ยอดยุทธ์ยุคดวงดาว - บทที่ 61 การแพทย์โบราณ ศาสตร์การเสียสละตนเอง
การแข่งขันรอบที่สองเป็นการประลองของแพทย์
ไม่มีอะไรน่าสงสัยในการเลือกตัวแทนผู้เข้าแข่งขัน
โรงเรียนมัธยมปลายหงฉีส่งเหริ่นตง แพทย์หลักของพวกเขา
ออกไปประลอง
ขณะที่นักเรียนจากโรงเรียนมัธยมชิงเยี่ยก็เป็นนักเรียนหญิงชื่อ
เสิ่นชิงชิง
เนื่องจากเหตุผลบางอย่าง สัดส่วนแพทย์จึงเป็นผู้หญิงเป็น
ส่วนมาก
ทั้งคู่นับเป็นสาวน้อยที่งดงาม
พวกเธอใช้กุญแจพิเศษของตัวเอง เข้าสู่ฉากเสมือนจริงใน
คอมพิวเตอร์ควอนตัม
แพทย์มีเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะตัว
ไม่เน้นความสามารถในการต่อสู้ระยะประชิด
แต่ต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพืชกลายพันธุ์ เข้าใจ
หลักการของพิษ และเข้าใจการส่งเสริมและต้านกันของพืชเหล่านี้
เพื่อใช้ในการปรุงยาเพื่อรักษาหรือวางยาพิษศัตรู
ดังนั้นการประชันแบบเดี่ยวของแพทย์จึงแตกต่างจากการ
ประลองอื่นมาก
ผู้เข้าแข่งขันสามารถเลือกได้อย่างอิสระว่าจะเลือก ‘การต่อสู้
ด้วยปัญญา’ หรือ ‘การต่อสู้ด้วยกำลัง’
‘การต่อสู้ด้วยปัญญา’ ก็คือการใช้วัตถุดิบในสนามประลอง
เสมือนจริง ผสมยาพิษต่าง ๆ แล้วผลัดกันกินยาที่อีกฝ่ายปรุงขึ้น
ก่อนที่พิษจะกำเริบก็ต้องพยายามแก้พิษให้ได้
ผู้ที่แก้พิษได้ก่อนจะเป็นฝ่ายชนะ
หากทั้งสองฝ่ายเสียชีวิตจากพิษ ผู้ที่เสียชีวิตทีหลังจะเป็นฝ่าย
ชนะ
ส่วน ‘การต่อสู้ด้วยกำลัง’ นั้นง่ายและตรงไปตรงมา
ทั้งสองฝ่ายใช้พืชพรรณในสนามประลองเพื่อสร้างอาวุธพิษ
รูปแบบต่าง ๆ แม้กระทั่งใช้พืชพิษบางชนิดวางกับดัก โดยมีเป้าหมาย
เพียงอย่างเดียวคือกำจัดศัตรูให้สิ้น
เหริ่นตงและเสิ่นชิงชิงเลือกใช้การต่อสู้ด้วยปัญญา
ในภาพการถ่ายทอดสด
“ร่มแดง ก้านขาว กินแล้วนอนแผ่บนแผ่นไม้ด้วยกัน…”
เหริ่นตงสะพายตะกร้าไม้ไผ่ใบเล็ก ๆ กระโดดโลดเต้นไปมาในป่า
ทึบพลางฮัมเพลงอย่างสนุกสนาน
เธอเก็บเห็ดงามสีแดงสด พืชสีเขียวเข้ม ใบไม้หยัก และพืช
หน้าตาประหลาดอีกหลายอย่าง
พร้อมทั้งวางกับดักเพื่อจับแมลงพิษ
ในที่สุดก็มานั่งที่ริมลำธารอย่างมีความสุข แล้วโขลกพืชทั้งหมด
จนเละราวกับกำลังโขลกกระเทียม จนกลายเป็นก้อนสีเขียวเข้ม
“สำเร็จแล้ว”
ดวงตาโตกลมของเหริ่นตงหรี่เป็นจันทร์เสี้ยว
เธอโน้มตัวเข้าไปใกล้ก้อนสีเขียวเข้มแล้วดมเบา ๆ
บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มพึงพอใจ
จากนั้นยื่นนิ้วออกไปแตะที่ก้อนสีเขียวเข้มนิดหน่อย แล้วนำเข้า
ปากเพื่อชิม
“อ๊ะ!”
จู่ ๆ เหริ่นตงก็หน้าแข็งค้างฉับพลัน
จมูกและปากมีฟองสีขาวไหลออกมา
ตุบ
โลลิตัวน้อยดิ้น แล้วล้มหงายหลังตึง
ทันใดนั้น ห้องถ่ายทอดสดก็ร้อนระอุไปในพริบตา
???
เครื่องหมายคำถามไหลหลากเต็มหน้าจอ แสดงให้เห็นถึง
ความรู้สึกบ้าคลั่งของผู้ชมทั้ง 3,671 คนในขณะนี้
ประมาทไปรึเปล่า?
วางยาพิษตัวเองจนตาย?
แม้แต่หลี่เซี่ยวเฟยที่อยู่ในพื้นที่เตรียมตัว พอเห็นฉากนี้ก็ยังงง
เธอถือเป็นแพทย์หลักของพวกเขาแท้ ๆ
ประมาทขนาดนี้เลยเหรอ?
ในห้องถ่ายทอดสด เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิด
ขึ้นมาก่อนในรอบหลายสิบปี ในฐานะพิธีกร เสิ่นเหยียนและเสี่ยวโย่ว
เพียจื่อก็ลืมบทพูดไปชั่วขณะ ไม่รู้จะบรรยายอย่างไร
นี่มันเกินบรรยายไปแล้ว
ทว่าในวินาทีถัดมา เหตุการณ์ที่เหลือเชื่อยิ่งกว่าก็เกิดขึ้น
ภาพการถ่ายทอดสดปรากฏเหริ่นตงที่ดูเหมือนจะแข็งไปแล้ว จู่
ๆ ก็ลุกขึ้นยืนกะทันหัน
จากนั้นเธอก็ยิ้มกริ่มให้กับกล้อง ทำท่าขี้อ้อนเหมือนประสบ
ความสำเร็จในแผนร้าย
แล้วก็ก้มหน้าก้มตากลับมาทำก้อนสีเขียวต่อ
เอ๊ะ?
คำว่า ‘เชี่ย’ ตัวใหญ่ ปรากฏขึ้นในหัวใจของทุกคน
ถูกแกล้งเข้าแล้วสินะ
เหล่านักเรียนมัธยมปลายหงฉีทั้งคนแรกและคนที่สอง ประหลาด
โคตร
คนแรกบ้า
คนที่สองเอาแต่เล่น
ไปหานักเรียนแปลก ๆ แบบนี้มาจากไหนกัน?
เวลาผ่านไปราวสิบห้านาที
แพทย์สาวน้อยสองคนก็พบกันตามสถานที่นัดหมาย
ไม่พูดพร ่าทำเพลง
ต่างฝ่ายต่างรับยาพิษอันประณีตที่เตรียมไว้โดยไม่ลังเล
พิษออกฤทธิ์อย่างรวดเร็ว
เหริ่นตงนั่งพับเพียบ ใบหน้าบิดเบี้ยว กำลังโคจรพลังเพื่อต้าน
พิษ
ส่วนเสิ่นชิงชิงมีท่าทีเป็นมืออาชีพกว่า หยิบพืชสมุนไพรแก้พิษ
สารพัดชนิดที่เตรียมไว้ก่อนแล้วออกมาอย่างมั่นใจ จากนั้นก็เคี้ยว
กลืนคำใหญ่
ในเวลาอันสั้น เธอก็กินพืชสีเขียวเข้าไปจำนวนมาก
แต่เมื่อเคี้ยวไปเคี้ยวมา เสิ่นชิงชิงก็หน้าซีดลง
ตุบ
ร่างของเธอล้มลงแน่นิ่งไป
ตามด้วยการเป็นลำแสงข้อมูล หายไปจากจุดเดิม
คราวนี้ เหริ่นตงหัวเราะคิกคักลุกขึ้นยืน ชูมือขึ้นทำสัญลักษณ์
ตัว V
ชนะแล้ว
“โรงเรียนมัธยมปลายหงฉีชนะการประลองแบบเดี่ยวรอบที่สอง”
“ก่อนการแข่งขัน ทุกฝ่ายต่างก็เทใจให้โรงเรียนมัธยมชิงเยี่ย แต่
คาดไม่ถึงว่าตอนนี้พวกเขาจะจะแพ้ยังไม่ชนะเลยสักครั้ง”
“กลับกัน โรงเรียนมัธยมปลายหงฉีซึ่งไม่มีใครเหลียวแลกลับคว้า
ชัยสองครั้งติด”
“ผู้ชมจำนวนมากต่างก็ส่งความคิดเห็น บอกว่าดูไม่รู้เรื่อง
นักเรียนเหริ่นตงแห่งโรงเรียนมัธยมปลายหงฉีชนะได้อย่างไร”
“ต้องรู้ไว้ว่าในระหว่างขั้นตอนการทดลองพิษขั้นสุดท้าย เธอ
ไม่ได้กินยาแก้พิษใด ๆ เลย กลับเป็นนักเรียนเสิ่นชิงชิงที่เตรียมตัวมา
อย่างดี กินยาแก้พิษจำนวนมากแล้ว แต่กลับเป็นฝ่ายที่พิษกำเริบ
ก่อน”
“จริง ๆ แล้วนี่คือการแพทย์โบราณต้าเซี่ยที่หายากมาก”
“ศาสตร์การเสียสละตนเอง”
“ทุกคนยังจำได้ไหม ตอนที่เหริ่นตงปรุงยาพิษ เธอได้ลองชิมมัน
ครั้งหนึ่ง แล้วเกือบจะพิษกำเริบ”
“ตอนนั้นทุกคนคิดว่าเหริ่นตงคงจะประมาทไป”
“แต่เปล่าเลย”
“เธอทำแบบนั้นเพื่อทดสอบพิษต่างหาก”
“หลังจากได้สัมผัสพิษด้วยตัวเองแล้ว เธอจึงเพิ่มสมุนไพรบาง
ชนิดลงไปในการแก้พิษชนิดนี้ แม้ว่าสมุนไพรเหล่านั้นจะไม่ใช่พิษ
ร้ายแรง แต่เมื่อรวมกับยาแก้พิษก็จะก่อให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ที่น่า
กลัว!”
“ดังนั้นหากเสิ่นชิงชิงกินยาแก้พิษ เธอก็ได้ตกลงไปในกับดัก
อย่างจังและทำให้พิษออกฤทธิ์เร็วขึ้น แต่ถ้าเธอไม่กินยาแก้พิษ เธอ
จะสามารถทนอยู่ได้นานขึ้นอย่างแน่นอน!”
“ส่วนเหริ่นตง พิษที่ตกค้างอยู่ในร่างกายจากตอนที่เธอทดสอบ
พิษ กลับมีปฏิกิริยาที่เป็นกลางกับยาพิษที่เสิ่นชิงชิงปรุงขึ้น ดังนั้นจึง
สามารถทนอยู่ได้นานกว่า”
“แน่นอนว่าศาสตร์แบบนี้มีความเสี่ยงมาก”
“สำหรับนักเรียนที่ไม่ได้ผ่านการฝึกฝนแบบมืออาชีพ โปรด
อย่าได้ลองทำโดยเด็ดขาด”
ในห้องถ่ายทอดสด
เจ้าของห้องถ่ายทอดสด ‘มังกรพิสุทธิ์กลางคลื่น’ เสิ่นเหยียน
ปฏิกิริยาไวมาก เขาให้คำอธิบายอย่างละเอียดและเป็นมืออาชีพอย่าง
รวดเร็ว เพื่อคลายความสงสัยของผู้คน
ผู้ชมล้วนตะลึงงัน
ศาสตร์การเสียสละตนเอง?
ยังมีเส้นทางการฝึกฝนของแพทย์แบบนี้อีกเหรอ?
-คำอธิบายนั้นมีความเป็นมืออาชีพมาก
-เก่งจัง
-อ๋อ เป็นอย่างนี้นี่เอง คำอธิบายมีความรู้ที่กว้างขวางเลยทีเดียว
ผู้ชมต่างก็เหมือนจะเข้าใจมากขึ้น
หลี่เซี่ยวเฟยยังคงรู้สึกไม่อยากเชื่อ
จึงหันมองไปปู่ฉินด้วยสายตาสงสัย
ชายชราพยักหน้าอย่างจริงจัง
ว้าว
ยังมีศาสตร์การเสียสละตนเองอยู่อีกจริง ๆ เหรอ
ภาพเหริ่นตงในหัวหลี่เซี่ยวเฟยเปลี่ยนไปทันที
คนน่ารักน่าเอ็นดูแบบนี้ ทำไมถึงมีไพ่ตายร้ายกาจขนาดนี้กันนะ
บนอัฒจันทร์
นักเรียนและอาจารย์จากโรงเรียนมัธยมปลายหงฉีล้วนโห่ร้อง
กึกก้อง เพื่อแสดงความยินดีและให้กำลังใจแก่ฮีโร่ของตน
เหริ่นตงกลับมาแล้ว
“สุดยอด”
“ทำได้ดีมาก”
เพื่อนร่วมทีมก็เข้ามากอดแสดงความยินดี
ในขณะที่ ฝั่งโรงเรียนมัธยมชิงเยี่ยปกคลุมด้วยความเงียบราวกับ
ถูกแช่แข็ง
การแข่งขันรอบต่อไปคือการประลองกันระหว่างผู้ฝึกสัตว์
นี่เป็นครั้งแรกที่หลี่เซี่ยวเฟยได้เห็นรูปแบบการต่อสู้ของผู้ฝึกสัตว์
หลิวเซี่ยว ผู้ฝึกสัตว์แห่งโรงเรียนมัธยมปลายหงฉี และเหอเยี่ย ผู้
ฝึกสัตว์จากโรงเรียนมัธยมชิงเยี่ย หลังจากเข้าสู่ระบบเครือข่าย ก็ถูก
ส่งไปยังแผนที่แบบสุ่ม ‘ศูนย์วิจัยไร้กฎเกณฑ์’