ยอดยุทธ์ยุคดวงดาว - บทที่ 68 ซื้อที่ดิน
หลี่เซี่ยวเฟยลังเล
แต่น้าสาวกลับผละจากตัวเขา แล้วกล่าว “จัดการเรื่องกองกำลัง
ก่อน ตกดึกค่อยมานวดต่อนะ”
“ครับ”
หลี่เซี่ยวเฟยลุกขึ้นสวมเสื้อผ้า
แล้วเดินไปที่ประตู
“เกิดอะไรขึ้น?”
เขาพูดขณะเดินลงไปชั้นล่าง “ค่อย ๆ พูด”
หยางเฉิงมักไหวพริบดี
หากไม่มีเรื่องสำคัญก็คงไม่มากวนในเวลานี้แน่
“หัวหน้าครับ ช่วงบ่ายวันนี้ มีคนนอกเข้ามาในเขตของเรา แล้ว
ติดต่อไปหลายชุมชน เพื่อขอซื้อที่ดินในราคาสูงครับ”
หยางเฉิงตอบ
ซื้อที่ดินสลัมในราคาสูงงั้นเหรอ?
แปลกจริงด้วย
ผ่านมาหลายปีแล้ว สลัมก็ยังเป็นสถานที่ที่หมาไม่แล
ไม่ต้องพูดถึงราคาสูงเลย แม้แต่จะขายในราคาถูกกว่าผัก ก็ไม่มี
ใครอยากได้ที่ดินแถวนี้หรอก
“สืบแล้วเหรอ?”
หลี่เซี่ยวเฟยถาม “แล้วเป็นพวกไหน?”
หยางเฉิงกดเสียงต ่าลง “เป็นคนของตระกูลเยี่ย หนึ่งในห้าตระกูล
ใหญ่ครับ”
หืม?
ใจของหลี่เซี่ยวเฟยเต้นกระหน ่า
น่ารำคาญ พวกตระกูลเยี่ยตามตื๊อไม่เลิกจริง ๆ
“พวกเขาซื้อที่ดินไปทำไม?”
หลี่เซี่ยวเฟยซักไซ้
หยางเฉิงส่ายหน้า “พวกนั้นบอกว่าจะมาพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
สร้างหมู่บ้าน แต่ว่าเราก็ยังไม่รู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของพวกเขา
เพราะเราไม่มีช่องทางน่ะครับ”
มาพัฒนาอสังหาริมทรัพย์งั้นเหรอ?
ผีหลอกหรือเปล่า
ที่ดินแถวสลัมเป็นสถานที่ที่สกปรกที่สุดในฐานหลิวเหอ แถมสิ่ง
อำนวยความสะดวกโดยรอบก็แย่สุด ๆ
ที่นี่นกยังไม่ขี้แบบนี้ จะมาสร้างบ้านขายให้ผีเหรอ?
เบื้องหลังนี้ ย่อมมีแผนการซ่อนเร้นอยู่
หยางเฉิงมีสีหน้ากังวล “หัวหน้าครับ กลุ่มคนเหล่านี้เสนอราคาที่
สูงมาก มีบางคนทนต่อแรงล่อลวงไม่ไหว ขายที่ดินไปแล้ว ผมเกรงว่า
หากพวกเขายังคงซื้อต่อไป จะส่งผลเสียต่อกองกำลังเมฆาและ
แผนการอันยิ่งใหญ่ของหัวหน้าในอนาคต”
หลี่เซี่ยวเฟยมองเจ้าอ้วนด้วยความประหลาดใจ
ฉันมีแผนการอันยิ่งใหญ่ตอนไหน?
ตัวฉันเองยังไม่รู้เลย
แต่เรื่องที่คนตระกูลเยี่ยมาซื้อที่ดินในสลัม มันฟังดูน่าสงสัยมาก
“ขายไปกี่คนแล้ว?”
หลี่เซี่ยวเฟยถามต่อ
หยางเฉิงรีบยื่นรายชื่อมาให้ “หัวหน้าครับ คนที่อยู่ในรายชื่อนี้
ขายที่ดินออกไปหมดแล้วครับ”
หลี่เซี่ยวเฟยกวาดสายตามอง แล้วยิ้มเย็น
ล้วนเป็นเศษซากของกองกำลังทั้งหกในอดีต พวกหัวดื้อที่ดึงดัน
ไม่เลิก
พวกนี้ปฏิเสธความก้าวหน้า ปิดกั้นไม่รับการปฏิรูปสลัม คิดแต่
จะรีดไถและหากินด้วยวิธีรุนแรงแบบเดิม
พวกนี้ขายที่ดินทิ้งไป ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี
“ออกคำสั่งไป ให้คนรู้ทั่วกันว่า ใครขายที่ดินทิ้งไปก็ไม่ใช่คนใน
สลัมของฉันแล้ว ให้เวลาหนึ่งวัน ย้ายออกไปให้หมด ไม่เช่นนั้นก็อย่า
โทษว่าฉันไม่ไว้หน้าละกัน”
หลี่เซี่ยวเฟยตัดสินใจ
คนพวกนี้คือตัวถ่วง
ถือโอกาสนี้ ขับไล่พวกเขาออกไปเสีย
หยางเฉิงตบบ่า “วางใจเถอะหัวหน้า ไม่ต้องถึงหนึ่งวัน ไม่ถึงหนึ่ง
ชั่วโมงด้วยซ ้า ผมจะจัดการให้พวกนั้นหายหัวไปให้หมด… แต่ว่า จะ
จัดการคนตระกูลเยี่ยยังไงครับ?”
หลี่เซี่ยวเฟยตอบ “ให้คนคอยติดตาม อย่าเพิ่งปะทะกับพวกนั้น
โดยตรง”
ยังไงก็เป็นหนึ่งในห้าตระกูลใหญ่
ตอนนี้ยังไม่ควรไปยุ่ง
ทั้งสองคุยกันไปเรื่อย ๆ จนมาถึงชั้นล่าง
หลี่เซี่ยวเฟยควบมอเตอร์ไซค์ดัดแปลงของตน เครื่องยนต์คำราม
สนั่น ออกตัวฉิวไปทางสำนักงานใหญ่
หยางเฉิงตกใจรีบไล่ตาม “หัวหน้า ผมยังไม่ได้ขึ้นเลย ยังไม่ได้
ขึ้นเลย!”
แล้วก็วิ่งหอบตามไป…
…
สำนักงานใหญ่กองกำลังเมฆา
เมื่อเทียบกับสมัยจงหยวนซาน ที่นี่คึกคักและรุ่งเรืองกว่าเดิมมาก
ร้านค้าในบริเวณใกล้เคียงก็เพิ่มมากขึ้น
ถนนหนทางกว้างขวางสะอาดสะอ้าน
กองขยะเน่าเหม็นที่เคยเห็นอยู่เกลื่อนกลาด ตอนนี้ถูกกำจัดจน
สะอาดเอี่ยม
แม้จะเทียบกับเขตปกครองพิเศษไม่ได้ก็จริง แต่เมื่อเทียบกับ
สภาพเหม็นเน่าก่อนหน้านี้ ก็ถือว่าดีขึ้นไม่รู้กี่เท่า
ทั้งหมดนี้ต้องยกความดีให้กับนโยบายปฏิรูปของหลี่เซี่ยวเฟย
ประการแรกคือ คัมภีร์ลับวรยุทธ์ที่เผยแพร่เป็นวงกว้าง ทำให้
กลุ่มยอดฝีมือในกองกำลังแข็งแกร่งขึ้น
ในขณะเดียวกัน ผู้คนที่อยู่ในชนชั้นล่างซึ่งแต่เดิมไม่มีโอกาส
และสิทธิที่จะฝึกฝนวิชาก็ได้รับโอกาสในการฝึกฝน
ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้มีผู้คนมากมายจงรักภักดีต่อเขา
ในสลัมมีประชากรรวมทั้งสิ้นเกือบหนึ่งหมื่นคน
ภายในนั้นก็มีผู้ที่มีพรสวรรค์อยู่บ้าง
ภายใต้การคัดเลือกและการตรวจสอบของหยางเฉิงและฉู่อวิ๋น
เทียน ผู้ที่มีพรสวรรค์เหล่านี้ ล้วนกลายเป็นศิษย์ของกองกำลังเมฆา
พร้อมกับก้มคำนับวิดีโอของหลี่เซี่ยวเฟยเพื่อแสดงความเคารพ
เมื่อพบหลี่เซี่ยวเฟยต่างก็ร้อง ‘พี่ใหญ่’ ออกมา
การเคารพพี่ใหญ่ เสมือนการเคารพอาจารย์และพ่อบุญธรรม
นับแต่นี้ ชีวิตก็เป็นของหัวหน้าหลี่
กองกำลังที่ลงทะเบียนทั้งหมดในฐานล้วนใช้กฎนี้
พวกเขาคืออนาคตของกองกำลังเมฆา
และอนาคตของสลัมด้วย
ประการที่สองคือ ทีมนักล่าในสลัมได้เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว
ความหมายก็คือ มีทรัพยากรจากต่างถิ่นไหลเข้ามาอย่าง
ต่อเนื่อง ราวกับการให้เลือดเข้าสู่สลัม
การอัดฉีดทรัพยากรจากภายนอก ทำให้สลัมที่เคยถูกกดขี่อย่าง
รุนแรง ได้รับการรดน ้าด้วยน ้าพุแห่งชีวิต จนเปล่งประกายด้วยพลัง
ชีวิตที่ไม่เคยมีมาก่อน
ประกอบกับหลี่เซี่ยวเฟยที่สั่งห้ามเก็บค่าคุ้มครองทุกประเภท
ยกเลิกธุรกิจผิดกฎหมายอย่างการค้ายา ขายอวัยวะ และพนัน ทำให้
บรรยากาศในสลัมดีขึ้นทุกวัน
ยามนี้ หลี่เซี่ยวเฟยได้รับความเชื่อใจอย่างมาก
หลายคนมองเขาเป็นผู้ช่วยชีวิต
วันเวลาที่ดีเช่นนี้เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่กล้าคิดฝัน
ดังนั้น เมื่อหลี่เซี่ยวเฟยขี่มอเตอร์ไซค์มาถึงประตูกองกำลังเมฆา
ผู้คนนับไม่ถ้วนล้วนแสดงความเคารพทักทาย
ใบหน้าทุกคนเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม
ไม่ใช่เพราะความเกรงกลัว
หากแต่เป็นการสนับสนุนอย่างจริงใจ
“พี่ใหญ่”
“สวัสดีครับพี่ใหญ่”
เหล่าเยาวชนที่กำลังฝึกฝนวรยุทธ์ในลานใหญ่ต่างยืนตัวตรง
อย่างพร้อมเพรียง
หลี่เซี่ยวเฟยพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม
เสียงคำรามของเครื่องรถยนต์ดังมาจากไกล ๆ
รถ RV ดัดแปลงลายพรางนำหน้า ตามด้วยรถบรรทุกออฟโร
ดหกคัน ขบวนรถมาถึงบริเวณหน้ากองกำลังเมฆา ท่ามกลางเสียงโห่
ร้องของผู้คน
“ทีมนักล่ากลับมาแล้ว”
“ได้ของดีกลับมาอีกแล้ว”
“หลบหน่อย อย่าเกะกะ”
ปวงชนต่างมุ่งหน้ามาจากถนนทั้งสี่สายด้วยความตื่นเต้น
การกลับมาของทีมนักล่าในแต่ละวัน เปรียบดั่งงานเทศกาลอัน
ยิ่งใหญ่ที่ควรค่าแก่การเฉลิมฉลองสำหรับผู้คนในสลัม
รถคันหน้าเป็นของที่หลี่เซี่ยวเฟยได้มาจากนักผจญภัย ‘หมูขาว’
ที่ซุ่มโจมตีเขา เนื่องจากยังไม่ได้ใช้งาน จึงมอบให้ทีมนักล่านำไปใช้
ก่อน
“หัวหน้า”
ฉู่อวิ๋นเทียนกระโดดลงจากเบาะข้างคนขับของรถ RV ดัดแปลง
พร้อมกล่าวด้วยความตื่นเต้น “คราวนี้เป็นการเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่
ครับ”
“มีผู้บาดเจ็บไหม?”
หลี่เซียวเฟยถาม
ฉู่อวิ๋นเทียนสีหน้าเศร้าสร้อย “ครับ… แต่ดีกว่าเมื่อก่อนเยอะแล้ว
ครับ”
หลี่เซี่ยวเฟยถอนหายใจ
ไม่มีทางอื่น
นี่คือวันสิ้นโลก
อย่าคิดว่าภายในฐานจะมีแต่ความสุขสบายเหมือนปี 2022
ในความเป็นจริงแล้ว นอกกำแพงเหล็กกล้าอันสูงใหญ่เป็นอีก
โลกหนึ่งที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง