไม่ควรถือเอาความโลภ กระบี่ทวนธนู
ล้วนเริ่มต้นได้ง่ายดาย แต่หากปรารถนาความสำเร็จขั้นสูงสุด
จำเป็นต้องแลกด้วยเวลาและแรงกายมหาศาล
พลังกายของคนเราย่อมมีขีดจำกัด
หากโลภมากเกินไปก็จะเคี้ยวไม่แหลก
ประโยคนี้ ไม่ว่าในยุคสมัยไหนล้วนเป็นความจริง
ทว่าตอนนี้ แตกต่างไปแล้ว
“ฉันมีวิหารกาลเวลาอยู่”
หลี่เซี่ยวเฟยเปี่ยมล้นด้วยความทะเยอทะยาน
เขามีเวลามากกว่าคนอื่นหลายสิบเท่า
ดาบ ทวน กระบี่
เขาปรารถนาที่จะฝึกควบคู่กันไป
และจะต้องบรรลุขั้นสุดยอดทั้งสามสิ่งนี้
เมื่อมีความคิดดังกล่าว หลี่เซี่ยวเฟยจึงตัดสินใจได้
เขาใช้ห้าร้อยเหรียญดวงดาว ซื้อดาบกระบี่ทวนอย่างละหนึ่งเล่ม
ล้วนเป็นอาวุธที่ทำจากเหล็กกล้าสำหรับฝึกหัดทั่วไป
ด้วยราคาที่ผิดเพี้ยนในปัจจุบัน สิ่งของทั้งสามอย่างนี้รวมกัน ยัง
มีค่าไม่เท่ากับมะเขือเทศหนึ่งผลด้วยซ ้า
เมื่อใช้จ่ายไปเช่นนี้ หนึ่งแสนเหรียญดวงดาวที่เพิ่งได้มาเหลือไม่
มากแล้ว
เป็นการซื้อทางออนไลน์โดยไม่เผยตัวตน จึงไม่ต้องกังวลเรื่อง
การเปิดเผย
เขาออกจากโลกเครือข่าย เตรียมตัวกลับบ้าน
ห้องโฮสต์คอมพิวเตอร์เงียบสงัด
ฟางปู้อี๋ ไป๋หลงเฟยและสมาชิกคนอื่น ๆ ยังคงนอนอยู่ในห้อง
บังคับการและไต่อันดับอย่างต่อเนื่อง
ผ่านไปกี่วันแล้วก็ไม่รู้ ไม่เห็นพวกเขาออกจากเครื่องเลย
หลี่เซี่ยวเฟยแอบเป็นห่วงนิด ๆ เขากลัวเด็กพวกนี้จะเป็นเหมือน
เด็กติดเกมเมื่อห้าร้อยปีก่อน เกิดจู่ ๆ ตายกะทันหันจะทำยังไง?
พอดีกับที่ประตูถูกผลักเปิด
เยี่ยนชื่ออวี่ หัวหน้าสาวถือไม้เท้าเข้ามา
บนใบหน้าเย็นชาปรากฏรอยยิ้มแจ่มใสที่หาได้ยาก
เพราะหมอประจำโรงเรียนบอกกับเธอว่า อาการบาดเจ็บฟื้นตัว
ได้ดี ในที่สุดก็อนุญาตให้เธอเข้าสู่โลกเครือข่ายบนคอมพิวเตอร์
ควอนตัม เพื่อไต่อันดับบนบันไดสวรรค์ได้แล้ว
เมื่อเห็นรอยยิ้มของเยี่ยนชื่ออวี่ หลี่เซี่ยวเฟยต้องตะลึงเล็กน้อย
หัวหน้าทีมสาวผู้นี้ มีชื่อเสียงในเรื่องของความเคร่งขรึม เวลา
ปกติมักจะทำหน้าบึ้งแทบตลอดเวลา มีพลังกดดันมหาศาล แต่เมื่อ
เธอหัวเราะ ใบหน้าก็ปรากฏความอ่อนหวานของเด็กสาว เปี่ยมล้นไป
ด้วยความมีชีวิตชีวาของวัยเยาว์
ในเวลาเดียวกัน เยี่ยนชื่ออวี่ก็สังเกตเห็นหลี่เซี่ยวเฟยที่กำลังมอง
มา
รอยยิ้มบนใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังทันที
เย็นชาราวน ้าแข็ง เสน่ห์ดั่งดอกท้อ
เธอส่งเสียงเบา ๆ แล้วเดินไปยังที่นั่งของตัวเอง เข้าสู่โลก
เครือข่ายทันที
หลี่เซี่ยวเฟยงุนงงเล็กน้อย
ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงได้ตั้งแง่กับเขานัก
หรือเธอเกลียดผู้ชายรูปหล่อ?
หลี่เซี่ยวเฟยยักไหล่ไม่สนใจ
แล้วก็จากไป
…
เวลาผันผ่านวันแล้ววันเล่า
หลี่เซี่ยวเฟยเดินทางไปมาระหว่างโรงเรียนและสลัม
ชีวิตความเป็นอยู่ที่ลำบากยากจน
แต่ยังคงมีชีวิตชีวา
หลังจากที่เยี่ยเซียงถูกส่งเข้าห้อง ICU เขาก็ไม่ได้ตั้งค่าหัวอีก จึง
ไม่มีนักผจญภัยมาดักโจมตีหลี่เซี่ยวเฟย
ซึ่งเป็นการยืนยันได้ว่าผู้ตั้งค่าหัวต้องเป็นเยี่ยเซียงอย่างแน่นอน
หลี่เซี่ยวเฟยจะไม่ละความพยายามนี้อย่างแน่นอน
เขาตั้งใจไว้ว่าจะต้องกำจัดสุนัขแก่ตัวนี้ให้ได้
ปล่อยมันไว้ก็เหมือนกับระเบิดเวลา
ยิ่งไปกว่านั้น หลี่เซี่ยวเฟยยังเพิ่มความระมัดระวังต่อตระกูลเยี่ย
เยี่ยเซียงเป็นผู้บริหารระดับสูงของตระกูลเยี่ย เพราะเขาถูกส่งตัว
เข้า ICU ตระกูลเยี่ยซึ่งเป็นตระกูลใหญ่ที่มีอำนาจ ย่อมสมาชิกบาง
คนในตระกูลแค้นเคือง
และหลี่เซี่ยวเฟยยังสงสัยว่าบางทีการกระทำต่าง ๆ ที่มุ่งมาที่เขา
นั้น อาจมีเบื้องหลังเป็นคนอื่น ๆ ในตระกูลเยี่ย
โดยสรุป ในยุคแห่งความโหดเหี้ยมไร้เมตตาเช่นนี้ ความ
ระมัดระวังย่อมไม่มีวันทรยศ
สามวันผ่านไป
สินค้าที่หลี่เซี่ยวเฟยสั่งซื้อทางออนไลน์ก็ยังไม่มาถึง
แต่สลัมได้ต้อนรับ ‘วันแห่งการเก็บเกี่ยว’
เนื่องจากทีมล่าสัตว์ได้กลับมาแล้ว
แม้ว่าจะเป็นการล่าสัตว์ครั้งแรกที่จัดโดยกองกำลังในสลัม แม้จะ
ขาดประสบการณ์ แต่ก็ยังได้ผลลัพธ์ที่ดี
ล่าสัตว์ร้ายต่างดาวได้ทั้งสิ้นสามสิบเจ็ดตัว
เก็บเกี่ยวสมุนไพรได้สิบสองชนิด รวมน ้าหนักประมาณสามร้อย
สี่สิบกิโลกรัม
พบพืชพรรณหายากหรือใช้งานได้มากกว่ายี่สิบชนิด รวมแล้ว
ประมาณหกพันกิโลกรัม
รวมถึงสินค้าจากสัตว์ร้ายต่างดาวอย่างกระดูก หนังสัตว์ มีจน
เต็มรถบรรทุก
สิ่งเหล่านี้เป็นสินค้าที่สามารถแลกเปลี่ยนได้
นำไปแลกโจ๊กธัญพืชสังเคราะห์ ยา และทรัพยากรการฝึกฝน
ฯลฯ ในเขตปกครองพิเศษ เพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ในสลัมได้เป็นอย่าง
มาก
นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
แต่แน่นอนว่าหลีกเลี่ยงการสูญเสียไม่ได้
ทีมนักล่าสูญเสียไปไม่น้อย
มีเก้าคนจบชีวิตลงในการล่าครั้งนี้
มีหกคนได้รับบาดเจ็บสาหัสจนพิการ
คนอื่น ๆ ก็แทบจะได้รับบาดเจ็บกันถ้วนหน้า
ญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตต่างร ่าไห้
ช่วงเวลาหลายร้อยปีที่ผ่านมา พิสูจน์ซ ้าแล้วซ ้าเล่าว่า ในสลัม
แห่งนี้ สถานที่ที่เหมือนกับท่อระบายน ้า หากครอบครัวใดต้องสูญเสีย
เสาหลัก คนทำงานหาเลี้ยงครอบครัวไป ชีวิตความเป็นอยู่ก็จะ
ลำบากขึ้นเป็นร้อยเท่า
แต่เมื่อพวกเขาสิ้นหวัง หลี่เซี่ยวเฟยก็ปรากฏตัวขึ้น