ยอดยุทธ์ยุคดวงดาว - บทที่ 53 ท้าทายอย่างเปิดเผย
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภายใต้การเติบโตของมหาอำนาจ
สาธารณรัฐเจี๋ยเผิงได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง หันมาจับจ้อง
ดินแดนและทรัพยากรของต้าเซี่ย ทำให้เกิดการปะทะกันระหว่างทั้ง
สองฝ่าย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเกิด
สงครามขึ้นหลายครั้ง
แม้ในปัจจุบันทั้งสองรัฐได้ลงนามในข้อตกลงสันติภาพ
สถานการณ์สงบลงชั่วคราว แต่การเป็นศัตรูกันในหมู่ประชาชนนั้น
ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
ภายใต้ภูมิหลังดังกล่าว หน่วยงานการศึกษาแห่งฐานหลิวเหอทำ
เช่นนี้ เดิมทีชาวเน็ตที่เยาะเย้ยโรงเรียนมัธยมปลายหงฉีจึงเริ่มเดือด
ดาล พร้อมใจกันแห่ไปที่เว็บไซต์ของหน่วยงานการศึกษา เพื่อเริ่ม
วิพากษ์วิจารณ์และโจมตี
ไม่นาน รองผู้อำนวยการหน่วยงานการศึกษา ลั่วชางเหอ
ผู้รับผิดชอบพิธีเปิดในครั้งนี้ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว
สถานีโทรทัศน์
“ก็โทษได้แต่โรงเรียนมัธยมปลายหงฉีที่ไม่เจียมตัว” รองหัวหน้า
กรมปรากฏตัวพร้อมความเจ็บปวดผ่านเลนส์กล้อง “พวกเขาคือคนที่
ไม่รักษาเก้าอี้ของตัวเองไว้เอง”
เมื่อวาทะนี้หลุดออกไป ปวงชนที่รับชมการถ่ายทอดสดต่างมึนงง
นี่จะมาโทษโรงเรียนมัธยมปลายหงฉีได้อย่างไร?
พวกเขาไม่ใช่เหยื่อหรือ?
รองผู้อำนวยการหน่วยงานการศึกษา ลั่วชางเหอ อธิบายด้วย
ความรู้สึกสิ้นหวังผ่านเลนส์กล้อง “ในคณะทูตสาธารณรัฐเจี๋ยเผิง มี
นักเรียนมัธยมปลายสองคนที่ต้องการเข้าร่วมพิธีเปิดเป็นการ
ชั่วคราว พวกเขาทำตามธรรมเนียมโบราณของต้าเซี่ย ท้าทาย
ตัวแทนของโรงเรียนมัธยมปลายหงฉี แต่เยี่ยนชื่ออวี่ นักเรียนของ
โรงเรียนมัธยมปลายหงฉีไม่กล้าเผชิญหน้า ไม่รักษาที่นั่งของตัวเอง
ไว้… หน่วยงานการศึกษาของเราก็รู้สึกเจ็บปวด แต่ก็ไม่อาจทำอะไร
ได้”
หลังจากการสัมภาษณ์ครั้งนี้เผยแพร่ออกไป หลายฝ่ายก็รู้สึก
ตกใจ
ที่แท้ความจริงเป็นเช่นนี้
ถ้าพูดกันอย่างนั้น แสดงว่าไม่สามารถตำหนิหน่วยงาน
การศึกษาได้จริง ๆ
ถ้าจะโทษ ก็ต้องโทษว่าโรงเรียนมัธยมปลายหงฉีห่วยเกินไป
แม้กระทั่งเก้าอี้ของตัวเองก็ยังรักษาไว้ไม่ได้
โรงเรียนมัธยมที่ห่วยแตกเช่นนี้ มีสิทธิ์อะไรที่จะดำรงอยู่?
ทำให้ผู้ฝึกยุทธ์ของต้าเซี่ยต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง
ด้วยเหตุนี้ ชาวเน็ตที่โกรธแค้นจึงบุกเข้าไปที่เว็บไซต์ของ
โรงเรียนมัธยมปลายหงฉี แล้วเริ่มด่าทออย่างหยาบคาย เยาะเย้ยถาก
ถางอย่างถึงที่สุด
น ้าลายท่วมท้นโรงเรียนมัธยมปลายหงฉีในทันที
เหล่านักเรียนสับสน
พวกเขาไม่เคยฝันมาก่อนว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นนี้
เพียงพริบตา เฉินเฝ่ย เยี่ยนชื่ออวี่ ทั้งสองก็กลายเป็นที่ถูก
วิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงในโลกเครือข่าย
ถึงแม้นักเรียนของโรงเรียนมัธยมปลายหงฉีจะพยายามโต้แย้ง
แต่เสียงอันน้อยนิดก็ถูกกลืนหายไปในมหาสมุทรแห่งถ้อยคำของ
สาธารณชน
ในยามนี้ ประกาศอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานการศึกษาจึง
ดึงดูดความสนใจของผู้คนจำนวนมาก
นักเรียนมัธยมปลายสองคนจากสาธารณรัฐเจี๋ยเผิงได้รับสิทธิ์
เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน และได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมการประชันเทพ
สงครามระดับมัธยม อีกทั้งยังได้รับบัญชีพิเศษของตัวเอง
ข่าวนี้ไม่ได้จุดประกายความโกรธแค้นของผู้คนจำนวนมาก
เพราะเรื่องแบบนี้มีตัวอย่างมาก่อน
จะมีนักเรียนแลกเปลี่ยน นักวิชาการแลกเปลี่ยน และคนอื่น ๆ
เข้าร่วมการแข่งขันในประเทศต่าง ๆ
ในไม่ช้า ชื่อสองบัญชีพิเศษของนักเรียนมัธยมชาวเจี๋ยเผิงก็ถูก
เปิดเผยออกมา
‘เยว่ฮวาเริ่น’
‘มิสึทานิ ฮิคารุ’
-พวกเขากำลังแข่งกันทำคะแนนในฉากทดสอบ
-เร็วมาก
-เพิ่งจะผ่านไปแค่ชั่วโมงเดียว แต่ได้คะแนนไปถึงสี่พันแล้วเหรอ?
-บ้าจริง ได้รับการประเมินระดับเหนือขีดจำกัดพิเศษกันทุกคน
เลยเหรอ
-ระบบรวนหรือเปล่า
-คะแนนยังคงเพิ่มขึ้น ทั้งสองคนได้เข้าสู่ยี่สิบอันดับแรกของ
อันดับบันไดสวรรค์แล้ว
-ผ่านไปสามชั่วโมงแล้ว ทั้งสองคนก็พุ่งขึ้นมาอยู่ในสิบอันดับ
แรกแล้ว
-ผ่านฉากทดสอบระดับห้าแล้ว
-แย่แล้ว ทั้งสองคนเข้ามาอยู่ในห้าอันดับแรกแล้ว
-แย่ล่ะ กลายเป็นสามอันดับแรกไปแล้ว…
บนบอร์ดออนไลน์อันดับบันไดสวรรค์ มีการอัปเดตคะแนนของ
นักเรียนมัธยมชาวเจี๋ยเผิงทั้งสองแบบเรียลไทม์
ในตอนแรก คนส่วนใหญ่ดูด้วยใจที่อยากรู้อยากเห็น
แต่พอดูไปนานเข้า ก็เริ่มเงียบกันไปทีละคน
เพราะนักเรียนมัธยมเจี๋ยเผิงทั้งสองทำคะแนนได้เร็วเกินไป
เร็วเกินกว่าจะจินตนาการได้
เพียงแค่หกชั่วโมงเศษ ๆ เท่านั้น พวกเขาก็พุ่งขึ้นไปอยู่ในอันดับ
สามของอันดับบันไดสวรรค์แล้ว
เหล่าอัจฉริยะฐานหลิวเหอคนก่อน ๆ รวมถึง ‘พิรุณโปรยถวิลหา’
‘หนึ่งมุ่งมั่นบรรลุเทพ’ และ ‘ศาลาท่ามกลางวายุฝน’ ต่างก็ถูกนักเรียน
มัธยมเจี๋ยเผิงกดลงจนหมด
มีเพียงปีศาจลึกลับ ‘ทวดของนาย’ เท่านั้นที่ยังคงครองอันดับ
หนึ่งต่อ
ผลลัพธ์เช่นนี้ ทำให้หลายคนไม่อาจยอมรับได้
แค่คนนอกสองคนทำไมถึงกล้ามาแย่งซีนแบบนี้
ถ้าไม่มี ‘ทวดของนาย’ นั่นไม่เท่ากับการประกาศให้โลกรู้ว่า
นักเรียนมัธยมทั้งหมดของฐานหลิวเหอโดนคนนอกสองคนนี้เหยียบ
ย ่าไปหมดแล้วหรือ?
-ทุกคนไม่ต้องตกใจ คะแนนสูง ไม่ได้หมายความว่าจะเก่งเสมอ
ไป
-ใช่ บางทีพวกเขาอาจจะมีเทคนิคพิเศษสำหรับฆ่าสัตว์ร้ายต่าง
ดาวก็ได้
-ผ่านฉากทดสอบระดับห้าแล้ว สามารถเริ่มโหมดท้าทายได้แล้ว
-มีคนเริ่มท้าทายแล้ว
-‘หลงอวี่ซิน’ อันดับที่สิบหกของอันดับบันไดสวรรค์ ท้าประลอง
กับ ‘มิสึทานิ ฮิคารุ’
-‘หลงอวี่ซิน’ เป็นอันดับสิบสองของการประชันเทพสงคราม
ระดับมัธยมเมื่อปีที่แล้ว แข็งแกร่งมากทีเดียว ได้ยินมาว่าปีนี้เขาก็
พัฒนาขึ้นอีกแล้ว
-มีการถ่ายทอดสดทางเน็ตด้วย
-รีบไปดูกันเร็ว
เมื่อข่าวนี้แพร่ออกไป ฝูงชนก็แห่กันเข้าไปในห้องถ่ายทอดสด
อย่างคับคั่ง
ชาวเน็ตต่างคาดหวังว่านักเรียนมัธยมปลายในฐานจะสามารถ
กดความอวดดีของชาวเจี๋ยเผิง และกอบกู้ใบหน้าของพวกเขาไว้ได้
ในโหมดท้าทาย
แต่พวกเขาก็ผิดหวัง
มิสึทานิ ฮิคารุ นักเรียนมัธยมปลายเจี๋ยเผิงใช้เพียงกระบวนท่า
เดียวก็เอาชนะหลงอวี่ซินได้
ในห้องถ่ายทอดสดที่มีผู้คนมากมาย เมื่อร่างของหลงอวี่ซินส
ลายกลายเป็นกระแสข้อมูลสีน ้าเงินไปต่อหน้าต่อตา หัวใจของผู้ชมก็
จมดิ่งลง
มิสึทานิ ฮิคารุ ผู้ชนะส่ายหัวด้วยความผิดหวัง
“วรยุทธ์โบราณต้าเซี่ยไม่มีใครสืบทอดแล้วเหรอ”
เธอถอนหายใจ
ใช่แล้ว
มิสึทานิ ฮิคารุเป็นผู้หญิง
เด็กสาวหุ่นสูงเพรียวที่มีใบหน้าเย็นชา
“ฉันขอท้าทายพวกนาย นักเรียนมัธยมปลายฐานหลิวเหอ”
มิสึทานิ ฮิคารุพูดด้วยน ้าเสียงเย่อหยิ่ง “ฮ่า ๆ มาเถอะ แสดงความ
กล้าของพวกนาย ท้าทายราชาปีศาจ ฉันจะเหยียบพวกขยะชาวต้า
เซี่ยให้จมดินไปทีละคนเอง”
ประโยคนี้จุดไฟแห่งความโกรธในห้องถ่ายทอดสด
นี่มันคือการดูถูกชาวต้าเซี่ยชัด ๆ
“ฉันจะเอาชนะเธอเอง”
เด็กหนุ่มหัวโล้นปรากฏตัวในห้องถ่ายทอดสด
เด็กหนุ่มร่างกำยำ ใบหน้าอ่อนเยาว์ แต่กล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ สูง
เกือบสองเมตร ผิวสีแทนราวกับหอคอยทองแดง มอบความรู้สึก
กดดันอันยิ่งใหญ่
-‘พระอรหันต์สำริด’ จางเชา
-อัจฉริยะจากโรงเรียนมัธยมหงเยี่ย ได้ยินมาว่าฝึกฝนวรยุทธ์
กังฟูโบราณแท้อย่าง ‘ระฆังทองครอบกาย’ ร่างกายแกร่งกล้าสามารถ
ต้านทานการคมดาบคมกระบี่ ได้อันดับแปดในการประชันเทพ
สงครามระดับมัธยมเมื่อปีที่แล้ว
-จางเชาเป็นเทพเจ้าที่มีพลังป้องกันที่แข็งแกร่งมาก เป็นหนึ่งใน
สามโล่มนุษย์
-แต่ผู้หญิงเจี๋ยเผิงคนนั้นอันดับที่สามบนอันดับบันไดสวรรค์นะ
-นายไม่รู้เรื่องสินะ คะแนนในฉากทดสอบไม่ได้เป็นตัวตัดสิน
ความสามารถในการต่อสู้จริงหรอกนะ ถ้าสู้กันจริง ๆ ยังต้องดู
ประสบการณ์การต่อสู้ด้วย เพราะมนุษย์ไม่ใช่สัตว์ร้ายต่างดาว มนุษย์
มีความฉลาดในการต่อสู้ที่สูงกว่า
-พูดอย่างนี้ แสดงว่าจางเชามีโอกาสชนะงั้นเหรอ?
-มีโอกาส
ข้อความในห้องถ่ายทอดสดกลายเป็นคลื่นกระแทก
ในตอนท้าย มีแต่ประโยคเดียวซ ้าไปมาอย่างหนาแน่น…
-เชิดชูเกียรติยศของชาติ
ฉากยิ่งใหญ่อลังการ
แต่ความยิ่งใหญ่นั้นอยู่ได้เพียงสามสิบวินาที
เพราะว่า ‘พระอรหันต์สำริด’ จางเชาถูกมิสึทานิ ฮิคารุ ใช้แค่สาม
กระบวนท่าก็ทะลวงการป้องกันได้ จากนั้นก็ระเบิดกลายเป็นกระแส
ข้อมูลสีฟ้ากระจายหายไปจากห้องถ่ายทอดสด
หลังจากนั้น ก็มีนักเรียนมัธยมปลายชื่อดังจากฐานหลิวเหอ
ขึ้นมาท้าทายอีกหลายคน
แต่ล้วนพ่ายแพ้ภายในสิบกระบวนท่า
“คาดไม่ถึงเลยว่าวรยุทธ์ของต้าเซี่ยจะอ่อนแอไร้ค่าขนาดนี้”
มิสึทานิ ฮิคารุเยาะเย้ยในห้องถ่ายทอดสด
“พวกผู้ฝึกยุทธ์มัธยมปลายในฐานหลิวเหอเนี่ย มีคนที่พอจะสู้ได้
อยู่บ้างไหม หรือว่าเป็นแค่พวกไก่รองบ่อนขี้โรคกันทั้งนั้น”
เธอยังถากถางเยาะเย้ยไม่หยุด